ไม้ดอกไม้ประดับ
เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นการแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 จึงทำให้ทุกอาชีพได้รับผลกระทบโดยทั่วกัน ซึ่งอาชีพที่ได้รับความนิยมในช่วงแพร่ระบาดของโรคนั่นก็คือ ปลูกต้นไม้หรือเพาะต้นไม้ขายเพราะผู้คนส่วนมากก็จะปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอล จากเดิมที่เคยทำงานในสำนักงานหรือออฟฟิศก็ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน แน่นอนว่าการที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านและออกไปข้างนอกไม่ได้ก็จะต้องหาอะไรทำเพื่อเป็นงานอดิเรก หนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นการปลูกต้นไม้ด่างหรือไม้สวยงาม หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิคนั้นก็คือ คุณนิรินาทย์ เธียรวรโชค หรือ คุณโจ สวนเดอะลอร์ดในปัจจุบัน ซึ่งก่อนจะมาทำอาชีพปลูกไม้ด่างขายเป็นอาชีพเสริม คุณโจมีอาชีพหลัก เป็นพ่อค้าจำหน่ายเพชร พลอย อัญมณีให้กับชาวต่างชาติ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ทำให้ชาวต่างชาติไม่เข้ามาในประเทศจึงทำให้การค้าขายนั้นชะลอตัวลงไป 2 ปี และขาดรายได้หลัก ทำให้เกิดมีเวลาว่าง นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้คุณโจได้เปิดยูทูบศึกษาเกี่ยวกับต้นกล้วยแดงอินโด จากการศึกษาพบว่า ต้นกล้วยแดงอินโดมีราคาสูง จึงทดลองซื้อมาปลูก ราคาต้นละ 85,000 บาท มา 2 ต้น หลังจา
บัวสาย (Water lily) หรือเรียกเป็นภาษาไทยได้อีกชื่อ คือ “อุบลชาติ” มีขอบใบหยักเป็นระเบียบเห็นเส้นใบเป็นร่างแหชัดเจน ดอกบานช่วงค่ำถึงรุ่งเช้าชูขึ้นเหนือน้ำ ดอกมี 3 สีหลักๆ คือ ขาว ชมพู ม่วงแดง บางชนิดมีกลิ่นหอม มักพบบัวสายอยู่ในแถบเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย และบริเวณเขตร้อนของอเมริกา เป็นพืชน้ำที่มีประโยชน์มากมาย ได้แก่ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยบรรเทาอาการไข้ ร้อนใน อีกทั้งยังบำรุงครรภ์สตรี ฯลฯ คนไทยนิยมนำมาปลูกเพื่อประดับบ้านเรือน เพราะมีสีสวยงาม ดูแลง่าย และมีความเชื่อกันว่าเป็นไม้มงคล อีกทั้งยังสามารถนำส่วนต่างๆ ของดอกบัวมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ไหลบัวผัดกุ้ง แกงสายบัว สายบัวต้มกะทิปลาทู ยำสายบัวกระเทียมโทน เป็นต้น ………… เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ.2562
คุณสิรินทร์ กล้วยพนาวัน เลขานุการบริษัท ได้นำความชอบจากการที่ปลูกดอกไม้มาสร้างอาชีพเสริม โดยเธอได้ปลูกไม้ดอกหลายชนิด ด้วยการเช่าพื้นที่ซอยประชาชื่น 37 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร นำมาทำสวนไม้ดอกกินได้ จากที่ต้องการทำเพื่อเป็นสถานที่ให้ลูกได้เล่นในวันหยุด แต่กลับทำเงินทุกเดือน . ดอกไม้ที่เด็ดและบรรจุใส่กล่องไปให้ลูกค้า ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 100 บาท วันๆ หนึ่งจะรับออร์เดอร์ขั้นต่ำอยู่ที่วันละ 5 กล่อง และมากสุดอยู่ที่ 10 กล่องต่อวัน เท่ากับก่อนไปทำงานประจำ ทุกเช้าจะได้เงินอยู่ที่ 500-1,000 บาท ท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เพจ Sirin garden & edible flower
คุณวรกมล ทับทอง อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 9 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สร้างงานสร้างอาชีพให้กับตัวเอง ในขณะที่อายุยังวัยหนุ่ม และจากเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีใจรักในอาชีพไม้ดอกไม้ประดับจนสามารถเลี้ยงชีพตัวเองจากการปลูกกล้วยไม้ขาย ซึ่งน้อยคนมากที่จะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่เช่นนี้ได้ ที่มาที่ไปสำหรับเรื่องนี้ เกิดแรงบันดาลใจจากสวนกล้วยไม้ข้างๆ บ้าน ก็เลยเกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาอยากจะลองทำดู ในช่วงนั้นก็พยายามศึกษาพร้อมทั้งอาศัยความจำให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะทำเป็นอาชีพหลัก มาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มสนใจจนสามารถทำได้ดี คุณวรกมล เล่าว่า เดิมทีมีความสนใจกล้วยไม้พันธุ์แวนด้าเป็นพิเศษ จากนั้นจึงมาเลี้ยงกล้วยไม้พันธุ์ช้างเพราะเห็นว่าจะไปได้ดี ส่วนในเรื่องของการตลาดก็กว้าง สำหรับสายพันธุ์ของกล้วยไม้พันธุ์ช้าง ได้มีการหาซื้อตามแหล่งต่างๆ บ้าง หรือไม่ก็ขยายเอง อาจจะส่งไปให้ทางแล็บ หลังจากนั้น ก็นำมาออกเป็นไม้จากขวด การส่งไปให้แล็บนี้ก็สามารถส่งได้ทั้งที่เป็นเมล็ดและต้นก็ได้ หลังจากที่ได้มีการนำไปขยายพันธุ์ในห้องแล็บแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องรอจนกว่าจะครบ 1 ปี จึงจะสามารถนำกล้วยไม้ที่ได้
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีเสวนา อัศจรรย์นานาพรรณไม้ดอกไม้ประดับ เนื่องในวันคล้ายสถาปนา วช.ครบรอบ 63 ปี เป็นวันที่สอง เมื่อ 26 ตุลาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “63 ปี วช. มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญาพัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ในการผลักดันอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากงานวิจัยโดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม1 เป็นประธานเปิดเสวนา นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานว่า ในโอกาสที่ วช.ครบรอบ 63 ปี เวทีเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นอีกกิจกรรมที่สำคัญต่อกลุ่มงานด้านการเกษตร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ค้นพบพืชพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า เหลืองปิยะรัตน์ เป็นพืชกลุ่มกระดังงา บ่งบอกให้เห็นว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการมีพืชพันธุ์ใหม่ๆ จะเป็นการสร้างรายได้ฐานรากทางเศรษฐกิจ กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพันธุ์ การพั
เก๊กฮวย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งรวมๆ กันว่า เบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนู ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า พื้นที่ใดที่เคยปลูกเบญจมาศได้ ก็ปลูกเก๊กฮวยได้เช่นกัน เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ เคยนำเสนอ เรื่องราวการปลูกเก๊กฮวยอินทรีย์ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตามลิ้งค์ข่าว https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_51247 ล่าสุด ได้อัพเดท ข้อมูลกับ คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน หรือ คุณอ้น นักวิชาการเกษตร ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งคุณอ้นเล่าว่า ตอนนี้พื้นที่การปลูกเก๊กฮวยที่แม่โจ้ลดลง แต่ก็ยังมีแปลงปลูกอยู่ ส่วนต้นพันธุ์นั้นก็ยังมีจำหน่าย ในราคา ต้นละ 2 บาท (อายุต้นพันธุ์ 1 เดือน สูง 20 เซนติเมตร) คุณอ้น กล่าวว่า เมื่อเทียบการปลูกเบญจมาศ กับการปลูกเก๊กฮวยนั้น การปลูกเก๊กวยดูแลง่ายกว่า เพราะเบญจมาศเป็นไม้ตัดดอก ฟอร์มดอก ก้าน ใบ ต้องสวย ส่วนเก๊กฮวย เก็บแค่ดอก ถ้าไม่มีหนอน ก็ใช้ได้แล้ว ส่วนราคารับซื้อดอกสดหน้าสวน กิโลกรัมละ 50 บาท และดอกแห้งที่อบแล้ว กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่งคุณอ้น บอกว่า ราคาซื้อขายกัน
“ต้นนกน้อยนำโชค” หรือ “ต้นนางกวักสาลิกาลิ้นทอง” เป็นชื่อของไม้ดอกไม้ประดับ ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียจนถึงประเทศออสเตรเลีย มีลักษณะเป็นไม้อวบน้ำ ลำต้นสีเขียวอวบอ้วน มียางสีขาว ใบหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม นอกจากนี้ จุดเด่นอีกอย่างของนกน้อยนำโชค คือ ดอกของมันจะมีลักษณะคล้ายกับนกตัวเล็กๆ ที่โผล่ออกมาจากใบประดับสีชมพูอมแดงคล้ายกลีบดอกไม้ จากลักษณะดังกล่าวทำให้มันถูกเรียกว่า “นกน้อยนำโชค” นอกจากชื่อมงคลที่ถูกตั้งจากลักษณะเด่นแล้ว นกน้อยนำโชคยังถูกมองว่าเป็นต้นไม้สิริมงคล เนื่องจากมีความเชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วจะช่วยเสริมในด้านโชคลาภ ค้าขายกิจการรุ่งเรือง นำความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวเองและครอบครัว ทั้งยังช่วยให้เงินทองไหลมาเทมาอีกด้วย คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ มีสวนอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นเกษตรกรที่ทำการปลูกเลี้ยงต้นนกน้อยนำโชค โดยเน้นการขยายพันธุ์ส่งขายด้วยวิธีการเสียบยอด ซึ่งนับเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากหนุ่มเย็บผ้า สู่ผู้คร่ำหวอดวงการไม้ดอกไม้ประดับ คุณปรีชา เล่าถึงการเริ่มต้นทำสวนดอกไม้ว่า เมื่อสมัยหนุ่มๆ นั้นเคยทำงานเป็นช่างเย็บเสื้อผ
หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ปาล์ม ปลูกง่าย โตไว มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว นิยมปลูกทั้งภายในและภายนอกอาคารสถานที่เพื่อตกแต่งให้สวยงาม ให้ความร่มรื่นหรือช่วยดูดสารพิษในอากาศ การรวมกลุ่มปลูกหมากเหลืองแบบแปลงใหญ่ของเกษตรกรจังหวัดปทุมธานี เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต หมากเหลืองเป็นพืชเศษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ทำให้เกษตรกรมีรายได้นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อการยังชีพที่มั่นคง คุณสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นพืชในวงศ์ปาล์มที่มีอายุยืนยาว ปลูกและดูแลรักษาง่าย ชอบดินร่วน มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง แตกหน่อเป็นกอใหม่รอบต้นแม่ เมื่อโตเต็มที่จะสูงได้ถึง 8 เมตร ลำต้นเป็นข้อหรือเป็นวงชัดเจน ผิวลำต้นเรียบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 เซนติเมตร โคนต้นสีเหลืองส้มหรือเขียวอมเหลือง และปลายต้นมีนวลสีขาวปกคลุม ดอกขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง และเมื่อผลสุกจัดเป็นสีแดงแสดหรือสีม่วงอมดำ หมากเหลือง เป็นไม้ยืนต้นที่มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว น
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายเรวัตร อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร. หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และ นายศึกษิต สวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรไม้ดอกไม้ประดับและพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต” โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี เพื่อบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ในการสนับสนุนส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ชุมชน และสังคมสู่ความยั่งยืน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นประโยชน์ยิ่งต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต เป็นการสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์นโยบายการพัฒนาประเทศ มีการนำงานวิจัยและพัฒนาลงพื้นที่ ซึ่งกระทรวง อว. มีนโยบายมุ่งตอบโจทย์ยกระดับภูมิภาค ผ่านก
“มะลิ” เป็นต้นไม้ที่ดอกมีเสน่ห์จากสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม และจากสี กลิ่น ที่มีความเหมาะสมดังนั้นชาวพุทธจึงใช้ดอกมะลิเพื่อบูชาพระ การปลูกมะลิไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นไม้ดอกที่สามารถปลูกได้ทุกแห่งไม่จำกัดขนาดพื้นที่และทำเล เหตุนี้จึงทำให้มีผู้ปลูกมะลิแบบจำพวกสมัครเล่นด้วยการปลูกในกระถางขนาดไม่ใหญ่ไว้ในบริเวณบ้าน ที่อยู่อาศัย เพื่อเชยชม และคลายเหงา หรืออีกจำพวกที่ปลูกเพื่อหารายได้ทำเป็นอาชีพ ซึ่งการปลูกมะลิเป็นอาชีพนั้น มีพื้นที่ปลูกหลายแห่ง ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ แต่เนื่องจากการทำอาชีพนี้เงื่อนไขอย่างหนึ่งของการกำหนดราคาตัวสินค้าคือดอกมะลิจะต้องมีความสดและสมบูรณ์ ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญคือการขนส่ง ฉะนั้น พื้นที่ปลูกมะลิที่สำคัญจึงมักอยู่ใกล้เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯซึ่งมีตลาดรองรับมาก การขนส่งไม่ไกลและลดความเสี่ยงในเรื่องความเสียหาย แต่ก็มิใช่เหตุผลเช่นนั้นเสมอไปเพราะมะลิเป็นดอกไม้มงคลที่ต้องใช้กันทั่วประเทศจึงมีหลายจังหวัดทั่วประเทศสามารถปลูกได้ และหลายแห่งสามารถบริหารจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจังหวัดที่มีการปลูกมะลิกันเป็นหลักได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครส
