ไม้ดอกไม้ประดับ
“ชวนชม” ยังเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่ยังได้รับความนิยมทุกยุคสมัย เรียกได้ว่ายังมีการแวะเวียนของผู้เล่นรายใหม่เข้ามาศึกษาอยู่เสมอ สำหรับมือใหม่มาทำความรู้จักชื่อทางวิทยาศาสตร์และลักษณะทั่วไปของชวนชมกันสักนิด ชวนชม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenium obesum เป็นไม้ที่จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae ลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียวจะบิดงอลำต้นไปตามจังหวะ มีความสูงมากไปถึง 6 ฟุต ในส่วนของใบมีลักษณะแข็ง ผิวใบมีลักษณะที่เงามีเส้นเดินกลางใบที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งแต่ละใบจะมีลักษณะใบมนรี ปลายใบมนใบสอบ และดอกของไม้ชนิดนี้มีสีสดสวยสะดุดตา การปลูกเลี้ยงชวนชมนั้น มีการปลูกเพื่อทำการค้าที่หลากหลาย โดยบางท่านก็ชอบเพื่อจำหน่ายเป็นไม้สวยงามทั่วไป หรือมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เกิดสายพันธุ์ลูกไม้ใหม่ๆ ซึ่งชวนชมเองเป็นพรรณไม้ที่เรียกว่ามีสนามการประกวดที่เข้มแข็งพอสมควร จึงทำให้ผู้ที่ศึกษารายใหม่ได้มีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ โดยสอบถามจากผู้คร่ำหวอดได้อยู่เสมอ ซึ่ง คุณรังสรรค์ เรือนเงิน เกษตรกรจังหวัดลพบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวยงในเรื่องของการประกวดชวนชมด้วยเช่นกัน คุณรังสรรค์ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่ได้ลาออกจากงานประจำ
ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรดอกตำใต้ จังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ หันมาปลูกดาวเรือง สร้างรายได้งาม โดยสามารถเก็บผลผลิตซึ่งแต่ละรอบจะสามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้วันละกว่า 500-1,000 บาท ร.ต.อ. พีรเชญฐ์ สว่างอารมณ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ได้ปลูกดอกดาวเรืองในสวนพื้นที่ 1 ไร่ของตนเอง หลังจากได้ไปศึกษาที่มูลนิธิกสิกรรมมาบเอื้อง และได้ไปเรียนรู้เรื่องศาสตร์พระราชา กลับมาปรับปรุงพื้นที่ของตัวเองให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ โดยใช้เวลาว่างจากงานราชการมาทำการปลูกไว้บริเวณพื้นที่สวน เริ่มต้นประมาณ 1 ไร่ในพื้นที่ ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ถือว่าประสบผลสำเร็จผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งตนเองใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ หันมาปลูกดาวเรือง พื้นที่ของตัวเอง โดยปลูกเป็นแถว จำนวน 2,200 ต้น พบว่าผลผลิตเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งพอผลผลิตออกมาก็จะมีผู้มาสั่งจองและเดินทางมาซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยจะขายตามขนาดของดอก จัมโบ้ขายดอกละ 1-1.20 บาท ดอกใหญ่ดอกละ 80 สตางค์ ดอกกลางดอกละ 70 สตางค์ ดอกเล็กดอกละ 40 สตางค์ ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได
มนุษย์เรานอกจากอาหารที่กินทางปากแล้ว อาหารทางตาก็เป็นสิ่งสำคัญ ของสวยๆ งามๆ เช่น ไม้ดอกไม้ประดับก็นิยมปลูกกันในบ้านเพื่อความสุขทางสายตา ไม้ดอกค่อนข้างเด่นกว่าไม้ใบ เนื่องจากสีสันและลักษณะดอกที่หลากหลาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ การดำรงชีวิตในปัจจุบันค่อนข้างเคร่งเครียด การปลูกดอกไม้เป็นสิ่งที่ผ่อนคลายให้มีความสุขได้เป็นอย่างดี ดอกไม้ที่ปลูกง่าย ออกดอกง่าย สีสันสดใส ออกดอกได้ตลอดปีและหลายเฉดสี ไม่มีต้นไหนเกิน ดอกคุณนายตื่นสาย คุณนายตื่นสาย เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำ ในวงศ์ผักเบี้ย เป็นไม้อวบน้ำ แผ่ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน สีของดอกมีมากมายหลายสี และลักษณะดอกที่แตกต่างกัน ลำต้นอวบน้ำสีม่วงแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่กลับแกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบอวบน้ำ ผิวใบด้านบนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่แอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย ดอกไม้ คืออาหารใจและตา คุณนายตื่นสาย เป็นดอกไม้ที่เราเห็นกันทั่วไป แม้ไม่ใช่ดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในบ้านเรา แต่เราก็นำเข้ามาปลูกกันนานมากแล้ว แต่เมื่อก่อนนั้นมีไม่กี่สีและไม่ฉูดฉาดบาดใจเท่าในปัจจุบัน คุณนายตื่นสายใ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัว “แม่โจ้กรีนเพิร์ล – แม่โจ้ไวท์เพิร์ล – แม่โจ้พิงค์เพิร์ล” ปทุมาสายพันธุ์ใหม่ของโลก ปรับปรุงพันธุ์ให้มีโครโมโซม 3N เป็นหมัน แก้ปัญหาต่างชาตินำสายพันธุ์ไปผสมต่อ จดสิทธิบัตรเพื่อให้เกษตรกรได้ผลิตส่งออกทั่วโลก ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี อาจารย์/นักวิจัย สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี กล่าวว่า ปทุมา เป็นไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ซึ่งที่ผ่านมาการส่งดอกปทุมาไปต่างประเทศ ได้พบปัญหาบริษัทต่างประเทศนำสายพันธุ์ของไทยที่ส่งออกไปผสมพันธุ์และสร้างสายพันธุ์ใหม่มาแข่งขันกับสายพันธุ์เดิม จึงทำให้ดอกปทุมาของไทยได้รับผลกระทบ เสียเปรียบทางการค้าในต่างประเทศ เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ดังนั้นคณะผลิตกรรมการเกษตร จึงได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมาโดยได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2560-2561 ซึ่งจากการศึกษาวิจัยโดยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่
หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นไม้ชนิดหนึ่งที่มีการพัฒนาใบมาเป็นกับดักเพื่อจับแมลง ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร หรือบางชนิดอาจหนากว่านี้ก็มี ใบที่พัฒนามาเป็นหม้อเริ่มแรกจะมีขนาดเล็กและค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ จนเป็นกับดักทรงต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หม้อบรรจุไปด้วยของเหลวที่พืชสร้างขึ้นเอง มีลักษณะเป็นน้ำเพื่อให้เหยื่อจมน้ำตาย ซึ่งบริเวณด้านบนจะมีผิวลื่นเป็นมันเพื่อไม่ให้เหยื่อหนีรอดออกมาได้ โดยทางเข้าของปากหม้อจะมีสีสันที่สวยงามดึงดูดเหยื่ออีกด้วย จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำที่บรรจุอยู่ในหม้อนั้น เป็นสารเหนียวใช้สำหรับย่อยแมลงในหม้อ จากนั้นจะดูดซึมสารอาหารจากเหยื่อที่จับได้ไปใช้ต่อไป ซึ่งปัจจุบัน หมอข้าวหมอแกงลิง เป็นพันธุ์ไม้ที่หลายๆ คน ให้ความสนใจ เพราะหลงใหลในความมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถวางตกแต่งหน้าบ้านก็ได้หรือจะแขวนโชว์ก็โดดเด่นน่ามอง จึงทำให้ผู้ที่ชื่นชอบถึงกับนำมาปลูกเลี้ยงสะสมกันมากมายสายพันธุ์ เหมือนเช่น คุณประกิต โพธิ์ศรี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นผู้ที่ชื่นชอบในไม้ชนิดนี้มากจนสามารถทำเป็นอาชีพ ที่ส่งขายได้ทั้งในแล
ผู้เขียนได้ติดตามดูสวนดาวเรือง ของ คุณเกษสุดา ปานันตา อายุ 32 ปี เลขที่ 203/1 หมู่ที่ 9 ตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา อดีตสาวแอร์โฮสเตส สายการบินแห่งหนึ่ง ที่ผันตัวเองกลับบ้านใช้พื้นที่ว่างภายในบ้านปลูกดาวเรืองขาย สร้างรายได้ดี คุณเกษสุดา ปานันตา กล่าวว่า ตนเองทำงานเป็นสาวแอร์โฮสเตสภาคพื้นของสายการบินแห่งหนึ่ง แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และอยากกลับมาอยู่บ้าน จึงมีแนวคิดใหม่ในการสร้างอาชีพให้ตนเองและครอบครัว จึงหันมาสนใจการปลูกดอกดาวเรือง เพราะใช้ระยะเวลาสั้นๆ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต และเก็บขายได้หลายครั้งต่อการปลูกหนึ่งรอบ โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าทำเป็นแปลงทดลอง ซึ่งทำการทดลองปลูกดาวเรืองพันธุ์ดริฟโกล ที่เลือกพันธุ์นี้เพราะให้ดอกแน่น ให้ผลผลิตสูง ดาวเรืองปลูกเพียง 45 วันเท่านั้น ก็จะเริ่มออกดอกตูมเป็นดอกเล็กๆ เต็มต้น หลังจากนั้นจะทยอยบานออกดอกสีเหลืองจนเต็มพื้นที่แปลงเพาะปลูก จนเริ่มตัดดอกดาวเรืองได้ โดยตนจะตัดขาย 1 วัน หยุดพัก 2 วัน เพื่อให้ดอกเติบโต หลังจากเก็บเสร็จก็นำไปคัดขนาดของดอกเป็น 5 ขนาด บรรจุถุงขาย ในราคาดอกละ 40 สตางค์ ถึงดอกละ 1 บาท สำหรับผลผลิตที่ส่งจำหน่าย จะส่งที่ตลาดไท
หากใครไม่อยากใช้สารเคมีกำจัดแมลงในบ้านเรือน ขอแนะนำให้ลองปลูก “ดอกไพรีทรัม” เป็นพืชทางเลือกใหม่ สำหรับช่วยป้องกันและกำจัดแมลงร้ายแบบวิถีธรรมชาติที่ไม่เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “ไพรีทรัม” ดอกไม้ของพระเจ้า ดอกไพรีทรัม เป็นพืชสมุนไพร ที่มีสรรพคุณเด่นในด้านกำจัดแมลงศัตรูพืช และเป็นยากำจัดเชื้อรา ช่วยรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและดูแลป้องกันชีวิตมนุษย์มานานกว่า 2,000 ปี วงการพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติจึงยกย่องพืชชนิดนี้ว่าเป็น “ดอกไม้ของพระเจ้า” (Flower of God) การปลูกดูแล ดอกไพรีทรัมนั้น เป็นไม้ดอกทรงพุ่ม มีดอกสีเหลือง/ขาว คล้ายดอกเดซี่ หรือ เบญจมาศ มีการเจริญเติบโตคล้ายต้นผักกาดหอม และเยอร์บีร่า ไพรีทรัมมีลำต้นสั้นติดดิน ใบคล้ายใบผักชีเรียงซ้อนกันแน่นที่โคนต้น มีหัวใต้ดินคล้ายต้นรักแรก และแตกกอเพิ่มจำนวนหัวได้เป็นกลุ่ม ต้นไพรีทัมขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดและแยกหัวใต้ดินไปปลูก หลังเพาะเมล็ดประมาณ 7 เดือน ต้นจะออกดอกได้ เมื่อได้รับอุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ (หากต้นไพรีทรัมได้รับอุณหภูมิสูงกว่า 24 องศาเซลเซียส นานกว่า 1 เดือน จะไม่ออกดอก) การปลูกไพรีทรัมให้ผ
เรื่องโควิด-19 ก็ว่ากันไป แต่ในช่วงที่โลกเหมือนสงบนิ่งนั้นก็ได้เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมารองรับอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ในวงการโลจิสติกส์ คนซื้อ-ขายกันทางออนไลน์ ดังนั้น คนรับ-ส่งของจึงเกิดขึ้นมาควบคู่กัน ราคาค่าบริการก็ต้องศึกษาให้ดีนะครับ มีถูก-แพงต่างกันไป อีกหนึ่งอาชีพที่ยังทำเงินกันได้แม้ในยุคนี้นั่นคือคนขายต้นไม้ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้สวยงาม กระทั่งพืชผักสวนครัวก็ขายได้ขายดีทั้งนั้น เหตุเพราะมีคนทำงานอยู่ที่บ้านกันมาก มีเวลาว่างมากก็ต้องมีอะไรทำ ในยุคหนึ่งจนมาถึงปัจจุบันที่ยังไม่ตกกระแสไปมากนักนั่นคือแค็กตัส หรือไม้ตระกูลกระบองเพชรทั้งหลาย ยังทำเงินให้ผู้ขายได้อย่างงดงาม หันไปทางวงการกล้วยไม้ที่อาจดูซบเซา แต่บางรายบอกว่ายอดขายไปเวียดนามในช่วงนี้ดีเหลือเกิน ไม่นับพระเอกตลอดกาล ทุเรียน ว่ากันว่าปีนี้ราคาก็ยังดีสม่ำเสมอแม้การส่งออกจะไม่สะดวกเท่าอดีต แต่ก็ไม่มีปัญหามากนัก นอกจากบางเรื่อง เช่น กำแพงภาษีระหว่างเมือง ซึ่งคงนอกประเด็นที่เราจะมาพูดคุยกัน วันนี้ผมมีเรื่องไม้ด่างมาบอกเล่าครับ ระยะเวลาปีกว่าๆ มานี้ วงการไม้ด่างคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน กระทั่งเกินล้านบาท ว่ากันว่าบางอย
ในช่วงโควิดระบาดแบบนี้ คนส่วนใหญ่ในเมืองมักใช้เวลาอยู่กับบ้าน และงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่คนหันมานิยมกันมาก ก็คือ การปลูกต้นไม้ นั่นเอง เพราะต้นไม้นั้น มีประโยชน์มากมาย ทั้งแง่กายภาพและคุณค่าทางจิตใจ นอกจากต้นไม้จะช่วยทำให้ผู้อาศัยรู้สึกสดชื่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว บางชนิดก็มีกลิ่นหอม และบางชนิดก็สามารถช่วยลดฝุ่น PM2.5 แล้ว ต้นไม้บางชนิด ยังเชื่อว่า ปลูกแล้วจะเป็นมงคลกับผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น หรือช่วยเสริมชะตาให้แก่เจ้าของบ้าน อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถต่อยอด ทำเป็นธุรกิจปลูกต้นไม้เพื่อเป็นกิจการขายได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ปลูกหรือเกษตรกรในช่วงล็อคดาวน์กันได้ดีทีเดียว สำหรับประทเศไทยนั้น ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งพันธุ์ไม้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศ ที่ค่อนข้างเหมาะกับการปลูกต้นไม้ได้หลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ต้นไม้ในไทยนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วยเลยทีเดียวแต่สำหรับต้นไม้ที่คนนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งสามารถทำรายได้ให้กับผู้ปลูกด้วยนั้น วันนี้จะมาแนะนำต้นไม้ที่คนนิยมปลูก 8 อันดับสูงสุด มาดูกันว่า มีต้นอะไรกันบ้าง ต้นวาสนา เป็นต้นไม้ที่ได้รับค
สกสค.หนองบัวลำภู ใช้พื้นที่รอบสำนักงาน สร้างต้นแบบปลูกฝังแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักต่างๆ ไว้กินเอง ส่วนหน้าสำนักงานปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามด้วยไม้ดอกบริเวณประตูเข้า-ออก ด้านหลัง ศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู หน่วยงานแรกที่เข้าประตูหลังมาคือ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมี คุณอนงค์ พูลสง่า ผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค.จังหวัดหนองบัวลำภู ทำหน้าที่นำพาเจ้าหน้าที่บุคลากรของสำนักงาน ทั้งการให้บริการพี่น้องสมาชิกครู สามี ภรรยา และบุตรหลานในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ ให้มีความหลากหลาย มีประสิทธิภาพ มีความทันสมัย และมีคุณภาพ และการบริหารจัดการของ สกสค. เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่านั่นคือ ภาระหน้าที่หลักที่จะคอยอำนวยการให้กับสมาชิกในพื้นที่ แต่สิ่งหนึ่ง เป็นนโยบายที่ คุณธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค. อยากให้นำมาใช้คือ การน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดขึ้นกับพี่น้องสมาชิก ของ สกส
