น้ำท่วม
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย คณะผู้บริหาร ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม นายสุริยะ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสุโขทัยจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ทั้งการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ การหน่วงน้ำเพื่อทำการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและชุมชน สำหรับโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) มีความจุเก็บกักน้ำ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนดำเนินการในปี 2572 – 2575 มีพื้นที่รับประโยชน์ 46,000 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังห
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราหรือแปดริ้ว ซึ่งถือเป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่สำคัญของประเทศ และครั้งนี้ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังนานกว่า 7 วัน ทำให้ฟาร์มไก่ไข่ขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฟาร์มขนาดเล็กบางส่วนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวไก่ แต่ยังลุกลามไปถึงปริมาณไข่ที่ออกสู่ตลาด และรายได้ของเกษตรกรในช่วงที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง คุณมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากสำนักงานปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดฉะเชิงเทราพบว่า มีไก่ไข่ยืนกรงได้รับความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านตัว และยังมีไก่ไข่รุ่นที่อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิต เสียหายอีกประมาณ 500,000-600,000 ตัว ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ในพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูฟาร์มและนำไก่รุ่นใหม่เข้ามาทดแทน “ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่แปดริ้ว ทำให้ไข่หายไปวันละ 2 ล้านกว่าฟอง จากที่ผมสอบถามเกษตรกรที่เสียหาย เขาก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร บางรายยังมีพ่อแม่พันธุ์อยู่ แต่บางรายหมดแล้
ภาพจากดาวเทียม Sentinel-2B เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เผยให้เห็นกลุ่มมวลน้ำและตะกอนดินสีน้ำตาล ซึ่งถูกพัดพาจาก 4 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกง ไหลลงสู่อ่าวไทยตอนบน (อ่าวไทยรูปตัว ก) อย่างชัดเจน ภาพนี้ไม่ได้แสดงเพียงทิศทางการไหลของน้ำ แต่กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงภัยเงียบทางนิเวศวิทยาที่กำลังจะตามมา ตะกอนดินที่ไหลลงสู่ทะเลไม่ได้มีเพียงเศษดินโคลน แต่กักเก็บ “สารอาหาร (Nutrients)” ปริมาณมหาศาลจากบนบก เช่น ปุ๋ยจากการเกษตรและน้ำทิ้งชุมชน เมื่อธาตุอาหารเหล่านี้ถูกชะล้างลงสู่ทะเล จะกลายเป็นปัจจัยเร่งปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์ที่กระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) หรือน้ำทะเลเปลี่ยนสี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ดังนี้ วิกฤตออกซิเจนในน้ำ เมื่อแพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและตายลง กระบวนการย่อยสลายจะดึงออกซิเจนในน้ำทะเลไปใช้จนหมด นำไปสู่ภาวะน้ำขาดออกซิเจน (Hypoxia) ได้ การพังทลายของระบบนิเวศชายฝั่ง ระดับออกซิเจนที่ลดต่ำลงอย่างเฉียบพลันจะทำให้สัตว์น้ำหน้าดินขาดอากาศหายใจ
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” เช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ให้องค์ความรู้ประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน แนะนำเจ้าของบ้านให้เพิ่มความระมัดระวังในการกลับเข้าไปตรวจสอบและฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า โครงสร้างอาคาร ระบบประปาและสุขาภิบาล รวมถึงวัสดุภายในบ้าน พร้อมย้ำว่า “น้ำลด ไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัยแล้ว” ควรตรวจสอบความเสียหายอย่างเป็นระบบก่อนทำความสะอาด หรือซ่อมแซม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามและความเสี่ยงต่อผู้อยู่อาศัย นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบกลับเข้าไปซ่อมบ้าน แต่คือการตรวจสอบความปลอดภัยก่อน เพราะน้ำท่วมขังสามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งในส่วนที่มองเห็นและมองไม่เห็น โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า โครงสร้างบ้าน และวัสดุที่สะสมความชื้น ดังนั้นเจ้าของบ้านควรประเมินความเ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมหนองโคตร สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านเป็ด นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนงานโครงการแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น โดยมี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านเป็ดและตัวแทนจากเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง หลังการประชุม นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3ได้ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการประชุมหารือ การขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น ว่า ปัญหาฝนตกและน้ำรอการระบายภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จำเป็นต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีเขตติดต่อกัน การบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจึงต้องดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ สำหรับมาตรการระยะสั้น ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณริมบึงหนองโคตร รวมถึงใช้คลองระบายน้ำและพื้นที่รับน้ำช่วยเร่งระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังไม่สามาร
ในส่วนของพื้นที่ที่เริ่มคลี่คลายแล้ว การดูแลแก้ปัญหาหลังน้ำท่วมนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่-ไม้ผล และประมง ไม้ผล ยังมีหนทางสว่าง“กล้วย-มะละกอ” ตัวช่วยน่าสนใจ สำหรับผู้ที่ถูกน้ำท่วม ไม้ผล ไม้ยืนต้นตาย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยอย่างยิ่ง ไม้ผลบางชนิดกว่าที่จะปลูกให้รอดและให้ผลผลิตได้ ต้องใช้เวลานาน 3-5 ปี แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อเสียหายไปแล้ว ต้องกลับมาฟื้นกันใหม่ เพราะหากใครมีอาชีพหลักในการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น จะให้หันไปเลี้ยงกุ้ง คงเป็นเรื่องลำบาก เรื่องราวของไม้ผลหลังน้ำลด คุณทวีศักดิ์ ด้วงทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตไม้ผล กรมส่งเสริมการเกษตร อีกในฐานะหนึ่ง คือที่ปรึกษานิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มาให้แนวคิดเกี่ยวกับการฟื้นฟูสวนหลังน้ำท่วม ดังต่อไปนี้ กรณีที่ต้นไม้ยังเสียหายไม่หมด “กรณีของต้นไม้ยังไม่ตาย ดินยังไม่แห้ง อย่าไปเหยียบย่ำที่โคนต้น ขณะเดียวกันก็พยายามหาทางระบายให้น้ำไหลออกให้เร็วที่สุด เมื่อดินแห้งแล้ว ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อป้องกันการคายน้ำมาก จากนั้นให้ปุ๋ยทางใบ เป็นการบำรุงต้น” คุณทวีศ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมผลักดันมาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบด้านการเกษตรจากเหตุการณ์อุทกภัย ปี 2567 ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันในหลายจังหวัด พื้นที่ทำการเกษตร ทรัพย์สิน อุปกรณ์การเกษตรของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 27 จังหวัด โดยเสนอโครงการฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด ขออนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 300 ล้านบาท ประกอบด้วย การชดเชยดอกเบี้ยจำนวนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการชดเชยดอกเบี้ยแทนสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี ต้นเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนต้นเงินกู้ที่เกินก
เมื่อต้นไม้ของเราต้องแช่น้ำมาเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหาของภัยธรรมชาติอย่าง ‘น้ำท่วม’ เราจะมีวิธีการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างไร? เกษตรกรหลายพื้นที่ต้องพบเจอ กับปัญหาทางพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย มีบางส่วนที่ยืนต้นตายไปเพราะรับความชื้นและโรคต่าง ๆ หลังน้ำลดไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางส่วนที่พอจะสามารถฟื้นฟูคืนกลับมาได้ ทางเทคโนโลยีชาวบ้านจึงนำสูตรการดูแลต้นไม้หลังน้ำท่วมมาฝากแฟนเพจกันค่ะ วิธีการฟื้นฟูต้นไม้หลังน้ำท่วม เมื่อน้ำลดลงจนเห็นผิวดิน เราห้ามเดินลงย่ำผิวดินโดยเด็ดขาด เนื่องจากดินรอบระบบรากยังอิ่มตัวด้วยน้ำ ควรปล่อยให้หน้าดินแห้งเสียก่อน ต้นไม้ที่ดูทรงตัวได้ไม่ดี เราห้ามกดหน้าดินตรงนั้นให้แน่น แต่ให้ไปหาไม้มาค้ำยันไว้แทน พอดินเริ่มแห้งให้ใช้ปุ๋ยทางใบที่มี NPK ในอัตรา 1:1:1 ผสมกับน้ำตาลทราย 1% ฉีดพ่นให้กับต้นไม้ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน/ครั้ง เพื่อฟื้นคืนสภาพต้นโดยเร็ว และเริ่มสร้างระบบรากที่ต้นไม้อย่างรวดเร็ว 4.ควรตัดแต่งกิ่งใบที่เสียให้โปร่ง เพื่อลดการคายน้ำออก และให้แสงแดดส่องจะได้ไม่เกิดโรคและแมลง ในกรณีปลูกพืชคลุมดินและส่วนใหญ่มันตายหลังน้ำท่วมให้เราขุดทิ้งให้หมด ส่วนต้นไหนท
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายการเมือง เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชายแดนใต้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การนำของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยทั้งสอง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านประมง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเร่งช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้เกษตรกรกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยเร็ว นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมใต้ในครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่เหนือความคาดหมาย ในรอบ 50 ปี สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างวงกว้าง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เบื้องต้น ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้บินด่วนไปตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจราษฎรผู้เดือดร้อน พร้อมให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น สนับสนุนอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยรวมทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2566-3 มกราคม 2567 จำนวน 27,560 ชุด ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงเกษตรและสห
กรมชลประทาน เปิดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ (20 กันยายน 2566) ที่โรงแรม เดอะ ควอเตอร์ อารีย์ กรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) เป็นเจ้าภาพร่วมกันในการจัดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 ภายใต้คณะกรรมการไต้ฝุ่น ESCAP/WMO Typhoon Committee 12th Meeting of TC Working Group on Hydrology นายอดิศร จำปาทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า การจัดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 ภายใต้คณะกรรมการไต้ฝุ่น ประเด็นหัวข้อที่สำคัญ “การเข้าถึงชุมชนและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย – สนับสนุนการเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกฝ่าย” จัดขึ้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกได้รับความรู้และประสบการณ์ในการนำเสนอรายงานภารกิจในการดำเนินการเพื่อป้องกันภัยพิบัติไต้ฝุ่น ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุทกภัย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ในด้านอุทกวิทยาและการบริหารจัดการน้ำต่างประเทศ อันจะช่วยพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ในการรับมือต่อการเปลี่ย
