ปลาสวยงาม
เทรนด์การเลี้ยงปลาสวยงาม ของคนไทย ถือว่า กำลังมาแรงในปี 2026 เป็นอย่างมาก เพราะการเลี้ยงปลาในปีนี้ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงเพื่อความสวยงาม” แต่กลายเป็นหนึ่งงานอดิเรกที่ทำให้เราสามารถ “พักกาย พักใจ พักสายตา” จากความวุ่นวายที่เจอในชีวิตได้ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 3 อันดับ ปลาสวยงามที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด ในปี 2026 ทำไม “ปลาสวยงาม” ถึงกลายเป็นเทรนด์ของคนเมือง ในยุคที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบ ความเครียดจากการทำงาน และการใช้เวลาอยู่ในคอนโดหรือพื้นที่ขนาดเล็ก การมี “มุมธรรมชาติ” ภายในบ้านจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น การเลี้ยงปลาสวยงามถือเป็นกิจกรรมที่ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเสียงน้ำ การเคลื่อนไหวของปลา และสีสันภายในตู้ ล้วนช่วยลดความตึงเครียดและสร้างสมาธิได้ในระดับหนึ่ง มีงานศึกษาจากหลายประเทศที่พบว่า การมองดูสัตว์น้ำเคลื่อนไหวสามารถช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตได้ชั่วคราว รวมถึงช่วยให้ผู้คนรู้สึกสงบมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันร้านคาเฟ่ โรงพยาบาล หรือแม้แต่ออฟฟิศหลายแห่งเริ่มนำตู้ปลามาใช้เป็นองค์ประกอบของพื้นท
ปลากัดเป็นสัตว์น้ำสายพันธุ์ไทยแท้ ที่อยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเป็นสัตว์น้ำส่งออกที่มีบทบาททางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นปลากัดได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก เพราะมีสวยงาม เลี้ยงง่าย ราคาไม่แพง ปลากัดไทย …..สัตว์น้ำทำเงิน ที่ผ่านมา เกษตรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดในประเทศไทยต่างมีความรู้ความสามารถในด้านการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความแปลกใหม่ของสีสันและลวดลายอยู่เสมอทำให้ปลากัดไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก มีมูลค่าและปริมาณส่งออกสูงเป็นอันดับ 1 ของสัตว์น้ำสวยงามจากประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมียอดการส่งออกปลากัดมากกว่า 20 ล้านตัวต่อปี มูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี จึงสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้สนใจเพาะเลี้ยงปลากัดทั่วประเทศ ปกติปลากัดเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยอยู่แล้ว แต่ด้วยสีสันที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนกันในแต่ละตัว ทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาที่ได้รับความนิยม นำขึ้นมาเลี้ยงตู้ โหล ขวด แล้วแต่ภาชนะที่ผู้เลี้ยงสะดวก และเป็นที่เข้าใจกันว่า ปลากัด เลี้ยงง่าย ตายยาก แต่ผู้เลี้ยงหลายร
การเพาะพันธุ์ปลาเนื้อและปลาสวยงามในแวดวงสัตว์น้ำบ้านเรา ถือเป็นอีกหนึ่งสาขาประมงที่ประสบผลสำเร็จอย่างมาก มีทั้งส่งออกและจำหน่ายภายในประเทศ และที่สำคัญเกษตรกรในหลายพื้นที่ทำตลาดจำหน่ายหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายหน้าฟาร์มที่มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อ และที่โดดเด่นเข้ากับยุคสมัยนี้คือการจำหน่ายแบบออนไลน์ ที่สามารถส่งจำหน่ายได้ทั่วประเทศ เพราะมีระบบขนส่งที่ได้มาตรฐานเข้ามารองรับในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงทำให้การจำหน่ายสัตว์น้ำเป็นการค้าขายที่สร้างรายได้ดีและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงามอย่าง “ตู้ปลา” ก็มีการปรับตัวด้วยเช่นกัน เพราะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยได้มีการออกแบบให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่เพียงแต่สามารถใช้เลี้ยงปลาเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถประดับสร้างความสวยงามให้กับมุมของโต๊ะทำงาน หรือในมุมใดมุมหนึ่งของบ้านที่ช่วยเสริมความสวยงามแบบลงตัว จนไม่อยากละสายตาจากสัตว์น้ำที่เลี้ยงกันเลยทีเดียว คุณชาญชน ภิญโญโสภณ หรือ คุณต้น เจ้าของแบรนท์ Betta Corner ตั้งอยู่เลขที่ 9/310 ซอยศรีด่าน 15 หมู่ที่ 5 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
การแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia) ในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่สะท้อนถึง ความล้มเหลวของระบบกำกับดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่น ตั้งแต่ต้นทางจนถึงธรรมชาติ ปลาที่เข้ามาในนาม “ปลาสวยงาม” วันนี้กลายเป็นผู้รุกรานระบบนิเวศในเขื่อน, บ่อเพาะเลี้ยง และลุ่มน้ำชุมชน โดยไม่สามารถสืบสาวไปถึงต้นทางได้ ความล้มเหลวนี้ชี้ชัดว่าหากรัฐไม่ใช้ ข้อมูลโปร่งใสและหลักการวิทยาศาสตร์ เป็นเครื่องมือ จะเกิด “วงจรปลาต่างถิ่น” และ “ปลาเถื่อน” ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2561 เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ต้องขออนุญาตนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง พ.ศ.2561 คือ ปลาหมอคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ แต่ในความเป็นจริงพบการแพร่ระบาดของปลาต่างถิ่นหลายชนิด เช่น ปลาบัตเตอร์, ปลาช่อนอเมซอน, ปลาซัคเกอร์ และยังมีปลาต้องห้ามอื่นๆ ที่พบได้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ช่องว่างนี้สะท้อนว่า กฎหมายอ่อนแอ, ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์, และขาดการตรวจสอบย้อนกลับ การอนุญาตนำเข้า “ปลาสวยงาม” โดยไม่ประเมินความเสี่ยงและไม่บังคับใช้ระบบ traceability ทำให้
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาสวยงาม เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีการซื้อขายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยจากสถิติของธนาคารโลกในปี 2024 มีมูลค่าการซื้อขายทั่วโลก ประมาณ 10,000 ล้านบาท ประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกอันดับต้น ๆ ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่าพันล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11% โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกในการผลิตสัตว์น้ำสวยงามส่งออก เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม มีชนิดพันธุ์ที่หลากหลาย มีปัจจัยที่อำนวยต่อการเจริญเติบโต มีช่องทางการตลาดและการขนส่งที่สะดวก และเกษตรกรไทยมีความสามารถในการผลิตสัตว์น้ำสวยงามที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และพัฒนาสายพันธุ์ที่แปลกใหม่อยู่เสมอ สัตว์น้ำสวยงามของไทยจึงได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลก สัตว์น้ำที่สำคัญในการส่งออก ได้แก่ ปลากัด โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 รัฐบาลได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดเอกลักษณ์ประจำชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกย่องให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ปัจจุบันปลากัดได้รับการพั
ปลาสวยงามไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ความนิยมในประเทศยังไม่เคยลดน้อยลง มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตลาดขายปลาสวยงามเป็นที่สนใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาแวะเวียนซื้อกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งตลาดหลักๆ ได้แก่ ตลาดปลาสวยงามจตุจักร และฟิชวิลเลจราชบุรี ถือเป็นตลาดปลาสวยงามระดับต้นๆ ของประเทศ คุณสมชาย ศรีรักษา หรือ คุณเบนซ์ เจ้าของบ้านนอกปลาทองฟาร์ม เห็นช่องทางการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามเพื่อสร้างรายได้ จึงได้มาปรับเปลี่ยนเรียนรู้ชีวิตของการเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์ปลา โดยตั้งฟาร์มอยู่บนพื้นดินบ้านเกิดเพื่อเพาะพันธุ์ปลาทองส่งขาย และทำต่อยอดจนครบวงจร จึงทำให้เวลานี้ปลาทองที่ฟาร์มแห่งนี้มีลูกค้าเข้ามาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ทิ้งเมืองใหญ่ กลับบ้านเกิด ทำในสิ่งที่รัก จนเกิดรายได้ คุณเบนซ์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และต่อมาได้ย้ายมาทำงานที่บ้านเกิด เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นมีความชอบการเลี้ยงปลาทองอยู่ด้วยเช่นกัน จึงได้เน้นแบบซื้อมาขายไปในช่วงแรก และเมื่อทำมาเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าตลาดน่าจะไปได้ จึงเกิดความคิดที่จะไปเรียนร
วันตรุษจีน เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน (คล้ายกับวันสงกรานต์ของไทย) ชาวจีนทุกคนให้ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก มีการหยุดงานเป็นเวลายาว รวมถึงหน่วยงาน ห้างร้านต่างจะหยุดงานเป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อตระเตรียมจัดงานปีใหม่นี้ ในช่วงวันตรุษจีนจะมีการทำความสะอาดบ้านเรือนผ่านปีใหม่อย่างสะอาดสดใส ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ต่างเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็กๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพรในโอกาสมงคล ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาซื้อปลา เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ฯลฯ ทุกคนต่างดูแจ่มใสมีความสุข ซึ่งวันนี้เรามีทริกดีๆ เสริมฮวงจุ้ยให้ปังรับตรุษจีนเข้าไปอีก ด้วย 6 ปลามงคล เลี้ยงเสริมดวง เสริมเฮง เสริมบารมี เสริมมงคลด้านค้าขาย ใครสะดวกแบบไหน อยากเสริมฮวงจุ้ยด้านใด ลองไปหามาเลี้ยงกันดูนะคะ ปลามังกร (เสริมการงาน) ตามความเชื่อของชาวจีน การเลี้ยงปลามังกรจะช่วยเสริมในเรื่องของหน้าที่การงานและความน่าเกรงขาม ผู้คนจึงนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อเสริมความก้าวหน้า การเลื่อนตำแหน่ง และมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน ปลาหงส์ (เสริมความโชคดี) ปลาหงส์ เป็
ปลาคาร์พ เป็นปลาสวยงามขนาดใหญ่ มักว่ายรวมกันเป็นกลุ่ม เสน่ห์ของปลาชนิดนี้มาจากสีและลายบนลำตัว สร้างความเพลิดเพลินขณะว่ายไป-มา จึงเหมาะกับการเลี้ยงในบ่อ ที่รายล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิดนำมาตกแต่งเป็นสวน ยิ่งสร้างบรรยากาศความร่มรื่นชวนพักผ่อน และเพื่อให้เป็นไปตามความตั้งใจ ผู้เลี้ยงปลาคาร์พควรใส่ใจกับการคัดเลือกสายพันธุ์ ตลอดจนแหล่งซื้อที่นำมาเลี้ยงในบ่อด้วย “บางกอกฟาร์ม” เป็นฟาร์มปลาคาร์พนำเข้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 102 ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ บนเนื้อที่ 15 ไร่ คัดสรรปลาคาร์พอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้สายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ แข็งแรง สีสันสดสวย คมชัด แล้วยังจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์เลี้ยงปลาคาร์พทุกชนิด พร้อมมีบริการครบวงจรมากมาย ตลอดไปถึงยังจำหน่ายหนังสือคู่มือการเลี้ยงปลาคาร์พ ยารักษาโรค เรียกได้ว่ามีของครบ จบที่เดียว คุณธนะ คิ้วคชา เจ้าของ “บางกอกฟาร์ม” กล่าวถึงความเป็นมาของฟาร์มแห่งนี้ว่า ก่อตั้งโดยคุณพ่อ ซึ่งเป็นคนที่ชื่นชอบงานอดิเรกด้วยการเลี้ยงบอนไซกับเลี้ยงปลาสวยงาม โดยเฉพาะปลาคาร์พที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น กระทั่งมีจำนวนมากขึ้นจึงเปิดเป็นฟาร์มจำหน่ายในปี 2525
หนุ่มตรัง วัย 31 ปี เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดสวยงามส่งขายหลายประเทศสร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี จนต้องขยายสร้างเครือข่ายกลุ่มเพาะเลี้ยงปลากระเบนเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อตัว นายจิรโรจน์ ดีจุฑามณี เรียนจบจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทุกวันนี้เขาใช้เวลาว่าง เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดจำนวนหลากหลายสายพันธุ์ เช่น โมโตโร่, แบล็คไดมอนด์, โพลคาดอท, ไทเกอร์, ไฮบริค ฯลฯ นายจิรโรจน์ เริ่มสนใจเลี้ยงปลากระเบนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อปี 2555 ควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อเป็นค่าเทอมระหว่างเรียน ต่อมาเห็นว่าการเลี้ยงปลากระเบนสวยงามมีแนวโน้มเติบโตดี ประกอบกับชอบเลี้ยงปลาชนิดนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทุนตั้งฟาร์มเพาะเลี้ยง โดยจดทะเบียนกับกรมประมงตามสัญญาไซเตสประเภท 3 อย่างถูกต้อง บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีสำนักงานประมงจังหวัดตรังและศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เข้ามาดูแลระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง คุณจิรโรจน์ สั่งซื้อปลากระเบนชนิ
หลังจากที่ คุณฉลอง และ คุณจันทร์ธิภา คงลิขิต สองสามี-ภรรยา ประสบความสำเร็จจากธุรกิจการทำบ้านรังนกนางแอ่น ในนาม บริษัท ตี๋บ้านนก 2005 จำกัด มานานกว่า 15 ปี จนทำให้ชาวชุมพร ตลอดจนบุคคลทั่วประเทศเป็นที่ทราบว่า หากต้องการสร้างบ้านรังนก ต้องใช้บริการของบริษัท ตี๋บ้านนก 2005 จำกัด เท่านั้น วันนี้ คุณฉลอง หรือ เฮียตี๋ ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกการสร้างบ้านรังนกนางแอ่นเจ้าแรกๆ ของจังหวัดชุมพร ได้มีการแตกไลน์ธุรกิจ ด้วยการสร้างศูนย์เรียนรู้วงจรชีวิตปลาคาร์พแห่งแรกของจังหวัดชุมพร และอาจถือเป็นแห่งแรกของภาคใต้ตอนบนด้วย บนพื้นที่ ขนาด 50 ตารางวา ในซอยกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดชุมพร (กองร้อย อส.จ.ชุมพร) หมู่ที่ 5 ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เฮียตี๋ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ในเรื่องการก่อสร้างที่เคยประสบความสำเร็จจากการก่อสร้างบ้านรังนก มาสร้างศูนย์เรียนรู้วงจรชีวิตปลาคาร์พด้วยงบประมาณจำนวน 6 ล้านบาท โดยใช้ชื่อว่า ชุมพร โค่ย ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ (Chumphon Koi Farm & Cafe) ซึ่งคำว่า โค่ย (Koi) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ปลาคาร์พ “ผมเลี้ยงปลาคาร์พมานานนับสิบปี เมื่อลูกชายคนเล็ก คือ น้องจ๊อบ
