ปลากัดเป็นสัตว์น้ำสายพันธุ์ไทยแท้ ที่อยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเป็นสัตว์น้ำส่งออกที่มีบทบาททางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นปลากัดได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก เพราะมีสวยงาม เลี้ยงง่าย ราคาไม่แพง
ปลากัดไทย …..สัตว์น้ำทำเงิน
ที่ผ่านมา เกษตรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดในประเทศไทยต่างมีความรู้ความสามารถในด้านการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความแปลกใหม่ของสีสันและลวดลายอยู่เสมอทำให้ปลากัดไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก มีมูลค่าและปริมาณส่งออกสูงเป็นอันดับ 1 ของสัตว์น้ำสวยงามจากประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมียอดการส่งออกปลากัดมากกว่า 20 ล้านตัวต่อปี มูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี จึงสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้สนใจเพาะเลี้ยงปลากัดทั่วประเทศ

ปกติปลากัดเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยอยู่แล้ว แต่ด้วยสีสันที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนกันในแต่ละตัว ทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาที่ได้รับความนิยม นำขึ้นมาเลี้ยงตู้ โหล ขวด แล้วแต่ภาชนะที่ผู้เลี้ยงสะดวก และเป็นที่เข้าใจกันว่า ปลากัด เลี้ยงง่าย ตายยาก แต่ผู้เลี้ยงหลายรายประสบปัญหาเดียวกันคือ ซื้อมาแล้วเลี้ยงไม่นานก็ตาย
คุณตั้ม หรือ คุณมนตรี สายศรี ผู้ศึกษาการเพาะเลี้ยงปลากัดด้วยตนเองในชื่อ “ฟิน เบ็ตต้า อ่างทอง” เพราะชื่นชอบธรรมชาติปลากัดซึ่ง เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย เป็นปลาที่เจริญเติบโตจากแหล่งน้ำธรรมชาติความโดดเด่นของปลากัด อยู่ที่สีสันสวยงาม ใช้พื้นที่น้อยในการเลี้ยง ไม่มีเสียงรบกวน อยู่ได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ในการเลี้ยงที่ยุ่งยาก
เทคนิคการเลี้ยงปลากัดให้รอด
คุณตั้มกล่าวว่า เทคนิคการเลี้ยงปลากัดให้รอดและตายน้อยที่สุด ต้องเลี้ยงปลาให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด จะทำให้ปลากัดไม่ตายง่ายเหมือนที่หลายคนประสบปัญหา
ปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญที่สุดคือ น้ำที่ใช้และที่อยู่อาศัย เกษตรกรควรใส่ใจเรื่องน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงปลากัดว่ามีความสะอาดมากพอหรือไม่ แม้ว่าปลากัดจะเป็นปลาตามธรรมชาติ มีความอดทนสูง โอกาสตายน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทนทานได้ทุกสภาพแวดล้อม

น้ำที่ใช้เลี้ยงปลากัด ไม่จำเป็นต้องวัดค่าพีเอชอย่างละเอียด แต่ควรเป็นน้ำที่มีสารคลอรีนตกค้างน้อยที่สุด หากอยู่ในชุมชนก็ควรพักน้ำไว้ก่อนเปลี่ยนถ่ายให้กับปลา และควรใส่ใบหูกวางแห้งหรือใบสีเสียดแห้งไว้ด้วย เพราะรักษาสมดุลน้ำและทำให้น้ำมีสีเข้มขึ้น เนื่องจากปลากัดเป็นปลาขี้กลัว ขี้ระแวง เมื่ออาศัยอยู่ในน้ำใส จะกังวลและขับเมือกตัวเองออกมา และเมือกทำให้น้ำขุ่น เมื่อน้ำขุ่นจะมีผลทำให้น้ำเสียและเกิดโรคที่ปลาในที่สุด
ประการต่อมา ควรใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดน้ำ เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ เพื่อให้น้ำสะอาด โอกาสเกิดโรคกับปลาก็น้อย ควรถ่ายน้ำในช่วงเย็นของทุกวันเพื่อดูดสิ่งสกปรกที่ตกตะกอนในภาชนะเลี้ยงปลาออก แล้วเติมน้ำเข้าแทนที่ 2-3 วันจะเปลี่ยนน้ำทั้งหมดอีกครั้ง เมื่อถ่ายน้ำใหม่ ปลากัดจะร่าเริง โอกาสป่วยน้อยมากหรือไม่มีเลย
ปัจจัยสำคัญที่ควรดูแลใส่ใจ คือ ที่อยู่อาศัยสำหรับปลากัด คุณตั้ม เลือกใช้โหลที่มีพื้นที่กว้างมากพอ เพื่อให้ปลาไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อปลาร่าเริงก็จะไม่ป่วยง่าย

การผสมพันธุ์ปลากัด
ในการผสมปลากัดที่บางคนเชื่อว่า ปลากัดแค่มองตาแล้วตั้งท้อง เป็นความเชื่อที่ผิด แท้ที่จริงแล้ว การเทียบปลาให้มองตากันเป็นวิธีลดความก้าวร้าวระหว่างปลาทั้งคู่ และเมื่อเห็นว่าความก้าวร้าวระหว่างคู่ลดลงแล้ว จึงจับใส่ภาชนะเดียวกัน เพื่อให้ปลาได้ผสมพันธุ์กัน
การเตรียมความพร้อมของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ปลากัด อันดับแรก พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลากัด ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน จึงจะผสมได้ ซึ่งการผสมพันธุ์มีหลายแบบ ขึ้นกับเทคนิคการผสมของแต่ละฟาร์มที่ไม่เหมือนกัน คุณตั้มให้ความสำคัญที่ความสมบูรณ์ของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยเลือกพ่อพันธุ์ที่มีหวอดสมบูรณ์ ส่วนแม่พันธุ์เลือกตัวที่มีไข่ สังเกตที่ท้องมีสีเหลืองๆ เต่งออกมา จากนั้นนำภาชนะพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เทียบกัน 1-2 วัน เพื่อลดความก้าวร้าวระหว่างปลาทั้งคู่ลง แล้วจึงนำแม่พันธุ์ใส่ลงไปในภาชนะพ่อพันธุ์ ปล่อยให้อยู่ด้วยกันนาน 4 วัน จากนั้นตักแม่พันธุ์ออก ปล่อยให้พ่อพันธุ์ดูแลไข่

เหตุที่ปล่อยให้พ่อพันธุ์ดูแลไข่ เนื่องจากเมื่อไข่เก็บอยู่ในหวอดแล้ว พ่อพันธุ์จะพ่นหวอดออกมาอีกเรื่อยๆ เพื่อพยุงไข่ไม่ให้ตกลงพื้นภาชนะ ยกเว้นกรณีที่พบว่า พ่อพันธุ์กินไข่ให้ตักพ่อพันธุ์ออก ปล่อยให้แม่พันธุ์อยู่กับไข่และหวอดแทน ทั้งนี้ ควรให้อาหารพ่อพันธุ์อย่างเต็มที่ เพราะหากปล่อยให้พ่อพันธุ์หิว พ่อพันธุ์อาจกินไข่ที่มีก็ได้
ระหว่างที่พ่อพันธุ์เฝ้าหวอดและไข่ ควรให้ใบสีเสียดแห้งหรือใบหูกวางแห้ง ใส่ลงไปในภาชนะนั้นด้วย เพื่อให้ลูกปลาที่กำลังเริ่มโตได้มีที่เกาะ พยุงตัวลูกปลาไว้ อีกทั้งใบสีเสียดแห้งหรือใบหูกวางแห้งจะช่วยให้น้ำมีความเป็นธรรมชาติ หลังจากผ่านไป 4-5 วัน ควรเริ่มให้อาหาร เป็นไข่แดงต้ม ไรทะเล หรือไรจืด ในปริมาณน้อยมาก
เมื่อลูกปลาอายุ 2 สัปดาห์ มีขนาดตัวเท่าปลาหางนกยูง อัตราการรอดของลูกปลากัดจะสูง จากนั้น ควรให้อาหารเสริมเป็นเต้าหู้ไข่ เพราะในเต้าหู้ไข่ มีไข่ แป้ง และวิตามินอื่นๆ ให้วันละครั้ง ปลากัดก็อยู่ได้ทั้งวัน อย่างไรก็ตาม การให้อาหารเม็ดนั้นก็ยังจำเป็นอยู่ เพราะเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ อาหารที่ได้อาจเป็นอาหารเม็ดก็ได้

ในการออกไข่แต่ละครั้งของปลากัด จะมีมากกว่า 1,000 ฟอง เมื่อเจริญเติบโตเป็นลูกปลา จะลดจำนวนลง เพราะเกิดความเสียหายระหว่างฟัก แต่อัตราการรอดของลูกปลากัดที่ทำได้มากที่สุดคือ 300-500 ตัว ต่อปลากัดจำนวน 1,000 ตัวที่ฟักออกมา และในจำนวนที่รอด สามารถคัดเป็นปลากัดเกรดสวยได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์
คุณตั้มจะเลือกตัวที่มีลักษณะดีไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ส่วนที่เหลือก็ดูตามลักษณะของปลา จำหน่ายตามลักษณะและสีของปลา ซึ่งขึ้นกับลูกค้าแต่ละรายที่ชอบไม่เหมือนกัน และเริ่มขายปลาออกเมื่อปลาอายุประมาณ 2 เดือนครึ่ง โดยสีและลักษณะของปลาจะยังคงเปลี่ยนไปอีกเรื่อยๆ และสีจะนิ่งจนเมื่อปลามีอายุประมาณ 4 เดือน ส่วนอายุของปลากัด หากดูแลเอาใจใส่ดีๆ จะเจริญเติบโตได้นาน 1-2 ปีทีเดียว สำหรับโรคที่พบบ่อยคือ หูด ที่มีลักษณะของเนื้อพองที่ตัวปลา ซึ่งไม่มีผลอะไร นอกจากทำให้ปลาไม่สวยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากดูแลให้น้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โอกาสเกิดโรคน้อยหรือไม่มี
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าวจากกรมประมง และ ฐานวิจัยข้อมูลงานวิจัยปลากัด สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
