ปุ๋ยหมัก
ในเมื่อเศษอาหารประจำวันที่ดูจะเพิ่มขึ้นทุกวัน กลายเป็นปัญหาปวดหัวของสังคม ทิ้งอย่างไร กำจัดอย่างไรก็ไม่รู้จักหมดสิ้น คงต้องใช้วิธีแบบเกลือจิ้มเกลือด้วยการนำเศษอาหารที่เป็นขยะประจำวันมาแปรเปลี่ยนเป็นปุ๋ยใช้ปลูกพืชซะเลย งานนี้ประหยัดค่าปุ๋ย แถมได้พืชผักที่ปลอดภัยไว้รับประทานในบ้านอีกด้วย… การเปลี่ยนเศษอาหารมาเป็นปุ๋ยให้พืชเป็นหนึ่งในอีกหลายแนวคิดของ คุณสุทน แสนตันเจริญ หนุ่มราชบุรีดีกรีช่างไฟฟ้าจากเทคนิคราชบุรี ที่หันมาเอาดีทางงานพัฒนาชุมชนและสังคม สังกัด SCG งานที่คุณสุทนทำคือลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมด้านต่างๆ ในขณะทำงานหากพบว่าชาวบ้านมีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ในทางเทคนิค คุณสุทนจะนำปัญหานั้นมาคิดค้นประดิษฐ์เครื่องมือ/อุปกรณ์ เพื่อช่วยเหลือหาทางออกเพื่อตอบโจทย์ปัญหาให้เกษตรกรแต่ละแห่ง แล้วอุปกรณ์เหล่านั้นจะออกแบบง่ายๆ สามารถนำสิ่งของใกล้ตัวในชุมชนมาประดิษฐ์ ตามแบบอย่างจากต้นแบบของคุณสุทน เน้นความประหยัด ใช้งานได้จริง คุณสุทน แสนตันเจริญ “ตัวอย่างเช่น ถ้าขยะเป็นปัญหาของชุมชน ก็จะออกแบบถังขยะที่สามารถแปรรูปเป็นปุ๋ยโดยไม่มีกลิ่นเพื่อนำไปใช้บำรุงต้นไม้ หรือบางชุมชน หมู่บ้านที่มีพื
กรมพัฒนาที่ดิน เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยแพง ลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยเปิดให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับดินและความรู้ด้านการเกษตร ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผ่าน Application Line ที่สามารถเข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ได้ทันที นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโยบายผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการเร่งด่วนรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยกรมได้ให้บริการข้อมูลในการจัดการดิน อาทิ ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดิน คุณลักษณะของดินที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก การวางแผนการใช้ที่ดิน การตรวจวิเคราะห์ดิน และการปรับปรุงบำรุงดิน ที่ได้รับการพัฒนาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยี AI Chatbot “น้องดินดี” ผ่าน Application Line ด้วยระบบโต้ตอบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลการให้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ตอบสนองความต้องการแก่เกษตรกรและประชาชนที่ต้องการได้รับข้อมูลการบริการที่รวดเร็ว สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน AI Chatbot “น้องด
ท่ามกลางสถานการณ์ต้นทุนการผลิตภาคเกษตรที่พุ่งสูง โดยเฉพาะ “ปุ๋ยเคมี” ที่ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเกษตรกรไทยในทุกภูมิภาค หลายพื้นที่เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังต้องตอบโจทย์ความยั่งยืนของดินและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในทางออกที่กำลังได้รับความสนใจคือ “การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง” เทคโนโลยีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าในระยะยาว การทำปุ๋ยหมักรูปแบบนี้ อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า การพาความร้อน (Chimney Convection) ร่วมกับกระบวนการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Decomposition) โดยภายในกองปุ๋ยจะเกิดความร้อนจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ ความร้อนดังกล่าวจะลอยตัวขึ้น ทำให้อากาศเย็นจากภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ เกิดการหมุนเวียนอากาศตามธรรมชาติ ส่งผลให้การย่อยสลายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้อง “พลิกกอง” เหมือนวิธีดั้งเดิม หัวใจสำคัญของการทำปุ๋ยหมักอยู่ที่ “สัดส่วนของวัตถุดิบ” ซึ่งต้องสมดุลระหว่างคาร์บอนและไนโตรเจน โดยคาร์บอนมาจากเศษพืช เช่น ฟางข้าว ใบไม้ หรือซังข้าวโพด ขณะที่ไนโตรเจนมาจากมูลสัตว์ เช่น มูลวัว มูลไก่ หรือมูลสุกร อัตราส่วนที่เหมาะสมคือ 4 ต
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการบริโภคและส่งออกทุเรียนในปริมาณสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลผลิต ระยะเวลาดังกล่าวจะมีเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งในปริมาณมาก ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นขยะไร้ค่า แต่ในความเป็นจริง “เปลือกทุเรียน” สามารถนำมาแปรรูปเป็นวัสดุอินทรีย์ที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำ ปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดขยะอินทรีย์ เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นปุ๋ยหมักที่ผลิตจากเปลือกทุเรียน ร่วมกับมูลไก่ไข่เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร ผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยกิจกรรมจุลินทรีย์ ใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และธาตุอาหารพืช วิธีการหมักปุ๋ยจากเปลือกทุเรียน (สำหรับผลิตปุ๋ยหมัก 1,000 กิโลกรัม) วัสดุที่ใช้ในการผลิต กระบวนการหมัก คุณภาพของปุ๋ยหมักจากเปลือกทุเรียน ปริมาณธาตุอาหาร ไนโตรเจนเฉลี่ย 2.17% ฟอสฟอรัสเฉลี่ย 5.05% และโพแทสเซียมเฉลี่ย 3.04% ปริมาณอินทรียวัตถุเฉลี่ย 34.65% การนำปุ๋ยหมักไปใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน ประโยชน์ที่ได้จากปุ๋ยหมักเปลือกทุเรียน 1. ปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มความร่วนซ
จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและต้นทุน “ปุ๋ยเคมี” ในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและรับมืออย่างยั่งยืน เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอนำเสนอทางออกด้วย “สูตรปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” สำหรับสวนไม้ผล ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิตได้จริง วิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ 1. วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1.1 มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 1.2 แกลบดำ 1 ส่วน 1.3 อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 1.4 รำละเอียด 1 ส่วน 1.5 นำน้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 1.6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 1.7 จอบ 1.8 พลั่ว และ 1.9 ฝักบัวรดน้ำ 2. ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 2.1 เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2.2 นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 2.3 เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพ น้ำตาล และอ้อยใส่บัว
“เครื่องบดปุ๋ยหมักและดินปลูก” นวัตกรรม เลิกเผา ลดควัน ลดต้นทุน ใช้ง่าย ตอบโจทย์เกษตรกร “ใบไม้ในชุมชนนั้นเยอะมาก ก็คิดว่าจะทำใบไม้พวกนี้ให้เป็นปุ๋ยหมักอย่างไร เพราะการใช้ปุ๋ยหมักนั้นใช้เวลานาน ผมก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้การทำปุ๋ยหมักนั้นใช้เวลาน้อยที่สุด” คุณสุรเดช ภูมิชัย เกษตรกรและผู้คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องบดปุ๋ยหมักและดินปลูก” ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน โดยนวัตกรรมตัวดังกล่าวคิดค้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการลดการเผาใบลำไยและใบมะม่วงของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม โดยให้เกษตรกรเอาใบไม้ที่ได้จากการตัดแต่งกิ่งมาแลกปุ๋ยหมักที่มีการบดใบลำไย ใบมะม่วงผสมกับมูลสัตว์ ที่ใช้เป็นส่วนผสมในปุ๋ยหมัก กลับไปใช้ในไร่สวนของตนเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยหมักตามปกติ นับว่าเป็นนวัตกรรมเครื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบได้ดีและขยายในวงกว้างได้ แนวคิดในการพัฒนา เกษตรกรชาวสวนลำไยและสวนมะม่วงต้องตัดแต่งกิ่งเป็นประจำทุกวัน จึงรวบรวมใบลำไยและใบมะม่วงเพื่อมาผลิตเป็นปุ๋ยหมักและดินพร้อมปลูก โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน
“ขยะ” ยังคงเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือในการจัดการจากทุกภาคส่วน ขยะที่เกิดขึ้นมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ ขยะอินทรีย์ ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 60 ของขยะทั้งหมด ขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นขยะที่สามารถย่อยสลายได้เอง แต่ต้องใช้เวลาและต้อง มีวิธีจัดการที่เหมาะสม ขยะอินทรีย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากครัวเรือน ซึ่งถ้าแต่ละครัวเรือนมีการจัดการขยะอินทรีย์ที่ดีจะสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้มากกว่าครึ่งทีเดียว ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้พยายามส่งเสริมการกำจัดขยะอินทรีย์หลากหลายรูปแบบ เช่น หมักทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไส้เดือน ทำน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น คีย์โฮล คือ เทคนิคการปลูกผักปลอดสารพิษวิธีหนึ่ง โดยการทำแปลงผักแบบผสมผสานที่ปลูกผักกับทำที่หมักปุ๋ยไว้ด้วยกัน และด้วยหน้าตาของแปลงที่เหมือนกับรูกุญแจเลยทำให้ถูกเรียกว่า Keyhole garden ซึ่งการปลูกผักในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากในทวีปแอฟริกาที่มีภูมิประเทศแห้งแล้งและขาดแคลนอาหาร เนื่องจากการทำ Keyhole garden ช่วยทำให้มีผักปลอดสารพิษไว้ปรุงอาหารได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ส่ว
กากกาแฟสด ที่ผ่านขั้นตอนการคั่ว บด กลั่น นอกจากจะให้ความอร่อยในยามเช้า และยังเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ได้อีกด้วย กลุ่มคนรักไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยงแค็กตัส ซัคคิวแลนด์ หรือไม้ขนาดเล็ก รวมทั้งยังเสริมการทำงานของปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเหมาะกับพันธุ์ไม้อีกหลายชนิด รวมทั้งพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะในกลุ่มไม้หัวอย่างแคร์รอต และยังช่วยป้องกันโรครากเน่า บำรุงต้นไม้ให้แข็งแรงสดชื่นอยู่ตลอดเวลา และยังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในช่วงที่ปุ๋ยราคาแพง แถมยังหาวัตถุดิบอย่าง “กากกาแฟ” ได้ง่ายตามร้านขายกาแฟสด การนำกากกาแฟใช้ทางการเกษตร ควรมีการหมักกากกาแฟก่อนนำไปใช้ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่นักวิจัยแนะนำให้ใช้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเป็นพิษต่อพืชและจุลินทรีย์รีย์ในดินแล้ว ยังช่วยเพิ่มปริมาณธาตุอาหารที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และกระตุ้นการดูดซึมธาตุอาหารของพืชอีกด้วย วิธีทำปุ๋ยกากกาแฟ– ผสมกากกาแฟกับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ก็ใช้เป็นปุ๋ยสำหรับดูแลต้นไม้ได้เช่นกัน สำหรับความถี่ในการใส่ปุ๋ยก็ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง – หมักกากกาแฟกับน้ำหมักชีวภาพ ทิ้งไว้ประมาณ 1
มะม่วง เป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สําหรับภาคกลางนิยมปลูกในจังหวัดราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และสุพรรณบุรี ปัจจุบันการส่งเสริมการปลูกมะม่วงในเชิงธุรกิจนั้น ได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก สวนมะม่วงของผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจะมีใบ GAP รับรองความปลอดภัยของสินค้าเกษตร มะม่วงที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย มันเดือนเก้า และโชคอนันต์ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกเป็นอย่างดี สร้างรายได้ปีละหลายแสนบาท คุณสุนทร สมาธิมงคล ได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกัน กําจัดศัตรูพืช สําหรับสวนมะม่วง ดังนี้ การปลูกมะม่วง คุณสุนทร เล่าว่า ตนเองนั้นได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทําปุ๋ย หมักโดยผสมกับน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ เพื่อทดแทนการใช้ ปุ๋ยเคมีในสวนมะม่วง ซึ่งจะใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมก่อนปลูก ประมาณ 200 กรัม เมื่อนํากิ่งพันธุ์ปลูกแล้วรดน้ำทันที จากนั้นให้รดน้ำประมาณ 4-5 วันต่อครั้ง โดยการทําปุ๋ยหมักจะใช้น้ำหมักจากผลไม้มาผสมด้วยเพื่อเร่งการย่อย สลาย
หมดปัญหาขยะเปียกส่งกลิ่นเหม็นเน่าอีกต่อไป ทุกๆ ครั้งที่รับประทานอาหารมักจะมีเศษอาหารที่กินไม่หมด แล้วต้องถูกนำมาเททิ้ง ยิ่งถ้ามีปริมาณมากทิ้งไว้นานก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่า วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีเทคนิคในการช่วยลดปริมาณขยะเปียกด้วยการทำ “ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร” ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แถมไม่ต้องลงทุนเลยสักบาท การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร อาศัยการย่อยสลายจากจุลินทรีย์ เริ่มต้นต้องมีถังเก็บขยะเพื่อใช้ในการหมัก โดยระยะเวลาการหมักปุ๋ยจากเศษอาหารจะใช้เวลาในการหมักประมาณ 1 เดือน ภาชนะที่ควรใช้หมัก แนะนำว่าควรใช้ถังหมักที่มีลักษณะดินเผาเพราะระบายอากาศได้ดีกว่าถังพลาสติกและไม่แฉะจนเกินไปด้วย วิธีการจัดการกับเศษขยะเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก ขั้นตอนที่ 1 นำเศษอาหารที่เราสามารถใช้ในการหมักได้คือ เศษผัก เศษผลไม้ เปลือกไข่ กากกาแฟ เปลือกผลไม้ ข้าวบูด และอาหารเหลือ เป็นต้น ซึ่งวิธีการจัดการกับขยะเหล่านี้คือ หากเป็นอาหารเหลือกินให้กรองน้ำออกก่อนจะใส่ลงถังหมัก ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นทับด้วยปุ๋ยคอก เศษใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง หรือดินถุงก็ได้ เอาปุ๋ยคอกกับเศษใบไม้แห้งผสมกัน แล้วเทลงไปสลับกับชั้นเศษอาหาร ลงไปประมาณ 2-3 รอบ ขั้นตอนที่ 3 ร
