ไก่ไข่
ที่ตำบลบ้านร่อม อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “สมบัติ กะมะรินทร์” เกษตรกรวัย 71 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับการเลี้ยงสัตว์มาเกือบตลอดชีวิต จากที่เคยเลี้ยงวัวและควาย เขาผันตัวมาเลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 36 ปีแล้ว โดย 6 ปีหลังสุดเขาเลือกทุ่มเทให้กับการเลี้ยงไก่ไข่อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ยังคงเป็นแรงผลักดันมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือรายได้ที่ใช้จุนเจือครอบครัว ส่งลูกหลานเรียนจนจบวิทยาลัยเทคนิคในจังหวัด และความรักในสัตว์ที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อาชีพที่ต้องแลกด้วยวินัยและความใส่ใจทุกวินาที การเลี้ยงไก่ไข่ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด สมบัติเล่าว่า หากดูแลไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารไม่เพียงพอ อุณหภูมิในโรงเรือนไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การขาดน้ำเพียง 3 ชั่วโมง ก็อาจทำให้แม่ไก่หยุดให้ไข่นานถึง 1-2 วัน ความกังวลของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องโรคระบาด แต่ยังรวมถึงต้นทุนพลังงานที่ผันผวนตามราคาน้ำมันในแต่ละวัน ทุกเช้าตั้งแต่ตี 4 คุณสมบัติต้องตื่นมาให้อาหาร ตักมูลไก่ลงบ่อก๊าซชีวภาพ และเริ่มเก็บไข่ตั้งแต่ 8-9 โมงเช้า ซึ่งเป็นวินัยที่ต้องทำซ้ำทุกวันโดยไม่มีวันหยุด
คุณวนิดา ศรีราเพ็ญ หรือ พี่กานต์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช ที่อยู่ 39 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตพยาบาลสาวผันตัวเป็นเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานปลูกผัก เลี้ยงไก่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวไม่มีขัดสน พี่กานต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาล แต่เนื่องด้วยลักษณะงานที่ทำต้องมีการทำงานเป็นกะทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงได้ลาออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คน ด้วยการเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกพืชผสมผสานสร้างรายได้ แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมาที่ฟาร์มมักจะประสบปัญหาในการซื้อปุ๋ยขี้ไก่ที่จะมีการผสมโซดาไฟลงมาด้วย ทำให้พืชผักที่ปลูกไม่โต มีอาการใบเหลือง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ จนเกิดเป็นแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง และนอกจากนี้ ยังมีการคิดไปถึงอนาคตไว้ว่า นอกจากจะได้ปุ๋ยจากการเลี้ยงไก่แล้ว ในแต่ละวันยังสามารถเก็บไข่ขายได้ และยังสามารถเก็บขี้ไก่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นปุ๋ยหมักขี้ไก่ขายได้อีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นก
จากกรณีข้อเสนอในที่ประชุมวุฒิสภาที่แนะให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือหากสงครามยืดเยื้อ ด้วยการปลูกผักและเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคเองบ้านละ 2 ตัว แม้ฟังดูเป็นเรื่องท้าทายและเป็นไปได้ยากสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด แต่หากใครพอมีที่ว่างเล็กน้อยและบริหารจัดการไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเทคนิคการเลี้ยง “ไก่ไข่” มาฝาก เป็นเทคนิคการเลี้ยงของ คุณแจ่มศรี พจนาธารงพงศ์ พนักงานประจำ ใช้เวลาว่างช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ มาปลูกผักเพราะต้องการบริโภคผักปลอดสารพิษ ในบ้านจัดสรร 100 ตารางวา ที่แบ่งพื้นที่ 25 ตารางวา เป็นพื้นที่ปลูกผัก ในตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยในพื้นที่คุณแจ่มศรี เลี้ยงไก่ไข่ไว้จำนวน 2 ตัว เนื่องจากเป็นคนชอบกินไข่ไก่เลยหาไก่ไข่มาเลี้ยง และทำคอกไก่เล็กๆ ในมุมนั้นไว้ลองเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเก็บไข่ไว้กินในครัวเรือน ซึ่งการเลี้ยงไก่ก็ต้องดูแลดีเป็นพิเศษหน่อยเพื่อไม่ให้นำเชื้อโรคและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน ด้วยการหมั่นผสมแกลบกับถ่านสำหรับปูพื้นเล้าไก่เป็นประจำ และผสมน้ำกับน้ำส้มควันไม้ น้ำ EM และฉีดพ่นทั่วเล้าไก่ทุกอาทิตย์ ส่วนอาหารไก่จะให้อาหารเม็ดกับเศษผักผลไม้ทั้
ในยุคนี้ในเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร กำลังได้รับความใส่ใจมากขึ้นจากผู้บริโภคโดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของการกินผักอินทรีย์ ตลอดไปจนถึงผักที่ปลอดภัยในการผลิต จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวในเรื่องของการผลิต เพื่อให้สินค้าของตนเองเป็นที่ต้องการของตลาดและจำหน่ายได้ราคาสูงขึ้น อย่างเกษตรกรทางด้านปศุสัตว์ก็ได้มีการผลิตอาหารให้ปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดจากยาปฏิชีวนะต่างๆ หรือการเลี้ยงให้สัตว์มีอารมณ์ดี ก็จะช่วยให้ได้เนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อย่างการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ไก่ไม่เครียดแล้ว ยังส่งผลไปถึงคุณภาพของไข่ให้มีลักษณะที่พิเศษกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป ทำให้ไก่ไข่ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยวิธีนี้เป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ คุณปัฐยาวดี แจงเชื้อ เกษตรกรชาวจังหวัดจันทบุรี ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี มาสู่การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ไข่ทุกฟองแม้มีขนาดที่แตกต่างกัน แต่สามารถจำหน่ายได้ในราคาเดียวกัน ส่งผลให้การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์นอกจากจะให้ราคาที่ดีแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการกำ
ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ เรียกร้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินมาตรการพยุงราคาไข่ไก่ หลังราคาหน้าฟาร์มปรับลดต่อเนื่องจนแตะระดับต้นทุนการผลิต ล่าสุดราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเหลือเพียง 3.20 บาทต่อฟอง จากระดับ 3.60 บาทเมื่อต้นปี ทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากเริ่มประสบภาวะขาดทุนสะสม นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่กลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ประกาศลดราคาหน้าฟาร์มไปแล้ว 3 ครั้ง เนื่องจากปัจจัยรอบหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โรงเรียนปิดเทอม เทศกาลกินเจ นักท่องเที่ยวลดลง และปัญหาความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทำให้ความต้องการบริโภคไข่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลผลิตยังออกสู่ตลาดตามปกติ “ไข่ไก่เป็นสินค้าที่อ่อนไหว ราคาขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน เช่น ฤดูกาล, ความร้อน, จำนวนแม่ไก่, ความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภค ท
กระแสรักษ์สุขภาพในปัจจุบันไม่เพียงทำให้ผู้บริโภคไปถึงในเรื่องของพืชผักเพียงอย่างเดียว แม้แต่ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์เองมีการนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์มากขึ้น ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดก็จะเป็นในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดยเน้นในเรื่องของการเลี้ยงที่ให้ไก่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งให้กินอาหารที่เป็นพืชผลที่ผลิตในระบบอินทรีย์เข้ามาเสริมจึงทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพ พร้อมกับสามารถจำหน่ายได้ราคาที่สูงกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป จึงทำให้เกษตรกรที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์อยู่เดิมมาเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเสริมเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกด้วย คุณเสาวนีย์ เมฆนุพักต์ เจ้าของ “Get Farmily เกษตรกรในสวนเพื่อน” ตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) บนพื้นที่จำนวน 19 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่ปลูกพืชต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น การปลูกข้าวอินทรีย์ กล้วยน้ำว้า และพืชผักสวนครัวต่างๆ แต่ที่เป็นสินค้าหลักและสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีนั้น คือ การเลี้ยงไก่อารมณ์ดี จำนวน 700 ตัว ที่สามารถเก็บไข่จำหน่ายได้เป็นรายได้หลัก
ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่แน่นอน การดำเนินธุรกิจขนาดเล็กย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันกับทุนรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่า โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่นับเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของคนในประเทศ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด สหกรณ์การเกษตรที่มีเกษตรกรสมาชิกประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ไข่เป็นหลัก เป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่ประสบปัญหาเกษตรกรรายเล็กในพื้นที่ค่อยๆ เลิกเลี้ยงไก่ไข่ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นไม่ไหว รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่ต้องต่อสู้กับนายทุนขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงเพิ่มสูงขึ้น โดยมีจำนวนไก่ที่เกษตรกรเลิกเลี้ยงมากถึง 150,000 ตัว จากปัญหาดังกล่าว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาชิกผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่มีเหตุจำเป็นให้ไม่สามารถเลี้ยงต่อในฟาร์มได้ด้วยปัจจัยข้างต้น แต่ยังรักในอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ สหกรณ์จึงระดมทุนจากสมาชิกเพื่อสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์
ไกไข่อารมณ์ดีปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจเลี้ยงในพื้นที่บ้านของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ที่เริ่มเลี้ยงระยะแรกไม่ได้มองว่าจะต้องจำหน่ายไข่จนเกิดรายได้ เพียงแต่เลี้ยงไก่จำนวนที่น้อยอยู่ที่ 5-10 ตัวเท่านั้น เพื่อให้มีไข่ไว้บริโภคภายในครัวเรือน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มมีมากขึ้นจึงทำให้การจำหน่ายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ ส่งผลให้จากเดิมที่เลี้ยงไก่ไข่แค่พอไว้บริโภค กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นเกษตรกรเต็มตัว และต่อยอดการทำเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้นตามไปด้วย คุณอนันต์ อมดวง อยู่บ้านเลขที่ 86/7 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานและเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้เมื่อมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นไก่ไข่อารมณ์ดีจึงเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับสร้างการตลาดด้วยบรรจุภัณฑ์ที่น่าซื้อมากขึ้นให้ได้ตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวทำการเกษตรมาตั้งแต่ครั้งคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาเมื่อเขาจบการศึกษาจนเริ่มทำงานประจำ ช่วงที่ได้กลับมาบ้านช่วงวันหยุดก็จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที
ในยุคปัจจุบันการประหยัดต้นทุนการผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นสิ่งสำคัญที่เกษตรกรหลายคนให้ความสำคัญ ในส่วนของการเลี้ยงปศุสัตว์ก็เช่นกัน เกษตรกรผู้เลี้ยงมีความใส่ใจในเรื่องของการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน โดยยึดการใช้อาหารที่หาได้ง่ายๆ ไม่ใช้ต้นทุนมากเป็นผลผลิตทางการเกษตรในสวนของตนเองมาใช้เลี้ยงแทน ช่วงนี้ตลาดไข่ไก่อารมณ์ดีเป็นที่สนใจมากของผู้บริโภค เพราะจากปัญหาสุขภาพต่างๆ ทำให้คนเริ่มสนใจในเรื่องการดูแลตัวเองมากขึ้น จึงทำให้อาหารสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา ยิ่งไข่เป็นวัตถุดิบที่กินได้ทุกวัน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตรอาหารเสริมไก่ไข่จากวัตถุดิบธรรมชาติมาฝาก ช่วยให้แม่ไก่ออกไข่ดก ไข่ฟองใหญ่ แล้วสามารถนำไปทำตามกันง่ายๆ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 1. สูตรอาหารเสริมด้วยตำลึงซึ่งจะช่วยให้ไข่ฟองใหญ่ ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำให้ไก่ไข่ออกไข่ฟองโต การเลี้ยงไก่ไข่แบบอินทรีย์ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ โดยใช้พืชผักสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างตำลึงเป็นผักสวนครัวริมรั้วกินได้ที่มักปลูกทั่วไปตามครัวเรือนต่างๆ นอกจากคนกินได้แล้ว ยังสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมเลี้ยงไก่ไข่ได้อีกด้วย วิธีการทำอาหารด้วยตำลึง ให้นำเถาผักตำลึ
ในช่วงวัยเด็กการที่ได้เล่นสนุกถือเป็นสิ่งที่คู่กับวัยของแต่ละคนมีความทรงจำในเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เมื่อเติบโตมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือการช่วยธุรกิจของครอบครัว จนทำให้ในบางครั้งวัยเด็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่ได้เล่นสนุกเหมือนกับเพื่อนๆ แต่เมื่อโตขึ้นและรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว จึงมีความเข้าใจและพร้อมจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกหลานต่อไป ยู แปดริ้ว หรือ คุณศรัณญู อ่อนใจเอื้อ เจ้าของธุรกิจ อภิชาติฟาร์ม เป็นทายาทรุ่น 2 ได้รับช่วงต่อธุรกิจฟาร์มไก่ไข่จากครอบครัว ซึ่งคุณยูนอกจากทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้ว ยังเป็นขวัญใจเรื่องของความเร็วในด้านการแข่งรถให้กับใครหลายๆ คนอีกด้วย เมื่อโตจึงเข้าใจ สิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝัง ในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ ที่ส่งต่อให้ คุณยู เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ไข่นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ถือเป็นกิจการของครอบครัวที่ทำมาได้ประมาณ 37 ปี ซึ่งคุณยูจำความได้ธุรกิจนี้ก็มีอยู่แล้ว เมื่อเติบโตมาเรื่อยๆ หลังจากที่กลับจากโรงเรียนทุกครั้ง จะต้องมาช่วยงานครอบครัว คือการส่งอาหารไก่ทุกวัน จนเกิดความคิดขึ้นมาว่าไม่อยากท
