บีบีซีรายงานว่า เด็กหลายล้านคนทั่วแอฟริกาทนทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหาร สิ่งที่จะแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร คือ “มันเทศ” มันเทศมีสารอาหาร และวิตามินที่สามารถช่วยพัฒนาการเจิญเติบโตของเด็กในยูกันดาได้
อย่างไรก็ตามการขาดวิตามินเอเป็นปัญหาสุขภาพที่ใหญ่มากของประชาชนในแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า
รายงานบอกว่า การขาดสารอาหารนี้ มีผลกระทบมากที่สุดกับเด็กจำนวน 43 ล้านเด็กทั่วทวีป และเด็กที่ได้รับผลกระทบ มีแนวโน้มที่จะตาบอด และเจริญเติบโตแบบแคระแกร็น และจะตายในที่สุด
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
MOST POPULAR
ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” คือสภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นขึ้นผิดปกติมากกว่าระดับปกติ หลายฝ่ายคาดว่า ปรากฏการณ์นี้จะทำให้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรง ภัยแล้งยาวนาน และปริมาณฝนลดลงกว่าปกติ 10-30% ผู้ที่จะอยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุด เกษตรกรชาวสวนผลไม้ควรรับมือกับภาวะโลกรวนสุดขั้วในครั้งนี้อย่างไรไปหาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์ ผศ.พาวิน มะโนชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไยของไทย ควรเตือนภัยล่วงหน้า ผศ.พาวิน มะโนชัย นักวิชาการด้านไม้ผล และเป็นอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ทุกวันนี้อุณหภูมิโลกปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในปี 2570 คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน อุณหภูมิสูง ส่งผลกระทบทุกระยะการเจริญเติบโตของไม้ผลและผลผลิตทางการเกษตร สำหรับสวนไม้ผล เช่น สวนลำไยและลิ้นจี่ หากเผชิญสภาพอากาศร้อนสุดขั้วและขาดแคลนน้ำ จะทำให้ผลแตก หลุดร่วงได้ง่าย “ภาครัฐควรประกาศเตือนเกษตรกรล่วงหน้าว่า ช่วงไหนจะเจอภัยแล้งหรือมีฝนตกชุก เพื่อหลีกเลี่ยงการเพาะปลูกพืชในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงฝนตกชุกมักทำให้เกิดโรคระบาดในพืชได้ หากเกษ
สมุทรสงคราม ฮือฮา สวนอินทผลัม แม่กลอง ปลูกในดินเค็ม-เติมขี้แดดนาเกลือ ผลหวานจัดจ้าน โดนใจผู้บริโภค ได้รับความนิยม แห่จองข้ามปี การันตีความอร่อย เปิดให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีถึงสวน เมื่อพูดถึงจังหวัดสมุทรสงคราม ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นผลไม้ขึ้นชื่ออย่างมะพร้าวน้ำหอม ส้มโอขาวใหญ่ และลิ้นจี่แม่กลอง ซึ่งล้วนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค นั่นคือ “อินทผลัม” โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเริ่มมีการปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่แห่งนี้คือที่ตั้งของ “บ้านสวนอินทผลัมแม่กลอง” แหล่งปลูกอินทผลัมคุณภาพที่รวบรวมไว้ถึง 4 สายพันธุ์ จุดเด่นของสวนแห่งนี้อยู่ที่การปลูกอินทผลัมบนพื้นที่ดินเค็ม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมบำรุงต้นด้วย “ขี้แดดนาเกลือ” วัสดุอินทรีย์จากนาเกลือที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยเสริมคุณภาพผลผลิต ทำให้อินทผลัมมีรสชาติหวานเข้ม กลมกล่อม และเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค ด้วยจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งในปีนี้ ได้ส่งผลกระทบให้อินทผลัมพันธุ์โคไนซี่
การปลูกต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณบ้าน ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือสร้างความร่มรื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน ประหยัดพลังงาน และสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนยังลังเลที่จะปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ เพราะกังวลว่ารากจะชอนไชทำลายพื้นบ้าน กำแพง หรือระบบท่อใต้ดิน ความจริงแล้ว ต้นไม้ไม่ได้มีรากที่สร้างปัญหาเหมือนกันทุกชนิด หากเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ มีระยะปลูกที่เหมาะสม และดูแลอย่างถูกวิธี ก็สามารถมีทั้งร่มเงา ความสวยงาม และความปลอดภัยต่อโครงสร้างบ้านได้ นอกจากนี้ ต้นไม้หลายชนิดยังมีความหมายเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนไทย ช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญ และความมั่นคงให้กับผู้อยู่อาศัย 🌿ต้นล่ำซำ ต้นล่ำซำ เป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่หลายบ้านนิยมปลูก ทางฮวงจุ้ยถือว่าการปลูกต้นล่ำซำจะช่วยนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือธุรกิจต่างๆ มาให้แก่ผู้ปลูกและคนในบ้านด้วย ยังเป็นต้นไม้จัดสวนฟอร์มสวยที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านเพื่อให้ร่มเงา อีกทั้งยังเป็นไม้ยืนต้นที่ใบไม่ค่อยร่วง ไม่ต้องคอยทำความสะอาดพื้นบ่อยๆ และลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง ยืนต้นขนาดไม่
ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป “การทำนา” ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร กลับกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ถูกจับตามองมากขึ้น ทั้งในมิติของการใช้น้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท่ามกลางโจทย์ท้าทายนี้ เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นคำตอบที่ช่วยให้เกษตรกรก้าวทันโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว คือระบบ Alternate Wet & Dry (AWD) หรือการปลูกข้าวแบบ “เปียกสลับแห้ง” ที่ถูกต่อยอดด้วยเทคโนโลยีตรวจวัดอัจฉริยะ โดย ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์ นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. อธิบายว่า แนวคิดของการทำนาในลักษณะนี้ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นการจัดจังหวะน้ำให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของข้าว การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง คือการควบคุมระดับน้ำในแปลงนาให้มีทั้งช่วงน้ำขัง และช่วงน้ำแห้งสลับกันอย่างเหมาะสม ช่วงเวลาที่ดินแห้งนั้น รากข้าวจะสามารถดูดซับอากาศและธาตุอาหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้ต้นข้าวแข็งแรง แตกกอได้ดี และมีความทนทานต่อโรคและแมลงมากขึ้น เมื่อโครงสร้างต้นแข็งแรง การใช้ปุ๋ยและสารเคมีก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเ
