อื่นๆ
โรงเรียนวัดท่าชัย ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ก่อตั้งมาภายใต้การอุปการะของวัดท่าชัย เริ่มต้นจากการสอนบนหอฉัน ภายในวัดท่าชัย มี ครูทา จิตหนัก เป็นครูใหญ่คนแรก และเป็นครูคนเดียว นอกเหนือจากนั้นนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาช่วยสอน ทำให้วัน เดือน ที่ก่อตั้งไม่ปรากฏแน่ชัด มีเพียงปี พ.ศ. ที่ระบุไว้ว่าก่อตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล ต่อมา พ.ศ. 2475 ชาวบ้านกับเจ้าอาวาสร่วมกันสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น 1 หลัง เป็นอาคารไม้ ใต้ถุนสูง มี 3 ห้องเรียน รับนักเรียนได้ประมาณ 90 คน น่าเสียดาย หลังจากนั้นไม่ถึง 10 ปี โรงเรียนก็ต้องรื้ออาคารเรียนออกทั้งหมด เพราะแม่น้ำนครนายกเปลี่ยนทิศทางเดินกระแสน้ำ ทำให้พัดกัดเซาะตลิ่งพังใกล้เข้ามากับอาคารเรียน จึงจำเป็นต้องรื้อย้ายอาคารเรียนออกมาปลูกสร้างฝั่งตรงข้ามกับวัดท่าชัย โดยมีชาวบ้านมอบที่ดินให้ จำนวน 3 ไร่ เพื่อปลูกสร้างอาคารเรียน ถึงปัจจุบันมีอาคารเรียน 2 หลัง ยกพื้นสูง อาคารอเนกประสงค์ ศาลาใช้สอย และอื่นๆ ตามแต่ที่โรงเรียนควรจะมี แม้ว่าพื้นที่จะมีไม่มากนัก แต่ที่น้อยกว่าพื้นที่ และสัดส่วนไม่พอดีกัน คือ จำนวนครูและนักเรียน บุคลากรครูที่สอนได้มีเพียง 4 ท่าน ส่วนนั
เนื่องจากในชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพต่างๆ บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องเปิดฝาถังน้ำมัน ถังสี หรือแม้แต่ถังเปล่าๆ ขนาด 200 ลิตร เพื่อมาใส่น้ำ หรือสิ่งของอย่างอื่นซึ่งเป็นเรื่องลำบากมาก วิธีการเปิดทั่วไปมีหลายวิธี เช่น ใช้ไขขวงตอกไปเรื่อยๆ เป็นวิธีที่ค่อนข้างยากลำบากและอาจเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะบางถังที่บรรจุสารต่างๆ ที่มีในท้องตลาดหรือในโรงงานอุตสาหกรรม การบรรจุระมัดระวัง อีกทั้งต้องปิดฝาอย่างแน่นหนาและแข็งแรง เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหลของสารหรือของเหลวภายในจะก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ฝาถังบางชนิดก็แน่นมาก หรือเปิดออกก็ต้องใช้เครื่องทุ่นแรง ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งาน หากเปิดไม่ถูกวิธีอาจจะก่อให้เกิดอันตรายบาดเจ็บ หรือทำให้ถังเสียหาย หรือหากเป็นถังเปล่า บางท่านก็ใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กหรือใบเลื่อยสายพานสำหรับตัดเหล็กก็ต้องใช้เวลาในการทำ ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญในการใช้เครื่องมือ หรือถ้าเป็นถังสีก็อาจจะใช้ด้ามเปิดกระป๋องตัว C ปัญหาเหล่านี้มีทางแก้ คณะนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด อาชีวศึกษาจังหวัดระยอง ซึ่งมี คุณพลากร อิสระพัฒนะพงศ์ คุณสวิตต์ รอดวิหก คุณกิตติ สุขสวัสดิ์ คุณอำนาจ ราชวงษ์ คุณ
เรื่องของสัตว์เลี้ยง ใครชื่นชอบอะไรก็มักขวนขวายวนเวียนอยู่กับสิ่งนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความชอบ ความรัก ที่เชื่อว่า เรื่องของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เช่น สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์มีพิษ ตามตำราเรียนของไทย หากพบควรระวังไม่ให้ถูกสัตว์มีพิษกัด ต่อย เพราะอาจเป็นอันตรายได้ สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มมีพิษอันพึงระวัง มีหลายชนิดด้วยกัน แต่ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันแทบไม่ได้เห็นกันแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมือง นั่นคือ แมงป่อง ที่จังหวัดอุดรธานี แมงป่อง ไม่ได้เป็นสัตว์มีพิษที่น่ารังเกียจ แต่กลับเป็นสัตว์ที่มีค่าในทางเศรษฐกิจ สามารถเพาะขายได้ราคา ทั้งจากคนที่ชื่นชอบ รักและนิยมเลี้ยงแมงป่องไว้เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม และอีกมุมของกลุ่มผู้ที่นิยมกินแมลงทอด ในกลุ่มของแมลงทอด แมงป่องจัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่นำมาทอดรวมกับกลุ่มแมลงต่างๆ ได้เช่นกัน คุณดนัย ศิริบุรี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาและประชาสัมพันธ์ สาขาธุรกิจการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลแมงป่อง แต่มองเห็นอนาคตของสัตว์ชนิดนี้ ถึงขั้นรวบรวมไว้กว่า 20 สายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ทางการค้า สามารถจำหน่
“เมื่อก่อนผมเป็นครูโรงเรียนราษฎร์ หลังเรียนจบมาได้ไม่เท่าไร รู้สึกรายได้ไม่ค่อยมั่นคง เลยคุยกับเพื่อน เอาความรู้ที่เรียนมา มาใช้ประโยชน์ ทำให้ผมตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู มาทำอินทีเรียดีไซน์ ตามที่เรียนมา ทำงานอาชีพนี้แค่ 7 วัน ได้เงินเท่ากับอาชีพครูตอนนั้น 5 เดือน เลยรู้สึกว่า เรามาถูกทางแล้ว” นี่เป็นแนวการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ของ คุณพงศกร จิระสกุล ที่หันหลังให้กับอาชีพครู แล้วเดินหน้าอาชีพอินทีเรียดีไซน์ ที่ร่ำเรียนมา เมื่อรู้ว่าเดินมาถูกทาง มีรายได้ที่มั่นคงและมากพอสำหรับการตั้งตัวของคนวัยทำงานขณะนั้น ก็มุ่งหน้าทำงานอย่างเต็มที่ กระทั่งเกิดฟองสบู่แตกในปี 2540 จึงคิดจะเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ก่อนหน้านี้คุณพงศกร ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครมาตลอด เมื่อมีโอกาสมาหาเพื่อนที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณพงศกร บอกว่า รู้สึกได้ว่าหัวหินเป็นสถานที่ที่น่าอยู่ อากาศดี การเดินทางสะดวก จึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อำเภอหัวหิน และเปิดร้านรับทำอินทีเรียดีไซน์ กระทั่งเก็บเงินซื้อโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้ 1 แห่ง ถึงปัจจุบัน คุณพงศกร ทำเฟอร์นิเจอร์ รับตกแต่ง และทำอินทีเรียดีไซน์ มายาวนานเกือบ 2
การมีโภชนาการที่ดี และสุขภาพที่แข็งแรง เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้เด็กทุกคนเจริญเติบโต และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ เป็นคนคุณภาพของสัมคมไทย แต่เป็นที่น่าตกใจว่าในความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ยังมีเด็กไทยบางส่วนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการส่งผลให้เผชิญภาวะวิกฤต อ้วน-เตี้ย-ผอม-โง่ เพื่อแก้ปัญหาเด็กไทยให้มีโภชนาการสมวัย สุขภาพดี ผลการเรียนดี สสส. และหน่วยงานภาคีจึงน้อมนำพระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียนอย่างบูรณาการครบวงจร ที่พระราชทานแนวทางแก้ปัญหามากว่า 30 ปี จัดทำโครงการ “เด็กไทยแก้มใส” เจริญรอยตามพระยุคลบาท “เจ้าฟ้านักโภชนาการ” “หัวใจ” สำคัญของโครงการนี้คือ “การเกษตรในโรงเรียน” เพื่อผลิตวัตถุดิบอาหารสำหรับใช้ในการจัดอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทุกคน และยังเป็นการพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีความรู้ มีทักษะและทัศนคติที่ดี ทางการเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งโครงการได้เริ่มต้นในปี 2557 นำแนวทางพระราชดำริมาขยายผลในโรงเรียน 544 แห่งทั่วประเทศ จากการดำเนินงานมา 3 ปี พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาให้นักเรียนได้เข้าโครง
หลังนัดสัมภาษณ์เด็กๆ ที่มีใจรักด้านเกษตร รวมถึงอาจารย์ผู้ดูแล ของโรงเรียนวัดเกาะแก้ว หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแก้ว ตำบลบางตะบูนนอก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่เรียบร้อย การเดินทางสู่จุดหมายก็เริ่มขึ้น เมื่อถึงปลายทาง สภาพโดยรอบของโรงเรียนทำให้เข้าใจได้ทันทีว่า เพราะเหตุใด โรงเรียนจึงชื่อวัดเกาะแก้ว ส่วนหนึ่งเพราะโรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่ของวัด อีกส่วนหนึ่งคือตั้งอยู่บนพื้นดินที่ยื่นออกไปในท้องน้ำ จึงเรียกว่าเกาะแก้ว ที่น่าสนใจและเป็นกรณีศึกษา คือ ความพยายามของครูและนักเรียน ที่แม้จะมีพื้นที่ของโรงเรียนเพียงน้อยนิด ทั้งพื้นที่ทั้งหมดยังเป็นดินเค็ม แม้กระทั่งน้ำโดยรอบก็เป็นน้ำเค็ม แต่ก็สามารถสร้างแปลงผักสวนครัว และตั้งใจทำแปลงไม้พื้นถิ่น เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้ ในตอนแรกจะเรียกเด็กนักเรียนว่า กลุ่มยุวเกษตรกร ตามที่โรงเรียนทั่วไปเรียก แต่อาจารย์ที่โรงเรียนบอกว่า โรงเรียนไม่มีกลุ่มยุวเกษตรกร เพราะจำนวนนักเรียนไม่เพียงพอ และไม่สามารถทำการเกษตรได้หลากหลาย ที่ทำได้และเห็นเป็นรูปธรรมมีเพียงการปลูกผักสวนครัว อาจารย์พจน์ เผ่าเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกาะแก้ว กล่าวว่า พื้นที่บ้าน
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวปิดงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2560 และมอบรางวัลนักคิดสิ่งประดิษฐ์รุ่นใหม่ ณ เวทีกลาง ในงานวันนักประดิษฐ์ hall 102 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร เลขาธิการ วช. กล่าวว่า โครงการนักคิดสิ่งประดิษฐ์รุ่นใหม่ เป็นโครงการที่ วช. จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้ร่วมแข่งขันการประกวดสิ่งประดิษฐ์ และนำเสนอแนวคิดการประดิษฐ์ผลงาน มีเยาวชน นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศนำผลงานเข้าประกวดแข่งขัน จำนวน 414 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทรางวัลเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทมัธยมศึกษา ประเภทอาชีวศึกษา และประเภทอุดมศึกษา โดยผลงานเรื่อง อุปกรณ์ทำความสะอาดรังนกนางแอ่นกินรังด้วยแรงสั่นจากคลื่นเสียงของลำโพง ของวิทยาลัยเทคนิคสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทอาชีวศึกษา กลุ่มสิ่งประดิษฐ์ด้านคุณภาพชีวิต ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งมีอาจารย์ ปิยะพงศ์ ชัยยะวิริยะ และทีมที่ปรึกษาให้การสนับสนุน ผู้ประดิษฐ์ประกอบด้วยนายธีระวัฒน์ ทิพย์สมบัติ นางสาวมัลลิกา คงเพ็ชร นาง
การจะหาสุนัขให้ถูกใจ ลักษณะตรงตามสายพันธุ์ที่ต้องการ ส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำว่าให้เดินเข้าหาฟาร์ม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องหากจะทำเช่นนั้น เพราะผู้ที่คิดจะเลี้ยง จะมั่นใจได้ว่าสุนัขที่ได้มาเป็นสายพันธุ์แท้ ยิ่งหากมีใบเพ็ดดีกรี หรือใบรับรองสายพันธุ์ ยิ่งจะทำให้เพิ่มความมั่นใจในสัตว์เลี้ยงที่จะมาอยู่ร่วมบ้าน แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า การเดินเข้าหาฟาร์มจะเฉพาะฟาร์มใหญ่เท่านั้น เพราะฟาร์มไซซ์เล็กที่ได้มาตรฐานก็สามารถเพาะพันธุ์สุนัขให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสายพันธุ์ได้เช่นกัน เช่น “ฟาร์มสุนัขบางนา ไซบีเรียน ฮัสกี้” ที่จัดว่าเป็นฟาร์มขนาดเล็ก มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่มากนัก แต่ทุกตัวได้มาตรฐานถูกต้องตามสายพันธุ์ ชนิดที่เห็นด้วยตาแล้วจะยกนิ้วให้ทันที เราได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับ คุณศิริศักดิ์ พิมพ์น้อย เจ้าของฟาร์มสุนัข บางนา ไซบีเรียน ฮัสกี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่แดดจ้า เจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ หลายตัวรอการปลดปล่อยออกวิ่งเล่น ตามประสาสุนัขขี้เล่น ที่ไม่เหมาะจะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน คุณศิริศักดิ์ มีงานประจำเป็นข้าราชการของกองทัพเรือ อาศัยเวลาว่างเท่าที่มี ผนว
อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอำเภอหนึ่งที่อดีตเป็นเมืองหน้าด่านของดินแดนในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า อำเภอจันทึก เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าดงทึบ มีไข้ป่าชุกชุม ไม่สะดวกต่อการติดต่อเมืองหลวง จึงเปลี่ยนมาเป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า ด่านจันทึก ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอสีคิ้ว จากการเรียกชื่อในอดีต แสดงให้เห็นถึงความแห้งแล้งและห่างไกลความเจริญ แม้ว่าปัจจุบันความเจริญจะเข้าถึงเกือบทุกส่วนแล้วก็ตาม แต่ในบางพื้นที่ก็ยังประสบกับภาวะแล้งแห้งอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น โรงเรียนบ้านวังโรงใหญ่สามัคคี หมู่ที่ 7 ตำบลวังโรงใหญ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แม้จะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 252 คน มีบุคลากรทางการศึกษา รวมนักการภารโรง และผู้อำนวยการ ทั้งสิ้น 18 คน ทั้งยังมีพื้นที่ของโรงเรียนเองทั้งหมด 26 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มาก แต่เมื่อโรงเรียนจะนำมาจัดสรรเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อสร้างความรู้พื้นฐานให้กับเด็กนักเรียน ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้ง แ
นักเรียนโรงเรียน 5 แห่ง ในพื้นที่ภาคอีสาน เข้า “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โดยได้รับการสนับสนุนโครงการจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ : CPF) ร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท และ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (Japanese Chamber of Commerce : JCC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กในพื้นที่ห่างไกล และยังวางแผนในอนาคตให้โรงเรียนที่เข้าโครงการดังกล่าวมีการพัฒนาเป็นแหล่งผลิตอาหารสำหรับชุมชนนั้นๆ ด้วย เพื่อให้มีการพัฒนาตัวเองในระยะยาว ซีพีเอฟ เดินหน้าอุ้มชุมชน ยึดแนวทางพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ซีพีเอฟ หนึ่งในบริษัทใต้ร่ม (umbrella) ของกลุ่ม ซีพี ที่มีศักยภาพเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะครบวงจรในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยังคงเดินหน้าดูแลชุมชนซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมบรรษัทภิบาล หรือ ซีเอสอาร์ (Corporate Social Responsibility) โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรและนอกองค์กรดำเนินกิจกรรมในสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า แม้ว่าในภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ขยับตัวช้า แต่บริษัทที่จดทะเบียน
