ประมง
ถ้าตั้งใจ ตั้งมั่น มีเป้าหมายในการดำรงชีพที่แน่นอน ไม่ว่าจะประสบกับปัญหาใด ก็ย่อมทลายกำแพงไปสู่เป้าหมายนั้นได้ เช่น คุณสุวัฒน์ แข็งแรง ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนุ่มใหญ่ที่มีใจรักการประมงมาตั้งแต่เล็ก อาจเพราะชีวิตผูกพันอยู่กับคลองใกล้บ้าน เห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำขึ้นและลงตามเวลา รู้ถึงช่วงเวลาของน้ำจืด น้ำเค็ม เพราะเป็นคลองที่เชื่อมต่อเส้นทางไปสู่ทะเล ความผูกพันเช่นนี้ ทำให้เขารักการทำประมง และยึดอาชีพประมงมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านหลายคนรู้จัก คุณสุวัฒน์ แข็งแรง ในแบบของชาวประมงที่เลี้ยงปลากะพง สร้างรายได้และทำกำไรดี เป็นตัวอย่างหนึ่งของอำเภอ เป็นที่ยอมรับมานานกว่า 10 ปี แต่เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คุณสุวัฒน์ จำเป็นต้องปรับตามเพื่อความอยู่รอด คุณสุวัฒน์ มีอาชีพหลักที่ทำควบคู่ไปกับการทำประมง คือ การเปิดอู่รับซ่อมรถ ซึ่งการทำประมงของสุวัฒน์ คือการเลี้ยงปลากะพงในบ่อ คุณสุวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นเลี้ยงปลากะพง เขาเคยเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์มาก่อน ได้ผลดี แต่เปลืองต้นทุนในเรื่องของอาหาร ประกอบกับมีที่ให้เช่าเป็นพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้งเก่า จึ
หนุ่มตรัง วัย 31 ปี เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดสวยงามส่งขายหลายประเทศสร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี จนต้องขยายสร้างเครือข่ายกลุ่มเพาะเลี้ยงปลากระเบนเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อตัว นายจิรโรจน์ ดีจุฑามณี เรียนจบจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทุกวันนี้เขาใช้เวลาว่าง เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดจำนวนหลากหลายสายพันธุ์ เช่น โมโตโร่, แบล็คไดมอนด์, โพลคาดอท, ไทเกอร์, ไฮบริค ฯลฯ นายจิรโรจน์ เริ่มสนใจเลี้ยงปลากระเบนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อปี 2555 ควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อเป็นค่าเทอมระหว่างเรียน ต่อมาเห็นว่าการเลี้ยงปลากระเบนสวยงามมีแนวโน้มเติบโตดี ประกอบกับชอบเลี้ยงปลาชนิดนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทุนตั้งฟาร์มเพาะเลี้ยง โดยจดทะเบียนกับกรมประมงตามสัญญาไซเตสประเภท 3 อย่างถูกต้อง บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีสำนักงานประมงจังหวัดตรังและศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เข้ามาดูแลระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง คุณจิรโรจน์ สั่งซื้อปลากระเบนชนิ
วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นางสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง นำผู้สื่อข่าวไปชมการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ หรือผำ ที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เลขที่ 10 หมู่ที่ 4 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ไข่น้ำ และนำมาใช้เลี้ยงลูกปลา และปลาโตเต็มวัย เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารปลาที่ปรับราคาสูงขึ้นข้อดีของการนำไข่น้ำหรือผำไปใช้เลี้ยงปลา คือ ช่วยให้ปลาโตเร็วแข็งแรง เพราะไข่น้ำ มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 42.03 น้ำหนักแห้ง (ข้อมูลจากกลุ่มวิจัยสัตว์น้ำกรมประมง) หลังจากเพาะขยายพันธุ์ไข่น้ำได้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์วิจัยฯ ตรัง ได้แจกจ่ายไข่น้ำให้เกษตรกรฟรี เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เป็นอาหารปลาที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ โครงการนี้ ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี เพราะช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหารปลาชนิดสำเร็จรูปลงได้มาก สำหรับเทคนิคการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ (ผำ) ทำได้ง่าย มีขั้นตอนดังนี้ 1. กรณีเลี้ยงไข่น้ำในระยะยาวแบบต่อเนื่อง ควรเลี้ยงในถังซีเมนต์กลม กะละมัง บ่อพลาสติก หรือบ่อเลี้ยงปลาขน
คุณนิตยา ทักษิญ ประมงจังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรที่ประกอบอาชีพทางด้านการประมงภายในจังหวัดพิษณุโลก มีการเลี้ยงปลาอยู่ในบ่อดินและกระชังในแม่น้ำ ซึ่งการเลี้ยงเชิงพาณิชย์จะเน้นเลี้ยงภายในกระชังเป็นหลัก โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนทั้งจังหวัด มีอยู่ประมาณ 8,000 กว่าราย โดยประกอบไปด้วยการเลี้ยงสัตว์น้ำที่หลากหลาย ไม่ได้มีแต่เฉพาะการเลี้ยงปลาเพียงอย่างเดียว โดยเกษตรกรเองมีการจัดการในเรื่องของการทำตลาด ด้วยการนำปลามาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าขายเอง จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายที่ไม่เพียงแต่ส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางเท่านั้น “ช่วงนี้ปัญหาเรื่องภัยแล้งกำลังเป็นอุปสรรคต้นๆ ทางหน่วยงานของเราเองก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับมือ ด้วยการจับปลาจำหน่ายให้หมดก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งที่มีปริมาณน้ำน้อย แต่หากเมื่อเกษตรกรมีความต้องการที่จะเลี้ยงต่อในทันที เราก็มีการส่งเสริมให้เลี้ยงปลาในปริมาณที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป เพื่อที่สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงจะได้มีปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดการเลี้ยงและสูญเสียรายได้ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมในเรื่อง
ปัจจุบัน การทำเกษตรเป็นเรื่องที่ให้ความสนใจจากประชากรหลากหลายกลุ่มในหลายอาชีพ เพราะจะเห็นได้จากสื่อโซเชียลต่างๆ ที่มีผู้คนในอาชีพต่างๆ กลับบ้านเกิดของตนเองมาใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ ด้วยการทำการเกษตรที่ครบวงจรและสร้างรายได้อยู่กับบ้าน ทำให้ไม่ต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปไกลเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว คุณสมร พรหมมา อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เริ่มแรกเดิมที่ไม่ได้ยึดอาชีพทางการเกษตรเลยแม้แต่น้อย เมื่อต้องการกลับมาอยู่บ้านเกิดจึงได้กลับมาทำการเกษตรบนพื้นที่ของตนเอง ระหว่างทำบ่อน้ำจึงเกิดความคิดที่อยากจะเลี้ยงปลาหมอ จึงได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ จากสื่อโซเชียลเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ พร้อมกับลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจนประสบผลสำเร็จ สามารถเกิดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณสมร เล่าว่า เมื่อเริ่มต้นมาทำเกษตรใหม่ๆ ในพื้นที่ไม่ได้มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ในพื้นที่มากนัก จึงได้ทำการขุดบ่อเพื่อไว้กักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในสวน เมื่อได้ปลูกพืชหลายๆ ชนิดแล้วเห็นว่าบ่อน้ำยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่จึงได้เกิดความคิดที่อยากจะนำปลาหมอมาเลี้ยง
หอยแครง เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมูลค่าสูงของประเทศไทย แหล่งเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตำบลบางตะบูน และตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสภาพดินโคลนละเอียดปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรี จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอยแครง เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งประกอบอาชีพหลักด้วยการเก็บหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงหอยแครง สร้างรายได้ที่มีมูลค่าสูง แต่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีการปล่อยของเสียสู่อากาศและแหล่งน้ำ ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจำนวนมาก จากรายงานสถิติการเลี้ยงหอยแครงของกรมประมง ระหว่างปี 2551-2553 พบว่า มีปริมาณผลผลิตระหว่าง 4,017-5,065 ตัน แต่ในปี 2554-2555 ปริมาณผลผลิตหอยแครงลดลงเหลือเพียง 2,613-2,518 ตัน (สถิติการประมงแห่งประเทศไทย, 2557) ผลจากการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อปริมา
“ปลาช่อน” เป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร โดยมีเกษตรกรเพาะเลี้ยงปลาช่อน จำนวนกว่า 199 ราย มีพื้นที่ 350.6 ไร่ ถือเป็นสัตว์น้ำที่มีผลผลิตและมีมูลค่าสูงอันดับต้นของจังหวัด รองจากปลานิลและปลาดุก ทั้งนี้ พื้นที่เลี้ยงส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอขาณุวรลักษบุรี จำนวน 4,406 ไร่ “โดโด้พันธุ์ปลา” เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาช่อน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 24/2 หมู่ที่ 6 ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร แล้วยังเพาะพันธุ์ปลาชนิดอื่นอีก อาทิ ปลาดุก ปลาสลิด และปลาหมอ ฯลฯ พร้อมแปรรูป มีตลาดลูกค้าสั่งจองทั่วประเทศ โดยมี คุณอนุชา บุญสินชัย หรือ คุณเดี่ยว เป็นเจ้าของ แต่เดิมคุณเดี่ยวช่วยครอบครัวภรรยาทำไร่ ทำนา อยู่หลายปี มองว่าอาชีพที่ทำอยู่ไม่ได้สร้างฐานะให้ดีขึ้นหรือยั่งยืนดีพอ จึงพยายามมองหาอาชีพเกษตรอื่น ขณะเดียวกัน ทางครอบครัวภรรยาได้เลี้ยงปลาช่อนขายด้วย จึงทำให้คุณเดี่ยวลองหันมาเลี้ยงปลาช่อนอย่างจริงจัง ระหว่างนั้นคุณเดี่ยวมองอีกว่า การเลี้ยงปลาช่อนขายต้องไปหาซื้อลูกพันธุ์ปลามา ตัวละ 3 บาท เลี้ยงไปกว่าจะโตมีต้นทุนอื่นอีก เมื่อหักแล้วก็เหลือกำไรไม่มาก หากเป็นเช่นนี้ลองมาผลิตลูกปลาช่อนเอาไว
คุณนพดล สุขเลิศธรรมกุล อยู่บ้านเลขที่ 83/3 หมู่ที่ 10 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ยึดการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำท่าจีนเป็นอาชีพหลักให้กับครอบครัว ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูน้ำหลาก และสภาพอากาศตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจนชำนาญ ทำให้การเลี้ยงปลากระชังของเขาสามารถทำให้เกิดรายได้ ซึ่งการจะทำให้เป็นอาชีพที่ยืนยาวได้นั้น ต้องมีการปรับตัวในการทำอยู่เสมอ คุณนพดล เล่าว่า เดิมทีไม่ได้ยึดอาชีพทางด้านการประมงเลย ทำอาชีพเป็นเจ้าของกิจการเกี่ยวกับรถบรรทุก ต่อมาได้ล้มเลิกกิจการไป จึงได้มองหาอาชีพใหม่นั้นก็คือการเลี้ยงปลาในกระชัง เพราะเห็นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นเลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จ จึงทำให้ได้มาทดลองเลี้ยงปลากระชังในเวลาต่อมา โดยปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลานิลและปลาทับทิม เพราะลูกค้าในย่านนี้นิยมกินปลา 2 ชนิดนี้เป็นหลัก “ผมมาเริ่มเลี้ยงปลากระชังในช่วงปี 45 ตอนนั้นก็มาลองผิดลองถูกเอง เลี้ยงมาเรื่อยๆ ก็ถือว่าพอไปได้ เมื่อมีการตลาดแน่นอนก็เริ่มขยายการเลี้ยงมาตลอด ซึ่งตอนนี้เลี้ยงปลาอยู่ประมาณ 65 กระชัง มีการวางแผนจับแบบหมุนเวียนให้ได้ตลอดทั้งปี ก็จะ
คุณปรีชา ชะเอม เกษตรกรชาวจังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังอยู่เหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา จะมาแนะนำเทคนิคการเลี้ยงปลาสังกะวาด บอกว่า จะหาช้อนลูกปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อใส่ลงในกระชังและบางส่วนติดต่อหาซื้อลูกปลาสังกะวาดจากพ่อค้าทางภาคอีสานและภาคเหนือ เพื่อนำมาเลี้ยงให้เป็นปลาไซซ์ใหญ่แล้วส่งขาย “พอเราได้ลูกปลามาจากพ่อค้า เป็นลูกปลาไซซ์ประมาณ 2-3 นิ้ว ก็เอามาใส่เลี้ยงในกระชังที่เราเตรียมไว้ ขนาด 5×5 เมตร ความลึกประมาณ 3 เมตร เอาลูกปลาสังกะวาดปล่อยประมาณ 20,000 ตัว ต่อกระชัง ก็เลี้ยงแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจับ ไม่ต้องย้ายกระชังอะไรอีก” คุณปรีชา บอกถึงขนาดของกระชังที่ใช้เลี้ยง อาหารที่ให้ลูกปลาสังกะวาดกินในระยะแรก จะเป็นอาหารเม็ดเล็ก ที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนประมาณ 40 ให้กินประมาณ 1-2 เดือน เมื่อเห็นว่าปลาเริ่มมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น จึงเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีขนาดเม็ดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และจำนวนของเปอร์เซ็นต์โปรตีนลดลง ให้อยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการลดต้นทุน ซึ่งอาหารจะให้กิน วันละ 2 มื้อ คือช่วงเช้าและเย็น “เราจะให้อาหารกินวันละ 3 มื้อ ก็ได้ พูดถึงมันกินไหมมันกิน แต่ไม่ดี ต้องให้อย่างเหม
ด้วยสภาพทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า มีความชุ่มชื้น ตลอดจนเกิดลำธารน้ำจากภูเขาน้อยใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ป่าทางธรรมชาติหลายชนิด รวมถึงเขียดแลวหรือกบภูเขาด้วย ทั้งนี้ เขียดแลว มักพบได้มากในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ส่วนบริเวณชายแดนไทย-พม่า มักพบมากในบริเวณป่าชุ่มชื้นที่มีลำธารน้ำไหล อย่างอำเภอแม่สะเรียง อำเภอปาย ขุนยวม สบเมย ในอดีตประชากรเขียดแลวมีจำนวนมากจัดเป็นอีกเมนูที่ชาวแม่ฮ่องสอนนำมาบริโภคเหมือนอาหารพื้นบ้านทั่วไป อีกทั้งยังได้รับความนิยมแพร่หลายตามร้านอาหารหลายแห่งกระทั่งจำนวนลดลงในสภาวะอันตรายถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ จนต้องมีการรณรงค์เพื่อหยุดจับเขียดแลวบริโภคกันเลย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่าจะขาดแคลนอาหาร จึงได้มีพระราชเสาวนีย์แก่กรมประมงให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรด้วยการเพิ่มประชากรเขียดแลวเพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติและเป็นอาหารของประชาชนในโครงการธนาคารอาหารชุมชน (FOOD BANK) ตามพระราชดำริ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองพระรา
