ประมง
คุณเวียง สุภาพ บ้านซำขี้เหล็ก เลขที่ 236 หมู่ที่ 10 ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 080-153-4936 เจ้าของ “สวนเวียงทุเรียนภูเขาไฟ” เป็นหนึ่งในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาการผลิตทุเรียน มีจุดเด่นคือการปลูกทุเรียนอินทรีย์ “สวนเวียงทุเรียนภูเขาไฟ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ โดยเปิดบริการให้เข้าชมสวนผลไม้ มีการจัดให้ชิมผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ และจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับมาตรฐานการปลูกไม้ผล GAP นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกซื้อสินค้าจากตลาดเกษตรชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้ผลทุเรียนภูเขาไฟ ตลอดจนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำสวนทุเรียนกับคุณเวียงได้อย่างเป็นกันเอง ที่สำคัญสวนคุณเวียง ยังได้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยมาตรฐาน SHA สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ สวนทุเรียนคุณเวียง มีเนื้อที่ทั้งหมด 9 ไร่ จัดวางรูปแบบสวนผลไม้ผสมผสานอย่างทุเรียน เงาะ มังคุด ซึ่งในบรรดาผลไม้ทั้งหมดปลูกทุเรียนหมอนทองเป็นหลัก ที่เหลือเป็นพั
แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และไม่เคยทำอาชีพเกษตรกรรมมาก่อน แต่ด้วยความมุมานะพยายามเรียนรู้บวกกับการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้วันนี้ คุณภูดิศ หาญสวัสดิ์ หรือ คุณเอก เจ้าของ “บ้านสวน สานฝัน” บ้านหนองไฮ ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม ในระยะเวลาไม่กี่ปี โดยมีรางวัลการันตีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ประธานยังสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) จังหวัดขอนแก่น ในฐานะต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ สืบสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของกรมส่งเสริมการเกษตร และรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาค ประจำปี 2561 ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ เขายังทำงานจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมในหลายบทบาท อาทิ เป็นอาสาสมัครการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (อสปก.) เป็นครูบัญชีอาสา อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น และเป็นประธานกลุ่มข้าว 3D (อร่อยดี ปลอดภัยดี สุขภาพดี) ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา และเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการเกษตรและการทำบัญชีครัวเรื
“ปลากะพง” เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะนอกจากมีการเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศเช่นกัน ซึ่งการเลี้ยงเพื่อการค้าปลาชนิดนี้ สามารถเลี้ยงได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ สนใจและนำมาเลี้ยงอย่างเป็นระบบ จนมีรายได้จากการเลี้ยงปลากะพงได้ผลตอบแทนที่ดีไม่น้อยทีเดียว ลูกพันธุ์ปลากะพงมีความสำคัญด้วยเช่นกัน ปัจจุบันได้มีการฝึกให้กินอาหารเม็ด พร้อมทั้งปรับสภาพแวดล้อมให้ลูกปลาสามารถอยู่ได้ตั้งแต่น้ำเค็มไปจนถึงน้ำจืด คุณวัชระ ฟักสกุล อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 5 ตำบลหอมศีล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เห็นช่องทางการทำเงินกลางน้ำด้วยการนำลูกปลากะพงมาอนุบาลให้เป็นไซซ์นิ้ว เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป โดยการทำด้วยวิธีการนี้ช่วยตัดขั้นตอนการอนุบาลลงไปได้ จึงทำให้เมื่อเกษตรกรรายอื่นๆ นำไปเลี้ยง ปลากะพงสามารถเจริญเติบโตและเป็นปลาที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ คุณวัชระ เล่าว่า สาเหตุที่ได้มาจับธุรกิจเดียวกับการอนุบาลปลากะพงนั้น เกิดจากแฟนสาวที่ทำอาชีพเกี่ยวกับปลากะพง จึงทำให้เขามีความสนใจและได้เ
พูดถึงอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ เมนูที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คงต้องยกให้หอยชักตีน เมนูอาหารทะเลจานเด็ดชูโรง ที่ใครมาถึงจังหวัดกระบี่ก็ต้องมาลิ้มรสกันให้ได้ ไม่งั้นก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดกระบี่ หอยชักตีนจะกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน คือ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และสตูลบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีพื้นทะเลเป็นดินทรายปนโคลนระยะห่างจากฝั่งประมาณ 50-1,000 เมตร ซึ่งจะพบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณพื้นที่ที่มีหญ้าทะเลขึ้นอยู่ หอยชักตีน ถูกนำมาใช้ประโยชน์จำนวนมาก ทั้งหอยขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไม่คุ้มค่า และขาดแคลนพันธุ์หอยที่จะเจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งถ้ายังคงดำเนินไปดังเช่นปัจจุบันอาจจะทำให้ทรัพยากรอย่างหอยชักตีนเสื่อมโทรมลงในอนาคตอันใกล้นี้ จึงต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากหอยชนิดนี้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันหอยชักตีนยังมีให้เห็นและจับจำหน่ายสร้างรายได้อยู่ขณะนี้ อยู่ที่ชุมชนบ้านหลังเกาะ ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื่องจากมีสภาพพื้นดินโดยรอบเกาะเป็นดินทรายปนโคลน อีกั้งยังมีความอ
ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืด ขนาดใหญ่ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ผิวหนังเรียบไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ลักษณะลำตัวด้านข้างค่อนข้างอวบกลม ปากกว้างทู่มีหนวดสั้นๆ ส่วนปลายหางยาวและเว้าลึกเป็นแฉก ส่วนหลังของตัวปลาสวายมีสีเข้มกว่าด้านท้อง ลักษณะเพศ ตัวผู้จะมีท้องเรียบไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าเพศเมีย ส่วนตัวเมีย มีลักษณะเพศที่สังเกตได้ชัดกว่าเพศผู้ คือมีส่วนท้องอูมเป่งกลมนูนออกมาเห็นได้ชัด จะวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากจะเป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว ยังนิยมเลี้ยงในบ่อดินและในกระชังอีกด้วย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว เนื้อของปลาสวายมีรสชาติอร่อย ยังถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด จังหวัดที่นิยมเลี้ยงปลาสวาย ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ มีทั้งเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่เรียงอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ และบ่อดินขนาดใหญ่ จึงถือว่าเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก ยังมีพื้นที่เลี้ยงปลาสวายในบ่อดินสร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันให้กับเกษตรกรรายนี้ได้เป็นอย่างดี สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 10
คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่อยากทดลองเพาะพันธุ์ด้วยสองมือของเขาเอง ซึ่งจากความพยายามไม่ได้นำมาแต่ความสำเร็จ แต่สามารถเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้อีกด้วย คุณวิทยา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพทำงานเกี่ยวกับเครื่องกลอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมา ปี 2543 มีเหตุต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาเพื่อเป็นอาชีพในขณะนั้นด้วย “เหตุที่ต้องย้ายมาที่นี่ พอดีแม่ของภรรยาเสียชีวิต ก็เลยได้ย้ายมาอยู่ที่สุพรรณฯ ซึ่งเราเป็นคนที่ชอบปลากรายอยู่แล้วสมัยยังเด็ก ช่วงนั้นก็เลยลองเพาะพันธุ์ดู ก็ทดลองเพาะกับธรรมชาติก่อน คือใช้บ่อใช้คลองแบบธรรมชาติ เพราะช่วงนั้นเราไม่มีที่ ต่อมาเมื่ออะไรเข้าที่เข้าทางก็ขยับขยาย มาทำบ่อของตัวเอง ปรากฏว่าที่เพาะพันธุ์ทั้งหมดมันขายได้ เราก็เลยเริ่มมาทำบ่อเพาะอย่างจริงจัง เพราะว่าจะทำแบบธรรมชาติไม่ได้แล้ว ลูกปลามันได้จำนวนที่น้อยลง” คุณวิทยา เล่าถึงความเป็นมา วิทยาการความรู
ปลาดุก ที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกบิ๊กอุย ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรมีความสนใจเลี้ยงปลาดุกกันมากขึ้น จึงเลือกสายพันธุ์ในการเลี้ยงขึ้นอยู่กับความนิยมบริโภคในพื้นที่นั้น หรือตามความต้องการของตลาด เพราะแต่ละรอบการผลิตค่อนข้างมีความสำคัญมาก หากเลือกสายพันธุ์ที่ดี การจับจำหน่ายและราคาก็จะตอบโจทย์สร้างผลกำไรมากขึ้น ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมีย และปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการขยายพันธุ์ของปลา 2 ชนิดนี้ ลูกพันธุ์ที่ได้ออกมามีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี มีความทนทานต่อโรคสูง จึงได้มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย คุณประเทือง มานะกุล เกษตรกรตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ได้ริเริ่มเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาด้วยเช่นกัน โดยเน้นการเลี้ยงแบบให้มีต้นทุนต่ำ คุณประเทือง เล่าว่า อาชีพหลักของครอบครัวคือเลี้ยงโคนม ต่อมาประมาณ ปี 2554 ได้มีโอกาสเห็นน้องเช่าบ่อสำหรับเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยอยู่บริเวณบ้าน จึงเกิดความสนใจที่อยากจะทดลองเลี้ยง จึงได้ขุดบ่อทดลองเลี้ยงในช่วงแรก 1 บ่อ เพื่อที่จะได้ศึกษา
การขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ทำนายังคงสร้างปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรทางภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนาผืนนั้นอยู่ห่างไกลแหล่งน้ำทางธรรมชาติ หรือไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน ฉะนั้น ทางออกของชาวบ้านที่ดีที่สุดคือ การเปลี่ยนไปทำเกษตรกรรมแบบใช้น้ำน้อย อย่าง คุณวีระชัย ศรีสด อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 8 บ้านโนนแดง ตำบลยาว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จากเดิมที่เคยมีพื้นที่ทำนาเป็น 100 ไร่ แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์เนื่องจากขาดแคลนน้ำ แถมยิ่งทำ ยิ่งมีหนี้สิน จึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพการเกษตรหลายชนิดที่ใช้น้ำน้อย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนมาจบที่การเพาะพันธุ์ปลาขาย พ่วงด้วยการเพาะพันธุ์กบและเลี้ยงกบเนื้อ สร้างรายได้รวมแล้วปีละเป็นแสนบาท คุณวีระชัย ศรีสด กับภรรยา น้ำน้อย ทำนาไม่ได้ เปลี่ยนมาเพาะปลา-เลี้ยงกบ คุณวีระชัย เจ้าของ “วีระฟาร์ม” เล่าว่า เดิมมีอาชีพทำนาบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ หาเลี้ยงครอบครัว ไม่นานพบว่ามีปัญหาอุปสรรคนานัปการที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ต้นทุนค่าปุ๋ย ยา ค่าแรง รวมถึงราคาข้าวที่ตกต่ำ เพราะยิ่งทำนากลับเพิ่มหนี้สินมากมาย จึงตัดสินใจหยุดชั่วคราวแล้วลองหันมาทดลองเพาะพันธุ์ปลาแ
คุณชัยยะ อินทร์สุข เกษตรกรทำฟาร์มหอยขม ตั้งอยู่ที่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ได้มองเห็นถึงโอกาสช่องทางการเลี้ยงหอยขมเพื่อเป็นอาชีพเสริม โดยมีทั้งแบบจำหน่ายทั้งเปลือกแบบตัดก้นและแกะเนื้อออกจากเปลือกเพื่อจำหน่ายให้กับร้านหรือผู้ที่สนใจได้นำไปประกอบอาหารได้ทันที ทำให้เวลานี้เป็นหนึ่งสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี เลี้ยงหอยขม เป็นงานสร้างรายได้เสริม คุณชัยยะ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพค้าขาย ทำร้านอาหาร ต่อมาจึงได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาเพื่อทำเป็นอาชีพเสริมรายได้อีกหนึ่งช่องทาง แต่ปลาที่นำมาเลี้ยงยังไม่สามารถทำความสำเร็จให้กับเขาได้เท่าที่ควร โดยระหว่างนั้นภายในบ่อก็ได้มีหอยขมติดมากับน้ำอยู่ภายในบ่อด้วย หอยขมกลับเจริญเติบโตได้ดีและสามารถจับมาประกอบอาหารได้ จึงทำให้เกิดแนวความคิดและมองเห็นโอกาสที่อยากจะเลี้ยงอย่างจริงจังในเวลาต่อมา “ช่วงนั้นก็เอาปลามาลงในบ่อ เพราะมองว่าน่าจะเลี้ยงได้ดี เสร็จแล้วเราไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลเท่าไร ปลาก็มีตายและมีขโมยมาลักไปบ้าง ทีนี้เรื่องการเลี้ยงปลาก็เลยถือว่าไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ เสร็จแล้วก็มาเห็นหอยที่มันอยู่ร่วมกับปลาในบ่อ แต่มัน
ป้าละมาย วงษเสถียร เจ้าของกระชังปลาในบ่อดิน แห่งตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีรูปแบบการเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้ต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างน้อย อีกทั้งด้วยเหตุผลสองประการหลักๆ คือ การใช้ขนมคบเขี้ยว อาธิ มาม่า ขนมปัง เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลา และในระหว่างเลี้ยงหรือจับปลาขายไม่เคยดูดน้ำทิ้งหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยง ทำให้สามารถเลี้ยงได้ตอลดทั้งปีโดยที่ไม่มีโรคเข้ามารบกวน ป้าละมาย เริ่มเลี้ยงหันมาเพาะเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน ราวๆ ปี 54 ซึ่งป้าละมายเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงปลา จะประกอบอาชีพรับชื้อเสื้อผ้ามือสองมาขายตามตลาดนัดแถวบ้านซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังทำอยู่ พอในช่วงต้นปี 52 หลานชายได้มาชื้อที่ดินแถวบ้านซึ่งเป็นที่ที่เจ้าของเดิมนั้นขุดเอาทรายไปขายทิ้งไว้แต่พื้นที่ที่เป็นบ่อ มีน้ำที่สะอาด สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ดี ป้าละมายเห็นว่าพื้นมีความเหมาะสมจึงตัดสินใจนำพื้นที่บางส่วนมาเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ควบคู่กับการขายเสื้อผ้ามือสอง โดยขณะนั้นความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาไม่มี ลองผิดลองถูก สอบถามคนที่เลี้ยง และอาศัยประสบการณ
