ปศุสัตว์ เกษตรรอบด้าน

แนะเทคนิคการเพาะเลี้ยงกระต่าย สัตว์เลี้ยงแสนรักให้เติบโตแข็งแรง และมีอายุยืนยาว

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของหลายๆ คน เพราะกระต่ายน่ารัก เป็นมิตรและมีอายุยืนยาว ไม่ส่งเสียงดัง  การเลี้ยงกระต่ายช่วยลดความเครียด  เหมาะกับพื้นที่จำกัด เช่น หอพักหรือคอนโด  ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย

โดยทั่วไป  กระต่ายมี 5 สายพันธุ์หลัก แต่เมื่อแบ่งตามความนิยมจะเหลือเพียงแค่ 3 สายพันธุ์หลักเท่านั้น ซึ่งกระต่ายแต่ละชนิดนั้นมีนิสัยและรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป  เช่น  1. สายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอฟ คือพันธุ์กระต่ายแคระ ที่มีลักษณะของตัวที่เล็กกว่ากระต่ายทั่วไป  2. สายพันธุ์มินิเร็กซ์ หรือ ขนกํามะหยี่  ป็นพันธุ์ขนสั้นที่สุดในโลก  เหมาะกับเด็กเล็ก หรือบ้านที่มีปัญหาเรื่องการแพ้ขนสัตว์ 3. สายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอป มีนิสัยสงบสุขุมมากกว่า เพราะด้วยความที่หูเขาตกลง การได้ยินเสียงหรือการตื่นตัวเขาจะช้าหน่อย

.นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์กระต่ายลูกผสมเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์แท้ตั้งแต่ 2 สายพันธุ์ขึ้นไป เพื่อให้ได้ลักษณะเฉพาะที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น  กระต่ายแคลิฟอร์เนีย (California) ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่าง นิวซีแลนด์ไวท์, หิมาลายัน, และชินชิลล่า และมักนิยมนำไปเลี้ยงเพื่อเนื้อ   หรือ ฮาร์เลควิน (Harlequin) กระต่ายสายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีสองสีในตัว มีรูปแบบลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์  นอกจากนี้ยังมี พันธุ์เท็ดดี้แบร์ และพันธุ์วู้ดดี้ทอย ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์ขนยาวและตัวเล็ก น่ารักหลายคนนิยมเลี้ยงกระต่ายพันธุ์นี้ไว้เป็นเพื่อนเล่น   

กระต่ายพันธุ์เท็ดดี้แบร์

สำหรับกระต่ายพันธุ์เท็ดดี้แบร์ เป็นกระต่ายที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยจนมีสายพันธุ์นิ่ง และสามารถถ่ายทอดลูกออกมาเช่นเดียวกับพ่อแม่ ไม่เป็นหมัน ไม่มียีนแคระ และมีขนยาวที่สวยงาม ตอนเล็กๆ กระต่ายสายพันธุ์นี้ขนจะยังไม่ยาวมากนัก เมื่ออายุ 2 เดือนจะเริ่มเห็นขนยาวฟูที่ชัดเจน และจะฟูเต็มที่เมื่ออายุ 5-8 เดือน ขนาดตัวไม่โตมากนัก น้ำหนักประมาณ 1.8 กิโลกรัม อาจมีขนที่หูหรือไม่มีก็ได้ แต่ความยาวขนเมื่อโตเต็มที่ต้องมากกว่า 3 นิ้ว จึงจะได้รับการยอมรับ


กระต่ายพันธุ์เท็ดดี้แบร์ออกลูกครั้งละ 3-6 ตัว ขนขึ้นฟูเห็นชัดเจนเมื่ออายุประมาณ 20 วัน บางตัวขนอาจไม่ฟูเมื่ออายุน้อย และจะฟูขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ผลัดขนทุกปี ปีละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากหน้าตาน่ารัก ขนฟูฟ่อง สามารถพาไปไหนมาไหนได้ง่าย และราคาไม่สูงมากนัก มีสีมากมายหลายสีทำให้กระต่ายสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยม

กระต่ายพันธุ์วู้ดดี้ทอย

กระต่ายพันธุ์วู้ดดี้ทอย เป็นกระต่ายขนาดค่อนข้างเล็ก มีขนนุ่มฟูกระจายไปทั่วตัว คล้ายๆ เท็ดดี้แบร์ แต่จะตัวเล็กกว่า มีหลายสี ขนมีสองชั้น คือ ขนชั้นในและขนชั้นนอก ขนชั้นนอกควรยาวกว่าขนชั้นใน ขนมีลักษณะตกทิ้งลงข้างลำตัว ขนไม่พันกัน ความยาวของขนไม่ควรต่ำกว่า 2 นิ้ว เพศผู้หนักประมาณ 0.8-1.1 กิโลกรัม เพศเมียหนักประมาณ 0.9-1.2 กิโลกรัม

 เมื่อโตเต็มที่แล้วหน้าจะเหมือนพันธุ์เท็ดดี้แบร์ แต่หูสั้นกว่า มองเห็นคล้ายรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า หากนำมาเทียบกับพันธุ์เท็ดดี้แบร์ พันธุ์วู้ดดี้ทอยตัวจะเล็กกว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว  ด้วยความคล้ายกัน บางคนนำมาผสมพันธุ์กันได้กระต่ายลูกผสมเรียกว่าวู้ดดี้ทอยผสมเท็ดดี้แบร์  ลูกกระต่ายที่ออกมา บ้างขนยาว บ้างขนสั้น บ้างตัวเล็ก บางตัวโต ทุกตัวไม่มีความเหมือนกันเลย

การเลี้ยงดูกระต่าย ไม่ใช่เรื่องยาก

แม้จะมีคำกล่าวว่า กระต่ายเป็นสัตว์ขี้ตกใจ และอาจตายได้ถ้าได้ยินเสียงดังเกินไป แต่การเลี้ยงดูกระต่าย ไม่ใช่เรื่องยาก แท้จริงแล้วกระต่ายโดยทั่วไปมีนิสัยขี้กลัว ขี้ตกใจ อะไรแปลกๆ ก็ตกใจ แต่ถ้าคลุกคลีใกล้ชิดจะรู้ว่า กระต่ายเป็นสัตว์ที่มีความเชื่อง มีความนุ่มนวล และนิ่งเมื่ออยู่กับเจ้าของ นอกจากนี้ ยังขึ้นกับการเลี้ยงดู หากเลี้ยงกระต่ายไว้ในที่สงบเงียบมากเกินไป เมื่อเกิดเสียงดังที่ทำให้กระต่ายเกิดความกลัวมาก โอกาสที่กระต่ายจะช็อกตายจากความตกใจกลัวก็เกิดขึ้นได้

การเพาะพันธุ์กระต่าย

การผสม เพศเมียควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 8 เดือน หรือดูจากอวัยวะเพศที่มีความสมบูรณ์พร้อมผสมพันธุ์ เช่น แดง บวม ก็สามารถผสมได้เช่นกัน หรือลูบหลังกระต่ายแล้วกระต่ายหันหลังให้พร้อมกับยกก้นขึ้น แสดงว่ามีความพร้อมในการผสมพันธุ์

ในการผสมสามารถทำโดย นำเพศผู้ไปใส่ในกรงเพศเมีย หรือนำเพศเมียไปใส่ในกรงของเพศผู้ ได้เช่นกัน รอให้ผสมก่อน เมื่อผสมแล้วให้จับแยกออกมาพักไว้ 10-15 นาที จากนั้นนำเข้ากรงเพื่อให้ผสมใหม่ ทำเช่นนี้จนกว่าจะผสมได้ 3 ครั้ง จึงแยกทั้งคู่

หลังการผสม 15 วัน ควรคลำท้องแม่กระต่ายเบาๆ สัมผัสดูว่ามีก้อนๆ ภายในท้องหรือไม่ หากมีนั่นหมายถึงมีลูกกระต่ายที่ได้รับการผสมแล้วอยู่ หรือสังเกตจากรูปร่างลักษณะของแม่กระต่ายที่เริ่มอ้วนหรือมีเนื้อมากขึ้น และท้องเริ่มขยาย น้ำหนักเพิ่มขึ้น ระยะเวลาการตั้งท้อง 30-35 วัน หลังแน่ใจว่ากระต่ายตั้งท้อง ควรแยกออกจากฝูงไว้ในกรงส่วนตัว ควรทำรังคลอดไว้ให้ คล้ายที่นอน และใส่ฟางลงไปในกรง เพื่อให้กระต่ายคุ้นเคยกับธรรมชาติ ควรระวังไม่ให้กระต่ายคลุกดิน เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย

ก่อนคลอด กระต่ายจะเริ่มกัดขนตัวเองไปไว้ในรังนอนที่ทำไว้ให้ กรณีที่กระต่ายไม่กัดขนตัวเอง โอกาสที่ลูกคลอดออกมาแล้วตายมีสูง เพราะจะไม่มีช่องให้ลูกกินนม ซึ่งลูกกระต่ายหากไม่ได้กินนมนานเกินไปจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำตาลและตายในที่สุด

การอนุบาลลูกกระต่าย

ลูกกระต่ายหลังคลอด ประมาณ 15 วัน จะเริ่มเห็นพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกกระต่าย ประมาณ 20 วัน ลูกกระต่ายจะเริ่มออกจากรังคลอด และเริ่มกินอาหารเม็ดตามแม่กระต่ายได้   อาหารที่ให้เป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปทั่วไป และเสริมด้วยหญ้า ซึ่งบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนาและปลอดสารเคมี การเก็บหญ้าจากธรรมชาติและปลอดสารเคมีมาให้กระต่ายกิน ก็เป็นอาหารเสริมที่ดีอย่างหนึ่ง

โรคที่อาจเกิดขึ้นในกระต่าย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระต่ายป่วยได้ง่ายคือ ลูกกระต่ายไม่ได้กินนมแม่ เพราะนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในลูกกระต่ายได้ดีเหมือนคน และถ้าแยกลูกกระต่ายจากแม่ก่อนอายุ 45 วัน อาจทำให้ลูกกระต่ายช็อกตายโดยไม่รู้สาเหตุได้ นอกจากนี้ โรคที่อาจพบได้ในกระต่ายคือ โรคแท้งในกระต่าย ซึ่งเกิดจากการป่วยในช่วงที่กระต่ายท้อง เมื่อแท้ง โอกาสที่กระต่ายตายก็พบได้สูง รวมถึงโรคแขนขาอ่อนแรง ที่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นกับกระต่ายตัวใด อีกทั้งอาการจะแสดงออกต่อเมื่อกระต่ายโตเต็มวัย ซึ่งสามารถรักษาโรคนี้ได้แต่ไม่หายขาด ดังนั้น การเลี้ยงกระต่ายให้คุ้นชินกับธรรมชาติ ดูแลความเป็นอยู่ให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สุด จึงเป็นเรื่องดี

 หนุ่มอำนาจเจริญ เลี้ยงกระต่ายลูกผสม เท็ดดี้แบร์-วู้ดดี้ทอย รายได้ดี

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกเมื่อ23 กุมภาพันธ์ 2561

Rewrite19/10/68

Related Posts