ปศุสัตว์
ปัจจุบันไข่เป็ดกำลังได้รับความนิยมค่อนข้างมากจากผู้บริโภค เพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยิ่งเป็นไข่เป็ดที่ผ่านการเลี้ยงแบบได้มาตรฐานมีการบริหารจัดการที่ดี ยิ่งทำให้ไข่แดงมีสีสันออกส้มแดง มองแล้วชวนกิน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นไข่เค็ม เมื่อผ่านการพอกด้วยดินสอพองระยะเวลาที่ดีแล้ว ทำให้ได้ไข่เค็มที่มีรสชาติดี กินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไข่เป็ดด้วยการนำมาแปรรูป ทำเป็นไข่เค็มพอกด้วยดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง โดยไม่จำเป็นต้องจำหน่ายเป็นไข่สดเพียงอย่างเดียว แต่การแปรรูปสามารถส่งบริการลูกค้าได้ทางไปรษณีย์ถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพเกษตรกรรมเกี่ยวกับการปลูกพืชไร่ ต่อมาพอทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าทำรายได้ไม่ค่อยดี ยังไม่ตอบโจทย์ต่อการสร้างรายได้ของเธอ ทำให้ได้มองเห็นอีกหนึ่งช่องทางคือการเลี้ยงเป็ดไข่ที่น่าจะเป็
กระแสรักษ์สุขภาพในปัจจุบันไม่เพียงทำให้ผู้บริโภคไปถึงในเรื่องของพืชผักเพียงอย่างเดียว แม้แต่ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์เองมีการนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์มากขึ้น ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดก็จะเป็นในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดยเน้นในเรื่องของการเลี้ยงที่ให้ไก่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งให้กินอาหารที่เป็นพืชผลที่ผลิตในระบบอินทรีย์เข้ามาเสริมจึงทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพ พร้อมกับสามารถจำหน่ายได้ราคาที่สูงกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป จึงทำให้เกษตรกรที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์อยู่เดิมมาเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเสริมเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกด้วย คุณเสาวนีย์ เมฆนุพักต์ เจ้าของ “Get Farmily เกษตรกรในสวนเพื่อน” ตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) บนพื้นที่จำนวน 19 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่ปลูกพืชต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น การปลูกข้าวอินทรีย์ กล้วยน้ำว้า และพืชผักสวนครัวต่างๆ แต่ที่เป็นสินค้าหลักและสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีนั้น คือ การเลี้ยงไก่อารมณ์ดี จำนวน 700 ตัว ที่สามารถเก็บไข่จำหน่ายได้เป็นรายได้หลัก
กระบือ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถเลี้ยงทำการค้าได้หลายแบบ ไม่ว่าจะไว้สำหรับจำหน่ายพันธุ์เป็นกระบือสวยงาม หรือจะเลี้ยงสำหรับส่งจำหน่ายให้กับตลาดบริโภคเนื้อก็ได้เช่นกัน จึงทำให้กระบือเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้สนใจในการนำมาเลี้ยงสร้างรายได้เป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเอง คุณวิไลลักษณ์ พาภักดี จบการศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ (สาขาพืชสวน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เห็นความน่ารักของกระบือจึงเกิดความสนใจที่อยากจะนำมาเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพ โดยผู้ที่ริเริ่มการเลี้ยงก่อนนั้นคือครอบครัวของเธอ เมื่อเธอต้องการกลับมาอยู่บ้านจึงได้หันมาจับการเลี้ยงกระบือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ คุณวิไลลักษณ์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยงกระบือที่ต่อยอดจากครอบครัวนั้น เดิมทีได้ไปทำงานยังที่อื่นๆ เพื่อหาประสบการณ์การชีวิตก่อน ต่อมาเริ่มเบื่อและรู้สึกไม่อยากเป็นลูกจ้าง จึงได้คิดที่อยากจะกลับมาอยู่บ้านเพื่อมาเป็นนายตัวเอง ทำให้ได้ลาออกจากงานประจำและกลับมาอยู่บ้านอย่างเต็มตัว และเริ่มจัดการชีวิตของตัวเองให้ว่าจะต้องประกอบอาชีพอย่างไรเพื่อให้มีรายได้อย่างยั่งยืน “พอเรากลับมาอยู่บ้าน ช่วงแรกก็มานั่งคิดนอนคิด
หากนึกถึงสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นลักษณะนิสัยนำมาก่อน ชิวาวาก็น่าจะเป็นสายพันธุ์ที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของความเฉลียวฉลาดและจงรักภักดีต่อเจ้าของ ไม่แพ้สุนัขสายพันธุ์อื่น แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็เล็กเฉพาะรูปร่าง และใจของชิวาวาใหญ่เกินคาด ขนาดเล็กที่เอ่ยถึงของชิวาวา เป็นขนาดเล็กที่เรียกได้ว่า เล็กที่สุดในโลก แต่มีหูใหญ่ ดวงตากลมโต อุปนิสัยเงียบสงบ ไม่เห่าส่งเสียงดังรบกวน เว้นแต่จะถูกรบกวนหรือทำให้ตกใจ จึงจะเห่าเพื่อรักษาที่อยู่อาศัยของตนเอง ติดเจ้าของ แต่ไม่ทำลายข้าวของ ทั้งยังมีความกล้าหาญในการต่อสู้กับสุนัขที่มีขนาดใหญ่กว่า ชิวาวาได้รับการตั้งชื่อตามชื่อรัฐชีวาวา ในประเทศเม็กซิโก เป็นสุนัขขนาดเล็ก น้ำหนักตัวโตเต็มที่ไม่เกิน 2.5-2.7 กิโลกรัม สูงประมาณ 16-20 เซนติเมตร จัดเป็นสุนัขในกลุ่มสุนัขพันธุ์เล็ก และเป็นสุนัขที่รักและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมากสายพันธุ์หนึ่ง เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสได้พบกับ Arunee Kennel ฟาร์มชิวาวาขนาดเล็ก แต่ได้มาตรฐานฟาร์มหนึ่ง ของคุณธีรสุวัฒน์ จิรถราวัฒน์ ที่เริ่มต้นจากความรักสุนัขสายพันธุ์นี้ของเขาและภรรยา คือ คุณอรุณี จิรถราวัฒน์ อันเป็นที่มาของการตั้งชื่อฟาร์ม คุณ
ไก่งวง เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายพื้นที่นิยมเลี้ยง โดยการเลี้ยงจะเน้นทั้งสวยงามและนำมาประกอบอาหาร เพราะไก่งวงเป็นไก่ที่มีเนื้อเยอะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ต้ม ลาบ หรือแกงป่า ก็มีรสชาติที่ดีไม่น้อยทีเดียว จึงทำให้เกษตรกรบางรายเมื่อเลี้ยงไก่งวงแล้ว ได้เปิดร้านอาหารเพื่อนำเนื้อที่ได้มาประกอบอาหารสร้างรายได้แบบครบวงจร ส่งผลให้เกิดรายได้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ คุณนฤดม ผิวจันทร์ ทำฟาร์มไก่งวงอยู่ที่บ้านทับใหญ่ ตำบลทับใหญ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง อายุ 25 ปี จบการศึกษาทางด้านครูภาษาไทย ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยเขามีจิตใจรักการทำเกษตร เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงได้มาทดลองทำการเกษตรหลายชนิด และการเลี้ยงไก่งวงเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ประสบผลสำเร็จ โดยเน้นการทำตลาดออนไลน์สร้างเป็นรายได้ “การทำเกษตรของคนรุ่นใหม่ คือการเรียนรู้จากคนรุ่นเก่าที่ทำสมัยก่อน มาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเราโตมากับยุคที่มีเทคโนโลยี การทำเกษตรและการหาองค์ความรู้ ตลอดไปจนถึงในเรื่องของการทำการตลาด เทคโนโลยีปัจจ
“สุนัขไทยหลังอาน” เดิมทีนิยมเลี้ยงกันในจังหวัดตราดและภาคตะวันออก เป็นสุนัขพื้นบ้านทั่วไป ไม่ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์กำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐานแต่อย่างใด มีอานนิดๆหน่อยๆ ถือว่าใช้ได้ แต่เมื่อช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา มีคนจากจังหวัดอื่นๆ มาเห็นและชื่นชมนำไปเลี้ยง และเป็นที่นิยมมากขึ้น สุนัขหลังอานจึงกลายเป็นสิ่งที่มีค่า มีราคา มีการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ กำหนดลักษณะพันธุ์ และเริ่มมีการพัฒนาสายพันธุ์ ด้วยการผสมพันธุ์เพื่อขายลูก เพาะเลี้ยงพ่อพันธุ์สวยๆ เพื่อรับผสมพันธุ์โดยคิดค่าผสมพันธุ์ ด้วยสุนัขหลังอานที่เข้าใจว่ามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดตราด คำขวัญของจังหวัดตราดจึงกล่าวไว้ว่า ”เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา” ช่วง 40 ปีที่ผ่านมา จังหวัดตราดได้จัดประกวดสุนัขไทยหลังอานขึ้นเป็นระยะ แม้ว่าไม่ต่อเนื่องแต่ทำให้สุนัขไทยหลังอานมีผู้สนใจเลี้ยงขยายพันธุ์มากขึ้น มีแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ที่มีอัตลักษณ์และโครงสร้างสรีระที่สวยงาม จนกระทั่งสุนัขไทยหลังอานได้รับการจดทะเบียนกับสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) ต่อมาสมาคมได้ยื่นจดทะเบียนกับสมาพันธ์สุ
จ่าสิบเอก วิทยา สาพรมมา หรือ จ่าวิทย์ เจ้าของฟาร์ม VT ทุ่งนาจ่าวิทย์ฟาร์มแกะ ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้เลี้ยงแกะเป็นอาชีพเสริมที่ตอบโจทย์การสร้างรายได้ควบคู่ไปกับงานประจำ โดยเขาได้ใช้ที่ดินของครอบครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ไม่ต้องทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว มาผสมผสานกับการทำปศุสัตว์ ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เขากลับทำได้อย่างสบาย เกิดรายได้ต่อเดือนไม่น้อยทีเดียว จ่าวิทย์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นไก่ชนหรือโคเนื้อของครอบครัว เมื่อมีโอกาสมารับราชการทหาร ความใฝ่ฝันเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ และอยากที่จะทำเป็นธุรกิจของตัวเอง เพราะมองว่ารายได้ทางเดียวอาจไม่เพียงพอกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งสถานที่ทำงานและบ้านของเขาอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ทำให้เห็นช่องทางการเลี้ยงสัตว์ว่าเมื่อเลิกงานแล้ว น่าจะนำเวลาหลังเลิกงานมาทำอะไรที่มีประโยชน์มากขึ้น “ตอนนั้นคิดและกว่าจะตัดสินใจได้ ว่าเราจะเลี้ยงสัตว์อะไรดี จะเลี้ยงโคเนื้อแบบสมัยก่อน มันก็ดูลำบากไปสำหรับผม ก็เลยมาศึกษาเรื่องการเลี้ยงแกะ พอได้ทดลองทำ การเลี้ยงแกะมันตอบโจทย์ ทั้งในเรื่อง
ทั้งในอดีตและปัจจุบันตั๊กแตนยังคงเป็นแมลงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจอันดับต้นๆ ของชาวไร่ชาวนา ที่เข้ามาคอยกัดกินทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหาย แต่ในทางกลับกันก็มีหลายคนมองเห็นช่องทางสร้างรายได้จากตั๊กแตนจำนวนไม่น้อย หรือจะพูดว่าเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก็ได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีเกษตรกรหลายรายหันมาเอาดีด้านการเพาะขยายพันธุ์ตั๊กแตนสร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น แถมมีต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มากก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนะนำให้เลี้ยงในปริมาณที่สามารถควบคุมได้ มีโรงเรือนปิดมิดชิด ไม่ให้สามารถออกไปทำลายพืชสวนไร่นาของเพื่อนบ้านได้ คุณอิทธิพล ดลจำรัส หรือ คุณมี่ เจ้าของฟาร์มลุงมี่ ตั้งอยู่ที่บ้านแสนสำราญ ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรหัวใส พลิกวิกฤตจากตั๊กแตนที่เป็นแมลงศัตรูพืชที่เกษตรกรทุกคนขยาด สร้างโอกาสจับมาเพาะขยายพันธุ์ ขายตัว ขายไข่ของตั๊กแตน สร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น คุณมี่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก่อน จนถึงจุดอิ่มตัวหมดแพชชั่นในการทำงาน อยากลาออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับที่ในช่วงนั้นเศ
ไกไข่อารมณ์ดีปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจเลี้ยงในพื้นที่บ้านของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ที่เริ่มเลี้ยงระยะแรกไม่ได้มองว่าจะต้องจำหน่ายไข่จนเกิดรายได้ เพียงแต่เลี้ยงไก่จำนวนที่น้อยอยู่ที่ 5-10 ตัวเท่านั้น เพื่อให้มีไข่ไว้บริโภคภายในครัวเรือน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มมีมากขึ้นจึงทำให้การจำหน่ายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ ส่งผลให้จากเดิมที่เลี้ยงไก่ไข่แค่พอไว้บริโภค กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นเกษตรกรเต็มตัว และต่อยอดการทำเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้นตามไปด้วย คุณอนันต์ อมดวง อยู่บ้านเลขที่ 86/7 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานและเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้เมื่อมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นไก่ไข่อารมณ์ดีจึงเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับสร้างการตลาดด้วยบรรจุภัณฑ์ที่น่าซื้อมากขึ้นให้ได้ตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวทำการเกษตรมาตั้งแต่ครั้งคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาเมื่อเขาจบการศึกษาจนเริ่มทำงานประจำ ช่วงที่ได้กลับมาบ้านช่วงวันหยุดก็จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที
ด้วยความเชื่อที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน เกี่ยวกับ “นกแสก” ว่าเป็นนกผี หากบินผ่านบ้านใครและส่งเสียงร้อง จะทำให้บ้านนั้นมีคนเสียชีวิต กระแสความเชื่อที่ผสมกลมกลืนมากับวัฒนธรรม ยากที่จะเลือนหาย ส่งผลให้นกแสกถูกทำร้ายมากมาย และลดจำนวนลง ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง ที่ต้องกล่าวเช่นนั้น เพราะ นกแสก เป็นนกที่กินสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กจำพวกหนูเป็นอาหาร โดยสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กเหล่านี้ มักอาศัยอยู่ตามสวน โดยเฉพาะสวนปาล์ม ซึ่งมีหนูเป็นศัตรูพืชตัวสำคัญ หรือแม้กระทั่งท้องนา ที่มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้คอยทำลายต้นอ่อนของพืช ซึ่งการกำจัดของเกษตรกร ที่เห็นได้ทั่วไป คือการใช้ยาเบื่อหนู เมื่อนกแสกกินหนูเป็นอาหาร ยาเบื่อจึงออกฤทธิ์กับนกแสกด้วย วงจรเช่นนี้เองที่ทำให้ “นกแสก” ลดจำนวนลงทุกขณะ กระทั่งระบบนิเวศเริ่มปรวนแปร ทำให้กลุ่มอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เห็นความสำคัญ จึงเริ่มก่อตั้งโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก มก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขึ้น รองศาสตราจารย์ วรวิทย์ วัชชวัลคุ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก เปิดเผ
