ปศุสัตว์
วันที่ 7 ธันวาคม 2559 จากการที่จังหวัดหนองคาย อุณหภูมิลดลงต่อเนื่องมาหลายวัน ส่งผลให้อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว และไม่ชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 20 – 25 องศาเซลเซียส นอกจากจะส่งผลดีกับพืชผลการทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่แล้ว ยังส่งผลดีกับจิ้งหรีดที่เกษตรกรบ้านโพนงาม ต.วัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย เลี้ยงง่าย โตเร็ว อัตราการตายน้อยกว่าทุกช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงนี้จิ้งหรีดราคาดีถึงกิโลละ 150 บาท ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทั้งในจังหวัดหนองคายและ สปป.ลาว ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น และเกษตรกรได้ขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด อีกทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดยังไม่ประมาทกับอากาศที่จะหนาวจัดที่จะกระทบกับการเลี้ยงจิ้งหรีด โดยได้มีการเตรียมความพร้อมของโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงให้มิดชิด และเตรียมหลอดไฟที่จะสร้างความอบอุ่นให้กับจิ้งหรีด อีกทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ให้มีความแข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศมากขึ้น และมีอัตราการตายน้อย นายบุญร้อย โพชราช สองสามีภรรยา เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดบ้านโพนงาม ตำบลวัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย บอกว่า ช่วงนี้อากาศดี ไม่ร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลองงานพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่น และนำออกเผยแพร่เป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติ เพื่อพัฒนาอาชีพความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2527 “กรมปศุสัตว์” เป็นอีกหนึ่งในหลายหน่วยงานสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศึกษาและทดลองการเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ การจัดการด้านการเลี้ยงสัตว์ และวิธีแก้ปัญหา ทั้งนี้ผลการศึกษาวิจัยที่มีความโดดเด่นในงานรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ของศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพานฯ แห่งนี้คือ สิ่งที่เรียกว่า “ดินแดนแห่ง 3 ดำ มหัศจรรย์” อันได้แก่ วัวเนื้อทาจิมะภูพาน ไก่ดำภูพาน และหมูดำภูพาน ในปัจจุบัน สัตว์ทั้ง 3 ชนิด จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมกับขยายผลสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกษตรกรทั่วประเทศนำไปเลี้ยงประกอบอาชีพกันมากมาย นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
10 กว่าปีก่อน เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว มีกระเป๋าหน้าท้องคล้ายจิงโจ้ แต่ลักษณะภายนอกด้วยรูปร่างลักษณะคล้ายกระรอก ทั้งยังมีพังผืดด้านข้างลำตัว ทำให้มีความสามารถมากกว่ากระรอกทั่วไป คือสามารถร่อนตัวเองจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งได้ เพิ่งเริ่มเข้ามาในเมืองไทยหมาดๆ ทำให้ราคาซื้อขายในยุคนั้นค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบัน แม้ราคาจะถูกลงเหลือเพียงหลักร้อย แต่ความนิยมก็ไม่ได้ลดลง ส่วนใหญ่ผู้เลี้ยงจะเรียกสัตว์เลี้ยงน่ารักชนิดนี้สั้นๆ ว่า ชูการ์ ชื่อเต็มๆ ของเจ้าจิงโจ้ร่อน หรือจิงโจ้บิน คือ ชูการ์ไกลเดอร์ (Sugar glider) ซึ่งชื่อเรียกมีที่มาจากพฤติกรรมที่ชอบกินยางไม้จากต้นไม้ และอาหารที่มีรสชาติหวานในธรรมชาติ ตามตำราบอกว่า ชูการ์ไกลเดอร์ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในอันดับสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง จำพวกพอสซั่ม เนื่องจากตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้อง ใช้สำหรับให้ลูกอ่อนอาศัยอยู่จนกว่าจะโตได้ที่ ชูการ์ไกลเดอร์ เป็นสัตว์ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ตั้งแต่ 6-10 ตัวขึ้นไป แต่ละฝูงจะมีการกำหนดอาณาเขตของตัวเองอย่างชัดเจน ตัวผู้ที่เป็นจ่าฝูงจะปล่อยกลิ่นเพื่อกำหนดอาณาเขตของตนเอง อายุเฉลี่ย 10-15 ปี ตามธรรมชาติช
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากสาธารณรัฐเกาหลีว่า ได้อนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่ดิบสดแช่แข็งของไทย จำนวน 12 แห่ง ซึ่งทาง Ministry of Food and Drug Safety (MFDS) ได้ขึ้นทะเบียนโรงงาน ทั้ง 12 แห่ง มีผลให้ประเทศไทยสามารถส่งออกไก่ดิบสดที่ผลิตตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาได้ ซึ่งการอนุญาตนำเข้าครั้งนี้ ยังส่งผลดีต่อโรงงานผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ปรุงสุกอีก 41 แห่ง เพราะเพียงแค่ส่งเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลของโรงงานให้สาธารณรัฐเกาหลี ก็สามารถพิจารณารับรองโรงงานได้เลย ในส่วนการตรวจรับรองโรงงานใหม่ จำนวน 18 โรงงาน ทางสาธารณรัฐเกาหลีจะเดินทางมาตรวจในช่วงไม่เกินกลางปีหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า นับจากปี 2547 เป็นเวลากว่า 12 ปีแล้ว ที่สาธารณรัฐเกาหลีได้ยุติการนำเข้าไก่จากประเทศไทย เนื่องจากปัญหาไข้หวัดนก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ได้มีความพยายามผลักดันการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกสดแช่เเข็งไปยังสาธารณรัฐเกาหลีมาโดยตลอด ล่าสุด ผู้แทนกรมปศุสัตว์ร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน T
อ.ส.ค.คิกออฟเปิดฤดูท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวเร่งปรับภูมิทัศน์ตกแต่งสถานที่ เพิ่มกิจกรรมไฮไลท์ จัดไกด์รุ่นจิ๋วนำเที่ยวพาตะลุยแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่พัก-จุดกางเต๊นท์มีให้บริการ เตรียมพร้อมรับ “ปีแห่งการท่องเที่ยว” ฉลองครบรอบ 55 ปีฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คในปี 60 ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อ.ส.ค.ได้มอบหมายให้สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคกลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เร่งเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นไฮซีซั่น (High Season) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางแวะมาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เบื้องต้น อ.ส.ค. ได้เร่งปรับภูมิทัศน์และตกแต่งทัศนียภาพให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดและสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน และเป็นการเตรียมพร้อมฉลองครบรอบ 55 ปี ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คในปี 2560 ซึ่งกำหนดเป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยว” ด้วย นอกจากนั้น ยังได้เพิ่มกิจกรรมและโปรแกรมท่องเที่ยวหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการน
นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์สกลนคร กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร 4 นาย ถูกดักปล้นของกลางขณะกำลังกลับด่านที่จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังการตรวจยึดเนื้อโค กระบือ เถื่อน เกือบ 4 ตัน ในพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นข้อสังเกตว่าขณะนี้มีการทำเป็นกระบวนการที่ใหญ่ขึ้น และน่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพในการบริโภคเนื้อ โดยเนื้อที่นำเข้ามาเป็นเนื้อต้องห้ามในบัญชีของกรมปศุสัตว์ที่ไม่ผ่านการรับรอง หวั่นว่าจะมีสารอันตรายได้ นางสาวเยาวนิตย์ กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะเนื้อโคขุนโพนยางคำ ซึ่งเป็นอาชีพที่นำรายได้เข้าสู่จังหวัดสกลนคร จะมีผลกระทบหนัก อย่างไรก็ตาม ปศุสัตว์สกลนครจึงต้องวางมาตรการเข้มมากขึ้น จะต้องประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต้นทางจากชายแดน เพื่อป้องปรามการลักลอบจนเนื้อเถื่อน หากปล่อยปละละเลยนอกจากจะได้บริโภคเนื้อที่ไม่ปลอดภัย ยังจะสูญเสียรายได้เกือบ 1 พันล้านบาท ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือบางท้องที่จะเรียก ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชนหรือการตีไก่ ได้บอกว่า เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องของการตีหรือการต่อสู้ และที่สำคัญ การเลี้ยงไก่ชนเพื่อเอาไว้ชนหรือตี ยังถือเป็นกีฬาและเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยเราที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี ยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ ก็กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ก็ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชน
ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกับการปลูกพืชไร่ทางเลือกหลักเพียง 3 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อย ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่วนมันสำปะหลัง นำไปผลิตเป็นแป้งมัน เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ และส่งออกเป็นบางส่วน สำหรับอ้อยนำไปผลิตเป็นน้ำตาลสูงได้ถึง 11.3 ล้านตัน และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 2.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ ปัจจุบัน เมืองไทยมีพืชไร่ตัวเลือกใหม่ คือ “หญ้าเนเปียร์” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายว่า หญ้าเนเปียร์ น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างความร่ำรวยให้แก่เกษตรกรไทยได้ในอนาคต เพราะเกษตรกรสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้ถึง 2 ช่องทาง คือเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ในกลุ่มสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ ได้แล้ว ยังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานได้อีก โดยใช้หญ้าเนเปียร์หมักร่วมกับมูลสัตว์ ทำให้เกิด “พลังงานชีวภาพ” นำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้ม และผลิตกระแสไฟฟ้า โอกาสทางการตลาด ของ “หญ้าเนเปียร์” เมื่อเร็วๆ นี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย และอิมแพค เมืองทองธานี
เนื้อแดง หรือเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างวัวและหมู ถือเป็นวัตถุดิบหลักของวงการอาหารมาอย่างยาวนานเนื่องจากรสชาติดีและราคาถูก แต่เมื่อเทรนด์สุขภาพมาแรงมากขึ้น ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มมองว่าเนื้อแดงไม่เป็นมิตรกับสุขภาพมากนักเนื่องจากมีสัดส่วนไขมันสูง และยังมีเรื่องที่องค์การอนามัยโลกหรือ WHO จัดให้เนื้อแดงอยู่ในกลุ่ม 2A หรืออาจจะเป็นสารก่อมะเร็งต่อมนุษย์ได้ ยิ่งทำให้เกิดดีมานด์เนื้อชนิดอื่นมาทดแทน จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ผลิตเนื้อสัตว์ชนิดอื่นที่จะผลักดันสินค้าของตนมารับดีมานด์ใหม่ๆเหล่านี้ และชิงส่วนแบ่งตลาดมาครอง ล่าสุดสำนักข่าว “ซีเอ็นบีซี” ได้รายงานถึงเทรนด์การบริโภคเนื้อของชาวอเมริกันได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาบริโภค “เนื้อไก่งวง” ซึ่งเป็นไก่ขนาดใหญ่น้ำหนักเฉลี่ยตัวละประมาณ 9-15 กิโลกรัม กันมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สี่ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปีก็ตาม โดยอ้างตัวเลขคาดการณ์ของกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐระบุว่าปีนี้ชาวอเมริกันบริโภคไก่งวงเฉลี่ย7.7 กิโลกรัมต่อคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 6% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา และสูงกว่าการ
คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า เดิมเขาทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งช่วงนั้นได้ศึกษาต่อปริญญาโท สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น จึงทำให้เวลาต่อมาเขาได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น “ช่วงที่เราเรียนช่วงนั้น ก็ถือว่าโชคดี ที่ได้โควต้าไปทำงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งอาจารย์ที่สอนเราเขาก็ทำหน้าที่เกี่ยวกับสหกรณ์การเกษตรด้วย ท่านก็จะพาเราไปดูงานที่เกี่ยวกับเกษตร ทั่วประเทศญี่ปุ่น เราก็ได้มาเกิดแนวคิดว่า เกษตรบ้านเรานี่นับว่าโชคดีกว่าที่นั่น เพราะที่เขามีฤดูหนาวด้วย ผักที่เขาปลูกนี่จะตายหมดเลย หลังจากกลับมาอยู่บ้านที่โคราช ก็เลยมาทดลองเลี้ยงสัตว์บ้าง ปลูกผักแบบผสมผสานตั้งแต่นั้นมา” คุณอภิศักดิ์ กล่าว สัตว์ที่เขาเลี้ยงเริ่มแรกจะเป็นเป็ดไข่นับหมื่นตัว แต่ต้องมีเหตุให้เลิกเลี้ยงไป เพราะอาหารที่จะให้เป็ดไข่กินนั้นมีจำนวนไม่เพียงพอ ต่อมาก็เริ่มทำสวนผักแบบผสนผสานไปด้วย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง “แรกๆ ที่ผมทำสวนใหม่ๆ ปลูกแต่ถั่วฝักยาว พอผลผลิตออกมามาก สรุปมันขายไม่ได้เท่าที่ควร ต่อมาก็เลยปรับเปลี่ยนมาปลูกแตงกวาบ้าง ผักชี พริก ชะอม สรุปว่า
