พืชทำเงิน
หลังบ้านพักมีต้นมะตูม (ชื่อวิทยาศาสตร์ Aegle marmelos (L.) Correa ex Roxb. ชื่อสามัญ bael วงศ์ : Rutaceae อยู่หนึ่งต้น มะตูมต้นนี้ยืนอยู่อย่างสงบท่ามกลางต้นขนุน ต้นส้มจี๊ด และต้นอื่นๆ ริมห้วยบ้องตี้ ซึ่งชื่อนี้เป็นภาษามอญหมายถึง แข้งขาอ่อนล้า มีข้อสันนิษฐานว่า บริเวณนี้แต่เดิมเป็นที่อยู่ของคนมอญ ก่อนที่จะมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ จะโยกย้ายข้ามแดนเข้ามาอยู่เช่นนี้ ต้นมะตูมได้เกิดมาตอนไหนคงยากจะมีผู้ยืนยัน เพราะมันยืนสูงทักทายหมู่เหล่าต้นหมากที่ยืนอยู่ใกล้กัน เมื่อตอนที่ผมกลับบ้านผมได้นำลูกมะตูมกลับมาด้วย หลายปีผ่านไปมะตูมหลังบ้านยายได้ออกลูกผล ทุกครั้งที่มันผลิดอกออกผล เมื่อผมเก็บมาบ้านแล้วนำไปฝากใครอีกหลายคน มักจะถูกถามว่าเอามะตูมมาจากไหนถึงได้อร่อยเช่นนี้ ผมเห็นว่าคงจะไม่เกินจริงเพราะเท่าที่จำความได้ มะตูมที่ผมเคยเห็นตอนเด็กๆ นั้น เมื่อผ่าผลมะตูมที่มีเปลือกแข็งๆ ออกด้านในจะเป็นยางเหนียวเหมือนกาว มีเนื้อสีเหลืองและเมล็ดจำนวนมาก การกินมะตูมจะมีความรู้สึกว่าส่วนที่ติดกับเนื้อเมล็ดนั้นเหนียวเหมือนกาว ดังนั้น พวกเราก็มักจะเอากาวที่ได้จากมะตูมนั้นไปใช้ติดกระดาษกับไม้ไผ่เวลาทำว่าว. เมื่อผมนำผลม
สภาพอากาศมีฝนตกบางพื้นที่ในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนลองกองเฝ้าระวังการระบาดของโรคราสีชมพู มักพบโรคได้ในระยะที่ต้นลองกองมีผลอ่อนจนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเริ่มแรกจะพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราเจริญคลุมกิ่งหรือลำต้น ต่อมาเส้นใยของเชื้อราหนาขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนยึดแน่นกับกิ่ง เมื่อเฉือนดูเนื้อไม้บริเวณกิ่งหรือลำต้นที่พบเชื้อราจะมีแผลสีน้ำตาล และกิ่งที่เป็นโรคราสีชมพูบริเวณยอดจะเหี่ยว ใบเหลือง และร่วงเป็นหย่อมๆ จากนั้นกิ่งจะแห้งตายในที่สุด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราสีชมพู ให้เกษตรกรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก และตัดแต่งทรงพุ่มต้นลองกองให้โปร่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดการสะสมความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป ส่วนในช่วงฤดูฝนเกษตรกรควรหมั่นตรวจดูต้นลองกองบริเวณกิ่งภายในสวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการใบเหลืองหรือพบราสีขาวหรือสีชมพูขึ้นบนกิ่ง ให้เกษตรกรตัดกิ่งที่เป็นโรค เก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกนำไปเผาทำลายนอกสวน เพื่อลดการสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% ดับเบิ้ลยูพี ผสมน้ำเข้มข้น จากนั้นนำมาทาบริเวณรอยแผลตรง
กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ริเริ่มโครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทย มุ่งเน้นพันธกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครบทุกมิติ ทั้งน้ำบนดินและน้ำใต้ดิน เพื่อสร้างความยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือเป็นองค์กร Net Water Positive หรือการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก ลดการใช้ทรัพยากรน้ำและเติมน้ำสะอาดกลับคืนสู่แหล่งน้ำในท้องถิ่นให้ได้มากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ คุณอาจรีย์ สุวรรณกูล ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า สำหรับโครงการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเติมเต็มการทำงานให้ครบทุกมิติ โดยภาครัฐจะดูแลการเติมน้ำในแหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คูคลองต่างๆ บทบาทของกลุ่มธุรกิจ TCP จะเข้าไปช่วยเสริมการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน “จากโครงการที่เราทำมา ผลสัมฤทธิ์ที่ได้เป็นที่น่าภูมิใจ เพราะไม่เพียงแค่ทำการเกษตรได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังปลุกพลังเศรษฐกิจชุมชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน จากการที่คนในชุมชนเปลี่ยนมาปลูกพืชที่มีม
เมื่อพูดถึงการปลูกข้าวให้ประสบความสำเร็จและได้กำไรงาม เกษตรกรส่วนใหญ่อาจตั้งความหวังไว้กับราคาผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อหรือไม่ว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้คือ “การเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก” เพื่อให้ได้ข้าวที่น้ำหนักดีและมีคุณภาพ วันนี้เราจะพาไปพบกับ คุณเล็ก-สังวาล ไทยเจริญ ต.ดงเดือย อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เกษตรกรหญิงแกร่ง ที่สามารถปลดหนี้ได้ด้วยการทำนา ทั้งยังสามารถขยับขยายพื้นที่นาจาก 10 ไร่ เป็น 106 ไร่ ได้ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่กับประสบการณ์ที่สั่งสมมากกว่า 30 ปี คุณเล็ก เผยว่า ตนเองนั้นเริ่มทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่แล้ว สมัยก่อนปลูกข้าวได้ผลผลิตประมาณ 700-900 กก./ไร่ หากปีไหนข้าวเป็นโรคมาก ก็จะได้ผลผลิตน้อยกว่านี้ แต่ปัจจุบันนั้นมีการปรับวิธีการบำรุงดูแลใหม่ทั้งหมด จนผลผลิตค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.3 ตัน/ไร่ โดยที่ต้นทุนไม่ต่างจากเดิม แต่ได้กำไรเพิ่มจากผลผลิตที่ดีขึ้น ความสำเร็จเหล่านี้ คุณเล็ก เริ่มจากพื้นฐานความเข้าใจใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.เข้าใจในสภาพอากาศและพื้นที่ปลูก 2.เข้าใจความต้องการของพืช และบำรุงให้ตรงตามช่วงอายุการเจริญเติบโ
ลิ้นจี่ พันธุ์นครพนม 1 หรือ นพ.1 เป็นลิ้นจี่ที่คัดเลือกและพัฒนาโดยกรมวิชาการเกษตร จนปัจจุบันเป็นผลไม้และเป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครพนม ข้อมูลปี 2560 มีผลผลิตรวม 580.8 ตัน พื้นที่เก็บเกี่ยว 1,098 ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 2,711 ไร่ พันธุ์ลิ้นจี่ที่ปลูกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ปลูกในภาคกลางและภาคอื่นๆ เป็นพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นที่ไม่เย็นมากและระยะเวลาหนาวเย็นที่ต่อเนื่องกันไม่นานก็สามารถชักนำให้ออกดอกได้ เรียกว่า ลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายน เช่น พันธุ์ค่อม สำเภาแก้ว เขียวหวาน กระโถนท้องพระโรง สาแหรกทอง และพันธุ์นครพนม 1 เป็นต้น 2.กลุ่มพันธุ์ที่ปลูกทางภาคเหนือ เป็นพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นมากและต่อเนื่องยาวนานในการกระตุ้นและชักนำการออกดอก ให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เช่น พันธุ์ฮงฮวย จักรพรรดิ กิมเจ็งบริวสเตอร์ และกิมจี๊ เป็นต้น ลิ้นจี่พันธุ์เบา มีข้อได้เปรียบคือ ให้ผลผลิตเร็ว ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย ทำให้ขายได้ราคาสูง ควรจะมีการส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งพันธุ์นครพนม 1 หรือ นพ.1 เหมาะส
แอปเปิ้ล เป็นต้นไม้ผลัดใบ มีผล รสหวาน แอปเปิ้ลมีปลูกอยู่ทั่วโลกในลักษณะของไม้ผล มีการค้นพบว่า แอปเปิ้ลมีการปลูกมาเป็นเวลาหลายพันปีในเอเชียและยุโรป และกลุ่มอาณานิคมชาวยุโรปนำมาปลูกที่อเมริกาเหนือ นอกจากนี้ แอปเปิ้ลมีความสำคัญทางศาสนาในหลายวัฒนธรรม รวมถึงนอร์ส กรีก และประเพณีต่างๆ ของคริสต์ศาสนิกชนของชาวยุโรป แต่หลายคนอาจสงสัยว่า แท้จริงแล้วการกินแอปเปิ้ลควรปอกเปลือกหรือไม่ปอกเปลือกดี การกินแอปเปิ้ล ควรกินทั้งเปลือกเพราะมีสารอาหารต่างๆ มากมาย หากปอกเปลือกสารสำคัญต่างๆ ก็จะลดลงไป เพียงแค่กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ก็ทำให้สุขภาพแข็งแรงห่างจากโรคภัยแบบสบายๆ แอปเปิ้ลมักถูกนิยมนำมาใช้กินเป็นผลไม้สด ผลแอปเปิ้ลแต่ละสีก็จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป และนำมาแปรรูปได้หลายชนิด เช่น สลัด ซอสแอปเปิ้ล แยม พาย หรืออบแห้ง ในประเทศไทยนิยมใช้ผลแอปเปิ้ลเปรี้ยวมาทำอาหาร เช่น ใส่ในยำ น้ำพริก สรรพคุณทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ลดไขมันสะสม ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้แอปเปิ้ล ประวัติความเป็นมายาวนา
ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเขตที่ราบสูงที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกพืชได้ทุกชนิด แต่ชาวบ้านที่พักอาศัยในบริเวณรอบเขตเมืองนั้นส่วนใหญ่พากันซื้อผักจากตลาดมาบริโภค ชาวบ้านบางครอบครัวไม่มีพื้นที่ปลูกผักสวนครัวกินเอง แถมผักที่ซื้อขายในท้องตลาดนั้นค่อนข้างมีราคาแพงและเต็มไปด้วยสารเคมี ดังนั้น การปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองนั้นจึงเป็นการสำรองอาหารอีกวิธีหนึ่ง นักศึกษา กศน.ตำบลภูเขาทอง เล็งเห็นประโยชน์ของการปลูกผักจึงได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องการปลูกผักด้วยวิธีการสัมภาษณ์เกษตรกร ค้นหาข้อมูลอินเตอร์เน็ต จนได้ข้อสรุปว่า การปลูกผักสวนครัวแบบไส้ตะเกียงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสะดวก ประหยัดเวลาในการปลูกและดูแลพืชผักสวนครัว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักบริโภคในครัวเรือน ปลูกผักแบบไส้ตะเกียง ทำได้ง่าย ไม่ยาก การปลูกผักแบบไส้ตะเกียง เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์คือ ท่อน้ำพีพีซี เลื่อยตัดเหล็กสำหรับตัดท่อน้ำพีพีซี คัตเตอร์ กรรไกร ด้าย ถังน้ำ ตะกร้า ผักสวนครัว รวมทั้งวัสดุสำหรับปลูกพืช เช่น ดินร่วน ขุยมะพร้าว ถ่านแกลบ วิธีทำ เริ่มจากนำด้ายมาทำเป็นไส้ตะเกียง หลังจากนั้น ตัดท
อาชีพเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผักอย่างน้อยก็ได้ผลผลิตมาเพื่อบริโภคประจำวัน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าต้องการผลิตเพื่อการค้า สร้างอาชีพ อาจต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เพิ่มขึ้นนอกจากเงินทุน ที่ดิน แรงงาน โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตที่จะเป็นเครื่องหมายการันตีให้แก่ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในกระบวนการผลิตว่าพืชผักนั้นมีความปลอดภัย ป้าแสงเงิน ปัญญาดี คนเมืองลอง จังหวัดแพร่ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยึดอาชีพเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่ ปี 2521 กว่าจะเดินทางก้าวย่างมาถึงวันนี้ ผ่านอุปสรรคมามากมายในการผลิตผักพื้นบ้าน จนมาได้ข้อสรุปว่า ปลูกผักบุ้งจีนดีที่สุด ตลาดมีความต้องการสูงและต่อเนื่อง ทั้งยังได้ใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP และ MOA เรามาทำความรู้จัก ป้าแสงเงิน ปัญญาดี กันครับ ป้าแสงเงิน บอกว่า ป้าได้รับการคัดเลือกเป็นสตรีดีเด่นมาหลายครั้งหลายปี ปี พ.ศ. 2527, 2539, 2559 แต่ก็ไม่ได้เลิกอาชีพเป็นเกษตรกร เพราะใจรักในอาชีพปลูกผักกินเอง กินทุกอย่างที่ปลูก ทำอาชีพนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เริ่มจากการปลูกผักพื้นบ้าน และผักอื่นๆ เช่น ผักกาด ผักกวางตุ้ง คะน้า ผักชี ต้นหอม เป็นต้น แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ได้ข้อสรุปว่า ปลูกผัก
ลุงเสงี่ยม สีสันต์ อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 6 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี อาชีพหลักสมัยก่อนโน้น ที่ลุ่มแบ่งทำนา สูงขึ้นมาหน่อยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก่อนปี 2535 มีคนชวนลุงเสงี่ยมไปเป็นเพื่อน เพื่อซื้อเงาะจากจังหวัดจันทบุรีมาขาย ลุงชอบเพราะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ เรื่องเงินทองรายได้ไม่ได้คิด หลายครั้งหลายหนที่ไปเห็นต้นเงาะของชาวสวนเมืองจันท์สุกแดงเต็มต้น จึงอยากปลูก ที่อยากปลูกเนื่องจากท้องถิ่นอำเภอน้ำยืน อยู่ชายแดนติดกับกัมพูชา ดินดี ฝนตกดี ที่สำคัญ ลุงมีความขยันหมั่นเพียร ความรู้ และวิธีการปลูกน่าจะหาทางศึกษาได้ ลงมือเมื่อปี 2535 ลุงเสงี่ยม มีประสบการณ์เรื่องราคาข้าวโพด ช่วงเก็บผลผลิตขาย บางปีพออยู่ได้ แต่บางปีขาดทุน เมื่อไปเห็นเขาปลูกเงาะที่เมืองจันท์ จึงตัดสินใจปลูกเงาะโรงเรียนบนที่เนินใกล้บ้าน ทางเจ้าหน้าที่เกษตรแนะนำว่า งานปลูกไม้ผลควรขุดหลุมให้ลึก แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ขี้วัว ขี้ควายเก่าๆ ลุงตัดสินใจปลูกเมื่อปี 2535 ช่วงนั้นการทำนายังใช้ควายตัวเป็นๆ ยังไม่ใช้ควายเหล็ก ปุ๋ยคอกจึงหาได้ง่าย สำหรับระยะปลูก ระหว่างต้นระหว่างแถว 8 คูณ 8 เมตร พื้นที่ไร่หนึ่งจึงปลูกได้ 25
เมื่อเข้าสู่เทศกาลฤดูผลไม้อยากบอกเลยว่า “ทุเรียน” เป็นหนึ่งในไม้ผลสุดฮ็อต ที่หลายคนกำลังตั้งตารอคอย อย่างแน่นอน คนไทยโชคดีมีทุเรียนให้ได้ชิมกันยาวนาน มีแหล่งปลูกหลายจังหวัด และหลายภาคกระจายตัวเกือบทั้งประเทศ เริ่มจากแหล่งผลิตหลักทางภาคตะวันออกก่อน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ต่อด้วยช่วงฤดูการผลิตจากภาคใต้ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม นอกจากนั้น เป็นผลผลิตตามจังหวัดอื่นอีกหลายแห่ง เมื่อรวมทั้งปีพบว่าคนไทยทานทุเรียนกันแบบจุกๆ 9 เดือนต่อปี โดยเริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม สายพันธุ์ทุเรียนมีจำนวนมากทั้งเก่าและใหม่ แต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกันขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนชิม แต่พันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคมากคือ หมอนทอง เหตุผลเพราะกลิ่นไม่แรงมาก รสชาติอร่อย หอมหวานมัน เนื้อละเอียดและแห้ง ไม่แฉะติดมือ มีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กและลีบ ที่สำคัญไม่หวานจนเกินไป แล้วยังนิยมเลือกแบบกรอบนอกนุ่มใน ทางโภชนาการพบว่าหมอนทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าสายพันธุ์อื่น คราวนี้มาดูการปลูกทุเรียนที่จังหวัดอุทัยธานีกันบ้าง ภายหลังที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงทั้ง
