พืชทำเงิน
คุณประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของไทย โดยส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับศักยภาพและความเหมาะสมของพื้นที่ รวมทั้งแนวโน้ม ความต้องการของตลาด สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ พบว่า “ไผ่ซางหม่น” นับเป็นหนึ่งในพืชทางเลือกที่มีโอกาสทางการตลาด และมีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2564) ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกรวม 544 ราย เนื้อที่ปลูกครอบคลุมทั้ง 16 จังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งสิ้น 2,680 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 70 ของเนื้อที่ปลูกรวมทั้งประเทศ แหล่งผลิตสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน มีเนื้อที่ปลูกรวม 1,641 ไร่ หรือร้อยละ 59 ของเนื้อที่ปลูกรวมของภาคเหนือ และคิดเป็นร้อยละ 47 ของเนื้อที่ปลูกรวมทั้งประเทศ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกทั้ง 3 จังหวัด รวม 363 ราย สำหรับไผ่ซางหม่น นับว่าเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่นคือ เจริญเติบโตเร็ว มีลำต้นตรงโดยธรรมชาติและมีขนาดสม่ำเสมอ สามารถใช้ประโยชน์ตลอดทั้งลำในการแปรรูป จึงทำใ
มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย สำหรับพันธุ์ของมะเฟืองนั้นเช่นเดียวกับผลไม้อื่นๆที่มีหลากหลายพันธุ์ แต่ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมคือ พันธุ์ บี 17 หรือที่มีอีกชื่อว่า Honey Star มะเฟืองบี 17 ผลมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ชั่งได้ 3 – 4 ผลต่อกิโลกรัม ทรงผลค่อนข้างยาว และมีความกว้างสม่ำเสมอตลอดผล ผลมีความยาวประมาณ 8 – 10 เซนติเมตร กลีบผลหนา มีฐานกว้าง ร่องระหว่างผลตื้น ที่ผิวของกลีบ มีจุดประเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีเปลือกบาง เมื่อแก่จัดมีสีเหลืองเข้ม จนถึงเหลืองอมส้ม เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอม รสหวาน ความหวานวัดได้ 11.5 องศาบริกซ์ รสไม่ฝาด มี 5 – 10 เมล็ดต่อผล มะเฟืองบี 17 จะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่เก็บผลผลิตได้มาก ช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน วิธีการปลูกมะเฟือง ในส่วน ระยะปลูก ใช้ระยะ 4×4 เมตร (หลังปลูกปีที่ 3 จะตัดต้นเว้นต้น) แต่ถ้า ขุดหลุม ขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ทั้งนี้ในการปลูกนั้นควรรองก้นหลุมด้วย โดโลไมต์ :
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
แกงส้มดอกแค อาหารพื้นบ้านที่นิยมกินกันทุกภาคพื้นประเทศไทย มีความเชื่อกันว่า เข้าหนาว อากาศเปลี่ยน ต้องได้กินแกงส้มดอกแคสักมื้อ เพื่อตัดไข้หัวลม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจ็บป่วยไข้จากอากาศเปลี่ยน จะไม่มาเยือน และมีความเชื่อเก่าๆ แฝงไว้ ว่าไม่ควรปลูกต้นแค ไว้ตามบ้านเรือน วันนี้อาจจะขอแนะนำสิ่งที่ค้านกับคำชี้แนะเมื่อเก่าก่อน ต้องขออภัยที่ไปค้านกับความเชื่อของคนรุ่นเก่า เหตุผลเป็นเพราะข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของสังคมคนไทยเปลี่ยนไปมาก แต่ความเชื่อ ศรัทธาในข้อห้ามของคนเก่า ที่มีเหตุผลในสิ่งที่ท่านได้ชี้แนะไว้ ยังคงมีอยู่มิเสื่อมคลาย แค เป็นไม้ในตระกูลถั่ว เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูง 2-10 เมตร ปลูกโตเร็ว มีกิ่งก้านมาก หักโค่นง่าย เปลือกต้นสีเทา ผิวเปลือกมีร่องรอยขรุขระ เปลือกหนา มักเป็นที่สะสมของเชื้อรา และเป็นที่อาศัยของแมลงและหนอนต่างๆ ทั้งกิ่งเปราะหักโค่นง่าย เปลือกเป็นที่อาศัยของศัตรูพืช ทำให้เกิดผลกระทบกับพืชอื่นใกล้บริเวณนั้น ถูกศัตรูพืชระบาดทำความเสียหายง่ายมากขึ้น คงเป็นเหตุผลประกอบคำชี้แนะของคนรุ่นก่อน และที่ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้บริเวณบ้าน ก็คงกลัวเด็กเล่นซุกซนปีนป่ายต้
หอมแดงปลูกกันมากในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานหลายจังหวัด เพื่อส่งเสริมเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต หน่วยงานภาครัฐจึงรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี หันมาใช้สารชีวภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์นํ้าหมักจากพืชและสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตเกษตรทุกชนิด หอมแดง เป็นพืชล้มลุก มีอายุการเก็บเกี่ยวอยู่ระหว่าง 90-110 วัน ในฤดูหนาว และ 40-60 วัน ในฤดูฝน มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัวสะสมอาหาร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ที่มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) 5.0-6.5 สำหรับช่วงเวลาของการปลูกหอมแดงได้ผลดีคือ ฤดูหนาว ที่มีช่วงกลางวันสั้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม โดยหอมแดงต้องการแสงแดดเพียง 9-10 ชั่วโมง ต่อวัน พื้นที่ปลูกหอมแดงสำคัญอยู่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ศรีสะเกษ เชียงใหม่ และนครราชสีมา รวมประมาณ 131,469 ไร่ และผลผลิตรวม 283,146 ตัน เฉลี่ย 2,154 กิโลกรัม ต่อไร่ หอมแดง เป็นพืชผักเครื่องเทศ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย โดยได้รับความนิยมในการบริโภคมากเนื่องจากหอมแดงเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาหารไทยแทบทุกชนิด ทั้งประเภทแกงเผ็ด แกงเลีย
ผมรับทราบเรื่องราวของสองผัวเมียมานานพอควรแล้ว ได้แต่หาโอกาสว่าสักวันจะขอนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง เรื่องเล่าเล็กๆ ของคนบ้าทำนาอินทรีย์แห่งพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนตร กับ ต้น-คนรักนา เนตร-ปุณยวีร์ ถาวรกูล สาวน้อยชาวนาดีกรีปริญญาตรี สาขาการตลาด ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นชาวนา นักการตลาด แม่บ้าน และผู้จัดการ ต้น-ญาณพสิษฐ์ ปัทมะเสวี ปริญญาตรีเทคโนโลยีเครื่องกล หนุ่มน้อยเรือนกายกำยำผู้พกพาความฝันอันยิ่งใหญ่ ที่จะผลิตอาหารปลอดภัยจำหน่ายให้คนที่รักสุขภาพ สองคนกอดคอกันพลิกฟื้นผืนดินจากเดิมที่บรรพบุรุษเคยทำมา เรื่องราวของผืนนาเคมีจะต้องกลายเป็นเพียงเรื่องเล่า การเริ่มต้นแปลงนาอินทรีย์ด้วยความเชื่อว่าจะใช้ความรู้ที่มีสร้างขึ้นมาให้ได้ “เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง” แรกๆ ก็ติดขัดอยู่บ้าง ทั้งความพร้อมของผืนดินและความพร้อมของผู้ลงมือทำ ผลผลิตที่ได้ไม่ดีนัก แต่ทั้งสองก็ยังมุ่งมั่นในปณิธานเดิม ใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และธรรมชาติมาร่วมในกระบวนการผลิต กาลเวลาย่อมหมุนไป ผ่านคืนวันแห่งฝันร้ายบ้าง ฝันดีบ้าง แต่ชีวิตก็มีความสุข เห็นได้จากผลผลิตในแปลงนาที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นและสมาชิกในครอบครัวก็เพิ่มมาอีกสอ
ที่อยู่อาศัยในเมืองมีขนาดเล็กและแออัด ในสมัย 30-40 ปีก่อนหมู่บ้านจัดสรรจะเป็นบ้านเดี่ยวเสียส่วนใหญ่ พอที่ดินในเมืองใหญ่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ขนาดบ้านเล็กลง เป็นบ้านแฝด เป็นทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านแถว จนกระทั่งปัจจุบันที่ดินในเมืองกลายเป็นคอนโดเสียหมด พื้นที่ใช้สอยยิ่งมีขนาดเล็กลง ไม่ต้องถามถึงเรื่องพื้นที่ว่างรอบบ้าน หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นลักษณะบ้านเดี่ยวจึงมีราคาค่อนข้างแพง หลังหนึ่งเป็นสิบล้านบาท ทำงานเดือนนึงไม่ได้เป็นแสนอย่าคิดหวังจะมีปัญญาอยู่บ้านเดี่ยว คนในเมืองที่พอมีฐานะจึงมักจะมีบ้านสองแห่ง แห่งแรกเป็นคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน ไว้อยู่อาศัยวันจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็จะไปอยู่บ้านชานเมืองไกลออกมา พื้นที่บ้านเดี่ยวชานเมือง เนื้อที่สัก 100 ตาราวา รวมกับตัวบ้าน ยังพอมีที่เหลือสำหรับปลูกผักไว้กินอย่างเพียงพอ และอาจเหลือสำหรับคนอื่นอีก ตัวอย่างของการปลูกผักข้างบ้าน ผู้เขียนได้นำเสนอไว้หลายเรื่องแล้ว วันนี้เป็นช่วงที่ให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน จึงขอนำเสนอการปลูกผักข้างบ้านไว้พอเป็นไอเดีย รศ. กษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ อดีตรองคณบดีฝ่ายการนักศึกษา และหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสต
ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพมาแรง ทั่วโลกต่างต้องการบริโภคพืชผักผลไม้อินทรีย์ที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ทั้งตัวผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สินค้าพืชผักผลไม้อินทรีย์สามารถขายได้ราคาดีกว่าพืชที่ปลูกด้วยเคมี ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงหันมาสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชผักผลไม้อินทรีย์กันมากขึ้น หัวใจการผลิตผักอินทรีย์ อยู่ที่การจัดการธาตุอาหารและศัตรูพืชที่เหมาะสม 1.การจัดการธาตุอาหาร แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับการปลูกผักกวางตุ้งและหอมแบ่ง หากมีอินทรียวัตถุในดินน้อยกว่า 1.5% ต้องใส่ปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพอัตรา 2.8 ตัน ต่อไร่ ส่วนแปลงปลูกกะหล่ำปลี คะน้า และกวางตุ้ง ที่มีอินทรียวัตถุในดินต่ำ ควรทำปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศในอัตรา 2 ตัน ต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง หลังย้ายปลูก 10 และ 30 วัน 2.การจัดการศัตรูพืชที่เหมาะสม ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ผสมปุ๋ยหมักคลุกดิน หรือรองก้นหลุมพร้อมปลูก เช่น – โรคเน่า โคนเน่า ในกะหล่ำปลี กวางตุ้ง และคะน้า สามารถควบคุมได้โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา รองก้นหลุมในอัตรา 10 กรัม ต่อวัน – โรครากเน่า โคนเน่า ของหอมแบ่ง สามารถดูแลป้องกัน
ในช่วงฤดูฝน ผึ้งออกไปหาอาหารได้น้อยลง ขณะเดียวกันอาหารในแหล่งธรรมชาติก็มีปริมาณน้อย ซึ่งแหล่งอาหารสำคัญในช่วงนี้ ได้แก่ ข้าวโพด งา ปาล์มน้ำมัน ไมยราบ กระถินนา ฯลฯ กลุ่มพืชเหล่านี้จะให้เกสรเป็นส่วนใหญ่ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญแก่ผึ้ง นอกจากนี้ ในช่วงหน้าฝน หากรังผึ้งใดมีประชากรหนาแน่น เสี่ยงต่อการเกิดโรคและศัตรูผึ้งเข้าทำลาย ได้แก่ ไรศัตรูผึ้ง ดังนั้น เกษตรกรควรสำรวจรังผึ้งหลังเก็บน้ำผึ้ง ว่าปริมาณประชากรผึ้งภายในรังมีมากน้อยเพียงใด นางพญาผึ้งมีความสมบูรณ์หรือไม่ หากพบว่าภายในรังไม่มีนางพญาผึ้ง หรือนางพญาผึ้งไม่สมบูรณ์ ประชากรผึ้งงานมีจำนวนน้อย ให้รวมรังผึ้งเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประชากรผึ้งให้เพียงพอสำหรับดูแลรัง หาอาหารป้อนนางพญาและตัวหนอนต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตร ให้คำแนะนำว่า รังผึ้งที่แข็งแรงต้องปราศจากศัตรูมารบกวน เกษตรกรควรหมั่นสำรวจรังผึ้งทุกสัปดาห์ หากพบไรศัตรูผึ้งให้ใช้วิธีกลกำจัด โดยการกระตุ้นให้ผึ้งสร้างหลอดรังที่มีตัวผู้จำนวนมาก ให้เกษตรกรตัดแผ่นรังผึ้งเทียมช่วงล่างออกครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ผึ้งงานสร้างหลอดรังผึ้งใหม่ หลังจากนั้น ผึ้งนางพญาจะวางไข่เป็นผึ้งตัวผู้ในหลอดรังผึ้ง
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่บริโภคข้าวเป็นหลักมาตั้งแต่แรกเกิดก็ว่าได้ แต่ไม่เคยทราบว่า ข้าวเปลือก 1 เกวียน เมื่อนำมาสีเป็นข้าวสารแล้ว จะได้ข้าวสารกี่กิโลกรัม และอีกคำถามหนึ่ง ผมอยากทราบว่า ข้าวนึ่งที่ส่งออกไปขายต่างประเทศนั้น เป็นข้าวนึ่งเหมือนกับที่เรารับประทานกับลาบส้มตำหรือไม่ ขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง นิวัฒน์ มงคลกิตติพงษ์ นครสวรรค์ Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT / AFP ตอบ คุณนิวัฒน์ มงคลกิตติพงษ์ ข้าวไทย เป็นข้าวเมล็ดยาว จัดเป็นชนิดอินดิกา (Indica Type) ซึ่งต่างกับข้าว ชนิดจาโปนิกา (Japonica Type) ซึ่งเป็นชนิดเมล็ดป้อม และสั้น มีปลูกมากในเขตอบอุ่น เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ทางตอนเหนือบางมณฑล ข้าวไทย เป็นข้าวชนิดเมล็ดยาวเรียว เมื่อผ่านกระบวนการขัดสี จะได้ต้นข้าวเพียง 66 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ตามข้อมูลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานไว้ว่า ข้าว 1 เกวียน หรือข้าวเปลือก 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน นำมาแปรรูปแล้วได้เนื้อข้าว เฉลี่ย 660 กิโลกรัม นอกจากนั้น เป็นรำข้าวขาว รำข้าวกล้อง และแกลบ ในปริมาณ 80, 30 และ 230 กิโลกรัม ตามลำดับ ส่วนข้าวชนิดจ
