พืชทำเงิน
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ทดลองปลูกกัญชาในรูปแบบต่างๆ พบว่า การปลูกกัญชาระบบแปลงเปิดกลางแจ้งเหมาะสำหรับปลูกกัญชาสายพันธุ์ไทยเพราะมีต้นทุนต่ำและได้ผลผลิตที่ดี อภัยภูเบศรปลูกกัญชาในระบบแปลงเปิดโดยเริ่มจากใช้แผ่นพลาสติกปูพื้นรองเพื่อป้องกันวัชพืชและเชื้อโรคที่มาจากดิน จากนั้นนำกิ่งพันธุ์กัญชาสายพันธุ์ไทย เช่น กัญชาหางกระรอกที่ได้จากวิธีปักชำต้นแม่พันธุ์นำมาปลูก เพื่อนำราก ใบ ลำต้น มาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตตำรับยาแผนไทย อย่างไรก็ตาม แปลงเพาะปลูกกัญชากลางแจ้ง จำเป็นต้องติดตั้งตาข่ายคลุมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้นกเข้ามาจิกทำลายผลผลิต จากการสังเกตพบว่า ในระยะแรกนกมาเป็นฝูง เมื่อขับไล่นกจะบินหนีตามธรรมชาติ ผ่านไปสักระยะ นกจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป หากคนเดินไปไล่ นกจะไม่บินหนี แต่เดินหลบซ่อนตัวอยู่ในภาชนะปลูกหรือต้นกัญชาที่มีลักษณะใหญ่แทน อ้างอิงข้อมูลจากเวทีเสวนาหัวข้อ “‘กัญชา’ ครบวงจรกับอภัยภูเบศร” โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในงานมหกรรมกัญชง กัญชา 360 องศา จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564
มีผู้คนจำนวนไม่มากนัก ที่พอจะรู้ที่มาของชื่อจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย รอยต่อจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง จังหวัดที่กล่าวถึงนี้คือ จังหวัดสตูล คำว่า สตูล เดิมมาจาก คำว่า “สะโตย” แปลว่า “กระท้อน” มาจากภาษามาลายู ในอดีตชาวบ้านทั่วไปในจังหวัดสตูลนิยมปลูกต้นกระท้อนพื้นบ้านเกือบทุกครัวเรือน ลูกกระท้อนพื้นบ้านจะมีลูกขนาดเล็ก ประมาณ 10-15 ลูก ต่อกิโลกรัม บางต้นมีรสชาติหวาน บางต้นมีรสชาติเปรี้ยว แล้วแต่สภาพภูมิอากาศและดินตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะหายาก เพราะคนทั่วไปนิยมรับประทานกระท้อนสายพันธุ์ใหม่ สวนกระท้อนของเกษตรกรในยุคปัจจุบันที่ปลูกกันอยู่ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เป็นช่วงที่เกษตรกรแถบหมู่บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลิตผลเกือบทุกชนิด ถ้าปีไหนผลไม้ราคาดีก็จะเห็นเจ้าของสวนใส่ทองเส้นโตกันเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสมาเยี่ยมสวนกระท้อนของ บังเหม หรือ คุณอับรอเหม เด็นสำลี ที่บ้านเลขที่ 15 บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควน
ในคอลัมน์นี้ ผมจะขอพาท่านไปพบกับเกษตรกรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นปราชญ์เกษตรที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกรคนทั่วไปรู้จักท่านดี แม้จะอายุมากแล้วแต่ความคิดในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอยู่ในใจท่านเสมอ จุดเริ่มต้นที่จุดประกายความคิดให้แก่เกษตรกรผู้นี้คือ การได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วนำหลักการมาประยุกต์ ปรับพื้นที่การเกษตรของตนเองคล้ายๆ กับที่ศูนย์การศึกษาฯ แบ่งพื้นที่วางผังแปลงเกษตรเป็นด้านๆ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้านเกษตรกรรม ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ก็เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษาและเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตสินค้าเกษตร หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ ศพก. มีฐานเรียนรู้ด้านต่างๆ มีการนำผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นใน ศพก. มาใช้กับพืชผลทางการเกษตรภายในสวน โดยพึ่งปัจจัยภายนอกเพียงน้อยนิด ไม่เพียงเท่านั้น เกษตรกรผู้นี้ยังมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะให้จังหวัดแพร่มีแลนด์มาร์ก มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้ประชาชนได้มาเที่ยวชม มาศึกษา มาซื้อ มาชิม ผลผลิตทางการเกษตรในส
…เมนูอาหาร ชะอมชุบไข่ทอด แก้งส้มชะอมชุบไข่ทอด แกงป่าไก่ เนื้อ ใส่ชะอม แกงคั่วหอยขมใส่ชะอม ชะอมลวกจิ้มน้ำพริกกะปิ ล้วนเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นสิ่งบ่งบอกได้ว่า ชะอมเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม… ชะอม เป็นผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานกัน ทุกๆ บ้านจะใช้พื้นที่ว่างตามรั้วบ้านปลูกชะอมเพียงไม่กี่ต้น เพื่อเก็บไว้รับประทานกันเองในครอบครัวจนถึงปัจจุบันนี้ ความต้องการบริโภคชะอมที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ปัจจุบันชะอมกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดที่เกษตรกรหันมาปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครนายก ทำให้มีเงินสะพัดปีละหลายล้านบาทจากการปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายและตอนกิ่งขายในชุมชน รองจากข้าวและไม้ผลอย่างมะยงชิด คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ หนึ่งในเกษตรกรที่หันมาให้ความสนใจปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยใช้พื้นที่บริเวณรอบบ้านปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ปลูกชะอม “ในชุมชนส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนาปี ซึ่งจะมีเวลาเหลือค่อนข้างมาก ชาวบ้านจึงมองหาพืชอื่นๆ มาปลูกเสริมเพื่อหารายได้เสริมเข้ามาช่วย ซึ่งในช่
ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยยังคงประสบปัญหาด้านราคาวัตถุดิบอาหารที่มีราคาสูง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอาหารสัตว์ อาทิ แหนแดง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หญ้าเนเปียร์ ถือเป็นพืชทางเลือกที่เป็นทางออกให้กับเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต สำหรับแหนแดง เป็นพืชที่ใช้เวลาปลูกระยะสั้นเติบโตเร็ว 15-30 วัน สามารถขายได้ เป็นที่ต้องการของตลาด โปรตีนสูง และมีไนโตรเจนสูงถึง 5% ในขณะที่ปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่วมีธาตุอาหารไนโตรเจน ประมาณ 2.5-3% ขณะที่ราคาอาหารสัตว์ท้องตลาด ราคา 12 บาท/กิโลกรัม แต่หากเป็นอาหารที่ผสมเองราคา 4 บาท/กิโลกรัม เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร แหนแดง เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก พบอยู่ตามบริเวณน้ำนิ่ง เช่น บ่อ หรือคูน้ำ สำหรับแหนแดงพันธุ์กรมวิชาการเกษตรให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่บนผิวน้ำในนาข้าว 1 ไร่ จะให้ผลผลิตสดถึง 3 ตัน (150 กิโลกรัมแห้ง) ซึ่งเป็นปริมาณไนโตเจนได้ประมาณ 6-7 กิโลกรัม ประโยชน์คือ ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำ
“ไผ่บงหวาน” มีจุดเด่นเรื่อง หน่อดก รสหวาน หอม กรอบ ทำหน่อนอกฤดูก็ได้ รับประทานสด ยิ่งอร่อย ทำให้ คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 081-366-4142 สนใจปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่มานานเกือบ 20 ปี ต่อมาได้พัฒนาต่อยอด เปิดธุรกิจร้านอาหาร นำหน่อไผ่บงหวานมาประกอบเป็นอาหารในร้านทั้งหมด เช่น ส้มตำหน่อไม้ ยำหน่อไม้หวาน ผัดหน่อไม้หวานน้ำมันหอย ห่อหมกหน่อไม้ และอีกหลากหลายเมนู ในช่วงแรกที่ปลูก ต้นไผ่ยังเล็กมาก มีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ คุณภัทราได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่เช่น ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่ามีรสหวานจริงๆ คุณภัทราจึงใช้วิธีแจกให้ชิมเพื่อจะทำตลาด และนำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าเกษตรต่างๆ เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวาน ปีแรก ขายหน่อไม้จากต้นไผ่ 1,700 กอ สร้างรายได้ถึง 60,000 กว่าบาท จึงเกิดแรงบันดาล
ปาย เป็นเมืองสำคัญของล้านนา ตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย เนื่องจากเมืองปายตั้งอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีทุนทางธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสมุนไพร พันธุ์พืช สัตว์ป่า เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอยู่อาศัย ทั้งคนไทยวน (คนเมือง) ชาวไทใหญ่ ชาวปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) และชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ทุกวันนี้ อำเภอปาย กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไทย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พื้นที่ทำการเกษตรใกล้เทศบาลอำเภอเมืองปายถูกขายให้นักธุรกิจทำรีสอร์ท ชาวบ้านเปลี่ยนไปรับจ้างเป็นแรงงานในธุรกิจการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ธุรกิจการท่องเที่ยวเมืองปายเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เป็นระบบและไร้ทิศทาง ส่งผลกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อาจเกิดปัญหาการล่มสลายทางวัฒนธรรมและสังคมติดตามมาได้ หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากคนในท้องถิ่น “ป้าแหลง – คุณอาภรณ์ แสงโชติ” ประธานเครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตระหนักถึงปัญหาดังก
ต้นหม่อน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “มัลเบอร์รี่” (mulberry) เป็นไม้ยืนต้น ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นปอสา ขนุน และโพธิ์ ฯลฯ มีคุณค่าทางแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทุกวันนี้ใบและผลหม่อนจึงถูกนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะ “อาหาร และเครื่องดื่ม” หลากหลายรูปแบบ เช่น ชาวอีสานยังนิยมนำยอดหม่อนและใบหม่อนมาปรุงใส่อาหารเมนูพื้นบ้าน เช่น ต้มยำไก่ ฯลฯ นอกจากนี้ ใบหม่อน ยังสามารถแปรรูปเป็นชาชงดื่ม เพื่อลดความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด หม่อนลูกผสมที่ให้ผลผลิตใบสูง และผลมีขนาดใหญ่น่ากินนั้นได้แก่ บุรีรัมย์ 60, นครราชสีมา 60, ศรีสะเกษ 33, จีน เบอร์ 44 และหม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ บางบ้านปลูกหม่อนไว้ติดผลดีพอประมาณ แต่ไม่ถึงกับดก ได้ยินมาว่า “วิธีโน้มกิ่ง” บังคับให้ออกผลนอกฤดูนั้นมีทำให้หม่อนออกผลได้ดี แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เรามีวิธีมาฝากกัน หม่อนที่ติดผลดีที่สุดคือ พันธุ์เชียงใหม่ หรือนิยมเรียกว่า หม่อนผลสด หม่อนพันธุ์นี้จะให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 800-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ประโยชน์ของผลหม่อนใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพัน
จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกมะม่วงที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศมีความเหมาะสม สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำดี สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี ทำให้มะม่วงมีคุณภาพดี สีสวย รสชาติดี อีกทั้งยังสุกล่าช้ากว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตมะม่วงของภาคอื่นๆ หมดไปแล้ว ทำให้ผลผลิตมะม่วงในจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ต้องการของผู้ค้าและผู้ส่งออก จึงเป็นโอกาสทองของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ทราบว่า มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 78,000 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง 16,375 ราย โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก ประมาณ 45,000 ไร่ กระจายอยู่ใน 15 อำเภอ ปริมาณผลผลิตเพื่อการส่งออกกว่า 35,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 300-600 ล้านบาท เกษตรกรได้รวมกันเป็นเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมดำเนินการผลิต การควบคุมคุณภาพผลผลิตของสมาชิก และร่วมกันทำการตลาดกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยมีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะม่วง รวม 15 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมต
ปัจจุบันประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารที่ใช้บริโภคก็ต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นเงาตามตัว องค์การอาหารและยาของสหประชาชาติมีความกังวลเรื่องว่าอาหารที่ใช้บริโภคอาจขาดแคลนในอนาคต การผลิตโปรตีนจากสัตว์เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก อาจมีต้นทุนสูงขึ้นจนทำให้อาหารโปรตีนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนโดยทั่วถึงกัน แมลงจึงเป็นตัวเลือก ในโลกนี้มีแมลงเกือบ 1,000 สายพันธุ์ที่มนุษย์ใช้บริโภคกัน ในประเทศสหรัฐอเมริกาการบริโภคแมลงเพิ่งเริ่มต้นในปี 2554 และในปี 2558 ก็ได้ทำเป็นธุรกิจ ได้มีการตอบรับอย่างกว้างขวาง ในต่างประเทศแมลงที่นำมาทำเป็นอาหารนี้จะต้องเป็นฟาร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัย GAP เท่านั้นจึงจะนำมารับประทานได้ แมลงที่อยู่ในธรรมชาติไม่สามารถนำมาผลิตเป็นอาหารได้ ประเทศไทยมีการบริโภคแมลงกันมาช้านานแล้ว ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรพบว่า ประเทศไทยมีแมลงที่มีคุณค่าอาหารร้อยกว่าชนิดที่นิยมบริโภค แมงอินูน แมงกุดจี่ แมงดานา ตัวอ่อนผึ้ง มดแดง ตัวอ่อนของต่อหัวเสือ จิ้งโกร่ง จิ้งหรีด ตั๊กแตน แมลงกระชอน แมลงตับเต่าหรือด้วงติ่ง แมลงเม่า หนอน หนอนไหม ด้วงมะพร้าวหรือด้วงสาคู โดยที่อำเภออรัญประเทศ เป็นแหล่
