พืชทำเงิน
คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ หรือ คุณเขม อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด รู้จักกันในนาม “บ้านสวนเห็ดคุณยาย” โดยก่อนหน้าที่จะมาเพาะเห็ด คุณเขม เล่าให้ฟังว่า ตนได้ผ่านมาหลายอาชีพ ตั้งแต่ทำงานเสริมความงามที่กรุงเทพฯ แต่มีเหตุที่ต้องกลับต่างจังหวัด เพราะแม่ไม่สบาย พอกลับมาอยู่กับแม่ก็เริ่มมองหาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง ตอนนั้นมองว่าอาชีพขายหมูปิ้งนมสดน่าจะดี จึงลองทำดู ช่วงแรกๆ ก็ขายดี อยู่ไปสักพักเหมือนคนตกงานใครก็อยากมาขายหมูปิ้ง เราจึงหยุดการขายหมูปิ้ง หลังจากเลิกขายหมูปิ้งก็ยังไม่หยุดความพยายามแค่นี้ คุณเขมมองเห็นว่าคนในตลาดใครเดินผ่านไปผ่านมา ก็มีถุงเห็ดอยู่ในมือ จึงเกิดไอเดียเพาะเห็ดขายเป็นอาชีพเสริม คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ ด้วยความคิดว่ากลุ่มคนต้องการบริโภคเห็ดยังเยอะ ตนจึงไปรับก้อนเห็ดเอามาขายในหมู่บ้าน โดยเห็ดที่เริ่มเพาะอย่างแรกคือ เห็ดขอน รับมารอบแรกได้กำไร รอบที่ 2 เกิดปัญหาเห็ดติดเชื้อ ไรไข่ป่า ไรไข่ป่าก็คือตัวที่กินเชื้อเห็ดมันจะขยายได้เร็วมาก ถ้าโดนอากาศร้อนๆ ก็ขาดทุนหมดเลย จึงตัดสินใจไปเรียนที่โครงการลูกพระดาบส ใช้เวลาเรียนเพียง 7 วัน ได้ทั
แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์นชนิดลอยน้ำ เจริญเติบโตลอยอยู่บนผิวน้ำในที่ที่มีน้ำขังในเขตร้อนและเขตอบอุ่น แหนแดงที่พบอยู่ทั่วโลกมีอยู่ด้วยกัน 7 ชนิด ในประเทศไทยมีอยู่เพียงชนิดเดียว คือ อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) ต้นแหนแดง ประกอบด้วยส่วนต่างๆ คือ ลำต้น ราก และใบ แหนแดงมีกิ่งแยกจากลำต้น ใบของแหนแดงเกิดตามกิ่งเรียงสลับกันไป ใบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือใบบนและใบล่าง มีขนาดใกล้เคียงกัน ใบล่างค่อนข้างโปร่งใส มีคลอโรฟิลล์น้อยมาก ใบบนเป็นสีเขียวมีคลอโรฟิลล์เป็นองค์ประกอบ ดร. ศิริลักษณ์ แก้วสุรลิขิต นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เล่าว่า แหนแดงที่ขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในบ้านเรา เป็นแหนแดงสายพันธุ์ อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) มีขนาดเล็กกว่าแหนแดงสายพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน ประมาณ 10 เท่า ทำให้ขยายพันธุ์ได้ช้ากว่า แหนแดง มีประวัติการใช้เป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าว ในประเทศสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีนมานานหลายศตวรรษแล้ว “กรมวิชาการเกษ
“ปลิว” หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรตัวอย่าง ที่น้อมรับคำสอนการพึ่งพาตนเองและดำเนินการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์จนประสบความสำเร็จ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer ) ของ จังหวัดมหาสารคาม เขาดูแลใส่ใจชุมชนบ้านเกิดอย่างมาก นำเทคโนโลยีมาผสมผสานในงานที่ทำเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด สร้างความมั่นคงต่ออาชีพเกษตรกรรม แรงบันดาลใจ จาก ร.9 “แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบัน ปลิว อายุ 29 ปี เรียนจบปริญญาตรี สาขาส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ความจริง พ่อแม่เขาไม่สนับสนุนให้ลูกทำอาชีพเกษตรกรรม เพราะมองว่าอาชีพเกษตรกรรมมีอนาคตที่ลำบาก แต่ปลิวมองเห็นความยั่งยืนของอาชีพนี้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการทำงาน ปลิวบอกว่า การทำการเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้เรื่องการวิเคราะห์ดิน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมาก เกษตรกรต้องเข้าใจคุณภาพดินก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับการเพาะปลูกพืช นอกจากนี้ ต้องเรียนรู้เรื่องตลาดทั้งในประเทศและส่งออก หากต
“ไผ่เลี้ยงทะวาย” หรือ “ไผ่สะดิ้ง” ซึ่งเป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลย โดยไผ่เลี้ยงที่นิยมปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายในปัจจุบันมี 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปกติ และพันธุ์ทะวาย โดยพันธุ์ปกติ จะออกหน่อในฤดูฝน ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ส่วนพันธุ์ทะวายหรือที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าไผ่สะดิ้ง จะสามารถออกหน่อได้ตลอดทั้งปี สำหรับไผ่พันธุ์ทะวาย เป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย ตลาดมีความต้องการมาก สามารถขายได้ทั้งในรูปหน่อสดและนำมาแปรรูป เช่น หน่อไม้ดองทั้งหน่อ หรือดองในรูปหน่อไม้สับ นอกจากนี้ การปลูกไผ่เลี้ยงทะวายจะไม่มีการใช้สารเคมี เพราะจะทำให้หน่อไม้ตาย ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมี “ภูกระดึง” ปลูกไผ่สะดิ้งจำนวนมาก จังหวัดเลย มีสภาพภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม น้ำไม่ท่วมขังเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนที่สูงและสามารถเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ จึงเหมาะสมกับการปลูกไผ่ โดยเกษตรกรนิยมปลูก มากที่อำเภอภูกระดึง มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1,267 ไร่ คุณช่วย บุตรดาเวียง เกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้ต้นแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ ของสำนักงานเกษตร
“อ้อยโรงงาน” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดชลบุรี เนื้อที่ปลูก รวม 1.4 แสนไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 10 ตัน ต่อไร่ ทั้งนี้ พบว่าอ้อยโรงงานมีแนวโน้มลดลงจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาภัยแล้ง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศ การบริหารจัดการไร่อ้อยที่ขาดประสิทธิภาพ รวมทั้งพื้นที่การเกษตรที่ลดลงจากการขยายตัวของชุมชนเมือง ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี ดำเนินกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย เพื่อให้เกษตรกรนำไปประยุกต์พัฒนาการเพาะปลูกอ้อย ให้มีผลผลิตและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งรณรงค์ลดการเผาอ้อยในช่วงฤดูตัดอ้อย เพราะนอกจากสร้างมลภาวะต่อสภาพอากาศและสุขภาพร่างกายแล้ว ยังทำให้ดินเสื่อมโทรมส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรงอีกด้วย YSF ชวการ ช่องชลธาร เกษตรกรดีเด่น ปลูกอ้อยโรงงาน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่และยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพตนเอง ตลอดจนเป็นเกษตรกรต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาผลงานจากตัว
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาการเรียกชื่อพืชพันธุ์ผักไม่เหมือนกันมาบ้างนะครับ เมื่อลองไล่ๆ ดูแล้ว ก็พบว่ามีหลายกรณีทีเดียว เช่นว่า ผู้คนรุ่นเก่าๆ ในเขตภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลาง มักเรียก ขึ้นฉ่าย ว่า “ตั้งโอ๋” เสมอ เมื่อเข้าร้านอาหารสั่งปลาช่อนผัดใบตั้งโอ๋ ก็จะเป็นผัดขึ้นฉ่ายทุกครั้ง ใบเบย์ (bay leaf) ถูกเรียกในครัวไทยว่า “ใบกระวาน” มาตลอด ทั้งๆ ไม่ใช่เป็นใบของต้นกระวาน (cardamom) แต่อย่างใด เม็ดยี่หร่า (cumin) ซึ่งเป็นพืชตระกูล “เทียน” ชนิดหนึ่งในกลุ่มสมุนไพรไทยโบราณนั้น ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมล็ดของต้นไม้ใบฉุนที่คนภาคใต้เรียกยี่หร่า (tree basil) กระทั่งหนังสือตำราอาหารภาษาไทยหลายเล่มก็ยังเขียนไว้เช่นนั้น เลยกลายเป็นความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากที่สุดไปอีกข้อหนึ่ง ส่วนกรณี “ใบยี่หร่า” ที่ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้เรียกสั้นๆ ว่า “ใบรา” พบได้ในแกงเนื้อ หรือแกงปลาดุกนั้น แถบภาคกลางมีหลายชื่อ อย่างเช่นแถบกาญจนบุรี เรียก “กะเพราควาย” บ้าง “กะเพราช้าง” บ้าง ทว่าส่วนใหญ่เมื่อเอ่ยถึงยี่หร่าก็จะเข้าใจร่วมกันได้ว่าคือต้น tree basil นี้ แต่มีอีกชื่อหนึ่งที่คนภาคเหนือใช้เรียกใบยี่หร่าด้วย คือเรียกว่า “ใบจันทน์
วันนี้ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอหนองพอก ได้รับมอบหมายจาก คุณประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ออกติดตามโครงการไร่นาสวนผสมของ คุณวัชราพร กองศรี หรือ ผู้ใหญ่อ้อ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 419 หมู่ที่ 13 ผู้ใหญ่บ้าน บ้านวังน้ำเย็น ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 080-183-4750 โดยการสนับสนุนของ กำนันอัครวัฒน์ ศรีพะยอม โดยมี คุณชาญศักดิ์ หงษ์ทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ นำลงตรวจเยี่ยม ไร่นาสวนผสมตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรอยู่อย่างพอเพียง พื้นที่ 8 ไร่ ปลูกมะนาว 120 ต้น เก็บขายทุกวัน วันละ 100-500 ผลผลละ 1 บาท เลี้ยงปลา 3 บ่อ ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร บ่อละ 5,000 ตัว เลี้ยงวัว ปลูกผักสวนครัว ปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ขายทุกวัน แบบอย่างของประชาชน ท่านผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา โดย คุณวิธรัช รามัญ นายอำเภอหนองพอก จัดเป็นจุดศึกษาดูงานของชุมชน นอกจากนี้ มีทำนาเกษตรอินทรีย์ 16 ไร่ ปลูกมันสำปะหลัง 12 ไร่ ความเป็นอยู่อย่างมีความสุข พร้อมดูแลประชาชน ในตำแหน่ง “ผู้ใหญ่บ้านสตรีเหล็กนักพัฒนา” คุณวัชราพร กองศรี หรือ ผู้ใหญ่อ้อ กล่าวว่า ตนเองมีลูก 3 คน เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ป
ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ครองเมืองไปทั่วทุกพื้นที่ โดยมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นเครื่องทุ่นแรงเพื่อช่วยในการทำงานทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วงแรกของการลงทุนอาจจะดูเหมือนเป็นการใช้เงินที่มหาศาล แต่เมื่อมองไปถึงระยะยาวถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ให้การผลิตสินค้ามีคุณภาพที่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้สังเกตเห็นว่าการทำฟาร์มเห็ดกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะเห็ดมีคุณค่าทางโภชนาการและมีความอร่อยเฉพาะตัว จึงทำให้เห็ดหลายชนิดเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องของโรคและแมลงที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเห็ด ส่งผลให้เกษตรกรบางรายที่เพาะเห็ดได้ผลผลิตไม่เต็มที่ มีจำนวนไม่มากพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ส่งจำหน่ายได้ไม่ต่อเนื่อง เป็นเหตุให้สูญเสียโอกาสหลายด้านในการค้าขาย คุณพัชรพล โพธิ์พันธุ์ เจ้าของฟาร์มเห็ด “จาวา” ตั้งอยู่ที่ 60/7 หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่มองว่าอาชีพทางการเกษตรหากนำมาพัฒนาและต่อยอด
อดีตข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ เกิดที่นครศรีธรรมราช ผันตัวมาสวมบทบาทเกษตรกร และใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดระนอง ด้วยการปลูกปาล์ม ปลูกยางพารา ปลูกผักสวนครัว และบรรดาผลไม้สารพัด บนที่ดิน 170 ไร่ แถมลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยใช้เอง จนเได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2555 ปัจจุบันเก็บผลผลิตขาย มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสน ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ บ้านเลขที่ 1/9 บ้านห้วยปลิง หมู่ที่ 7 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เผยว่า ในอดีตเคยรับราชการตำรวจ และเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เมื่อปี 2543 โดยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบเรื่องเกษตร จึงไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ช่วงแรกปลูกพืชระยะสั้นบนพื้นที่ 2 ไร่ อาทิ พริก แตงกวา มะเขือ ใบโหระพา กล้วย ขิง ข่า ต่อมาขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันราว 100 ไร่ รวมเบ็ดเสร็จ ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 2,200 ต้น ปาล์มน้ำมันของ ด.ต. สมนึก ถูกบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี ให้ผลผลิตเดือนละ 2 ครั้ง แถมยังได้มาตรฐาน GAP ก่อเกิดรายได้ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างคุ้มค่า และด้วยความต้องการอยากทำเกษตรผสมผสาน เกษตรกรคนเก่ง เลยปลูกยางพารา ผลไม้ ผักสวนครัว อย่างอื่นร
