พืชทำเงิน
ปัจจุบัน การทำเกษตรในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก จะเห็นได้จากหลายๆ ท่าน ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่น้อยมาสร้างสวนเกษตรให้กับตัวเอง อย่างเช่น นำพืชผักสวนครัวที่ใช้ประกอบอาหารมาปลูกพืชเอง เพื่อเป็นการช่วยประหยัดต้นทุนด้วยอีกช่องทาง ซึ่งการปลูกพืชนอกจากจะได้ผลผลิตแล้ว สิ่งที่ได้ตามมานั้นก็คือความสุข จึงทำให้เวลานี้ผู้ที่เกษียณจากงานประจำหันมาทำเกษตรมากขึ้น อย่างน้อยถ้าไม่ได้ทำเพื่อจำหน่าย หรือเกิดรายได้ถึงขนาดเลี้ยงตัวเองได้ แต่ก็ทำเป็นกิจกรรมยามว่าง สร้างความเพลิดเพลินและคลายเหงา คุณศิริชัย พุ่มพฤกษา อยู่บ้านเลขที่ 192 ซอยรามอินทรา 8 ถนนรามอินทรา แขวงจรเข้บัว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมงานทางด้านการเกษตร โดยใช้พื้นที่ที่มีอยู่ภายในเมืองใหญ่ มาทำเกษตรหลังจากเกษียณงานประจำออกมา ทำให้ในช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 เขาได้มีเวลาทำสวนมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดความเครียด และมีพืชผักสวนครัวที่ปลูกเองไว้ประกอบอาหารในแต่ละวัน โดยที่ไม่ต้องออกไปยังแหล่งซื้อขายพบเจอผู้คนหนาแน่นเพื่อเป็นการสัมผัสเชื้อโควิด-19 คุณศิริชัย เล่าให้ฟังว่า เป็นคนต่างจังหวัดมาแต่กำเนิด ต่อมามีโอกาสได้เข้ามาทำงานในกรุง
แค็กตัส (cactus) ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ตะบองเพชร หรือ กระบองเพชร เป็นไม้ประดับที่มีขนาดเล็ก ขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นอาจมีขนหรือหนามโดยรอบ ลำต้นของแค็กตัสทำหน้าที่แทนใบ จุดเด่นของตะบองเพชรในฐานะไม้ประดับที่ปลูกดูแลง่าย มีรูปทรงสวยงามแปลกตา หลายคนจึงนิยมเลี้ยงตะบองเพชรประดับห้องในคอนโดเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในที่พักอาศัย หากใครอยากชื่นชมความสวยงามของตะบองเพชรให้สะใจ ต้องแวะชมที่ สวนนงนุชพัทยา หนึ่งในสิบสวนสวยที่สุดในโลก พร้อมชมไอเดียการประดับตกแต่งด้วยตะบองเพชร สวนนงนุชพัทยาได้รวบรวมตะบองเพชรมากมายหลายสายพันธุ์จากประเทศต่างๆ มาปลูกขยายพันธุ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สวนนงนุชพัทยามีสวนตะบองเพชรอลังการที่สุดในโลก นอกจากนี้ สวนนงนุชพัทยา ยังเอาใจเหล่าคนรักตะบองเพชร ด้วยการจัดสวนถาดสไตล์สวนนงนุชพัทยา โดยใช้กระถางดินเผารูปทรงแปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจัดตกแต่งสวนถาดอย่างสวยงาม มากกว่า 135 ถาด สวนถาดในกระถางใหญ่ 4 เหลี่ยม เมตรคูณเมตร ของสวนนงนุชพัทยาเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะนำตะบองเพชรหลากหลายชนิด รวมทั้งไม้อวบน้ำขนาดเล็กที่เติบโตช้า รูปทรงสวยงาม มาประดับตกแต่งต
ในระยะที่มีฝนตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกผักสลัด (โดยเฉพาะผักที่มีใบกว้าง เช่น กรีนคอส บัตเตอร์เฮด) ให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบจุดตากบ สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช เริ่มแรกจะพบแผลเป็นจุดฉ่ำน้ำสีน้ำตาลอ่อนกระจายอยู่ทั่วใบ เมื่อแผลขยายใหญ่ขึ้นจะมีลักษณะกลม หรือค่อนข้างกลม เรียงซ้อนกันเป็นชั้น กลางแผลมีสีเทาหรือสีขาว และพบเส้นใยของเชื้อราเจริญขึ้นเหนือเนื้อเยื่อของพืช ขอบแผลเป็นสีน้ำตาลลักษณะคล้ายตากบ แผลมีหลายขนาดตั้งแต่จุดเล็กถึงจุดใหญ่ ขนาด 1-10 มิลลิเมตร ถ้าอาการรุนแรง แผลจะต่อกันทำให้เกิดอาการใบไหม้ กรณีที่เกิดกับใบอ่อนอาจทำให้เกิดอาการใบหงิกงอได้ สำหรับการปลูกผักสลัดในแปลงปลูก เกษตรกรควรจะทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี และควรเตรียมดิน โดยไถพรวนดินให้ลึกจากผิวดินมากกว่า 20 เซนติเมตรขึ้นไป และตากดินไว้ให้นานอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้เศษซากพืชและวัชพืชย่อยสลาย อีกทั้งควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปลอดโรค หรือให้ฆ่าเชื้อที่อาจติดมากับเมล็ดด้วยการแช่ในน้ำอุ่น 49-50 องศาเซลเซียส นาน 20-25 นาที กรณีปลูกผักสลัดในระบบไฮโดรโปรนิกส์ เกษตรกรควรเตรียมพื้นโรงเรือ
มีเกษตรกรหลายรายต้องการทราบถึงวิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวาน (มันเทศหวานจากต่างประเทศ) ด้วยตัวเอง เนื่องจากติดใจในรสชาติของมันหวานที่ซื้อไปจากห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เมื่อนำไปต้มรับประทานแล้วไม่ต้องจิ้มน้ำตาลทรายก็มีรสหวานอร่อย อีกทั้งสีสันก็เหลืองหรือมีสีเหลืองเข้ม (สีส้ม) สวยงาม แถมราคายังน่าจูงใจให้ปลูกอีกด้วย (ราคาที่ห้างขาย คือ กิโลกรัมละ 89 บาท) ผู้เขียนเองไม่เคยปลูกมันเทศเป็นแปลงขนาดใหญ่ หากแต่มีน้องสาวและน้องเขยปลูกมันเทศอยู่ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอาชีพ ราคามันเทศที่ขายได้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะมันเทศมีปลูกกันอยู่หลายแหล่ง เช่น แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี ราคาที่ขายได้ก็มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 6 บาท ไปจนถึง 13 บาท เนื่องจากการเพาะปลูกมันเทศต้องใช้จ่ายเป็นค่าปุ๋ยและสารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงค่อนข้างสูง ว่ากันว่า ในพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ ต้องใช้ต้นทุนสูงเป็นเลขถึง 6 หลัก เลยทีเดียว สำหรับเรื่องการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวานนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า เกษตรกรน่าจะพอพึ่งตนเองได้ หากเราหาหัวพันธุ์มันหวานได้ ก็สามารถนำมาฝังดินเพื่อสร้างกิ่งพ
“สุโขทัย” มีสภาพอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นพริก และเกษตรกรมีทักษะในการปลูกพริกมายาวนาน ทำให้สุโขทัยกลายเป็นแหล่งปลูกพริกที่สำคัญ โดยแหล่งปลูกพริกส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อําเภอเมือง อําเภอคีรีมาศ อําเภอศรีสําโรง และอําเภอกงไกรลาศ พริกเป็นพืชที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ มีการจัดการที่ดี หากปลูกมากเกินไปอาจเกิดปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยว เกษตรกรส่วนใหญ่จึงกำหนดพื้นที่ปลูกให้สมดุลกับแรงงานที่มีอยู่ในครอบครัว เฉลี่ยรายละ 1-7 ไร่ เกษตรกรมักจะเริ่มเพาะกล้าตั้งแต่เดือนกันยายน ปลูกพริกเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน พ่อค้าที่ทำหน้าที่รวบรวมผลผลิต จะเป็นผู้นําเมล็ดพันธุ์พริกหนุ่ม” มณีมรกต” มาให้เกษตรกรปลูก เนื่องจากพริกชนิดนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ ให้ผลสวยสีแดงสด ปลูกได้ดีในพื้นที่ทางภาคเหนือ และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดส่งออกและโรงงานซอสพริก ในอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพริกแบบหนาแน่น ในระยะห่าง 25-30 ซม. หลุมละ 2 ต้น เฉลี่ยไร่ละ 7,000-8,000 ต้น ทำให้ต้นพริกเติบโตได้ไม่เต็มที่ ดูแลจัดการไม่ทั่วถึง ควบคุมโรคแมลงได้ยาก ได้ผลผลิตน้อย ขายได้ราคาต่ำ จนกระทั่งเมื่อ 9 ปีที่แล้ว
จำได้ว่าสมัยก่อน ผักหวานป่า หากินยากมาก เพราะจะมีอยู่แต่ในป่าและได้กินเฉพาะช่วงหน้าร้อน-หน้าฝน เท่านั้น แต่หลายปีมานี้มีการนำเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่ามาปลูกกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบผักชนิดนี้มีกินได้ตลอดทั้งปี ในราคาที่จับต้องได้ สวนผักหวานป่า อมรฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโพนสุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกแห่งที่ปลูกผักหวานป่าขายทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม โดยมี คุณพิมพ์พกานต์ ซ้ายกาละคำ อดีตพยาบาลสาว เป็นเจ้าของ ซึ่งในสวนนี้มีเนื้อที่ 23 ไร่ นอกจากจะปลูกผักหวานป่า 6.5 ไร่ ยังแบ่งปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ อีก อาทิ ไผ่บงหวาน 6.5 ไร่ ปลูกข้าว รวมถึงมะม่วง มะขามเทศ หม่อน ฝรั่งไส้แดง มะเดื่อฝรั่ง สมุนไพรหลากหลาย พืชผักสวนครัวนานาชนิด และเห็ดขอนขาว เดิมนั้น คุณพิมพ์พกานต์ ทำงานเป็นพยาบาล อยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และเป็นพยาบาลอิสระ รวมระยะเวลากว่า 10 ปี กระทั่งเริ่มสนใจการทำเกษตรอย่างจริงจังเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว แรงจูงใจที่อยากมาทำเกษตร เนื่องจากเจ้าตัวมองแล้วว่าคนต้องกินอาหารทุกวัน การทำธุรกิจอาหารและการเกษตรน่าจะเหมาะกับยุคปัจจุบันที่พืชผักอาหารราคาแพงขึ้น ในส่วนของร
ถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ฤดูทุเรียนเวียนมา ทางภาคตะวันออกอย่างจังหวัดจันทบุรี ก็ยังเป็นเจ้าแห่งวงการทุเรียนเหมือนเดิม ด้วยเป็นพื้นที่ปลูกมานาน จนกลายเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศไทย มาช่วงหลายปีหลัง ทุเรียนเริ่มได้รับกระแสนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก เกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศหันมาสนใจปลูกทุเรียนกันอย่างหนาแน่น รวมถึงจังหวัดปราจีนบุรี นับเป็นภาคตะวันออกที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถปลูกทุเรียนได้อร่อยไม่แพ้ทางจันทบุรี คุณวันเพ็ญ สนลอย เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน พ่วงด้วยตำแหน่งหมอดินอาสาประจำจังหวัดปราจีนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 5 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เล่าว่า พ่อแม่ทิ้งมรดกที่ดินไว้ให้ 3 ไร่ พื้นที่เดิมพ่อกับแม่ใช้ปลูกทุเรียน แต่ไม่ค่อยได้ผล ดินไม่ดี เป็นกรดเยอะ ไม่สามารถสานต่อสวนทุเรียนได้ หลังเรียนจบจึงเข้าทำงานเป็นเสมียน แต่งงานมีครอบครัวมีลูก แต่เงินเดือนเสมียนกับเงินเดือนสามีรับข้าราชการในสมัยนั้นเลี้ยงลูกไม่พอ จึงตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาทำเกษตรลองสู้อีกสักตั้งบนที่ดินมรดก คุณวันเพ็ญ สนลอย เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ล้มมาแล้วหลายครั้ง ตั้งต
“ตอนนี้อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ผมภูมิใจมากๆ นะ แต่ก่อนต้องยอมรับตรงๆ ว่า ผมไม่มีความศรัทธาในอาชีพนี้เลย เพราะเราเป็นลูกชาวสวนมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นพ่อแม่ลำบากมากจากการทำสวน เราจึงพยายามหนีอาชีพนี้มาตลอด ทำทุกอย่างเพื่อที่ไม่ต้องกลับมาเป็นชาวสวน แต่สุดท้ายก็มาพบว่า สิ่งที่เราหนีมาทั้งชีวิต จริงๆ แล้วเราไม่ได้เกลียดนะ เพียงแค่เรายึดติดกับภาพเดิมๆ ที่ทำเกษตรแล้วลำบาก แต่เมื่อได้มาทดลองลงมือทำจริงๆ กลับรู้สึกหลงรักการเป็นชาวสวนโดยไม่รู้ตัว เพราะทำแล้วสบายใจ เป็นอิสระ กลายเป็นชีวิตจิตใจ และคิดอยู่ตลอดว่าอยากจะพัฒนาสวนมะพร้าวของพ่อให้ดียิ่งขึ้น อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ยิ่งทำยิ่งภูมิใจในตัวเองขึ้นเรื่อยๆ” คุณสุรพงษ์ เกียรติพงสา หรือ พี่เอ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดราชบุรี อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 7 ตำบลศรีสุราษฎร์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนสวนมะพร้าวจากรุ่นพ่อ สร้างมาตรฐาน GAP, GI เพื่อต่อยอดการตลาดในอนาคตให้มั่นคงมากขึ้น เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามาตรฐานเหล่านี้จะเปรียบเสมือนใบเบิกทางด้านการตลาด ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนต้องการ พี่เอ เล่าถึงจุดเริ่มต้
ต้นไม้กับครอบครัวคนไทยเป็นของคู่กัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว รอบๆ บ้านหากมีที่ว่าง เวลากินอะไรอร่อย หากมีเมล็ดเจ้าของจะหว่านหรือโยนเมล็ดพืชออกนอกชาน เมื่อมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดพืชจะงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาให้เจ้าของเก็บมาใช้ประโยชน์ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รอบบ้านในยุคเก่าก่อน สามารถบ่งบอกได้ว่าชุมชนนั้นตั้งมานานมากน้อยแค่ไหน เช่น ต้นมะพร้าว ที่ขึ้นสูงเลยหลังคาบ้านไปมากๆ เมื่อทางการจะเข้าไปทำนิติกรรมกับชุมชน ชาวบ้านก็อาจจะบอกว่าอยู่มานานแล้ว นานกว่ากฎหมายจะออกมาเสียอีก สำหรับชุมชนเมือง รูปแบบการปลูกต้นไม้เปลี่ยนไป แทนที่จะปลูกลงดิน ก็ใช้กระถาง วางตั้งตามตึกใหญ่ๆ สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้คือ การปลูกพืชไม่ใช้ดิน งานปลูกพืชแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับการปลูกผักสลัด ที่ผ่านมา มีภูมิปัญญาสำหรับการปลูกต้นไม้รอบบ้านบอกไว้อย่างแยบยล วัตถุประสงค์ก็คงอยากให้คนสนใจปลูกพืชหลายๆ ชนิดไว้ เพื่อเกิดประโยชน์ในครอบครัว นอกจากที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว ยังมีผู้แบ่งต้นไม้ที่ปลูกรอบบ้าน โดยแยกประเภทหรือกลุ่ม คือพืชผัก-สมุนไพร ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก-สมุนไพร มีให้เลือกมากมาย พืชผัก-สมุนไพร ใกล้บ้านคน สามารถปลูกได้หล
ทองหลาง เป็นพืชตระกูลถั่ว ถือว่าเป็นถั่วขนาดยักษ์ พบไม่น้อยกว่า 2 ลักษณะขอแนะนำทองหลางลักษณะแรกก่อน คือ “ทองหลางด่าง” ชื่ออื่นๆ ที่เรียกกันคือ ทองบ้าน, ทองเผือก, ทองหลางลาย เป็นไม้ขนาดกลางถึงใหญ่ มีความสูงประมาณ 18 เมตร ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมโค้ง คม ปลายหนามเป็นสีม่วงคล้ำ ผิวเปลือกลำต้นบาง สีเทาหรือสีเหลืองอ่อนๆ ใบ ออกเป็นช่อ มีประมาณ 3 ใบ ใบรูปมน ปลายใบแหลมยาวคล้ายใบโพธิ์ ใบที่อยู่ยอดมีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยคู่ล่าง ขนาดของใบกว้าง 2-4 นิ้ว ยาว 2-5 นิ้ว หลังใบเป็นสีด่างเหลืองๆ เขียวๆ ดอก ออกเป็นช่อติดกันเป็นกลุ่ม สีแดงสด ออกตามบริเวณข้อต้นหรือโคนก้านใบ ช่อหนึ่งยาว 4-9 นิ้ว ลักษณะของดอกมีกลีบกว้างประมาณ 1-1.4 นิ้ว ยาวประมาณ 2-2.5 นิ้ว ลักษณะคล้ายดอกถั่ว ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ผล มีลักษณะเป็นฝัก แบน โคนฝักเล็กลีบ ส่วนที่ค่อนไปทางปลายฝักจะบวม ซึ่งจะเห็นเป็นสัณฐานของเมล็ดได้ชัดมาก พอฝักแก่เต็มที่ปลายฝักจะแตกอ้าออก ภายในฝักมีเมล็ดเป็นเหลี่ยม นิยมขยายพันธุ์โดยการปักชำกิ่ง ส่วนการใช้ประโยชน์นิยมปลูกประดับ เป็นไม้จัดสวนได้ดี เพราะสีที่สดใสของใบ ทองหลางด่าง หรือ ทองหลางลาย เป็นไม
