พืชทำเงิน
นครสวรรค์ ถือเป็นแหล่งปลูกผักชีฝรั่งที่ใหญ่และสำคัญมากในประเทศ มีพื้นที่หลายตำบล และหลายหมู่บ้านที่ยึดอาชีพนี้ อาทิ เขตพื้นที่ ต.วัดไทร, ต.บางม่วง และ ต.ตะเคียนเลื่อน ลักษณะการปลูกผักชีฝรั่งในแต่ละครัวเรือนไม่เท่ากัน มีจำนวนเนื้อที่ปลูกตั้งแต่น้อยสัก 1 ไร่ขึ้นไปจนกระทั่งไปถึงจำนวนหลายสิบไร่ เกษตรกรบางรายมักปลูกร่วมกับพืชอายุสั้นชนิดอื่น แต่บางรายอาจปลูกเพียงอย่างเดียว ผักชีฝรั่ง หรือที่ชาวบ้านบางรายเรียกกันว่า ผักชีใบยาวบ้าง ผักชีหนามบ้าง เป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 4 เดือน เก็บผลผลิตขายได้แล้ว เกษตรกรหลายรายต่างก็ยืนยันว่ามีรายได้มากกว่าการปลูกพืชหลายชนิด แม้จะต้องลงทุนมากในช่วงการเริ่มต้นครั้งแรก แต่หลังจากเวลาผ่านไปสามารถได้คืนทุน ประโยชน์ของผักชีฝรั่งมักจะนำมาใช้ในการปรุงอาหารหลายชนิด แต่ที่นิยมและดูจะใช้มากเป็นพิเศษคือในอาหารทางอีสาน สรรพคุณของผักชีฝรั่งนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการหลายประการอันมาจากการที่ประกอบด้วย เส้นใย แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม ไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ไนอะซิน มีสารคลอโรฟิลล์สูง มีน้ำมันหอมระเหย เช่น เอพิออล (apiol) เบอแกบทีน (bergap
ตัวอย่างอาชีพเกษตรกรรมที่ทำได้ง่าย เพียงแค่มีที่หลังบ้าน โดยการปลูกสะละและเพาะพันธุ์กล้าขาย สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี แม้จะอายุมากก็ทำได้ เกษตรกรรายนี้ชื่อ คุณสุนทร เนตรโสภา อายุ 64 ปี ชาวบ้านฮ่องสิม ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งทุกวันจะมีกิจวัตรประจำวัน โดยการหมั่นดูแล กำจัดวัชพืชและให้น้ำ สะละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซีย ที่ปลูกไว้หลังบ้าน เพื่อเร่งผลผลิตให้ทันส่งขาย คุณสุนทร เล่าว่า เดิมพื้นที่ 14 ไร่ หลังบ้าน ปลูกมะขามหวานมานานถึง 13 ปี แต่เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้มะขามหวานมีผลผลิตน้อย ขาดทุนเป็นหนี้สิน ต่อมาลูกสาวทำงานที่ภาคใต้ เห็นเพื่อนบ้านนิยมปลูกสะละในพื้นที่ไม่กี่ไร่ กลับมีรายได้ดี จึงโค่นต้นมะขามทิ้งนำสะละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซียมาให้ปลูกทดแทน ใช้เวลาดูแลเพียง 3 ปี สะละทั้ง 2 สายพันธุ์ เริ่มให้ผลผลิต ออกลูกดก จากนั้นจึงหันมาดูแลปลูกสะละขายอย่างจริงจัง สะละเก็บผลผลิตได้ตลอดปี ปลูก 14 ไร่ หรือ กว่า 2 พันต้น เก็บขายได้เฉลี่ยวันละ 100-200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท ยอมรับว่าแรกเริ่มที่ปลูกสะละชาวบ้านต่างหัวเราะเยาะ ปลูกสะละในอีสานจะไ
ในช่วงฝนตกและมีความชื้นในอากาศสูงแบบนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกผักกวางตุ้งให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของด้วงหมัดผัก สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง โดยจะพบตัวอ่อนด้วงหมัดผักเจาะชอนไชเข้าไปกัดกินอยู่บริเวณโคนต้นหรือรากของผักกวางตุ้ง ทำให้ต้นผักเหี่ยวเฉา ไม่เจริญเติบโต หากรากถูกทำลายมาก จะส่งผลทำให้ต้นผักตายได้ ตัวเต็มวัยของด้วงหมัดผักจะชอบกัดกินผิวใบด้านล่าง ทำให้ใบเป็นรูพรุน อาจกัดกินผิวลำต้นและกลีบดอกด้วย ด้วงหมัดผักชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ตัวเต็มวัยของด้วงหมัดผักเมื่อถูกกระทบกระเทือนจะกระโดดหนี และสามารถบินได้ไกล สำหรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไข หากพบการระบาดที่ไม่รุนแรงของด้วงหมัดผักในแหล่งปลูกผักใหม่ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร จะให้ผลในการกำจัดด้วงหมัดผักได้ดี ส่วนในแหล่งที่ปลูกผักเป็นประจำ เกษตรกรควรใช้สารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสา
สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2546 สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 363 หมู่ 4 ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกแรกตั้ง 202 คน ทุนแรกตั้ง 1,138,774.00 บาท มีรายได้กว่าปีละ 4ล้านบาท ปัจจุบัน สหกรณ์แห่งนี้ ดำเนินธุรกิจ 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมผลิตผล (รวบรวมข้าวเปลือก) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้าสหกรณ์รวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปเป็นข้าวกล้องเพื่อจำหน่าย ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร สหกรณ์ดำเนินการจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าการเกษตรอินทรีย์ให้สมาชิก มีรายได้ค่าบริหารตลาดนัด มีรายได้กว่าปีละ 4 ล้านบาทโดยรายได้หลักมาจากธุรกิจแปรรูปผลผลิตและผลิตสินค้ามากที่สุด รองลงมาเป็น ธุรกิจรวบรวมผลิตผล ช่องทางการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ ประกอบไปด้วย ตลาดในโรงเรียนดาราวิทยาลัย ตลาดในโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ตลาดนัดเจเจมาร์เก็ต จำหน่ายวันเสาร์ ตลาดในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หมู่บ้าน Land and House แม่โจ้ และช่องทางการจำหน่ายข้าวอินทรีย์ ได้แก่ ร้านค้าสหกรณ
ปัจจุบัน กระแสความนิยมบริโภค เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สมุนไพรไทยเป็นวัตถุดิบในการผลิต ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณในทางยา ช่วยบำรุงร่างกาย เพื่อเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. จึงได้พัฒนา “น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม” เครื่องดื่มเสริมสุขภาพที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบหลัก และเสริมรสชาติผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เช่น ส้ม ฝรั่ง สับปะรด โดยผลิตภัณฑ์ยังคงคุณค่าของว่านหางจระเข้อย่างครบครัน ช่วยบำรุงร่างกายเนื่องจากการอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบอีกด้วย วว. ได้ศึกษาวิจัย พบว่า ว่านหางจระเข้ พันธุ์อะโล บาร์บาเดนซีส (Aloe barbadensis) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาแปรรูป เนื่องจากมีโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ เมื่อคัดเล
บนโต๊ะอาหาร สำรับกับข้าววันนี้ ผักเคียงที่นิยมคู่อาหารประเภท ลาบ ยำ พร่า ก้อย น้ำพริก เพิ่มรสชาติกับข้าวเราขึ้นเยอะมาก หากจะสำรวจความนิยมและเรารู้จักกันมากคือ “สะระแหน่” เชื่อว่าหลายบ้านคงมีปลูกไว้ ใส่กระบะ กระถาง อ่าง ปี๊บ ลงแปลงดิน เป็นผักเครื่องเทศ และสมุนไพรชั้นยอด ที่ทุกบ้านไม่ควรละเลยที่จะมีปลูกไว้ ถึงแม้อาจจะดูแลยากไปนิด แต่ถ้ารู้วิธีดูแลรักษา วิธีปลูก ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับทุกคน เคยมีหลายคนที่ได้สัมผัสรู้จักกับสรรพคุณของสะระแหน่กันมาแล้ว ช่วงเข้าสู่ฤดูกาล ปลายฝน ต้นหนาว มักจะเป็นหวัดคัดจมูก ได้เคี้ยวสะระแหน่สักยอดสองยอด เป็นหายใจโล่งสะดวกสบาย ไข้หวัดไม่ได้เกาะแกะแซะตามตัวเรา ไม่เคี้ยวกิน ก็เด็ดยอด ใบแช่น้ำร้อน ดื่มแทนน้ำชา เป็นน้ำยาที่ได้ผลดีเช่นกัน และบ้านเรามีคำพ้องเสียงอยู่คำหนึ่ง ไม่รู้ว่า มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรบ้าง สมัยนี้มักจะเอามาใช้ปนกัน ว่ากันตรงๆ คือคำว่า “สาระแน” แปลว่า สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง หรือเสือกนั่นกระมัง “สะระแหน่” เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี แตกต้นกิ่งก้านสาขา เลื้อยไปตามดิน มีขนสั้นๆ นิ่มๆ ปกคลุมทุกส่วนของลำต้น ใบกลมมนรูปไข่ ขอบใบจักแบบซี่ฟัน ออกใบสลับกัน
ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง เป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการผลิตลำไยนอกฤดู ทำให้สามารถกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดได้ทั้งปี และขายผลผลิตได้ราคาที่ดี ศพก. ตำบลน้ำดิบ ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเรียนรู้เคล็ดลับการทำสวนลำไยนอกฤดู ของ “คุณมงคล หมื่นอภัย” เจ้าของสวนลำไยปิยะมงคล โทร. 089-851-4730, 085-870-3882 และ 053-529-111 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตลำไยนอกฤดูแปลงใหญ่ตำบลน้ำดิบ คุณมงคล สะสมประสบการณ์การทำสวนลำไยมานานกว่า 20 ปี และทำธุรกิจลำไยแบบครบวงจร ปัจจุบัน คุณมงคลได้ร่วมมือกับสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน เปิดสวนลำไยปิยะมงคล ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลน้ำดิบ (ศพก. ตำบลน้ำดิบ) เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชน และสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ ศพก. ต
เป็นตำรวจอีกคนที่น่ายกย่อง เพราะนอกจาก ร.ต.อ. จำรูญ ทองขำดี วัย 58 ปี หรือที่เรียกกันว่า “ผู้กองแกรก” จะยึดอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แล้ว ยังใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเป็นเกษตรกร ปลูกเสาวรสและพืชผักผลไม้นานาชนิดแบบเกษตรอินทรีย์ ชื่อ “ไร่ลุงแกรก” อยู่ที่ตำบลนาพละ หมู่ที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ในเนื้อที่ 3 ไร่ ซึ่งในอนาคตหากมีความพร้อมมากกว่านี้เจ้าตัวตั้งใจว่าจะเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้คนได้มาศึกษาเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียงตามศาสตร์ของพระราชา และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามากินและเก็บเสาวรสสดๆ ด้วยตัวเอง มีรายได้ เดือนละ 20,000-25,000 บาท ยามนี้ผลไม้หลักที่ทำเงินให้กับ “ไร่ลุงแกรก” คือ เสาวรส ทั้งพันธุ์สีม่วงและพันธุ์สีเหลือง ในเนื้อที่ 2 ไร่ครึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งไร่และที่ว่างๆ ผู้กองแกรกยึดหลักปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก รวมแล้วมีพืชผักผลไม้อีกกว่า 30 ชนิด ซึ่งนอกจากจะกินในครัวเรือนแล้ว ยังขายทำเงินได้อีกด้วย อาทิ ไผ่กิมซุง มะม่วงหิมพานต์ ผักหวาน มะนาว มะพร้าว มะละกอ มันม่วงญี่ปุ่น ฯลฯ และยังเลี้ยงปล
กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมหน่วยงานร่วมบูรณาการวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง หวังเกษตรกรลดการปลูกข้าวนาปรังและหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือพืชใช้น้ำน้อยแทนมากขึ้น พร้อมเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาและโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2562 นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ครั้งที่ 1/2561 เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบข้อมูลนโยบายและมาตรการเพื่อใช้ในการกำหนดแผนการปลูกพืชฤดูแล้ง พร้อมยกร่างแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2561/62 เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการในระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าว ในโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนารวมถึงโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2562 ซึ่งเป็นโครงการจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลดการปลูกข้าวนาปรัง โดยในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้ขอให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างใกล้
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้น “สารบีเทพ” BeThEPS ช่วยยืดอายุน้ำยางสดได้นาน 1-3 วัน จากเดิม 6-8 ชั่วโมง เพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และทำให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตยางแผ่นซึ่งมีคุณภาพดีเยี่ยม ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นปัญหาซึ่งเป็นที่มาของงานวิจัยและพัฒนา “สารบีเทพ” BeThEPS ว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนยางต้องประสบกับปัญหาการยืดอายุน้ำยางพาราด้วยสารที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงและเป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นระยะเวลานาน และยังต้องประสบปัญหาด้านการขนส่ง สวนอยู่ไกลจากจุดรับซื้อน้ำยางสด ทำให้แทนที่จะขายเป็นน้ำยางพาราสดกลับต้องแปรสภาพเป็นยางก้อนถ้วยแทน “จังหวัดน่าน นับเป็นพื้นที่นำร่องในการทดลองใช้สารบีเทพเพื่อยืดอายุน้ำยางสด พื้นที่ปลูกยางส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูงลาดชันและอยู่ห่างไกลจากจุดรับซื้อ ทำให้การขนส่งน้ำยางมายังจุดรับซื้อล่าช้า ส่งผลทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์ในหลายด้าน” ดร.จุลเทพ บอก เนื่องจากน้ำยางสดที่กรีดจากต้นยางพาราจะคงส
