Exclusive
เมื่อพูดถึง “ทอฟฟี่เค้ก” หลายคนคงคุ้นกับรสชาติหอมหวานของคาราเมลและความนุ่มของเนื้อเค้กที่เคยได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ร้านขนมเล็กๆ สุดชิกในจังหวัดนครปฐมอย่าง “ย้อยหย่อย” กลับหยิบเมนูคลาสสิคนี้มาตีความใหม่ จนกลายเป็นเค้กที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำจนกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ของร้าน จุดเด่นของทอฟฟี่เค้กร้านนี้ อยู่ที่ความหอมกลมกล่อมของเนื้อเค้กรสกาแฟ ตัดกับหน้าคาราเมลหอมหวาน โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบจัดเต็ม แน่นเต็มกล่อง จนหลายคนบอกว่าเพียงกัดคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนทำที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ที่สำคัญ “ย้อยหย่อย” ยังสร้างเสน่ห์ใหม่ให้กับขนมเก่า โดยชูจุดขาย อร่อยได้ 2 สไตล์ใน 1 กล่อง หากแช่เย็นจะได้สัมผัสคาราเมลกรอบๆ เคี้ยวเพลิน แต่ถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง คาราเมลด้านหน้าจะกลายเป็นเนื้อฟัดจ์เยิ้มๆ หวานมัน ละลายใจสายขนมหวาน แม้ตลาดเบเกอรี่สมัยนี้ จะมีเค้กแฟนซี หน้าตาใหม่ๆ ออกมาให้เลือกไม่รู้จบ แต่ ทอฟฟี่เค้กย้อยหย่อย ยังคงครองใจลูกค้าด้วยความเรียบง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย และที่สำคัญคือ ความอร่อยที่ไม่ธรรมดา จนใครได้ลองก็ติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำกันเรื่อยๆ ส่วนร
คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล คือเจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” กิจการเล็กๆ แต่คับแน่นด้วยคุณภาพที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ก็ว่าได้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ บอกเลย “ไม่ง่าย” คุณออมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ทำอาชีพค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน เจ้าของกิจการ บอกอย่างนั้น แต่ด้วยความที่ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) ทำให้มีทักษะด้านอาหารอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว หลังเรียนจบ คุณออมไปหาประสบการณ์ในต่างแดนอยู่หลายปี กระทั่งหลังสถานการณ์โควิด-19 มีเหตุจำเป็นต้องกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เธอจึงตัดสินใจเปิด “ย้อยหย่อย” ร้านน้ำแข็งไสเล็กๆ 1 คูหา อยู่ในซอยแคบๆ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ โดยดัดแปลงบ้านที่อาศัยแต่เยาว์วัย
โคตรมาร์เก็ตติ้ง! “อนันต์จะปั่นชาเย็น” ใช้ความบันเทิงเอนเตอร์เทนลูกค้า กลายเป็นไวรัล พีกสุด 400 แก้ว/วัน “โอมมม อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา” เพลงฮิตติดหูตลอดกาล ที่ไม่ว่าใครก็สามารถร้องตามได้ และล่าสุดกับไวรัลจากร้าน “อนันต์จะปั่นชาเย็น” ที่ได้เชิญ อาจารย์หน่อย เชิญยิ้ม มาสร้างสีสันให้กับทางแบรนด์ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ คุณปอนด์-พงศ์ธวัช บรรณาสถิตย์กุล และคุณกิตติญา เอกสรกุล เจ้าของร้าน “อนันต์จะปั่นชาเย็น” เป็นคนที่ชอบดูรายการตลกเป็นชีวิตจิตใจ และได้ฟังเพลงที่เป็นคาถาสุดฮาอย่าง “อะนันตะปัดชะเย” ที่มีอาจารย์หน่อย เชิญยิ้ม เป็นผู้ร้องเพลงนี้ไว้ ทำให้เขาได้จุดประกายไอเดียดัดแปลงคำจากบทสวดมาตั้งเป็นชื่อร้าน ซึ่งคุณปอนด์ เล่าว่า ตนนั้นตั้งชื่อร้านนี้ตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน ซึ่งเป็นตอนที่ยังไม่รู้เลยว่าจะขายอะไรดี “เราแค่นึกถึงว่า คนเห็นบทสวดนี้แล้วตลก สนุกสนาน ตอนแรกธีมร้านยังไม่มีอะไรเลยครับ เรามีแค่ชื่ออย่างเดียว” กระแสตอบรับดีเกินคาด “ทุกคนคงมีภาพในหัวว่าวันหนึ่งเราอยากจะดัง แต่ภาพในหัวออกมาเป็นความจริงเร็วมากๆ เกินที่คิดไปแล้ว” เขาเล่าว่า เพจของร้านอนันต์จะปั่นชาเย็นจะไม่ได้เน้นโพส
หลายท่านอาจทราบข่าวกันไปแล้ว สำหรับ “ไอศกรีมละมุด 100 ปี” ผลงานจากตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก สาขาไอศกรีม จากเวทีประกวดอาหาร ที่ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเวทีดังกล่าวนี้ว่ากันว่า เปรียบได้กับ “เวทีออสการ์อาหาร” กันเลยทีเดียว อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทย! ไอศกรีมละมุด 100 ปี ผลไม้ไม่มีราคาสู่แชมป์โลก “ออสการ์อาหาร” สำหรับความเป็นมาของ ไอศกรีมละมุด 100 ปี นี้ เริ่มต้นมาจาก “ละมุดบ้านใหม่” ผลไม้สีน้ำตาลนวล เนื้อเนียนหวานกรอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือแหล่งผลิตที่โดดเด่นและเป็นเพียงพื้นที่เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI (Geographical Indication) จากกระทรวงพาณิชย์ ผลละมุดจากดินอุดมสมบูรณ์ริมคลองบางแก้วแห่งนี้ไม่เพียงมีรสชาติหวานละมุน แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนบ้านใหม่ที่สืบทอดมายาวนาน ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ละมุด ในตำบลบ้านใหม่ มีราคาตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 5-10 บาท หลายสวนถูกทิ้งร้างเพราะไม่คุ้มค่าแก่การดูแล แต่ด้วยความรักในถิ่นฐานและความหวงแหนผลไม้ประจำตำบล ชาว
“อยากขายซอส แต่สุกี้ดันปัง” สุกี้พรศิริ ไวรัลโซเชียล เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ขายได้ 300 กว่าจาน สุกี้พรศิริ ร้านสุกี้สุดไวรัลบนติ๊กต็อก เปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แต่ก็ยังขายดีมากๆ ในเวลา 3 ชั่วโมง มีลูกค้าต่อคิวยาว ถึง 80 คิว และสามารถขายได้สูงสุด 300 กว่าจาน จุดเริ่มต้นของร้านนี้เป็นมาอย่างไร ทำไมสุกี้พรศิริถึงอร่อยเด็ด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้าน ร้าน Flat Marble เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เป็นหนึ่งในเจ้าของร้าน Flat Marble ธุรกิจที่เธอรวมตัวกับเพื่อนและแฟนช่วยกันสร้าง ซึ่งเปิดมานานถึง 9 ปี ร้าน Flat Marble ก่อตั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ “โรงเรียนของเรา” เพราะทุกคนอยากเรียนรู้การทำธุรกิจไปพร้อมๆ กับลูกค้า จึงเกิดเป็นร้านเคาน์เตอร์บาร์ 9 ที่นั่ง เสิร์ฟอาหารอะลาคาร์ต ชูโรงด้วยเมนูสเต๊ก พร้อมใช้วัตถุดิบพรีเมียมปรุงเมนูฟิวชัน โดยมีนิยามว่า “Fine Casual Dining เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี ใช้วัตถุดิบดี แต่ไม่จำเป็นต้องใส่สูทมาทาน ใส่ร้องเท้าแตะ ใส่เสื้อยืดมาทานได้สบายๆ” กระทั่งในช่วงโควิด Flat Marble ต้องเผชิญวิกฤตนี้เหมือนกับร้านอื่นๆ ทุกคนต่างป
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
“ทุกคนนน” ประโยคคุ้นหู ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงอันมีเอกลักษณ์ของ คุณพิท-พิศิษฐ์ วิจิตรเบญจรงค์ ผู้กำกับหนังโฆษณา วัย 50 ปี เจ้าของ TikTok ช่อง “ลุงพิท ครัวจิ๋ว” ที่ใช้ความรู้สายโปรดักชันกับโทรศัพท์ 1 เครื่องทำคอนเทนต์ครัวจิ๋วกินได้จนมียอดวิวหลักล้าน และจากที่เป็นงานอดิเรกก็กลายมาเป็นอาชีพหลักในฐานะครีเอเตอร์ ที่สร้างรายได้ส่วนหนึ่งจากการ Tie-in สินค้า รวมถึงต่อยอดขายน้ำพริก และเป็นวิทยากร ผู้กำกับโฆษณากับครัวจิ๋ว คุณพิท เป็นผู้กำกับหนังโฆษณา เรียกว่าคร่ำหวอดในวงการนี้มานานกว่า 20 ปี แต่งานก็น้อยลงมาเรื่อยๆ จึงเริ่มทำยูทูบให้ความรู้เรื่องเกษตร จากนั้นขยับสู่ติ๊กต็อก เพราะมีข้อมูลว่าคนเริ่มเสิร์ชติ๊กต็อกมากกว่ากูเกิลแล้วที่อเมริกา โดยนำคอนเทนต์ปลูกผักจากยูทูบไปลงพร้อมพากย์เสียง และลงครัวจิ๋วควบคู่ แต่วันหนึ่งกลุ่มผู้ชมวัยเด็กเข้ามาดูครัวจิ๋วมากขึ้น เขาจึงหันมาทำครัวจิ๋วจริงจัง ลุงพิท ครัวจิ๋ว เป็นครัวไทยโบราณ สามารถทำอาหารทานได้จริง ซึ่งส่วนใหญ่เมนูจะขึ้นอยู่กับการจ่ายตลาด ว่าสามารถหาวัตถุดิบอะไรมาได้บ้าง ซึ่งวัตถุดิบนั้นต้องจิ๋วจริงๆ เช่น ยอดผัก ใจผัก มะม่วงเบาหรือมะเขือลูกเล็ก ก
ร้านโขมงโฉงเฉง เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เป็นร้านขาหมูติ่มซำ หมูสะเต๊ะ กาแฟโบราณ สไตล์ไทยจีน บรรยากาศย้อนยุค ที่มีการเล่าเรื่องราวของบ้านเกิด การเติบโต และความตั้งใจเสิร์ฟให้ลูกค้าด้วยคอนเซ็ปต์ “อร่อย คุ้มค่า บริการอบอุ่น” ในยุคนี้ที่เศรษฐกิจตกต่ำ เเต่ราคาอาหารกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ร้านแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านออฟฟิศ เข้าอกเข้าใจลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี จึงทำอาหารที่คุ้มค่า คุณภาพดี อร่อย สะอาด ราคาถูก อย่าง กาแฟ เริ่มต้นที่แก้วละ 8 บาท ซึ่งหายากเต็มทีแล้ว “ร้านเรามีข้าวขาหมูปริมาณอิ่มจุก ราคา 65 บาท พร้อมบริการที่อบอุ่น เอาใจใส่เหมือนคนในครอบครัว ทำให้ร้านที่เปิดมาได้เเค่ 5 เดือน สามารถครองใจลูกค้าในละแวก คนเเน่นร้านทุกวัน” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อว่า “จุดเริ่มต้นของร้านโขมงโฉงเฉง เกิดมาจากการที่ต้องการสานฝันวัยเด็ก ที่เกิดมาพร้อมกับร้านเรือนไม้ซึ่งเป็นสวนอาหารเล็กๆ ของคุณแม่ที่ ต.เทพราช จ.ฉะเชิงเทรา จำความได้ว่าคุณแม่ไปจ่ายตลาดทุกเช้า ส่วนหนูกับคุณพ่อนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟโบราณหน้าตลาด บรรยากาศตึกเก่าสีเ
หากเอ่ยถึงชื่อของ “เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด” ชื่อนี้สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างน่าทึ่ง จากไอศกรีมทานคู่กับขนมปังเนื้อนุ่มผสานความอร่อยด้วยเนยสูตรลับของร้าน ทำให้เจปังกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าในย่านวังหลัง ก่อนเติบโตสู่ร้านไอศกรีมขึ้นห้าง และขยับขยายกว่า 25 สาขาในปัจจุบัน เริ่มแรก จากผลิตไอศกรีม คุณโดม-โฎม รัตนวชิรินทร์ ผู้บริหารรุ่นใหม่วัย 33 ปี เล่าให้ฟังว่า เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด ต่อยอดมาจากการเป็นผู้ผลิตไอศกรีมเปล่าขายที่ย่านวังหลังตั้งแต่ปี 2562 โดยผลิตจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิกของเกษตรกรไทย ซึ่งเริ่มต้นไอเดียมาจากคุณพ่อหลังได้เข้าร่วมโครงการ “ตั้งตัวด้วยอ้อยคั้นน้ำ” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยปลูกอ้อยออร์แกนิก 100% “ความจริงแล้วเกษตรกรไทยมีความรู้ มีประสบการณ์ เก่งๆ กันเยอะมาก แต่ฝั่งที่รับซื้อผลผลิตยังมีไม่แน่นอน จึงอยากอยากเป็นส่วนเล็กๆ ในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ข้อดีของการสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกไม่ใช่เฉพาะปลายน้ำอย่างผู้บริโภคที่ได้ประโยชน์ แต่ต้นน้ำที่เป็นคนปลูกก็ได้รับเต็มๆ เช่นกัน ทั้งเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และเรื่องรายได้”&nbs
“รูปถ่ายกับครอบครัวสำคัญมากนะ” สาววัย 38 ปั้นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับครอบครัว ยอดขายโต สร้างกำไร 1.5 ล้านบาทต่อปี แอชลีย์ กรีน ได้เรียนรู้เรื่องนี้ตอนเธออายุ 21 ปี เมื่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เหลือไว้เพียงรูปถ่ายของทั้งคู่เพียงรูปเดียวเท่านั้น บทเรียนดังกล่าว ได้จุดประกายให้ แอชลีย์ และ เคนนี่ กรีน สามีของเธอ เริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้า Kaans Designs ขณะที่เธอลาคลอดในปี 2014 ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Kaans Designs (@kaansdesigns) Kaans Designs เป็นร้านขายเสื้อผ้าที่เข้าชุดกันสำหรับครอบครัว ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ “ฉันอยากสร้างแบรนด์ที่บังคับให้คุณต้องบันทึกความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ มันกลายเป็นภารกิจที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าคุณจะถ่ายรูปเสื้อของฉันพร้อมกับครอบครัวของคุณ” แอชลีย์ กล่าวในรายการ Shark Tank ทางช่อง ABC โดยทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจนี้จากโรงรถในเมืองฟอร์ตเวย์ รัฐอินเดียนา ซึ่งตอนนั้นทำเป็นธุรกิจเสริม ขณะนั้นแอชลีย์เป็นครูมัธยมปลาย ส่วนเคนนี่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เธอเล่าเสริมว่า ตอนนั้นพวกเขาใช้เงินลงทุน 200 ดอลลาร์ (ประมา
