Exclusive
จากวุ้นโฮมเมดของแม่ ที่วางขายหน้าร้านขายยาของพ่อ ในย่านบางแค เพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว หลังเผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 แต่ใครจะคิดว่าร้านขนมเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ แบรนด์ขนมไทยที่เติบโต จนก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดขนมไทยพร้อมทานอันดับ 1 ใน เซเว่น อีเลฟเว่น ด้วยกำลังการผลิต 120,000 ชิ้นต่อวัน และสร้างยอดขายกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี จากร้านเล็กๆ สู่เชลฟ์ร้านสะดวกซื้อ คุณกัน-มนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล CEO บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ทายาทรุ่น 2 เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนแม่ของเธอเปิดร้านวุ้นคุณเก๋ ที่ตั้งตามชื่อพี่สาวคนโต โดยเริ่มต้นขายเป็นอาชีพเสริม ทั้งวุ้นเป็ด วุ้นมะพร้าวน้ำหอม วุ้นแฟนซี และอีกมากมาย ที่หน้าร้านขายยา ณ ตอนนั้น ขายออร์เดอร์แรกได้เพียงหลักสิบบาท ไปจนถึง 100 บาท ก่อนขยับขยายไปเปิดหน้าร้านที่ตลาด อ.ต.ก. และ ตลาดบองมาร์เช่ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ เพราะปรับราคาขายตามทำเล เป็นกล่องละ 50 กว่าบาท ก่อนพัฒนาสู่แบรนด์ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ ในปี 2540 กระทั่งคุณกันเรียนจบด้านอุตสาหกรรมการเกษตร จากสถา
เจ้าของฉายา “ใช้ ดอนคิง” ที่เป็นคนไทยคนแรก สามารถขี่จักรยานยนต์คนเดียวรอบโลกมาแล้ว ถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งนั้น ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ถ้าจะมองในแง่นิสัยการทำมาหากินแล้ว รู้สึกทึ่งคนจีน อย่างเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนบทในที่ต่างๆ ไม่น่าเชื่อ ทั้งอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หรือแม้กระทั่งในยุโรป ตามเมืองเงียบๆ เล็กๆ กลับไปมีร้านค้าคนจีนซ่อนอยู่ แปลว่าคนจีนไปแทบทุกที่ในโลก และมีครั้งหนึ่ง เคยไปรถเสียอยู่ก่อนถึงกรุงลิมา ประเทศเปรู ได้คนจีน ให้การช่วยเหลือ สุดท้ายคุยไปคุยมา ทราบชื่อ “มิสเตอร์ไซ” เป็นเจ้าของโรงแรม เจ้าของร้านอาหารจีน อยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งในประเทศเปรู แปลว่าคนจีนไปทุกที่เลย อันนี้คือเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ความขยันขันแข็ง และการมองเห็นโอกาสตลอดเวลาของคนจีนนั้น เพาะบ่มนิสัยให้ชนชาติจีนทุกวันนี้ค่อนข้างจะแข็งแรงมั่นคง คุณใช้ เล่าอีกว่า จากการไปเปิดโลกของเขา อีกอย่างหนึ่งที่มองเห็น ที่คนไทยควรภูมิใจจริงๆ คืออาหารไทย เป็นอาหารที่โม้ได้เลยว่าเป็น “นัมเบอร์วัน” ของโลกเหมือนกัน และจริงๆ แล้วเป็น Storm Power ไม่ใช่แค่ Soft หรอก เพียงแต่พวกเรามองมันเป็น Soft มาก
จัดเป็น “เชฟคนดัง” ระดับประเทศ ที่มีแฟนคลับอยู่ไม่น้อย สำหรับ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ซึ่งเคยเป็นแชมป์การแข่งขันทำอาหารมาหลากหลายเวที แต่ที่สร้างชื่อให้รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองเห็นจะเป็นตำแหน่ง The Next Iron Chef Season 2 ที่เขาคว้ามาได้อย่างสมภาคภูมิ วันก่อน เชฟอาร์ สละเวลามาพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง พูดคุยกันหลายต่อหลายประเด็น ไล่เรียงมาตั้งแต่ประวัติส่วนตัว ครอบครัว การศึกษา แต่มีตอนหนึ่งของบทสนทนา ที่น่าสนใจมาก จึงขอตัดตอนนำมาเสนอเป็นเรื่องราว “ออเดิร์ฟ” ก่อน “หลังเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี ทำงานโรงแรมที่ไทย 6 เดือน ก่อนบินไปทำงานที่อเมริกา ทำอยู่ 4 ปี รู้สึกเหงา คิดถึงบ้านเลยขอกลับ ก่อนเอาทุนทรัพย์ที่ทำงานเก็บมา 4 ปี จากที่อเมริกา มาเปิดร้านอาหารที่บ้านเกิด” เชฟอาร์ เล่าความหลังเมื่อครั้งเขาอายุได้ 24 ปีกว่า ก่อนเล่าต่อ ร้านอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจแรกของเขา เป็นสไตล์อาหารตะวันตก พวก สเต๊ก สลัด และพาสต้า เปิดหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ทางขึ้นดอยสุเทพ “ร้านแรกของผม เป็นตึกแถว 3 ชั้น มีทั้งหมด 80 ที่นั่ง ด้วยเด็กอายุ 24 นะ คิดว่าทำได้ เพราะทำโร
“เราอยากสร้างเมนูที่มีชื่อประเทศห้อยท้าย ให้กลับมาอยู่ในใจคนไทยอีกครั้ง” คือหัวใจสำคัญของการเปิดร้าน ‘เทพผัดไทย’ ธุรกิจน้องใหม่ในเครือ Aroi Mark ผู้ปลุกปั้นร้านกะเพรา ‘เผ็ดมาร์ค’ จนกลายเป็นร้านชื่อดัง ที่ใครหลายคนอยากลิ้มรสชาติดูสักครั้ง และคราวนี้ ‘เทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์’ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือ Aroi Mark ได้ร่วมกับร้าน ‘คั่วกลิ้ง ผักสด’ ปั้นเมนูผัดไทยด้วยความตั้งใจพัฒนาสูตรมานานเกือบ 1 ปี ตั้งแต่การตระเวนชิม การคัดสรรวัตถุดิบ ตลอดจนการสร้างแบรนดิ้ง ที่ใช้โทนสีแดง สีน้ำเงินของธงชาติไทย พร้อมเทวดาถือผัดไทย โดดเด่นอยู่หน้าร้าน ทำให้รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือ ‘เทพผัดไทย’ จุดเริ่มต้นของร้านเทพผัดไทย กว่าจะเป็นเทพผัดไทย ร้านในซอยสุขุมวิท 28 คุณเทพ เล่าให้ฟังตั้งแต่การเลือกเมนู ว่าทำไมต้องเป็น ‘ผัดไทย’ “เราอยากทำร้านเมนูเดียวให้มันอร่อย และผัดไทยเป็นอาหารที่คนต่างชาติรู้จักทุกคน รู้จักเยอะที่สุด แต่ถามว่า มาเมืองไทย ต้องกินร้านไหน ในใจเราก็ยังรู้สึกว่า มันยังไปได้อีก ยังไม่ได้เป็นแบบที่เราชอบ เลยขอทำร้านเล็กๆ ในแบบที่เราชอบ รสชาติที่เราชอบให้คนได้กิน เราคือ Aroi Mark บริษัทที่ตั้งใจท
“คำนึงคำตาล” คาเฟ่ขนมไทย จากมหาชัยสู่ใจกลางเมือง ชูน้ำตาลโตนดเมืองเพชร ตัวแทนของขนมที่หลายคนคิดถึง น้ำตาลโตนด ที่มักจะส่งกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจ เป็นวัตถุดิบหลักของคาเฟ่ขนมไทยโฮมเมด อย่าง “คำนึงคำตาล” ที่เปิดขายอยู่ที่ “มหาชัย” แต่อย่าเพิ่งแปลกใจกันไปก่อนว่า อยู่ที่มหาชัย แต่ทำไมถึงใช้น้ำตาลโตนดจาก “เพชรบุรี” และยึดถือเป็นวัตถุดิบหลัก จนมาวันนี้ ผู้เขียนได้กระจ่างกับข้อสงสัยนี้ เมื่อได้พูดคุยกับ คุณพิม-พฤกษา พฤษศิริสมบัติ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านคำนึงคำตาล ถึงที่มาและเรื่องราวของการทำร้านนี้ขึ้น โดยคุณพิม เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อน ที่บ้านเปิดร้านขายอาหาร เมื่อโตมาก็เปิดร้านอาหารกับพี่ๆ น้องๆ ชื่อร้านว่า Three girls and a boy นั่นสะท้อนให้เห็นว่า เธอคลุกคลีอยู่กับวงการร้านอาหารมาโดยตลอด จึงทำให้เกิดการซึมซับกับสายอาชีพนี้ ร้านอาหารที่เปิด จะเป็นเมนูอาหารคาวเสียมากกว่า แต่จะไม่มีของหวาน โดยส่วนตัว ทางครอบครัวมักจะไปกินอาหารหรือขนมจากที่ต่างๆ จากมหาชัยไปเพชรบุรี สามารถเดินทางวันเดียว เพื่อไปกินลอดช่องได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่าไกล ได้ลองกินลอดช่องที่ใช้น้ำตาลโตนดเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะที่นั่นเขาขึ้นชื
ในยุคที่รายได้ทางเดียวไม่พออีกต่อไป ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศ คนรุ่นใหม่จึงมองหาวิธีสร้าง “รายได้เสริม” ที่ไม่ต้องลงแรงทุกวันให้เหนื่อย และยังได้ Passive Income เป็นเสือนอนกินมีเงินเข้าแม้ยามที่คุณหลับ และหนึ่งในเทรนด์ธุรกิจที่กำลังมาแรงในปีนี้คือ “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” ที่ตอบโจทย์การลงทุนในหลายมิติ ช่วยให้แบรนด์โดดเด่น เป็นที่พบเห็นในวงกว้าง และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มี “ช่องทางธุรกิจใหม่” มาฝาก จากรายงานแนวโน้มผู้บริโภคพบว่า คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติมากขึ้นตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งห้างฯ โรงพยาบาล คอนโด และสถานีรถไฟฟ้า ด้วยพฤติกรรมที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว เน้นง่ายทันใจ(ข้อมูลอ้างอิงจาก Full Plan) ซึ่งปัจจุบันมีตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตู้ขายขนมหรือเครื่องดื่ม เช่น ธุรกิจตู้ขายสินค้าอัตโนมัติกลายเป็น “ช่องทาง” สร้างรายได้ให้เติบโตแบบที่ไม่ต้องมีหน้าร้านไม่ต้องจ้างพนักงานเฝ้า และเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง “INBOX” เป็นหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart Vending Machine
“ส้มตำเปลี่ยนชีวิต” อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน “ลูกค้าเยอะจนท้อ” คำพูดจากพ่อค้าส้มตำที่บอกกับเรา ทันทีที่ได้ยินคำนี้จึงมานั่งคิดว่า ต้องเยอะขนาดไหนกัน ทำไมถึงไม่ดีใจที่ลูกค้าเยอะ แต่เมื่อได้ฟังเขาทั้งคู่อธิบาย เลยทำให้เข้าใจ และรู้ว่า นี่คือร้านส้มตำตัวอย่างอีกร้าน วันนี้จะมาพูดถึงร้านส้มตำที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าดังเลยคือ ร้านราชบุรีส้มตำ ล้านแตก แค่ชื่อร้านก็พอจะเดาได้แล้วว่าขายที่ไหน ร้านตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากสิ่งใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามไปของคุณอ้น อินธิราช อายุ 29 ปี และ อาจารย์อิฐ-ศักดิ์สิทธิ์ วงศ์เปีย อายุ 35 ปี โควิดมาเยือน คุณอ้นเคยทำอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร ส่วนทางด้านของคุณอิฐก็เป็นอาจารย์ประจำสอนเกี่ยวกับการตลาดอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง คุณอ้น เผยว่า ในตอนแรกไม่ได้มีความคิดเลยสักนิดที่จะมาเปิดร้านส้มตำ แต่พอมาเจอกับโควิดที่มาใหม่ๆ ทำให้ต้องหยุดจากอาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และว่างงานอยู่ประมาณ 1 เดือน ในช่วงที่ว่างงานตอนนั้น ทำให้เขานั่งคิดกับตัวเองว่า “เราจะทำอะไรดีนะ” ทั้งคู่ก็มานั่งคิด
คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารไทย ในเครือ “นารา” กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เมื่อวันก่อน โดยตอนหนึ่งของบทสนทนา ช่วงย้อนไปราว 20 ปี ตอนเริ่มต้นเปิดร้านอาหารนารา ในโรงแรมเอาราวัณ ย่านราชประสงค์ มีกระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ในทำนองเป็นร้านอาหารมีเมนูเด่น เป็น “ก๋วยเตี๋ยวเรือไฮโซ” นั้น คุณยีนถึงกับยิ้มกว้าง ก่อนออกตัวเบาๆ “อย่าเรียกว่า ไฮโซ เลยค่ะ เรียกว่าเป็นการนำก๋วยเตี๋ยวเรือที่หลายคนอยากจะไปทาน แต่ค่อนข้างยากลำบากนิดหนึ่ง ที่ต้องไปข้างคลองนั่งร้อนๆ เราเลยนำขึ้นมาทานในห้าง ให้นั่งสบาย และรสชาติยังเป็นออริจินอล” “จริงๆ นารา เป็นการเจริญเติบโตแบบ ปากต่อปาก เราแทบจะไม่ทำมาร์เก็ตติ้งกันเลย เริ่มต้นอาจจะเป็นจากคน Local คนไทยที่เป็นเพื่อนๆ ญาติๆ เริ่มทานกันก่อน แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งทุกคนก็มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ เป็นปากต่อปาก ประกอบกับเราอยู่ใกล้โรงแรม จะมีคนที่พักอยู่ในโรงแรมเอราวัณ เดินผ่านเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง ไปเซ็นทรัลเวิลด์บ้าง ก็จะผ่านร้านเรา” คุณยีน บอกมาอย่างนั้น และเมื่อนับจากวันนั้น พัฒนา
จากซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ Mad Unicorn (2025) ที่เพิ่งสตรีมบน Netflix ไปได้เพียง 1 วัน แต่สามารถปลุกกระแสความนิยมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนำแสดงโดย ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ดาราหนุ่มมากฝีมือ กับบทบาท อดีตเด็กแว้นที่อยากปั้นสตาร์ตอัป ‘ขนส่ง’ ขึ้นมาโค่น ‘เจ้าสัวใหญ่’ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตาร์ตอัปยูนิคอร์นหมื่นล้านตัวแรกของไทย นั่นคือ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ‘คมสันต์ แซ่ลี’ ผู้ก่อตั้ง แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ขึ้นเป็นซีอีโอตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี ให้มากขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ซีอีโอวัย 30 ปี ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เติบโตมาในครอบครัวค้าขาย มีพี่น้อง 3 คน ตัวเขาเป็นลูกชายคนโต บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย แต่ไปเรียนต่อที่จังหวัดลำปาง จนจบปริญญาตรี ในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จากนั้นย้ายไปทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเล่าต่อว่า เคยทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่จังหวัดลำปาง โดยเปิดร้านขายของอยู่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เน้นขายของให้กลุ่มนักศึกษาจีนที่มาเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน เพราะเห็นว่านักศึกษาจีนกิ
จากคาแร็กเตอร์สนุก สดใส และจริงใจบนโลกออนไลน์ของ 4 สาวตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่อย่าง ‘ก้อย-นัตตี้-ดรีม’ สู่บทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง ร่วมกับ ทราย–ชนิกานต์ วัลลภศิริ หญิงเก่งผู้เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมกันก่อตั้ง Bitch With Brain หรือ BWB แบรนด์บิวตี้สัญชาติไทยที่น่าจับตามอง ด้วยแนวคิดที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความงาม แต่ตั้งใจสร้างนิยามใหม่ให้ผู้หญิงกล้าสวยในแบบของตัวเอง พร้อมครีเอตหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจสาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นบลัชฉ่ำคุมมันที่มีหลายเฉดสำหรับทุกสีผิว และสกินทินต์สำหรับวันเร่งรีบ ที่ช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย กลายเป็นสินค้าฮอตฮิตติดตลาดชิ้นแล้วชิ้นเล่า หลังเปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกที่ลาซาด้าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา Bitch With Brain เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมของสาวไทยสอดคล้องกับกระแส T-Beauty ที่กำลังมาแรง แต่พวกเธอมองภาพความสำเร็จของแบรนด์ที่ไกลกว่าการทำ “แบรนด์ของดารา” Bitch With Brain สร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เฉลิมฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดยเชื่อในความสวยที่หลากหลายและเคารพในทุกความแตกต่าง จุดยืนของพวกเธอสะท้อ
