แปรรูปสินค้าเกษตร
ธรรมชาติในชนบทบ้านเราเมื่อก่อนโน้น ภาพจำยังติดตา ผืนป่า แนวเขา ท้องทุ่ง นาไร่ สายธาร บ้านเรือน ทางล้อเกวียน กองฟาง ปลักควาย นก หนู ปู ปลา ผีเสื้อ แมลงปอ จิ้งหรีด จักจั่น เด็กเล่นว่าว เป่ายางวง ผู้ใหญ่ก๊งยาดอง ถอง ส.ร.ถ.ตาตั๊กแตน รั้วบ้านเป็นแค่ราวไม้ไผ่พาดเสากิ่งไม้ บางบ้านเป็นแนวต้นมะขาม หว่านเป็นแถวแนวรั้ว ปลูกต้นแค ต้นกล้วย ต้นมะละกอ ใกล้ริมรั้ว มีสวนครัวเล็กๆ กลางสวน ตั้งโอ่งใหญ่ใส่น้ำ พร้อมขันตักน้ำ ปูไม้กระดานไว้รองนั่ง หรือยืนอาบน้ำ ล้างผัก ซักผ้า ปลูกผักสมุนไพรไว้หลายอย่าง ปลูกไว้ใกล้ตัว รวมทั้ง “ข่า” ก็เห็นมีกันแทบทุกสวนหลังบ้าน ผักสมุนไพรชนิดนี้ มีประวัติความเป็นมากับบ้านเราอย่างยาวนาน จนเป็นตำนานที่บอกกล่าวเล่าขาน เป็นนิทานพื้นบ้าน หลายต่อหลายเรื่อง ปรากฏในสำนวนไทยที่ยังใช้ถึงทุกวันนี้ “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เขาฟ้องลักษณะอาการ อากัปกิริยา ของคนเล่นการเมืองบ้านเรา หรือว่าเป็นแค่ละครทีวี หรือเป็นชนเผ่าขมุ ชาติพันธุ์หนึ่งอยู่บนดอยสูงที่ลาว ไม่แน่ชัดนะจ๊ะ “ข่า” ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร ในเครื่องปรุง เครื่องแกงหลายอย่าง และที่นำมาบอกกล่าวกันวันนี้ก็คือว่า “ข่า” จัดเป็นพืชเศรษฐกิจระดั
ชื่อสามัญ หมาน้อย (อีสาน) กรุงเขมา (นครศรีธรรมราช) วุ้นหม้อน้อย ; ขงเขมา ; พระพาย (กลาง) ; หมาน้อย ; เครือหมาน้อย (อีสาน) ; ก้นปิด (ใต้) ; เปล้าเลือด (แม่ฮ่องสอน) ; สีฟัน (เพชรบุรี) ; อะกามินเยาะ (นราธิวาส) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร เป็นไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว (simple) รูปร่างใบเป็นรูปหัวใจ (cordate) โคนใบแบบก้นปิด (peltate) ใบกว้าง 5.6-6.6 เซนติเมตร ยาว 6.9-7.6 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ปกคลุมหนาแน่น หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นมากกว่าหน้าใบ ก้านใบมีขน ยาว 1.7-2.5 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ (entire) ใบเป็นมัน หน้าใบหลังใบไม่มีขน ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.4-0.6 เซนติเมตร ออกดอกที่ยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกมี 4-5 ดอก ยาว 6.0-6.5 เซนติเมตร ดอกย่อยแยกจากกัน มีขนาดเล็กสีเขียว เมล็ดโค้ง (เหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว) ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือหน่อ แหล่งที่พบ และเก็บรวบรวมพันธุ์ พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้างว่างเปล่า ในสวนป่า เช่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (PC 537) อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (SN 364) ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 80-130 เมตร การ
ผม ( กฤช เหลือลมัย) ทนดูดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) บานสะพรั่งให้สองข้างทางท้องถนนเสมือนมีม่านสีเหลืองสดใสคลี่ขยายเป็นฉากหลังมาได้นานหลายสัปดาห์นะครับ และก่อนที่มันจะวายไปหมดในหน้าแล้งปีนี้ ก็เพิ่งได้โอกาสปรุงกับข้าวสำรับที่ชอบมากที่สุดอีกสำรับหนึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เอง ช่วงนี้ของปี ดอกไม้นานาพันธุ์จะแข่งกันเบ่งบาน แต้มแต่งให้ริมสองข้างถนนหนทาง ท้องไร่ท้องนา และสวนของเราเต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยเฉพาะมันเป็นสีสันที่กินได้ และกินอร่อยเสียด้วย นี่จึงเป็นห้วงยามของการ “กินดอกไม้” ที่น่าประทับใจยิ่งช่วงหนึ่งของปีทีเดียว เริ่มด้วยการออกตระเวนซื้อ ตระเวนเก็บดอกไม้กินได้มาเตรียมไว้ให้ได้หลายๆ อย่างก่อน เราสามารถหาซื้อ ดอกขจร (ดอกสลิด) ดอกแคขาว ดอกโสน ดอกกวางตุ้ง ได้ตามร้านขายผักที่ค่อนข้างใหญ่หน่อย ส่วน ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกข้าวสาร จะมีขายตามแผงเล็กๆ เช่น แผงผักพื้นบ้านลาว เป็นต้น สำหรับ ดอกราชพฤกษ์ นั้น เราต้องทำเป็นใจกล้า เลือกเก็บจากข้างถนน เฉพาะช่อที่ยังมีดอกตูมๆ อยู่มากหน่อยนะครับ เช่นเดียวกับ ดอกเฟื่องฟ้า ดอกชงโค ดอกพวงชมพู หรือ ดอกกาหลง ที่ยังพอมีคนปลูกไว้ตามริมทางให้เก็บได้อยู่ ครั้นได้มาพ
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออก “สมุนไพร” ที่มีศักยภาพสูงในระดับโลก ด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่น ผสานการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงความต้องการสินค้าสุขภาพจากผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ตลาดสมุนไพรของไทยเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง ในยุคที่กระแสการดูแลสุขภาพและความงามด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก “สมุนไพรไทย” ได้กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออกของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มเครื่องเทศและสมุนไพรของไทยเติบโตขึ้นกว่า 23.1% เมื่อเทียบกับปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสมุนไพรไทยในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลสถิติการส่งออกปี 2567 พบว่า ปัจจุบันตลาดสมุนไพรไทยเติบโตอย่างโดดเด่น ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จนแตะ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570 สมุนไพรที่ได้รับความนิยมและมีศักยภาพด้านตลาดส่งออกสูง มักเป็นชนิดที่มีงานวิจัยรองรับ ใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริม ยาแผนโบร
ปัจจุบันภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุและมีแนวโน้มสูงขึ้น ปัญหาที่พบ เช่น มีปัญหาด้านการใช้ภาษา เลือกใช้คำพูดไม่ค่อยถูก สับสนเรื่องทิศทาง ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและอารมณ์ได้ สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคคือบัวบก สมุนไพรในกลุ่มโปรดักต์แชมเปี้ยน เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศไทย ที่สำคัญหาง่าย ใช้คล่อง ปลอดภัย ใช้ได้ทั้งต้นและใบ มีรสขม สามารถนำมารับประทานเป็นอาหาร ทำเป็นเครื่องดื่ม จากการศึกษาวิจัยพบว่าบัวบกมีฤทธิ์รักษาแผลที่ผิวหนัง รักษาแผลในทางเดินอาหาร รักษาความผิดปกติของหลอดเลือดดำ รักษาแผลในปาก และที่สำคัญคือ บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ ช่วยฟื้นฟูความจำ และมีผลกับการจำและเรียนรู้ในผู้สูงอายุ สำหรับสรรพคุณที่ให้ความสนใจกันมากเป็นพิเศษคือ “บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์” เนื่องจากใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยทำให้เพิ่มความจำดีขึ้นและทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเพิ่มมากขึ้น ใบบัวบกยังช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ลดความกร
นับเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่มีความหลากหลายของพืชสมุนไพรเขตร้อนที่มีศักยภาพสูงด้านการแพทย์ การเกษตรและเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบด้านพืชสมุนไพร และด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่สะสมองค์ความรู้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าและการแข่งขันในตลาดโลกได้โดยมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการส่งออกและตลาดในประเทศ โดยมูลค่าทั้งการส่งออกพืชสมุนไพรของไทยในปี 2566 อยู่ที่ 483.73 ล้านบาท และสารสกัดสมุนไพรอยู่ที่ 382.16 ล้านบาท ส่วนมูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในปี 2566 สูงถึง 56.94 พันล้านบาท. คนไทยจำนวนมาก คงไม่คุ้นหูกับชื่อ “ ข่าหด ” ชื่อแปลก ๆ ข่าหดเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่หายาก แถมมีสรรพคุณทางยาสูง ดีต่อสุขภาพสตรี สามารถปรุงเป็นยาสมุนไพรได้หลายสูตร ถือว่า เป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ลักษณะทั่วไป ข่าหด เป็นพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 20 เมตร กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมขอบขนาน มีขนสีน้ำตาลที่เส้นใบ ดอกช่อแยกแขนง ออกเป็นกระจุกสั้นๆ ที่
มะพร้าว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของจังหวัดชุมพร ปลูกกันมากในเขตอำเภอเมืองชุมพร สวี และหลังสวน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร (วษท.ชพ.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของมะพร้าวและมีพื้นที่ในการปลูกมะพร้าวส่วนหนึ่งและมีผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดและชุมชนโดยอยู่ภายใต้การดูแลของแผนกวิชาพืชศาสตร์ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร เกิดแรงบันดาลใจที่จะยกระดับมะพร้าวเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวในรูปผลิตภัณฑ์ แยมมะพร้าว “Hello CoConut Jam” เป็นสินค้าทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ชาววีแกน ชาวมังสวิรัติสามารถรับประทานได้ นำแยมมะพร้าวไปทากับขนมปัง หรือชงกับกาแฟก็หอมอร่อย ขั้นตอนการทำแยมมะพร้าว การเตรียมส่วนผสมของแยมมะพร้าว ประกอบด้วย 1. มะพร้าวหั่นหยาบ 2. มะพร้าวหั่นฝอย 3. น้ำมะพร้าว 4. น้ำตาลทราย 5. น้ำมะนาว 6. เกลือ 7. แบะแซ 8. เกลือ วิธีทำ 1. นำเนื้อมะพร้าวหั่นหยาบปั่นกับน้ำมะพร้าวจนละเอียด 2. นำส่วนผสมเทใส่ ตั้งไฟกวน 3. กวนจนส่วนผสมเข้ากัน ระวังก้นหม้อไหม้ 4. นำบรรจุภัณฑ์ไปลวกฆ่าเชื้อ 5. นำแยมใส่บรรจุภัณฑ์ นึ่งฆ่าเชื้ออีกรอบ แ
ชื่อ ‘เทมเป้’ คงเป็นชื่อคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะเจ้าเทมเป้นี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเทมเป้มีคุณประโยชน์และสายอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์และโพรไบโอติกส์ รวมถึงมีโปรตีนในปริมาณที่สูง ทำให้เทมเป้นั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพและคนทานมังสวิรัติ โดยเทมเป้เป็นการแปรรูปถั่วที่อาศัยขั้นตอนการหมักและขึ้นรูปเป็นก้อน เจ้าเทมเป้นี้มีถิ่นกำเนิดจากเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยในยุคแรกมักใช้ถั่วเหลืองในการทำ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีราคาถูก แต่ในปัจจุบันชนิดถั่วที่ใช้นั้นมีหลากหลายชนิดมากขึ้น วันนี้เทคโนโลนีชาวบ้านชวนมาดูกรรมวิธีการทำเทมเป้อย่างง่ายที่สามารถทำได้ทั้งการรับประทานในครัวเรือนและการประกอบอาชีพ ! ขั้นตอนการทำเทปเป้นั้นสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากหากแต่การจะทำเทมเป้ได้นั้นจะต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ‘หัวเชื้อเทมเป้’ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในโลออนไลน์ในปัจจุบัน โดยในการทำเทมเป้ใช้วัตถุดิบเพียงแค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ ถั่วเหลืองซีก และหัวเชื้อเทปเป้ เมื่อได้วัตถุดิบทั้ง 2 อย่างมาอยู่ในม
ประเทศไทยอยู่ในเขตเมืองร้อน ส่งผลให้อาหารสดเน่าเสียได้ง่าย โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร ที่มีอายุการเก็บไม่นาน ในบางช่วงฤดูการผลิตของเกษตรกร ที่มีผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด เกษตรกรจึงต้องหาแนวทางในการแก้ปัญหา ทั้งยังเพิ่มมูลค่าของสินค้าจากการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เมื่อช่วงต้นปี 2563 มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลต่อสภาวะเศรฐกิจเป็นอย่างมาก เกษตรกรในตำบลบางเป้า ได้รวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอาชีพเสริมในเวลาว่าง โดยเริ่มจากทำไข่เค็มดองน้ำเกลือ ต่อมากลุ่มได้พัฒนาและเรียนรู้จนกลายมาเป็นไข่เค็มพอกใบเตย จุดแตกต่างที่ทำให้ไม่หมือนกับไข่เค็มทั่วไป ด้วยเห็นว่าในชุมชนมีใบเตยจำนวนมากและไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร จึงได้ทดลองนำใบเตยผสมผสานในไข่เค็มจนกลายเป็น “ไข่เค็มพอกใบเตย” ไข่เค็มพอกใบเตย แค่ได้ฟังชื่อก็ต้องรู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่มาจากของกลิ่นใบเตย หอมเย็นช่วยผ่อนคลาย ซึ่งปกติแล้วเราจะได้กลิ่นใบเตยจากของหวาน แต่เมื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในของคาว ด้วยรสชาติและกลิ่น สีของไข่แดงที่แดงฉ่ำและมีความมันกว่าไข่เค็มปกติ กลิ่นหอมใบเตยอ่อนๆ ที่ถูกแทรกซึมไปในเนื้อไข่เป็ด ในระยะเวลากว่า 15 วัน ความเค็มที่กำลังพอด
พื้นที่อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านนิยมทำปลาร้าสำหรับบริโภคในครัวเรือน ซึ่งขั้นตอนการเคล้าปลาร้าปกติต้องใช้มือในการเคล้าปลากับเกลือ โดยทั่วไปเวลาเคล้าปลาจะใช้เวลานานและอาจเกิดแผลขณะเคล้าปลา ดังนั้น วิทยาลัยการอาชีพบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ จึงเกิดแรงบันดาลใจ ออกแบบกระบวนการทำงานของเครื่องเคล้าปลาร้า ซึ่งมีต้นแบบมาจากเครื่องผสมปูน DIY การใช้งานไม่ซับซ้อน สามารถประหยัดเวลาในการเคล้าปลาจำนวนมากๆ วิทยาลัยการอาชีพบรรพตพิสัยได้ศึกษาข้อมูลกระบวนการผลิตขั้นตอนการทำปลาร้า ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงปลาร้าเจ๊เป้าจังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จผลิตเครื่องเคล้าปลาร้าอเนกประสงค์ ที่ทำงานไว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจทำธุรกิจปลาร้า เครื่องเคล้าปลาร้าอเนกประสงค์ มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ขั้นตอนการทำงาน ขั้นตอนที่ 1 เตรียมวัตถุดิบลงถัง ส่วนประกอบ ได้แก่ ปลา 5 กิโลกรัม ใช้เกลือเม็ด 800 กรัม หากเป็น ปลา 10 กิโลกรัม ใช้เกลือเม็ด 1.6 กิโลกรัม การควบคุมการทำงาน ขั้นตอนที่ 2 กดสวิตช์เปิด ON เพื่อเริ่มการทำงาน 1 กิโลกรัม ปลา 1 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณ 4-6 นาที เมื
