แปรรูปสินค้าเกษตร
โครงงานกระถางใยกล้วย เป็นการศึกษาการประดิษฐ์กระถางจากกาบกล้วย ของกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาทำ (ปทุมธรรมโชติ) โรงเรียนระดับประถมศึกษา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านวัดราษฎร์ศรัทธาทำ ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โครงงานกระถางใยกล้วยมีจุดเริ่มต้นแนวคิดมาจากการแก้ปัญหาถุงเพาะดำที่ใส่ต้นพันธุ์พืชหลายชนิดเพื่อนำมาปลูกในสวนเกษตรตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียน จนทำให้มีจำนวนถุงดำมากมายที่ถูกทิ้งกลายเป็นปัญหาการทำลายและก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จึงประดิษฐ์กระถางใยกล้วยขึ้นมาแทนเพื่อให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ ไม่เป็นมลพิษกับดินและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดิน และที่สำคัญเป็นการลดการใช้ถุงพลาสติก ประหยัดงบประมาณ นางสาวพิมพ์พร เต่าน้ำ และ นายนฤเดช อริยา คุณครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ร่วมกันให้ข้อมูลว่า ที่มาของแนวคิดเกิดจากกิจกรรมของโรงเรียนที่มีการปลูกพืชไม้ผลหลายชนิด โดยเฉพาะกล้วยที่จัดรวบรวมสายพันธุ์สำหรับไว้ศึกษา จึงนำมาสู่การถอดบทเรียนด้วยการคิดนำทุกส่วนของกล้วยมาผลิตเป็นของเครื่องใช้แทนการทิ้งให้เสียเปล่า ดังนั้น จึงตั้งโจทย์ให้นักเรียนร่วมกันคิดจนนำมาสู่การทำโครงงานกระถางใยก
จากปัญหาราคาขุยมะพร้าวราคาสูง 1 คัน รถ 6 ล้อ ราคา 5,000 – 10,000 บาท ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตดินปลูกต้นไม้สูงตาม เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ผลิตดินปลูกต้นไม้ มีรายได้ที่สูงขึ้น นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพไชยา ประกอบด้วย นางสาวผกาภรณ์ เทพณรงค์ นายภานุวงศ์ เพชรล่อง นางสาวจิณณพัต เวชศาสตร์ นายเขมชัย ช่วยเหลื่อม นายธีรภัทร ไกรวงษ์และครูที่ปรึกษาผลงาน : นายณรงค์ แก้วกาฬสินธุ นางสาวเกศรา คงเจริญ นายสุริยา กันลือนาม นายศุภวิทย์ สุขพร ได้ร่วมกันออกแบบ เครื่องย่อยซังปาล์มผสมจุลินทรีย์กึ่งอัตโนมัติสำหรับทำดินปลูก โดยนำซังปาล์มน้ำมันที่เหลือจากการเพาะเห็ดฟางมาใช้ประโยชน์ ซึ่งซังปาล์มสามารถใช้ทดแทนขุยมะพร้าวได้ดี มีธาตุอาหารเสริมให้กับพืช เพิ่มการร่วนซุยของดินปลูกใช้ได้กับพืชทุกชนิด สามารถลดต้นทุนในการผลิตและเพิ่มกำไรได้อีกด้วย สูตรดินผสมจากซังทะลายปาล์มน้ำมัน เครื่องย่อยซังปาล์มผสมจุลินทรีย์กึ่งอัตโนมัติ ถูกออกแบบและสร้างชิ้นส่วนโครงสร้างตามแบบที่กำหนด สร้างถังบดทะลายปาล์มน้ำมันหรือซังปาล์ม การติดตั้งชุดส่งกำลังเครื่อง
“ดาวเรือง” จัดเป็นไม้ดอกที่มีความผันผวนทางด้านราคาค่อนข้างสูง หากปีไหนความต้องการมากแต่ผลผลิตน้อยเกษตรกรก็ยังพอยิ้มออกหน่อย เพราะราคาจะดีดขึ้นไปสูงถึงดอกละ 2.50-3 บาท แต่หากช่วงไหนผลผลิตล้นตลาด ราคาจะร่วงลงมา ชนิดที่ว่าคนปลูกก็ร่วงลงมาตามกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรควรที่จะเริ่มหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยการนำผลผลิตที่มีอยู่นำมาแปรรูป เนื่องจากได้มีงานวิจัยจากออกมาว่า “ดอกดาวเรือง” ไม่ได้มีดีแค่นำมาร้อยพวงมาลัยหรือจัดแจกันไหว้พระเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย คุณนฤดี ทองวัตร หรือ พี่อุ๋ม อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เกษตรกรนักสู้ ผิดหวังกับการปลูกดาวเรืองแบบขายดอกสด พลิกวิกฤตเปลี่ยนเส้นทางการตลาดหันทำชาดอกดาวเรืองขาย สร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมได้กว่าครึ่ง พี่อุ๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการแปรรูปชาดอกดาวเรืองว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกดาวเรืองมานานกว่า 13 ปี แต่ช่วงหลายปีหลังมานี้ต้องประสบกับปัญหาด้านการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เกิดความไม่แน่นอนในชีวิต เป็นเหตุให้ต้องตัดสินใจลองเปลี่ยนวิธีกา
“โปรตีนเกษตร” คือ โปรตีนที่ได้จากแป้งถั่วเหลือง โดยผ่านกระบวนการสกัดไขมัน (Defatted soy flour) และนำมาอัดพอง (Extrusion) และนำมาอบแห้งเพื่อให้ได้เป็นโปรตีนในรูปทรงต่างๆ ซึ่งโปรตีนเกษตรแต่ละรูปทรงก็จะเหมาะกับการนำไปประกอบอาหารในประเภทที่แตกต่างกัน แต่โปรตีนคงเป็นชื่อที่ใครหลายๆ คนคงไม่ค่อยคุ้นหูนัก ในขณะที่บางคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดี เนื่องจากโปรตีนเกษตรนั้นเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ที่ทานเจหรือกลุ่มผู้ทานวีแกน เนื่องจากเป็นอาหารที่สามารถทานแทนการบริโภคเนื้อสัตว์ได้เพราะมีโปรตีนที่สูง โดยมีโปรตีนมากถึง 49.47% มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีสารอาหารอื่นๆ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหาร หรือ superfood เลยก็ว่าได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงอยากชวนมาทำความรู้จักกับเจ้าโปรตีนเกษตรนี้ให้มากขึ้น ! โปรตีนเกษตรเกิดขึ้นได้ยังไง ? เจ้าโปรตีนเกษตรนี้เกิดจากการวิจัยและศึกษาของ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีเป้าหมายจะสร้างผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ และวางจำหน
ธรรมชาติในชนบทบ้านเราเมื่อก่อนโน้น ภาพจำยังติดตา ผืนป่า แนวเขา ท้องทุ่ง นาไร่ สายธาร บ้านเรือน ทางล้อเกวียน กองฟาง ปลักควาย นก หนู ปู ปลา ผีเสื้อ แมลงปอ จิ้งหรีด จักจั่น เด็กเล่นว่าว เป่ายางวง ผู้ใหญ่ก๊งยาดอง ถอง ส.ร.ถ.ตาตั๊กแตน รั้วบ้านเป็นแค่ราวไม้ไผ่พาดเสากิ่งไม้ บางบ้านเป็นแนวต้นมะขาม หว่านเป็นแถวแนวรั้ว ปลูกต้นแค ต้นกล้วย ต้นมะละกอ ใกล้ริมรั้ว มีสวนครัวเล็กๆ กลางสวน ตั้งโอ่งใหญ่ใส่น้ำ พร้อมขันตักน้ำ ปูไม้กระดานไว้รองนั่ง หรือยืนอาบน้ำ ล้างผัก ซักผ้า ปลูกผักสมุนไพรไว้หลายอย่าง ปลูกไว้ใกล้ตัว รวมทั้ง “ข่า” ก็เห็นมีกันแทบทุกสวนหลังบ้าน ผักสมุนไพรชนิดนี้ มีประวัติความเป็นมากับบ้านเราอย่างยาวนาน จนเป็นตำนานที่บอกกล่าวเล่าขาน เป็นนิทานพื้นบ้าน หลายต่อหลายเรื่อง ปรากฏในสำนวนไทยที่ยังใช้ถึงทุกวันนี้ “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เขาฟ้องลักษณะอาการ อากัปกิริยา ของคนเล่นการเมืองบ้านเรา หรือว่าเป็นแค่ละครทีวี หรือเป็นชนเผ่าขมุ ชาติพันธุ์หนึ่งอยู่บนดอยสูงที่ลาว ไม่แน่ชัดนะจ๊ะ “ข่า” ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร ในเครื่องปรุง เครื่องแกงหลายอย่าง และที่นำมาบอกกล่าวกันวันนี้ก็คือว่า “ข่า” จัดเป็นพืชเศรษฐกิจระดั
ชื่อสามัญ หมาน้อย (อีสาน) กรุงเขมา (นครศรีธรรมราช) วุ้นหม้อน้อย ; ขงเขมา ; พระพาย (กลาง) ; หมาน้อย ; เครือหมาน้อย (อีสาน) ; ก้นปิด (ใต้) ; เปล้าเลือด (แม่ฮ่องสอน) ; สีฟัน (เพชรบุรี) ; อะกามินเยาะ (นราธิวาส) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร เป็นไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว (simple) รูปร่างใบเป็นรูปหัวใจ (cordate) โคนใบแบบก้นปิด (peltate) ใบกว้าง 5.6-6.6 เซนติเมตร ยาว 6.9-7.6 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ปกคลุมหนาแน่น หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นมากกว่าหน้าใบ ก้านใบมีขน ยาว 1.7-2.5 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ (entire) ใบเป็นมัน หน้าใบหลังใบไม่มีขน ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.4-0.6 เซนติเมตร ออกดอกที่ยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกมี 4-5 ดอก ยาว 6.0-6.5 เซนติเมตร ดอกย่อยแยกจากกัน มีขนาดเล็กสีเขียว เมล็ดโค้ง (เหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว) ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือหน่อ แหล่งที่พบ และเก็บรวบรวมพันธุ์ พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้างว่างเปล่า ในสวนป่า เช่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (PC 537) อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (SN 364) ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 80-130 เมตร การ
ผม ( กฤช เหลือลมัย) ทนดูดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) บานสะพรั่งให้สองข้างทางท้องถนนเสมือนมีม่านสีเหลืองสดใสคลี่ขยายเป็นฉากหลังมาได้นานหลายสัปดาห์นะครับ และก่อนที่มันจะวายไปหมดในหน้าแล้งปีนี้ ก็เพิ่งได้โอกาสปรุงกับข้าวสำรับที่ชอบมากที่สุดอีกสำรับหนึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เอง ช่วงนี้ของปี ดอกไม้นานาพันธุ์จะแข่งกันเบ่งบาน แต้มแต่งให้ริมสองข้างถนนหนทาง ท้องไร่ท้องนา และสวนของเราเต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยเฉพาะมันเป็นสีสันที่กินได้ และกินอร่อยเสียด้วย นี่จึงเป็นห้วงยามของการ “กินดอกไม้” ที่น่าประทับใจยิ่งช่วงหนึ่งของปีทีเดียว เริ่มด้วยการออกตระเวนซื้อ ตระเวนเก็บดอกไม้กินได้มาเตรียมไว้ให้ได้หลายๆ อย่างก่อน เราสามารถหาซื้อ ดอกขจร (ดอกสลิด) ดอกแคขาว ดอกโสน ดอกกวางตุ้ง ได้ตามร้านขายผักที่ค่อนข้างใหญ่หน่อย ส่วน ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกข้าวสาร จะมีขายตามแผงเล็กๆ เช่น แผงผักพื้นบ้านลาว เป็นต้น สำหรับ ดอกราชพฤกษ์ นั้น เราต้องทำเป็นใจกล้า เลือกเก็บจากข้างถนน เฉพาะช่อที่ยังมีดอกตูมๆ อยู่มากหน่อยนะครับ เช่นเดียวกับ ดอกเฟื่องฟ้า ดอกชงโค ดอกพวงชมพู หรือ ดอกกาหลง ที่ยังพอมีคนปลูกไว้ตามริมทางให้เก็บได้อยู่ ครั้นได้มาพ
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออก “สมุนไพร” ที่มีศักยภาพสูงในระดับโลก ด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่น ผสานการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงความต้องการสินค้าสุขภาพจากผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ตลาดสมุนไพรของไทยเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง ในยุคที่กระแสการดูแลสุขภาพและความงามด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก “สมุนไพรไทย” ได้กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออกของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มเครื่องเทศและสมุนไพรของไทยเติบโตขึ้นกว่า 23.1% เมื่อเทียบกับปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสมุนไพรไทยในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลสถิติการส่งออกปี 2567 พบว่า ปัจจุบันตลาดสมุนไพรไทยเติบโตอย่างโดดเด่น ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จนแตะ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570 สมุนไพรที่ได้รับความนิยมและมีศักยภาพด้านตลาดส่งออกสูง มักเป็นชนิดที่มีงานวิจัยรองรับ ใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริม ยาแผนโบร
ปัจจุบันภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุและมีแนวโน้มสูงขึ้น ปัญหาที่พบ เช่น มีปัญหาด้านการใช้ภาษา เลือกใช้คำพูดไม่ค่อยถูก สับสนเรื่องทิศทาง ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและอารมณ์ได้ สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคคือบัวบก สมุนไพรในกลุ่มโปรดักต์แชมเปี้ยน เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศไทย ที่สำคัญหาง่าย ใช้คล่อง ปลอดภัย ใช้ได้ทั้งต้นและใบ มีรสขม สามารถนำมารับประทานเป็นอาหาร ทำเป็นเครื่องดื่ม จากการศึกษาวิจัยพบว่าบัวบกมีฤทธิ์รักษาแผลที่ผิวหนัง รักษาแผลในทางเดินอาหาร รักษาความผิดปกติของหลอดเลือดดำ รักษาแผลในปาก และที่สำคัญคือ บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ ช่วยฟื้นฟูความจำ และมีผลกับการจำและเรียนรู้ในผู้สูงอายุ สำหรับสรรพคุณที่ให้ความสนใจกันมากเป็นพิเศษคือ “บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์” เนื่องจากใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยทำให้เพิ่มความจำดีขึ้นและทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเพิ่มมากขึ้น ใบบัวบกยังช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ลดความกร
นับเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่มีความหลากหลายของพืชสมุนไพรเขตร้อนที่มีศักยภาพสูงด้านการแพทย์ การเกษตรและเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบด้านพืชสมุนไพร และด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่สะสมองค์ความรู้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าและการแข่งขันในตลาดโลกได้โดยมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการส่งออกและตลาดในประเทศ โดยมูลค่าทั้งการส่งออกพืชสมุนไพรของไทยในปี 2566 อยู่ที่ 483.73 ล้านบาท และสารสกัดสมุนไพรอยู่ที่ 382.16 ล้านบาท ส่วนมูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในปี 2566 สูงถึง 56.94 พันล้านบาท. คนไทยจำนวนมาก คงไม่คุ้นหูกับชื่อ “ ข่าหด ” ชื่อแปลก ๆ ข่าหดเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่หายาก แถมมีสรรพคุณทางยาสูง ดีต่อสุขภาพสตรี สามารถปรุงเป็นยาสมุนไพรได้หลายสูตร ถือว่า เป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ลักษณะทั่วไป ข่าหด เป็นพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 20 เมตร กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมขอบขนาน มีขนสีน้ำตาลที่เส้นใบ ดอกช่อแยกแขนง ออกเป็นกระจุกสั้นๆ ที่
