แปรรูปสินค้าเกษตร
ลูกหว้า เป็นผลไม้ป่าพื้นบ้านเป็นที่ชื่นชอบของเด็กบ้านนอกสมัยก่อน เด็กๆ นิยมเก็บลูกหว้ามาจิ้มเกลือ ได้รสชาติเปรี้ยวฝาด กินแล้วปากและฟันจะดำ ปัจจุบันนี้ลูกหว้าเริ่มหากินยากแล้ว เนื่องจากลูกหว้าเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา จึงถูกพัฒนาต่อยอดในรูปแบบเครื่องดื่มน้ำลูกหว้า แยมลูกหว้า และไวน์ลูกหว้า หากใครคิดวิธีที่จะเก็บลูกหว้าไว้แปรรูปนอกฤดูกาล ควรคัดสรรลูกหว้าที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีความฝาดน้อยที่สุด มาเก็บไว้โดยวิธีแช่แข็งเสียก่อน โดยธรรมชาติ ต้นหว้าจะให้ผลผลิตปีละครั้ง จะเริ่มติดผลประมาณเดือนมีนาคม ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่เปลี่ยนเป็นสีแดง ผลสุกจัดมีสีดำเข้ม รสหวานอมเปรี้ยว ติดฝาดเล็กน้อย ผลสุกช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ยืดอายุเครื่องดื่มน้ำลูกหว้า ในรูปแบบ “ น้ำลูกหว้าผง” ลูกหว้า เป็นผลไม้ที่มีคุณค่ามาก เช่น วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และคาร์โบไฮเดรต ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ ที่ผ่านมานิยมนำผลสุกมากินเป็นผลไม้และใช้ทำเป็นน้ำผลไม้ แต่ก็เก็บไว้นานไม่ได้ วิธียืดอายุน้ำผลไม้ให้นานที่สุดคือ การทำเป็นน้ำผลไม้อบแห้ง ให้อยู่ในรูปน้ำผลไม้ผงกึ่งสำเร็จรูปนั่นเอง นวัต
การดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ในสังคมยุคปัจจุบัน ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาในการทำอาหาร และต้องการความสะดวกสบาย กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกระบี่จึงนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาเป็นจุดพัฒนานวัตกรรมอาหารให้เข้ากับสังคมยุคปัจจุบันมากที่สุด จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับคนที่มีเวลาน้อย เดินทางบ่อย และต้องการทานอาหารได้อย่างสะดวก ประหยัดพื้นที่ในการพกพา อีกทั้งสามารถทานได้ทุกวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ได้นำสินค้าประมงในอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ คือ ปลาเสียบที่ทำมาจากปลาหลังเขียว มาผลิตเป็นน้ำยาขนมจีน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้าน และนวัตกรรมการแปรรูปโดยวิธีการรมควัน พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยรุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน มีส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ เนื้อปลาเสียบ เนื้อปลานิล ตะไคร้ พริกแห้ง กะปิ กระเทียม หอมแดง กระชาย น้ำตาล เกลือ ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ชั่ง
ต้นคราม จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร เป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดด ทนทานต่ออากาศร้อน ฝน และดินเค็มได้ดี พบขึ้นได้ตามป่าโปร่งทางภาคอีสานและทางภาคเหนือ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชาวบ้านนิยมปลูกต้นคราม เพื่อใช้สำหรับทำสีย้อมผ้า และใช้น้ำคั้นจากใบคราม นำมาใช้บำรุงเส้นผม ช่วยป้องกันผมหงอก เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชสมุนไพรในท้องถิ่น วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครได้นำใบครามมาแปรรูปเป็น “ผลิตภัณฑ์สมุนไพรย้อมผมออร์แกนิคจากผงคราม (Indigo)” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% ปลอดภัยจากสารเคมี สินค้าทางเลือกของกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ ทั้งเป็นสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม สามารถแก้ปัญหาผมหงอกในกลุ่มลูกค้าสูงวัยหรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนสีผมแบบปลอดภัย และสินค้านี้สามารถแข่งขันกับสินค้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดได้สบาย โดยชูจุดเด่นเรื่องสินค้ากลุ่มออร์แกนิค เป็นการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย มาแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรในท้องถิ่น เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือชุมชน วิธีการทำ สมุนไพรย้อมผมสูตรใบคราม ใช้ส่วนผสมสำคัญคือ ผงจา
วิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้การพัฒนาสินค้าเกษตรแฟชั่นแบรนด์ไทย “ตานีสยาม” ที่ใช้ประโยชน์จาก “ต้นกล้วยตานี” ตั้งแต่ยอดจรดโคน ออกแบบสร้างสรรค์จนได้แฟชั่นกระเป๋าสุดเก๋ หมวกสุดเท่ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันสินค้าตานีสยาม มีคุณภาพดีไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เพราะเป็น 1 ในสินค้า “Soft Power” ของไทยที่ไปเติบโตไกลถึงฝั่งยุโรปได้อย่างเต็มตัว มุ่งผลิตสินค้า “ZERO WASTE” กล้วยตานีถือว่าเป็นราชินีแห่งกล้วย คนโบราณเชื่อว่าจะมีนางตานีสถิตอยู่ กล้วยตานี หลังปลูกประมาณ 7- 8 เดือน มีลำต้นใหญ่ สูงประมาณ 3-4 เมตร ใบใหญ่สีเขียวและเหนียวมีเงา รู้หรือไม่ว่า ต้นกล้วย 1 ต้น ใช้ได้ทุกส่วน ไม่เว้นแม้แต่ยางกล้วยใช้ประโยชน์ได้มากมาย ทางกลุ่มตัดต้นกล้วยเพื่อทำกระเป๋าแต่ละครั้ง ส่วนที่ไม่ได้นำมาผลิตกระเป๋าจะถูกนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เกิดขยะเหลือทิ้ง เป็นกระบวนการผลิตแบบ ZERO WASTE ลดขยะให้กับชุมชนอย่างแท้จริง CREATIVE ECONOMY > ZERO WASTE กล้วยตานี ใบกล้วย – ใช้ทำบายสี, ภาชนะใส่อาหาร ก้านกล้วย R
“มะม่วงป๊อบ” (Mango POP) ข้าวเกรียบมะม่วงอบกรอบกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ล่าสุด ที่เข้ามาฉีกกฎวงการแปรรูปมะม่วงไทยไปจากเดิมให้มีความหลากหลาย และถือเป็นการช่วยลดปัญหาทั้งในด้านผลผลิตที่ล้นตลาด รวมถึงการช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรให้มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอีกด้วย คุณสุธาสินี สมพันธ์ หรือ พี่หญิง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะม่วงศรีนคร อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่ถึงแม้จะไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมัยใหม่มาก่อน แต่มีความพยายามที่จะเรียนรู้ลองผิดลองถูกเพื่อให้รู้และเพื่อให้หลุดพ้นไปจากวิถีการแปรรูปมะม่วงแบบเดิมๆ ที่สามารถทำได้เพียงมะม่วงกวน พี่หญิง เล่าถึงจุดเริ่มต้นการแปรรูปมะม่วงว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรตนเองทำอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถยนต์มาก่อน ควบคู่กับการมีพื้นที่มรดกจากปู่ย่าให้ชาวบ้านแถวนี้ได้เช่าที่ดินทำกิน ปลูกผักเลี้ยงสัตว์หารายได้เล็กๆ น้อยๆ จุนเจอครอบครัวไป แต่ด้วยสถานการณ์ช่วงหลังมานี้เศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ตนเองจึงมีความคิดที่จะลองเปลี่ยนใจมาเป็นเกษตรกรเองสักครั้ง โดยใช้พื้นที่ที่มีอ
ต้นมันแกว (yam bean หรือ jicama) มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก เป็นพืชอาหารสำคัญของผู้คนในแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และทวีปเอเชียมานานหลายพันปี มันแกว จัดเป็นพืชผักตระกูลถั่ว ประเภทรากสะสมอาหาร มันแกว100 กรัม ให้พลังงาน 38 กิโลแคลอรี่ มันแกว ประกอบด้วยสารอาหารมากมาย อาทิ คาร์โบไฮเดรต 17.47 กรัม น้ำตาล 1.8 กรัม ใยอาหาร 4.9 กรัม ไขมัน 0.09 กรัม โปรตีน 0.72 กรัม และน้ำ 90.07 กรัม หัวมันแกวสด นิยมรับประทานเป็นผลไม้ แปรรูปทำขนม และนำมาประกอบอาหาร ฝักและเมล็ดอ่อนของมันแกว นำมาต้ม หรือรับประทานสดเป็นผักเคียงได้ ส่วนเมล็ดแก่มันแกว นำมาบด สกัดเป็นยาฆ่าแมลง รศ.ดร. ปิ่นมณี ขวัญเมือง อาจารย์ประจำสาขาวิชาครุศาสตร์เกษตร คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของมันแกว โดยพบว่า คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำมันแกวมาประกอบอาหารและบริโภคหัวมันแกวสดเช่นเดียวกับผลไม้ทั่วไป ส่วนด้านการแปรรูปมันแกวยังมีน้อย ทำให้เกษตรกรขายมันแกวได้ราคาถูก เนื่องจากมันแกวมีสารอินูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นน้ำตาลโอลิโกฟรุกโทส (Oligofructose) ที่สามารถละ
ชันโรง เป็นผึ้งจิ๋วขนาดเล็กไม่มีเหล็กใน ชอบตอมเกสรดอกไม้ ระยะหาอาหารประมาณ 300 เมตร มีพฤติกรรมเก็บน้ำหวานจากดอกไม้และละอองเกสรของพืชที่ใช้เป็นอาหารแตกต่างจากผึ้ง โดยจะเก็บเกสรดอกไม้ ร้อยละ 80 เก็บน้ำหวาน ร้อยละ 20 ในขณะที่ผึ้งเก็บเกสรดอกไม้ ร้อยละ 50 และน้ำหวานร้อยละ 50 น้ำผึ้งชันโรง โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอม รสอร่อยเปรี้ยวอมหวาน เป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพสูงจากการผสมผสานจากดอกไม้นานาพันธุ์รวมไปถึงน้ำหวานจากพืชสมุนไพร รังผึ้งชันโรง 1 รังสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ประมาณ 500-750 มิลลิลิตร จำหน่ายน้ำผึ้งชันโรงในราคาลิตรละ 1,000-1,600 บาท ชันโรงสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ 2-3 ครั้งต่อปี ผลการศึกษาวิจัยพบว่า น้ำผึ้งชันโรงและรังของชันโรงมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันยับยั้งเชื้อราหรือจุลินทรีย์ต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง หรือแผลอักเสบ ดังนั้น น้ำผึ้งชันโรงและรังของชันโรงจึงถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเสริม ยาและเวชสำอาง สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม รักษาเหงือกอับเสบ และแก้อักเสบผิวหนัง ฯลฯ จังหวัดสตูลมีการเลี้ยงชันโรงอย่างแพร่หลาย มีการจัดตั้งกลุ่มที่ชัดเจนและมีการจำหน่ายน้ำผึ้งจากผึ้งชันโรง โดยเฉพา
กรมประมงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งเสริมชุมชนชาวประมงนำทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ชุมชนชาวประมง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอบเขื่อนสิรินธร เพื่อให้สามารถยกระดับการพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน หมู่บ้านคำกลาง ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ อาทิ เช่น ปลาชิวแก้ว หรือปลาแก้ว ปลาตะเพียน และปลาหางแดง (ปลากระแห) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านในชุมชน และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงรอบเขื่อนสิรินธร กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานในพื้นที่บ้านคำกลาง มองเห็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ จึงได้รวมกลุ่มกันในชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาส้มบ้านคำกลาง นำวัตถุดิบในท้องถิ่นดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โดยพ่อบ้านที่ทำอาชีพ ประม
ฝาง ชื่ออื่นๆ หนามโค้ง,ฝางแดง, ขวาง, ฝางเสน, ฝางส้ม,ง้าย ชื่อวิทยาศาสตร์ Caesalpinia Sappan L. ฝาง เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย พบได้ทั่วไปในประเทศเขตร้อนเช่น อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา ศรีลังกา บังคลาเทศ เวียดนาม รวมถึงทางตอนใต้ของจีน สำหรับในประเทศไทยนั้น สามารถพบได้บริเวณป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และภูเขาหินปูน ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และบางส่วนของภาคกลาง “ ไม้ฝาง ” เป็นไม้ที่ช้างป่าไม่กิน และไม่ทำลาย ไม้ฝาง มีสรรพคุณทางยามากมาย งานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ พบว่า ไม้ฝาง มีสารสำคัญจำนวน 4 ชนิด โดยตัวหลักคือ สารบราซิลลิน (Brazilin) มีความสามารถในการต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสรวมถึงเชื้อ SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ได้ นอกจากนี้นอกจากนี้ ยังพบว่า สารบราซิลลิน สามารถฆ่า และหยุดการแพร่กระจายลุกลามของเซลมะเร็งเต้านมในหลอดทดลองได้ วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน นำเสนอ ลิปสติกจากแก่นฝาง ฝาง เป็นไม้ยืนต้นที่หาได้ง่ายในจังหวัดกาญจนบุรี ชาวบ้านใช้ ไม้ฝาง เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีคุณประโยช
โดยทั่วไป ต้นมะม่วงที่ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง มักติดดอกออกผลในช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ส่วนมะม่วงที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักติดดอกในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ (ยกเว้นพวกมะม่วงทะวาย) เก็บเกี่ยวเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน บ่อยครั้งที่ต้นมะม่วงแทงช่อดอกและออกดอกพร้อมๆกัน ทำให้ผลผลิตจำนวนมากออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด และราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะในปีนี้ หากใครได้มีโอกาสเดินสำรวจตลาดค้าส่ง อย่างเช่น ตลาดไท จะพบว่า มะม่วงราคาขายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ ก.ก.ละ 5 บาท ขณะที่บางแผงมะม่วงสุก ราคาถูกมากๆ ลูกค้าสามารถซื้อมะม่วงสุกน้ำหนัก 20 ก.ก. ในราคาตะกร้า 20 บาท เฉลี่ยราคา กก.ละ 1 บาทเท่านั้น เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการตลาด เกษตรกรควรหันมาผลิตมะม่วงนอกฤดู เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคา และลองหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับมะม่วง และสร้างตลาดใหม่ เช่น ขายในรูปแบบ มะม่วงน้ำปลาหวาน เจลลี่มะม่วง น้ำมะม่วง หรือ ทำข้าวหมากมะม่วง probiotic ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ยุ่ง
