แปรรูปสินค้าเกษตร
เมื่อ “ข้าว” เป็นสินค้าหาง่ายมีขายเต็มท้องตลาด การสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อ นับเป็นความท้าทายสำคัญ “หอมละหนา” จึงเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวกล้องบ้านแป้นใต้ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ที่กล้าก้าวข้ามมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องเป็นของตัวเอง และต่อยอดได้อีกหลายผลิตภัณฑ์วางจำหน่าย สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกในชุมชน ทั้งยังได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับสี่ดาวในประเภทอาหารอีกด้วย “หอมละหนา” แบรนด์สินค้าเกษตรแปรรูปจากข้าวกล้องพันธุ์หอมล้านนา ตั้งขึ้นมาให้มีคำเรียกสอดคล้องกับพันธุ์ข้าว มีความหมายและเสียงสอดคล้องกับ “หอมละนา” แปลมาจากภาษาเหนือว่า “หอมแล้วนะ” ซึ่งให้ความหมายถึงข้าวกล้องที่มีกลิ่นหอม เปรียบดั่งได้กลิ่นไอข้าวที่หุงยามเช้า อบอวลไปด้วยความอบอุ่น หอมอร่อย พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกเป็นภาษาเหนือว่า “ข้าวหอมละนา” เป็นการเชิญชวนให้มาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญผู้ริเริ่มปลุกปั้นข้าวกล้องหอมละหนา “วริษา จิตใหญ่” ซึ่งคนในชุมชนเรียกขานกันติดปากว่า “แม่หล
ซุบหน่อไม้ อาหารยอดนิยมของชาวอีสาน ด้วยรสชาติที่มีความจัดจ้าน มีทั้งความเผ็ดและความอร่อยที่ลงตัว เป็นการชูจุดเด่นของหน่อไม้ที่ถูกนำมาต้มแล้วทำเป็นเส้น นำมายำกับเครื่องปรุงมีน้ำขลุกขลิก จนกลายเป็นซุบหน่อไม้อาหารพื้นบ้านเลิศรส ซึ่งในอดีตเมนูซุบหน่อไม้นอกจากจะได้รับความนิยมในภาคอีสานแล้ว ในภาคกลางก็ได้รับความนิยมพอสมควร แต่ด้วยการเก็บรักษาหน่อไม้และการปรุงรสต่างๆ ค่อนข้างทำได้ยากที่จะทำให้ถึงรสแบบรสชาติอีสานแท้ ทำให้หากินได้ยาก ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในเมืองกรุง จึงกลายเป็นจุดกำเนิดไอเดียของหญิงเก่งเมืองขอนแก่น ให้ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ กว่าจะเป็น “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ไอเดียสุดบรรเจิด ต้องผ่านอะไรบ้าง คุณแก่นจันทร์ สนอุป หรือ พี่ตุ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 529/232 หมู่ที่ 22 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หญิงเก่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ตราแบมบูเนาะ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ให้ฟังว่า เกิดขึ้นจากที่ตนเองมีภูมิลำเนาเป็นคนขอนแก่นอยู่แล้ว และพื
กล้วย…เป็นพืชสารพัดประโยชน์ ใบ…นำไปห่อสิ่งของ หรือห่อทำขนม ปลี…นำไปยำ หรือแกงได้รสแซ่บ ผลกล้วย…ในระยะก่อนสุก หรือห่าม เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยฉาบ แต่ถ้าผลสุกพอดีจะกินเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง หรือนำผลสุกพอดีไปทำกล้วยตากอบ หรือตากอบน้ำผึ้ง เช่น ที่วิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบานานาว ตำบลท่ามะนาว ได้ร่วมกันผลิตกล้วยตาก ภายใต้ชื่อ “กล้วยตากบานานาว” มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม รสหวานกลมกล่อม เป็นผลิตภัณฑ์ขายดี เป็นทางเลือกที่ดี วันนี้จึงนำเรื่อง กล้วยตากบานานาว ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ทำให้ผู้ผลิตมีรายได้หลักแสนบาท มาบอกเล่าสู่กัน คุณแสนพลอย พรมหนองแสน เกษตรอำเภอชัยบาดาล เล่าให้ฟังว่า ได้สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาการใช้พื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ปลูกพืชไร่ หรือปลูกไม้ผลแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง เป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว มีความต้านทานโรคและแมลงได้ดี ให้เครือใหญ่ ปริมาณหวีมาก ผลอวบใหญ่ เนื้อละเอียด ไส้กล้วยสีขาว มีความหวานแบบธรรมชาติ เม
ปัญหาความเป็นอยู่ในถิ่นเกิด พื้นฐานชีวิตที่พ่อแม่ให้ได้เพียงแค่ความรู้ ทำให้อดีตข้าราชการเกษียณ “พี่เก๋” ยศวัจน์ ผาติพนมรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจวังธรรม อ.น้ำโสม จ. อุดรธานี (ปลาส้มวังธรรม) หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ตั้งใจศึกษาหาความรู้ในเมืองหลวง หวังใช้เป็นบันไดในการตั้งตัวเติมทุนให้ชีวิต จนสามารถสอบเข้าโรงเรียนจ่าทหารอากาศ และรับราชการได้ดังหวัง แม้จะมีรายได้ประจำแต่ไม่มาก นอกจากไม่เหลือเงินออม ยังต้องกลับบ้านพร้อมหนี้หลักล้าน ไปตั้งตัวใหม่โดยแปรบ้านเป็นบ่อปลา ปรุงรส “ปลาส้ม” เมนูสุดแซ่บ พร้อมนำความรู้จากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพลังปัญญาของเอสซีจีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่เพียงพลิกวิกฤติปลดหนี้อย่างรวดเร็ว แต่พี่เก๋ยังเป็นผู้บุกเบิก “ปลาส้มวังธรรม” ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำทาง ไปสู่วิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน “รับราชการเป็นทหารอากาศอยู่กรุงเทพฯ 16 ปี เงินเดือนไม่พอใช้ พยายามทำทุกวิธีเพื่อหาทางรอด ก็โดนโกงสารพัด เรียกว่าล้มละลาย ไม่มีใครให้ยืมเงิน เป็นหนี้หลักล้าน ทั้งนอกระบบและในระบบ ต้องส่งหนี้วันละ 4,000 บาท ก่อนทำ
เผือกหอมทอดกรอบ ผลิตภัณฑ์ที่มีความหวาน มัน กรอบ เหมาะเป็นอาหารว่าง กินคู่กับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นที่ได้อรรถรส เผือกหอมทอดกรอบเป็นการนำผลผลิตเผือกหอมของเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการปลูกเผือกหอมแปลงใหญ่มาแปรรูปเพื่อการเพิ่มมูลค่า เป็นการยกระดับรายได้ของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเผือกหอม ให้ก้าวผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคงยั่งยืน คุณสุพจน์ ประสมทอง เกษตรอำเภอบ้านหมอ เล่าให้ฟังว่า ในเขตอำเภอบ้านหมอสภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกพืชหลายชนิดได้คุณภาพดี ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันแปรนอกจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลักแล้วเกษตรกรยังสามารถปลูกเผือกหอมเป็นพืชหมุนเวียนเสริมรายได้เพื่อความมั่นคงในการยังชีพ เผือกหอม เป็นพืชล้มลุก มีหัวใต้ดินเป็นส่วนสะสมอาหารที่นำมาแปรรูปได้ทั้งอาหารคาวและหวาน ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เผือกหอมเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในเชิงการค้าที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้แก่เกษตรกร เมื่อผลผลิตเผือกหอมมีปริมาณมากขึ้น ราคาผลผลิตตกต่ำ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนนำไปแปรรูปเป็นเผือกหอมทอดกรอบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และส่งเสริมให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มไปขอจดทะเ
โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (U2T) ของมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด จากไอเดีย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอ “โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ “เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนหลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 (รอบ 2) โดยทีม U2T มหาวิทยาลัยจ้างบัณฑิตจบปริญญาตรีและนักศึกษาในพื้นที่ให้มีงานทำ ระยะเวลา 1 ปี (กุมภาพันธ์ 2563-มกราคม 2564) โดยมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อการสร้างงาน พัฒนาอาชีพ ให้ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปรียบเสมือนรากแก้วหยั่งลงดิน โดยเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) U2T สร้างรากแก้ว ตำบลท่าโสม มองหาจุดแข็งพัฒนา ดร.สราวุธ ศิริวงศ์ คณบดี คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ปรึกษาโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (U2T) ชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยบูรพาเลือกพื้นที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกับบริษัท บางกอกแอร์เ
คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อน เมื่อเห็นเด็กเป็นไข้จากอากาศเปลี่ยนแปลงต้นฤดูหนาว หรือที่เรียกว่า ไข้หัวลม ท่านมักจะบอกว่า “ถ้าเป็นไข้หัวลม ต้องกินแกงส้มดอกแค” (ลมเปลี่ยนฤดู ย่างสู่หน้าหนาว) ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีคนเป็นไข้ท่านจึงมักทำแกงส้มดอกแคให้กิน เพราะรสที่เปรี้ยวและร้อนนั้นจะช่วยให้เหงื่อออกดีนัก หายไข้ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ในตำรายาสมุนไพรก็ระบุไว้เช่นกันว่า แค เป็นยาแก้ไข้หัวลม แต่ให้ใช้ส่วนยอดแทน ซึ่งเราจะได้กินก็ต่อเมื่อเอามาลวกจิ้มน้ำพริก ไม่เหมือนกับดอกแคที่หากินได้ง่ายกว่า ดอกแค หรือ ยอดแค ที่จะมีสรรพคุณแก้ไข้ได้ดีต้องเป็นดอกหรือยอดที่ปรุงอาหารมาใหม่ๆ เช่น แกงส้มก็ต้องแกงเสร็จใหม่ๆ ยอดแคก็ต้องลวกสดๆ ใหม่ๆ เดี๋ยวนั้น! เพราะทั้งสองอย่างมีวิตามินเอ และวิตามินซีอยู่สูงมาก ในดอกแคสด 100 กรัม จะมีวิตามินเอ อยู่ 117 หน่วย วิตามินซี 52 มิลลิกรัม ส่วนยอดแคสด มีวิตามินเอ 10,383 หน่วย และวิตามินซี 58 มิลลิกรัม ซึ่งหากเรากินยอดแค จะได้วิตามินเอ เยอะกว่า แต่วิตามินซี ใกล้เคียงกัน หากทั้ง 2 ชนิด นี้เมื่อโดนความร้อนและอากาศ วิตามินซีจะลดลงเสียครึ่งหนึ่ง และถ้าทิ้งไว้ยิ่งหายไปหมดเลย ส่วนวิตามินเอในผักจะอ
คุณภานุวัฒน์ แสงรัตน์ หรือ พี่โหน่ง เจ้าของสวนวรัญญา ที่อยู่ 218 บ้านหม้อ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปสับปะรดปัตตาเวียออกมาหลากหลายผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ ลดปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ และเพื่อแก้ปัญหาสินค้าตกไซซ์ขายไม่ได้ราคานำมาแปรรูปสร้างมูลค่า พี่โหน่งเล่าถึงความเป็นมาของการปลูกและแปรรูปสับปะรดว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกร ตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำมาก่อน แล้วได้ลาออกจากงานหันมาเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกสับปะรดในปี 58 เนื่องจากในขณะนั้นผู้คนส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจกับการปลูกพืชกระแสมาแรงอย่างยางพารากันเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ปลูกสับปะรดในอำเภอลดน้อยลง จึงคิดว่าสับปะรดน่าจะเป็นพืชทางเลือกที่ดีให้ตนเองในขณะนั้น ด้วยความโดดเด่นของสับปะรดบ้านหม้อ จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาที่อื่นเทียบได้ยาก เนื่องจากมีความหวานฉ่ำพิเศษ เปลือกบาง ตาตื้น หวาน หอม ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของสับปะรดปัตตาเวีย ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จึงอยากคงคุณภาพตรงนี้ไว้ รวมไปถึงการมองอนาคตการตลาดข้างหน้าว่าอาจจะหยิบยกนำเอาจุดเด่นตรงนี้มาต่อยอดสร้างสร
กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ชวนพันธมิตรสอนร้านออนไลน์ “โฆษณายังไง ให้ยอดขายปัง” กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SME ปี 2564 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ เครือสหพัฒน์ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จัดสัมมนาออนไลน์ เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Shopee University ให้ความรู้ในหัวข้อ Getting Started with “Shopee Ads” ติดปีกผู้ค้าออนไลน์ ถึงวิธีการกระตุ้นยอดขายและการรับรู้ของร้านค้า ด้วยการทำโฆษณาบน ช้อปปี้ อย่างทรงประสิทธิภาพ โดยสัมมนาครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อยอดจากโครงการ Thai Character Designer X Fashion Collaboration Project ที่รับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ SME และนักออกแบบ นำผลงานด้านคาแรคเตอร์มาต่อยอดเป็นสินค้า ในกลุ่ม Fashion อาทิ เสื้อผ้าบุรุษ-สตรี-เด็ก ชุดชั้นใน Home textile และ Gift / Dolls เพื่อจัดทำ Pilot Products โดยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจ สิ่งทอ-แฟชั่นของประเทศ บมจ.ไทยวาโก้ บมจ.ธนูลักษณ์ บมจ.บูติคนิวซิตี้ บจ.ไหมทอง บจ.เอช แอนด์ บี อินเตอร์เท็กซ์ บจ.ราชาอูชิโน และทดลองตลาดจัดจำหน่า
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จพัฒนานวัตกรรมทำเงิน “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” ช่วยเหลือผู้ประกอบการผลิตผลไม้แปรรูป ระบุมีประสิทธิภาพกำลังการผลิตสูง 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ประหยัดพลังงาน ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี/สมํ่าเสมอ ถูกสุขอนามัย พร้อมส่งต่อความสำเร็จผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ หวังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสจากสถานการณ์โควิด-19 ให้กับสังคมไทย ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. ประสบผลสำเร็จในการออกแบบพัฒนา “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการผลิตผลไม้แปรรูป เช่น กล้วยฉาบ ทุเรียนทอด มันทอด เผือกทอด เป็นต้น โดยใช้หลักการออกแบบง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน ประหยัดพลังงาน มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง และได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี สมํ่าเสมอ ถูกหลักสุขอนามัย “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” มีขนาด (กว้างxยาว) 2×2 ตารางเมตร มี 3 ส่วนประกอบหลัก คือ 1. ชุดใบมีดหั่นผลไม้ มีลักษณะเป็นจานหมุนเหวี่ยงแบบใบมี
