เทคนิคเกษตร
ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โครงการตามพระราชดำริฯ มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือเกษตรกร ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9และดำเนินกิจกรรมตามแนวทางพระราชทาน ภายใต้ร่มพระบารมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระเมตตา พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ซึ่งศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ได้น้อมนำแนวทางการทำงานพระราชทานนี้ เป็นปณิธานในการปฏิบัติงานเพื่อพี่น้องประชาชนตลอดมา โครงการ “หนึ่งใจ บูโอโน่ ผลิตน้ำหมักรักษ์สิ่งแวดล้อม” กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ตามแนวทางพระราชทานในรัชกาลที่ 10 ตามพระราโชบายโดยมีต้นแบบคือ โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” นั้น เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการนำสิ่งเหลือใช้จากกระบวนการผลิตของ บริษัท บูโอโน่ ประเทศไทย จำกัด มาศึกษาวิจัยและพัฒนา ให้เกิดเป
คนญี่ปุ่นนิยมกินกล้วยกันมาก โดยเฉพาะ กล้วยหอม ทั้งด้วยความเชื่อเรื่องลดน้ำหนักได้ผลดีและคุณค่าทางโภชนาการอันล้นเหลือของกล้วยเอง ทำให้กล้วยหอมไทยไปทำยอดขายที่แดนปลาดิบพุ่งลิ่ว จนในที่สุดกล้วยหอมในประเทศญี่ปุ่นถึงกับขาดตลาดและทุกวันนี้ความต้องการกล้วยหอมในประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงสูงลิ่ว กล้วยหอม ประโยชน์ของกล้วย เท่าที่ไปค้นคว้าข้อมูลมา สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บนานา ลองดูกันนะคะ กล้วยมีธาตุเหล็กสูง กระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด จึงช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้ กล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูง แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารสมบูรณ์แบบที่จะช่วยลดความดันโลหิตได้ดี ปริมาณโพแทสเซียมสูงในกล้วยสามารถบำรุงสมองได้ดี ช่วยให้นักเรียนตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะหากกินกล้วยในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ทุกวัน ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ แก้ปัญหาโรคท้องผูก กล้วยมีโปรตีน Try Potophan ช่วยลดความตึงเครียด ผ่อนคลายอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ จึงสามารถป้องกันโรคซึมเศร้าได้ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้งเป็นวิธีแก้อาการเมาค้างได้ผลที่สุด เพราะกล้วยจะช่วยให้ กระเพาะอ
จังหวัดแพร่ 1 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหรือภูเขาสลับซับซ้อน จึงมีกลุ่มชาติพันธุ์หลายชนเผ่าอาศัยอยู่บนที่สูงเฉพาะกลุ่มเป็นชุมชน…มีจำนวน 8 ชาติพันธุ์ 1 ใน 8 คือ กลุ่มชาติพันธุ์มลาบรี หรือมละบรี อาศัยอยู่ใน 2 อำเภอ คือ อำเภอสอง ที่บ้านท่าวะ และอำเภอร้องกวาง บ้านห้วยฮ่อม ผมขอทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า แต่ก่อน เราอาจเคยได้ยินการเรียกชื่อกลุ่มชาติพันธุ์นี้ว่า ตองเหลือง บ้าง หรือผีตองเหลืองบ้าง ซึ่งชื่อดังกล่าวถูกเรียกโดยคนภายนอก จะด้วยความเข้าใจเอาเองหรือพูดต่อๆ กันไปก็ตามที แต่คนกลุ่มนี้เรียกตนเองว่า “มละ” การไม่เรียกชื่อ ตองเหลือง หรือผีตองเหลือง กับกลุ่มของเขาถือเป็นการให้เกียรติ ที่หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเกริ่นนำก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ข้อมูลในเบื้องต้น และทำความเข้าใจกับ “ชนเผ่ามละ” (ในบทความนี้ผมขอใช้คำชนเผ่า (Tribo) ซึ่งหมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีกำเนิดในท้องถิ่นนั้น มีวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม ภาษาเป็นของตนเอง แม้เดิมทีชนเผ่ามละจะอพยพเคลื่อนย้ายมาจากสายะบุรี สปป.ลาว แต่ปัจจุบันตั้งชุมชนเป็นหลักแหล่งแล้ว) ว่าเขาคือคนไทย แม้จะอยู่ต่างถิ่นมีวิถี
“แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” 1 ในเมนูของบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 คุณอุบล บุญวาที กรรมการชุมชนบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าถึงที่มา “แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” ว่าลักษณะคล้ายแกงฮังเลของภาคเหนือ ไม่เผ็ด เป็นแกงของพม่าที่เรียกว่า “อุ๊บ” เป็นลักษณะแกงที่ต้องเคี่ยวนาน ให้เนื้อสัตว์สุกและเครื่องแกงแทรกเข้าไป มีทั้งแกงอุ๊บไก่และแกงอุ๊บหมู เนื่องจากช่วง 30-40 ปีก่อนมีชาวพม่ามาขุดพลอยที่อำเภอบ่อไร่จำนวนมาก นิยมทำเป็นอาหารรับประทานกัน แต่ปัจจุบันชาวพม่าอพยพกลับไปเกือบหมดแล้ว แต่แกงอุ๊บไก่ อุ๊บหมู รสชาติยังคงเป็นที่ติดใจของชาวบ่อไร่ จึงนิยมทำเฉพาะเทศกาลงานบุญที่วัด เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาแกงนาน บ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จึงเลือกทำเป็นอาหารพื้นบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะพิเศษ อร่อย หารับประทานทั่วไปยาก วิธีการทำแกงอุ๊บหมู 1. เตรียมเนื้อหมู 1 กิโลกรัม ใช้เนื้อหมูสามชั้น ล้างหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 2. เตรียมเครื่องแกง เครื่องปรุงมี หอมแดงหัวใหญ่หรือหอมแขก กลิ่นจะไม่แรงจัดและเผ็ดร้อนน้อยกว่าหอมหัวเล็ก 3 ขีด ตะไคร้ซอย 2 ต้น ขมิ้นซอยชิ้นบางๆ 1 แง่ง พริกแห้งใหญ่ 10
“เถาวัลย์เปรียง” สุดยอดสมุนไพรบรรเทาปวดเมื่อย บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติฯ แล้ว จากการเปิดเผยข้อมูลโดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า “เถาวัลย์เปรียง” เป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทยศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายอุจจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป กระทั่ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2535 คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ 92 ปี เป็นคุณแม่ของ ภญ.พัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้น ท่านได้มาพบกับตน และออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนั้นก็คือ เถาวัลย์เปรียง ซึ่งท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่
ในปัจจุบัน วัว ควาย เริ่มมีบทบาทน้อยลงในการทำการเกษตรของคนไทย โดยเฉพาะการใช้วัว ควาย เพื่อเป็นแรงงานในการลากเกวียนและไถนา เนื่องมาจากเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ก้าวนำล้ำสมัยไปกว่าในอดีต ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้เครื่องจักรทดแทน เช่น รถไถนา แทนการใช้แรงงานวัว ควาย เพื่อประหยัดเวลาในการทำงาน และมีความสะดวกในการใช้งานที่มากกว่า ทำให้ในทุกวันนี้เราเห็นเกษตรกรเลี้ยงวัว ควาย กันน้อยลง แต่ยังคงมีเกษตรกรไทยอีกจำนวนหนึ่งในหมู่บ้านกุรุคุ จังหวัดนครพนม ที่ยังคงดำเนินชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนสิ่งไร้ค่า “ขี้วัว ขี้ควาย” ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นสิ่งสกปรก มีกลิ่นเหม็น ให้กลับมาเป็น “ทองคำ” บนผืนแผ่นดินไทย เป็นปุ๋ยคอกที่ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน เป็นเงินตราที่ช่วยให้ชาวบ้านได้มีกินมีใช้ ไม่อดอยาก ช่วยให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “พอมี พอกิน พอใช้” และตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ที่ว่า “…ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จ
โรงเรียนบ้านทัพ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 6 เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมของชุมชนเล็กๆ หลังขุนเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ ในเรื่องของการทอผ้าตีนจก จึงได้นำมาถ่ายทอดให้นักเรียนได้เรียนรู้วัตนธรรมอันคุณค่าเชิงศิลปะ ของชุมชนให้นักเรียนได้เรียนรู้ เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้ตลอดไป โรงเรียนบ้านทัพ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน ให้แก่เยาวชน การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็น หน้าที่ที่สำคัญของการศึกษาที่มีต่อสังคม เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมให้นักเรียนมีพื้นฐานการงานอาชีพและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น จนปัจจุบันโรงเรียนบ้านทัพ เป็นโรงเรียนนำร่องที่จัดให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง “การทอผ้าตีนจก”ในโรงเรียน โดยมีวิทยากรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ วัสดุ-อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับทอผ้า 1.กี่ คืออุปกรณ์หลักที่สำคัญของการทอผ้า มีลักษณะเป็นโครงไม้ที่ใช้ขึงเส้นฝ้ายในการทอผ้าและเป็นที่นั่งสำหรับผู้ทอ 2.กระสวย
ผศ.ดร.ดำรงค์ คงสวัสดิ์ อาจารย์จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สกัดคลอโรฟิลล์จากใบบัวหลวง หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ให้แก่ใบบัวในอนาคต คลอโรฟิลล์ สารสีเขียวที่พบในพืชที่มีสีเขียวเป็นส่วนใหญ่และพบมากที่ส่วนของใบนอกจากนี้ยังอาจพบที่ ลำต้น ดอก ผลและรากที่มีสีเขียวนอกจากนี้ยังพบในสาหร่ายทุกชนิดและในแบคทีเรียบางชนิด ในท้องตลาดในปัจจุบันจะพบเห็นคลอโรฟิลล์ทั้งชนิดน้ำและผงออกมาวางขายมากมาย และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพราะเชื่อว่าคลอโรฟิลล์ในพืชที่สกัดออกมาวางขายนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า ร่างกายของคนเราสามารถนำเอาสารคลอโรฟิลล์ ไปเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดเลือด เมื่อร่างกายต้องการ โดยเฉพาะในภาวะที่เกิดความบกพร่องในการสร้างเม็ดเลือดแดง เนื่องจากขาดสารอาหารอย่างเช่นในภาวะโลหิตจาง เนื่องจากในปัจจุบันมีการสกัดคลอโรฟิลล์ออกมาจำหน่ายและโฆษณาถึงสรรคุณมากมาย หากแต่บางครั้งผู้ขายก็ไม่ได้ระบุให้ผู้บริโภคได้ทราบแน่ชัดว่า คลอโรฟิลล์ที่สกัดออกมาวางขายในท้องตลาดเป็นคลอโรฟิลล์ที่สกัดจากพืชชนิดใด ทำให้บางครั้งอาจเกิดความคลางแคลงใจและความเชื่อ
มีผืนดินมีของกิน เริ่มต้นแบบนี้อีกแล้ว เพื่อยืนยันอีกครั้ง เพราะดูเถิดไม่ว่าจะร้อนแล้งแห้งผากเพียงใดก็ตาม หรือฝนจะตกน้ำจะท่วม บนแผ่นดินเราก็มีของกิน และผู้คนก็หาวิธีจัดการทำกินได้สารพัด ช่วงที่เริ่มเข้าฤดูแล้ง โดยเฉพาะภาคเหนือ จะมีดอกไม้สวยขึ้นจากดินเอามาทำกิน ฉันไม่รู้ว่าที่อื่นเรียกว่าอะไร แต่ที่บ้านท่าสองยาง จังหวัดตาก เรียกดอกดิน ดอกดินสีสวยมาก ขาวนวล ก้านดอกจะมีเหลือมีกลิ่นหอมอ่อนด้วย “ดอกไม้กินได้” “ดอกดินไม่ใช่ดอกไม้” เด็ก ๆ ยืนยัน และหัวเราะว่าป้าไม่รู้จักดอกดิน “ดอกๆ สวยๆ ป้าก็เรียกดอกไม้หมดแหละ” “นี่ดอกดิน” เด็กชายยืนยัน “ดอกไม้ดอกดิน” “ดอกดินเฉยๆ” เขายืนยัน ในช่วงหน้าแล้งที่แห้งจัดมากๆ ดอกมันจะโผล่ขึ้นมาจากดินจึงเรียกว่าดอกดิน ไม่มีใบ มีแต่ก้านดอกสั้นๆ “ทำอะไรกินได้บ้าง” “ได้ทุกอย่างแหละป้า แกงส้ม ต้มจืด ต้มลวกจิ้มน้ำพริก” เย็นต่อมาจึงมีแกงส้มดอกดินกับปลา น้ำแกงน้ำใสๆ แกงส้มของสถานพักพิงบ้านทัศนีย์ แกงรสอ่อนๆ ใส่พริกไม่มากเพราะให้เด็กๆ ได้กินด้วย ปลาสดเอามาทอดก่อนที่จะเอาไปแกง มีรุ่นพี่ทำกับข้าวให้น้องกิน แนะนำสถานพักพิงบ้านทัศนีย์ก่อนนะคะ เป็นที่พักพิงของเด็กๆ มีเด็กกำพร้า
เข็มนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม ขณะที่เรายังเดินเล่นอยู่บนถนนหิน ท้องฟ้าเหนือบ้านเรือนที่เรากำลังเดินซอกซอนยังแจ่มกระจ่าง มันเป็นเช่นนี้ทุกวันที่เราอยู่ที่นี่ กว่าดวงตะวันจะลาลับให้ความมืดเข้ามาแทนที่ เข็มนาฬิกาน่าจะบอกเวลา 3 ทุ่ม ขึ้นเหนือไปกว่านี้ที่ซึ่งมีแสงเหนือให้เฝ้ามองนั้น เขาว่ากว่าดวงตะวันจะมอดก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน วันนี้อากาศดี ไม่มีฝน ถูกต้องตามคำพยากรณ์ ทุกวันคนที่นี่จะต้องเช็กพยากรณ์อากาศเพื่อจะได้รู้สถานการณ์ และพยากรณ์อากาศของเขาก็มักจะถูกเผงซะด้วย พวกเราเริงรื่นที่รู้ว่าอย่างน้อยที่สุดอากาศจะดีในช่วงที่เรากำลังจะเดินทางขึ้นภูเขา ไปพักผ่อนและทำงานแสดงสดเพื่อเก็บบันทึกด้วยภาพถ่าย สามีของศิลปินหญิงไทยมีบ้านหรือที่เขาเรียกว่ากระท่อมอยู่บนภูเขา เป็นบ้านมรดกตกทอดมาจากพ่อ ซึ่งมาสร้างบ้านหลังนี้ไว้บนภูเขา เราออกเดินทางในตอนเช้าด้วยรถสองคัน อีกคันคือรถของริต้าศิลปินหญิงอีกคน มีข้าวของที่ต้องขนไปมากมายหรือจะใช้คำว่าล้นเหลือก็ไม่ผิด เจ้าบ้านต้องขนเสื้อผ้าของใช้ให้ความอบอุ่นไปเผื่อแขกจากเมืองไทยด้วย เพราะอากาศบนภูเขาหนาวกว่านี้มาก แล้วไหนจะมีอาหารเหลือที่ขนไปกินต่อบนภูเขา กับสิ่งของจิปาถะที
