เทคนิคเกษตร
ปุ๋ยเคมีก็แพงหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันดีกว่า สัตว์บางตัวที่เลี้ยงไว้ในฟาร์มมีประโยชน์กว่าที่คิด โดยเฉพาะ “ขี้” เป็นธาตุอาหารและยาบำรุงชั้นดีของพืชผัก ที่เกษตรกรบางคนสามารถสร้างรายได้เสริมได้จากการเลี้ยงไส้เดือน วัว หมู และสัตว์ชนิดอื่นๆ สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยคอกได้ ช่วยลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยไปได้เยอะ ปุ๋ยคอก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาจากมูลสัตว์ ที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในวงจรของเกษตรผสมผสาน ปุ๋ยคอกที่ใช้อาจเป็นมูลของสัตว์ชนิดไหนก็ได้ ปุ๋ยคอกที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ต้องเป็นมูลสัตว์ที่ผ่านกระบวนการหมักเพื่อย่อยสลายก่อน ถึงจะทำให้พืชสามารดูดซึมธาตุอาหารที่มีไปใช้ประโยชน์ได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมมูลสัตว์ต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นปุ๋ยคอก ใช้ยังไงให้ถูกเหมาะสมกับพืชที่ปลูกไปดูกันเลย 🐷มูลหมู มูลหมูเป็นมูลสัตว์ที่มีปริมาณธาตุอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช มูลหมูเป็นปุ๋ยคอกที่ดีสำหรับพืชทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง การใส่มูลหมูควรพิจารณาจากปริมาณธาตุอาหารที่ต้องการของพืชและสภาพดิน โดยควรใส่มูลหมูที่แห้งสนิทเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อโรคแล
การดูแล “ดิน” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรในทุกยุค แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกษตรจำนวนมากพบปัญหา ดินเสื่อมคุณภาพ ดินขาดอินทรียวัตถุ และความอุดมสมบูรณ์ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตลดลง แม้จะลงปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นก็ตาม หนึ่งในวิธีฟื้นฟูดินที่ได้ผลและประหยัดต้นทุนที่สุด คือ “ปุ๋ยพืชสด (Green Manure)” การปลูกพืชบางชนิดลงในแปลง แล้วไถกลบลงดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารโดยธรรมชาติ เหมาะกับทั้งเกษตรอินทรีย์และเกษตรทั่วไปที่ต้องการปรับโครงสร้างดินให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พืชปุ๋ยสด คือ พืชที่ปลูกเพื่อไถกลบลงดินในช่วงที่ออกดอก อายุ 40-60 วัน แล้วปล่อยให้ย่อยสลาย ประมาณ 10-15 วัน ก็จะปลดปล่อยธาตุอาหารและเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้อก่ดิน จึงเรียกว่า ‘ปุ๋ยพืชสด’ ปุ๋ยพืชสด คือ ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการไถกลบหรือตัด สับ ต้น ใบและส่วนต่างๆ ของพืชในขณะที่ยัง สด ปกตินิยมใช้พืชตระกูลถั่ว เพื่อเจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ในดินหลายชนิด ที่สําคัญคือ พืชตระกูลถั่วสามารถจับหรือตรึง ธาตุไนโตรเจน(ที่เป็นธาตุอาหารหลักของพืชจากอากาศได้) โดยไถกลบในช่วงออกดอกซึ่งเป็นช่วงที่มีธาตุอาหารและ น้ําหนักสูงสุด ทิ้งไว้ให้ย่อย
ในสภาวะวิกฤตโรคระบาด ภัยคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 ไข้เลือดออก หรือแม้แต่ไข้หวัดธรรมดาๆ ที่คนบ้านเราประสบพบเจอมาชั่วนาตาปี เมื่อก่อนการเข้าถึงยารักษาโรค ที่นักการแพทย์คิดค้นขึ้นมา ใช้รักษาคนไข้ให้หายจากโรคภัยหลายๆ อย่าง เข้าถึงยาก เพราะยาหายาก ราคาสูง แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็เช่นเดียวกัน เข้าได้ไม่ทั่วถึง และยาบางตัวก็มีราคาสูงเท่าทองคำ แต่คนเรามันก็ยังเวียนว่ายอยู่ในโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่นนั้น จึงมีการคิดค้น เอาองค์ความรู้สมัยเก่าก่อน ที่เรียกว่า “ภูมิปัญญา” มาใช้ หรือประยุกต์บ้าง โดยเฉพาะภูมิปัญญาด้านยารักษาโรค ที่เรียกกันว่า “สมุนไพร” หลายท่านคงรู้จักพืชชนิดนี้ “กะเพรา” พืชที่เป็นทั้งผัก เป็นทั้งสมุนไพร ที่รู้จักกันมี 2 ชนิด คือ กะเพราขาว และกะเพราแดง ทั้ง 2 อย่างเป็นผักมากคุณค่าเหมือนกัน นำมาทำอาหารได้หลายอย่าง แต่กะเพราแดง หายากกว่า ไม่ค่อยมีแพร่หลายเหมือนกะเพราขาว กะเพราแดงมีกลิ่น รส หอมฉุนรุนแรงกว่า นิยมนำมาเป็นยามากกว่านำมาทำอาหาร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะนำมาทำอาหารไม่ได้ เพียงแต่เป็นผักที่หายากกว่าเท่านั้นเอง ก็มีกระจายไปอยู่ในสวนที่ต่างๆ แต่ไม่ค่อยพบที่ปลูกก
คุณพวีรกานต์ กุลโรจนพัฒน์ หรือ คุณสงค์ หนุ่มใหญ่ผู้ดูแลสวนกิจตระกูลรัตน์ ในพื้นที่ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนและมังคุดมากกว่า 3,800 ต้น มีพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ อีกทั้งมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการในพื้นที่สวน 200 ไร่ ทำให้มีผลผลิตภายในสวนจำนวนมหาศาลสำหรับส่งขายให้ลูกค้าที่ต้องการ และสามารถสร้างรายได้ให้กับสวนกิจตระกูลรัตน์ถึงหลักล้านบาท หากย้อนเล่าไปถึงจุดเริ่มต้นของการทำสวนทุเรียนและมังคุดอย่างจริงจัง ของสวนกิจตระกูลรัตน์นั้น คุณสงค์ เล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมเป็นเจตนารมณ์ของ เฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวนแห่งนี้ เป็นคนที่รักและชื่นชอบการกินทุเรียนเป็นอย่างมาก จึงมองหาที่ดิน 1 แปลง ในการปลูกทุเรียนและมังคุด เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้ามาพักในรีสอร์ตอาคันตุกะโฮมสเตย์ของตนเอง อีกทั้งภายในสวนแห่งนี้ยังมีการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาจัดการร่วมกับการทำสวนอีกด้วย “แต่เดิมเฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวน ทำทุเรียนที่เขื่อนไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่มรดก ต่อมามีช่วงหนึ่งที่ทุเรียนตายทั้งแปลง เฮียชัยพรจึงหยุดการทำสวน แต่ด้วยความที่
เชื่อหรือไม่ เห็ดที่มีจำหน่ายในตลาดทุกชนิด มีสารที่สำคัญในการเสริมภูมิให้แก่ร่างกายมนุษย์ได้ เห็ดทุกตัวมีคุณสมบัติเป็นยาต่างกัน ดังนั้น เวลานำเห็ดไปปรุงเป็นอาหาร ควรใช้มากกว่า 1 ชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลายในการบำรุงร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เห็ดมอเรล ช่วยบำรุงปอดและสมอง เห็ดเยื่อไผ่ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ประสาทที่เสื่อม เห็ดเยื่อไผ่ ใช้ทำเครื่องสำอาง ช่วยบำรุงผิวได้ดีกว่าครีมหอยทาก เห็ดหัวลิง ใช้บำรุงสมอง เห็ดเผาะ, เห็ดถอบ ช่วยบำบัดอาการเบาหวาน เห็ดพิมาน ช่วยบำรุงต่อมลูกหมาก เห็ดนางรม, นางฟ้า ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไขมันในเลือด เห็ดลมหรือเห็ดกระด้าง เห็ดหอม และเห็ดแครงหรือเห็ดตีนตุ๊กแก มีสารต้านมะเร็งสูง ญี่ปุ่นใช้สารสกัดจากเห็ดแครงรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เห็ดหูหนูดำและเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงเลือด เห็ดเป็นยา ดีต่อสุขภาพ “ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล” อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ดองค์การสหประชาชาติ (ระหว่างปี 2524-2548) และผู้ก่อตั้งสถาบันอานนท์ไบโอเทค อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี กล่าวว่า “เห็ดทุกชนิดมีสารสำคัญ” ที่สามารถนำไปทำเป็น “ยารักษาโรค” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ ยก
มะนาวถือเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้ ไม่ว่าจะใช้ปรุงอาหาร คั้นน้ำ หรือเพิ่มรสชาติให้เมนูธรรมดากลายเป็นจานอร่อย ที่สำคัญมะนาวยังเป็นพืชที่ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ และถ้าหากมีการปลูกและดูแลดี ยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย สำหรับใครที่เคยต้องซื้อมะนาวในราคาสูง โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง แถมยังต้องลุ้นว่ามะนาวที่ซื้อจะมีน้ำหรือไม่ การปลูกมะนาวไว้กินเองจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย มะนาวปลูกได้ทุกบ้าน เพียงเลือกสายพันธุ์ให้ตรงพื้นที่ ประเทศไทยมีมะนาวให้เลือกปลูกหลากหลายสายพันธุ์ ตามความชอบและความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมะนาวแป้น มะนาวนิ้วมือ มะนาวหวาน มะนาวตาฮิติ มะนาวไร้เมล็ด มะนาวแป้นรำไพ มะนาวเลมอน ไปจนถึงมะนาวยักษ์ แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเด่น ข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกันไป บางพันธุ์น้ำเยอะ เปลือกบาง บางพันธุ์ทนแล้งดี เหมาะปลูกเชิงการค้า ซึ่งมะนาวจัดเป็นพืชที่ปลูกขายก็ทำเงินดี ปลูกไว้กินเองก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเห็นผล เมื่อเลือกสายพันธุ์ได้แล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกพื้นที่ปลูก ใครมีพื้นที่สวนก็ปลูกลงดินได้ตามสะดวก แต่สำหรับบ้
โรงเรียนวัดเกาะแก้ว หมู่ที่ 1 บ้านเกาะแก้ว ตำบลบางตะบูนนอก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่บนพื้นดินที่ยื่นออกไปในท้องน้ำ จึงเรียกว่าเกาะแก้ว จึงประสบปัญหาดินเค็มแม้กระทั่งน้ำโดยรอบก็เป็นน้ำเค็ม นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพาะปลูกพืช ครูและนักเรียนมีความพยายามใช้พื้นที่ของโรงเรียนเพียงน้อยนิด ให้เกิดประโยชน์โดยการสร้างแปลงผักสวนครัว และตั้งใจทำแปลงไม้พื้นถิ่น เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้ อาจารย์พจน์ และ อาจารย์อำภรรณ ใจแสน ครูที่ปรึกษาด้านเกษตร พยายามช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องดินเค็ม รวมถึงน้ำเค็มที่มีอยู่รอบโรงเรียน ซึ่งวิธีแก้ปัญหาอย่างง่ายที่สามารถทำได้คือ การเลือกพืชที่เหมาะกับดินเค็มมาปลูก ส่วนใหญ่เป็นพืชสวนครัว เช่น ตะไคร้ กะเพรา โหระพา พริก และพืชกินใบ เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง และผักกาดขาว ไม้ยืนต้นอื่นๆ ไม่สามารถปลูกได้ เพราะเมื่อรากของไม้ยืนต้นหรือไม้ผลเริ่มลงรากลึกก็พบกับน้ำเค็ม ทำให้หยุดการเจริญเติบโต ครูและนักเรียนลองผิดลองถูกมาตลอด เคยลองปลูกแตงกวา บวบงู ตอนแรกก็งามดี พอเริ่มติดลูกก็จะแกร็น ส่วนมะม่วงเจริญเติบโตดีได้สักระยะ ใบก็เริ่มเหี่ยวแห้งตาย เมื่อเรารู้ว่าดินของ
เมื่อเข้าสู่ปีใหม่ หลายคนเริ่มมองหาวิธีเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตและครอบครัว ทั้งเรื่องการงาน การเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากการจัดบ้าน ทำความสะอาดใหญ่ และปรับฮวงจุ้ยแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานคือการปลูกต้นไม้มงคล ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความร่มรื่นและความสวยงามให้บ้าน แต่ยังเชื่อกันว่าสามารถเสริมพลังบวกและโชคลาภให้กับผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 9 ต้นไม้มงคลที่เหมาะกับการปลูกเพื่อเสริมดวงรับปีใหม่มาฝาก จะมีชนิดไหนบ้างตามไปดูกันเลย 1. ต้นวาสนา เป็นไม้ที่คนไทยนิยมปลูกเพราะชื่อสื่อถึงโชคชะตาและโอกาสชีวิตที่ดีขึ้น แม้จะไม่มีข้อมูลเชิงวิชาการยืนยัน แต่ในวงความเชื่อ หากใครดูแลจนต้นออกดอกและส่งกลิ่นหอมจะถือเป็นสัญญาณแห่งสิริมงคล กำลังมีโชคลาภหรือข่าวดีเข้ามาสู่ครอบครัว ตำแหน่งที่เหมาะสมคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเชื่อว่าจะช่วยดึงพลังแห่งปัญญา ความมั่นคง และโชคลาภเข้ามาในบ้าน เป็นต้นไม้ที่ออกดอกยากอีกชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะออกดอกในช่วงฤดูหนาว ปลายเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หรือหากอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นก็อาจจะออกดอกได้ง่ายยิ่งขึ้น ดินที่เหมาะสำหรับปลูกต
👒Lava Laweng ผลิตภัณฑ์ปักมือ Handmade จากกลุ่มแม่บ้าน บ้านลาเวง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ปักผ้าด้วยมือของสมาชิกในชุมชนบ้านลาเวง เริ่มต้นการฝึกฝนการปักผ้าด้วยมือแบบการปักซอย เป็นการปักผ้าโบราณของไทยด้วยวิธีปักขึ้นลงถี่ๆ สับหว่าง แซม และโค้งไปตามลวดลายภาพต้นแบบ สู่การต่อยอด สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน 🧕🏻คุณเจ๊ะนาตีป๊ะ มะหอและ ประธานวิสาหกิจชุมชน ผ้าคลุมผมสตรีบ้านลาเวง เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเกิดวิสาหกิจชุมชนผ้าคลุมผมสตรีบ้านลาเวง เกิดขึ้นจากชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา หลังราคายางถูกลง ชาวบ้านในชุมชนมีความถนัดในการเย็บผ้า ปักผ้า ชาวบ้านในชุมชนเป็นสมาชิกของศิลปาชีพก็นำมารวมกลุ่มกันเอาสมาชิกที่มีความถนัดในการเย็บผ้า ปักผ้า ช่วยกันผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำมาขาย เพื่อประกอบทำเป็นอาชีพ จากเดิมมีอาชีพหลักอยู่แล้ว อันนี้ถือเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่มให้กับครัวเรือน 🧵แรกเริ่มด้วยทำเป็นผ้าคลุมผมสตรีก่อน หลังได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงมีการพัฒนาออกมาเป็นสินค้ารูปแบบต่างๆ เพราะว่างานฝีมือสามารถอยู่ได้บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยางรัดผม เข็ม
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ พลังของสื่อโซเชียล ได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปในทุกแวดวงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่วงการเกษตรที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเรื่องของดินและน้ำเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและโอกาสใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น สื่อเหล่านี้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเกษตรกรรม อย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้างตลาดและแบรนด์ ที่แข็งแกร่งให้กับสวนและเกษตรกรแต่ละราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างช่องทางรายได้ใหม่ ที่ไม่ได้มาจากแค่การขายผลผลิตที่ปลูกได้เท่านั้น แต่เป็นการสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นภายในสวน ซึ่งการสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ โดยมีฉากหลังเป็นสวนของเราเอง อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นักในยุคนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ไม่ว่าเราจะมีสวนเล็กๆ ข้างบ้าน หรือทำฟาร์มขนาดใหญ่ ทุกคนก็สามารถใช้เสน่ห์ของการเล่าเรื่องและภาพที่สวยงาม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง หลักหมื่นจนถึงหลักแสนต่อเดือนได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนออีกหนึ่งตัวอย่างของสวนเกษตรต้นแบบ ที่สร้างแรงบ
