เทคนิคเกษตร
รศ.ดร. จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เกษตรหนึ่งใจ กองงาน “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โครงการตามพระดำริในพระองค์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมกับพันธมิตร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พันเอกกฤตพันธุ์ รักใคร่ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 (นพค. 34) จังหวัดพิษณุโลก คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณรัตนพล ตั้งตรงศักดิ์ และทีมวิทยากรจาก บริษัท ฮงฮวด จำกัด ร่วมกันจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เกษตรหนึ่งใจ ครบเครื่องกับฮงฮวด” หัวข้อ การผลิตแชมพู สบู่เหลวอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และเจลล้างมือ ด้วยการประยุกต์ใช้สมุนไพรในท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริม ทำให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้สมุนไพรพื้นถิ่นสำหรับทำผลิตภัณฑ์ใช้เองในครัวเรือน และสามารถต่อยอดผลิตจำหน่ายในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนได้ ทั้งนี้ เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ยั่งยืนอยู่คู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักการดำรงชีว
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโนนก่อ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รวมตัวกัน จัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ในการทำการเกษตรผสมผสานครบวงจร ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมของชุมชน สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ใช้เวลาว่างไม่ให้สูญเปล่า โดยการไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในพืชผักนาข้าว พร้อมกันนี้ ได้รวมตัวกันทำอาหารแปรรูป เป็นผลผลิตของกลุ่ม มุ่งหน้าสู่สินค้าโอท็อปของชุมชนจำหน่ายเป็นสินค้าท้องถิ่น-พื้นบ้าน ประกอบอาหารหารเมนูเด็ด สร้างรายได้ของกลุ่มแม่บ้าน ผลิตสินค้า “แหนมปลาส้ม, แหนมหมู” บ้านโนนก่อ เป็นอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำการเกษตรอื่น ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจาก การศึกษานอกโรงเรียน อ.กบินทร์บุรี และพัฒนาชุมชนอำเภอแนะนำให้ความรู้ เกี่ยวกับการผลิต การสร้างช่องทางตลาด การจัดทำบัญชีของกลุ่ม และ การผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ชวนน่าซื้อหา ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม ทั้งหมด 20 คน น.ส.บังอร พิมพ์อรัญ อายุ47ปี หัวหน้ากลุ่ม กล่าวว่า เมื่อ10ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ แหนมปลาส้ม , แหนมหมู ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่นี่ จะนำพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นผลผลิตของชาวบ้านไปจำหน่ายควบคู่กันไปด้วย ในจำนวนปริมาณพอสมควรเพื่อเพิ่มรายได้อีกทาง
สัปดาห์ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือด่วนที่สุด เรื่องแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำ แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลแหล่งน้ำชุมชนที่ตื้นเขิน อำเภอละ 1 แห่ง ส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำหนดจัดกิจกรรม “บิ๊ก คลีนนิ่ง เดย์” ลำน้ำ คูคลอง เชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันทำความสะอาด กำจัดขยะ และสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำในแม่น้ำลำคลองหรือเส้นทางน้ำ อำเภอละ 1 แห่ง ในวันที่ 29-31 กรกฎาคม เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ส่วนในกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต จะมีกิจกรรมระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประกาศเตือนถึงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ส่งผลให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ นอกจากการกำจัดขยะ สิ่งกีดขวางทางน้ำแล้ว การให้ความสำคัญกับระบบบำบัดน้ำเสียเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดวิกฤ
ต้นไม้ชื่อคุ้นๆ สวาด/หวาด/มะกาเลิง/ตามั้ด/บ่าขี้แฮ่ด พบได้ตามป่าละเมาะชายทะเลทั่วไปทั้งภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีหนามแหลมคมโค้งลงนิดๆ รอบตัว หนามชนิดนี้ เวลาเกี่ยวเกาะเข้าแล้วจะหลุดยากมาก ต้องถอยหลังเท่านั้น ไปต่อแทบมิได้เลย ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้น แต่ละชุดก้านยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ดอกเป็นช่อออกตามซอกง่ามกิ่ง สีเหลือง ส่งกลิ่นหอมโชยกรุ่นละไมแบบไทยโบราณๆ ดี สวาดจะออกดอกปีละครั้ง ช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม และจะเริ่มติดฝักประมาณเดือนเมษายน-มิถุนายน ผลเป็นฝักมีหนามยาวแหลมแข็งคล้ายฝักมะค่าแต้ แต่หนามคมกว่ามาก ภายในประกอบด้วยเมล็ด 1-3 เมล็ด แต่เท่าที่เห็นมักจะมีแค่ 2 เมล็ด มากกว่า พอเมล็ดแก่จะเริ่มกลายเป็นสีเทาเฉพาะตัว เรียกว่า “สีสวาด” ที่ได้ยินได้ฟัง คำว่า แมวสีสวาด ก็มาจากสีของลูกสวาดนี่เอง ใบสวาดนั้นมีสรรพคุณทางยา เป็นยาขับลม ถ่ายพยาธิ แก้จุกเสียด แก้ปวดเมื่อย เส้นตึง แก้ไอระคายคอ ตามตำรับยาไทยใช้ใบสวาดเป็นส่วนผสมของยาประสะมะแว้ง ซึ่งประกอบด้วย ใบตานหม่อน 4 ส่วน ใบกะเพรา 4 ส่วน ขมิ้นอ้อย 3 ส่วน ลูกมะแว้งต้น 8 ส่วน ลูกมะแว้งเครือ 8 ส่วน บ
จากนโยบายรัฐบาลเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะรัฐบาลต้องการให้มีศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตามความถนัดของคนในชุมชน เพื่อให้มีรายได้เสริมนอกเหนือจากการทำนาทำไร่ ยังได้ฝึกอาชีพตามโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ได้ขานรับนโยบายรัฐบาล โดยเปิดอบรมการทำเปลญวนฟรุ้งฟริ้ง ทอเสื่อกก หมอนเบาะรองนั่ง และพรมเช็ดเท้า สร้างอาชีพให้กลุ่มเกษตรกร ผู้สูงอายุ ตำบลวังโมกข์ อำเภอวชิรบารมี โดยใช้พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 2 ตำบลวังโมกข์ อำเภอวชิรบารมี เป็นสถานที่ฝึกอบรม มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกร ผู้สูงอายุ มีอาชีพ และรายได้เสริม อีกทั้งสร้างความเข้มแข็งแก่ครอบครัว ชุมชน ยงยุทธ น้อยทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อ.วชิรบารมี กล่าวว่า การทำเปลฟรุ้งฟริ้งใช้วัสดุเหลือใช้จากโรงงานทอผ้า จากนั้นใส่เทคนิคและศิลปะ ทำให้เปลฟรุ้งฟริ้งมีสีสันงดงามเป็นที่สะดุดตาของผู้ซื้อ อีกทั้งมีการทอเสื่อกก ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีองค์ความรู้และมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นทุนเดิม กศน.เพียงต่อยอดชาวบ้านก็สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว เสื่อกก 1 ผืนขนาด 2×2
วันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีร้านขายก๋วยเตี๋ยวขึ้นป้าย “ก๋วยเตี๋ยวสูตรผีบอก” ซึ่งขายดีมาก เป็นอาหารหลักเมนูจานเด็ดของหนุ่ม-สาว ย่านโรงงานนิคมอุตสาหกรรม 304 จนคนแน่นร้านทุกวัน นางนงนพัส แสนอ่อน อายุ 38 ปี เลขที่ 505 หมู่ 2 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กับ น.ส.หญิง หอมมาก อายุ 30 ปี น้องสาว 2 พี่น้องร่วมกันกล่าวว่า ได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว “สูตรผีบอก” เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูหมักใส่ตับ, ลูกชิ้น น้ำตก-น้ำข้น มาตั้งแต่ปี 2556 หลังออกจากเป็นพนักงานสาวฉันทนาในโรงงานนิคม 304 ตอนนั้นยังรู้สึกเคว้งคว้างว่าจะหาทำอะไรขายเลี้ยงครอบครัว ตอนแรกอยากทำข้าวแกงขาย แต่ก็ไม่เคยทำมา กระทั่งคืนนั้นขณะกำลังนอนหลับและฝันไปว่ามีใครคนหนึ่งมาพูดให้ได้ยินว่า กูจะให้เลขเด็ดมึง หรือขายของ มึงจะเอาอะไร จะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ “ในความฝันก็บอกไปว่า ไม่เอาเลขเด็ดแต่จะขายของ แต่จะขายอะไร หนูไม่เคยทำอะไรเป็น ทำแล้วกลัวไม่มีคนมาซื้อ มีหวังเสียเงินเสียทองเปล่าๆ ตอนนี้ยิ่งไม่ได้ทำงาน เงินมีน้อยใช้อย่างประหยัดๆ เสียงใครคนนั้นในความฝันบอกเสียงสูงๆ ว่า แล้วแต่มึงจะขายอะไรก็ขายเถอะ มึงจะมีกินมีใช้อย่างสบายๆ ตลอดชีวิต ม
เอ่ยถึง“หมูชะมวง” หรือ“แกงใบชะมวง” ใส่หมูสามชั้น หรือเนื้อวัวติดมัน ผู้ที่พิสมัยกับข้าวจากดินแดนภาคตะวันออกย่อมรู้จักดีทุกคน ความเปรี้ยวอมฝาดของใบชะมวงเพสลาดกลมกลืนกับพริกแกงและชิ้นหมูมันๆ ที่อมความเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดไว้ได้ครบถ้วน มันเป็นเอกลักษณ์อันแสนเสน่ห์ของกับข้าวสำรับนี้ ถึงแม้ต้นชะมวงจะขึ้นได้ในทุกภาคของประเทศไทย แต่คนกินใบชะมวงไม่เหมือนกันนะครับ คนอีสานมักกินยอดอ่อนเป็นผักจิ้ม ดังนั้น ถ้าเราอยู่นอกพื้นที่ภาคตะวันออก ใบชะมวงที่มักมีวางขายมากตามแผงผักลาวอีสานก็มักจะเป็นยอดอ่อนๆ เสมอ ไม่มีใบเพสลาดที่เหมาะแก่การแกงหมูสามชั้นให้ซื้อหาเอาเลย ผมจึงมาคิดว่า ทำไมเราไม่ลองประยุกต์ใช้ “ใบอื่นๆ” ที่ออกรสเปรี้ยวแบบเดียวกัน คือเปรี้ยวอมฝาดหน่อยๆ ดูบ้างล่ะ…เช่นว่า ใบแต้ว ใบมะกอกป่า หรือว่าใบมะดันก็ได้ โดยเฉพาะมะดัน ที่มักขึ้นได้งามดีตามริมน้ำ ในพื้นที่สวนเก่าดั้งเดิม จำได้ว่ามะดันบางต้นที่ผมเคยเห็นนั้นสูงใหญ่ก็จริง แต่ “บ้าใบ” คือแตกใบงามสะพรั่ง ทว่าไม่ยอมติดลูก อย่างนี้ก็ต้องลองเด็ดเอามาต้มหมูดูสักหม้อหนึ่งล่ะครับ ต้มหมูใบมะดันหม้อนี้ ผมใช้วิธีเดียวกับต้มใบชะมวง คือเลือกเก็บเอาใบเพสลาด (ใบคู
เมื่อครั้งพ่อท้าว นางชาดา พ่อเฒ่าไชยสาน นางใหญ่ ท้าววงศ์คำจันทร์ นางน้อย ได้พาครอบครัวอพยพหนีภัยสงครามมาจากเมืองวังอ่างคำ อาณาจักรล้านช้าง ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่างพากันข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนสยามบริเวณเชิงภูเมืองมุกดาหาร จนได้มาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนขึ้นบริเวณบ้านโพนาทา หรือหนองสระพัง บ้านนางาม หรือบ้านโพนงาม ในช่วงต่อมา พ่อเฒ่าพา พ่อเฒ่าอุปรี ตาจ่า ตาหมี ได้นำพาครอบครัวราว 10 ครัวเรือน มาตั้งบ้านขึ้นใหม่บริเวณเนินริมแอ่งน้ำ ซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เรียกกันว่า “บ้านนาโนน” เป็นพื้นที่ดอนอยู่ทางทิศเหนือของบ้านตูมหวาน พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่ารกทึบ มีไม้เต็ง รัง ประดู่ แดง ตะเคียน เป็นต้น ที่สำคัญมีต้นมะตูมขึ้นปะปนอยู่เป็นหย่อมๆ เป็นมะตูมที่มีลูกขนาดเท่าไข่ไก่ เมื่อสุกผลสีเหลือง มีรสหวานหอมเป็นพิเศษ หลวงตาสอน วัดศรีโพธิ์ทอง ได้เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า การเข้ามาอยู่ที่บ้านนาโนนในระยะแรก มีผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายอยู่เสมอ ผู้เฒ่าของหมู่บ้านจึงได้ทำพิธีเซ่นสรวง “ผีเจ้าที่” เพื่อบอกกล่าวเสี่ยงทายว่า เจ้าที่จะอนุญาตให้มาอยู่อาศัยที่นี่ได้หรือไม่ โดยผู้นำได้ทำพิ
ด้วยโจทย์เริ่มต้นของชุม ชนในพื้นที่ ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน คือตั้งใจลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน และลดการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน ด้วยการผลิตน้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพู เพื่อใช้เอง จนเติบโตกลายมาเป็นชุมชนชีววิถี ที่เป็นตัวอย่างการพึ่งพาตนเอง ทั้งยังสร้างรายได้ให้แก่ 5 หมู่บ้าน เป็นชุมชนผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากธรรม ชาติจำหน่ายไปยังทั่วหัวเมือง และรับจ้างผลิตให้แก่แบรนด์ต่างๆ อีกกว่า 20 แบรนด์ ศิรินันท์ สารมณฐี ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนชีววิถี เล่าให้ฟังว่า เราเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของผู้ที่มีแนวคิดเดียวกัน คือ ต้องการพึ่งพาตนเอง ด้วยการผลิตของใช้ภายในบ้านแบบง่ายๆ สมาชิกกลุ่มแรกจำนวน 79 คน มีการรวบรวมเงินทุนได้ 60,000 บาท ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนชีววิถี เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ด้านการใช้ชีวิตในวิถีธรรมชาติ พึ่งพาตนเอง โดยเริ่มต้นผลิตแชมพูใช้กันเองภายในกลุ่ม และจำหน่ายในชุมชนตั้งแต่ปี 2550 “ลูกค้ากลุ่มแรกคือสมาชิกทั้งหมด เพราะทุกคนมีแนวคิดที่จะผลิตของใช้ภายในบ้านเอง และเพื่อให้มั่นใจ เราจึงรวมกลุ่มผลิตกันเอง โดยเน้นการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด ด้วยการนำพืชสมุน ไพรมาใช้ให้มากที่สุด อาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน บว
เนื้อแพะตุ๋น นุ่ม ละลายในปาก แทบไม่ต้องเคี้ยว https://youtu.be/0rW0KVs1b8o เซย์ฮายย! สวัสดีค่า พบกันเช่นเคย กับเจ่เจ๊แสนซนคนสวย วันนี้เดี๊ยนมีแพลนเมนูเด็ดรอคุณผู้ชมมาแล้ว รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่าแน่นอน วันนี้พิกัดเราปักหมุดอยู่ที่ ร้านขนมจีนไหหลำ โกหลุ่น ปากซอยมหรรณพ 2 ทางไปศาลเจ้าพ่อเสือ(จากฝั่งเสาชิงช้า) พร้อมกันรึยังค้า ขอเสียงหน่อยย วุ้วว พร้อมแล้ว บุกเลยค่า อย่าให้เสีย โกวๆ ร้านนี้เป็นร้านหัวมุม ตึกแถว หาไม่ยากแน่นอน มีป้ายเบ้อเริ่ม นางมีดาวแม่ช้อยนางรำด้วยนาจา เขาบอกกันว่าใครอยากทานเนื้อแพะตุ๋นอร่อยๆ ต้องมาทานที่ร้านนี้เท่านั้นโย่ว เข้าไปจับจองที่นั่งกันเลยดีกว่า เมนูเด็ดวันนี้คือ เนื้อแพะน้ำแดง หลายคนพอได้ยินชื่อปุ๊ป อรึ๋ยย แพะต้องเหนียวใช่มั้ยล้า ฟันชั้นไม่แข็งแรง ปวดกรามมั้ยล่ะ หรือไม่ก็ต้องเหม็นสาบแน่ๆ เหม็นคาวใช่มั้ย โนวว ไม่กินๆ สต๊อปปค่ะทุกท่าน! หยุดความคิดเหล่านั้นแต่เพียงเท่านี้ เพราะวันนี้เราจะมาเปลี่ยนความคิดทุกคน (โฆษณาฝุดๆ) แต่มแทม จานนี้หน้าตาคล้ายสตูว์อย่างที่เรารู้จัก ส่วนรสชาติจะไม่ธรรมดาอย่างที่เจ่เจ๊โม้มั้ยนั่น มาลองหั่นเนื้อกัน หุ่ยย นุ่มมากใช้ช้อนหรือส้อม
