เทคนิคเกษตร
บ่ายวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีกิจกรรม talk & taste เกี่ยวกับอาหารประเด็นย่อยๆ ที่น่าสนใจ ในห้องจัดแสดงชั้นล่างของอาคารมิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งนำเสนอนิทรรศการพิเศษหัวข้อ FOODDIALOGUE อาหารกับความทรงจำ มุ่งหมายให้ผู้เข้าชมได้ร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ตนเองคุ้นเคยมาแต่ก่อน ในห้องย่อมๆ นั้นจึงเต็มไปด้วยลายมือสูตรอาหาร รวมทั้งภาพวาดน่ารักๆ ซึ่งบันทึกประวัติที่มา และเมนูประจำตัวของแต่ละคน ให้เดินพลิกดูอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ บ้างก็เป็นกับข้าวพื้นๆ ที่รู้จักกันดี หากมีความต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งผู้บันทึกยังจดจำได้ บ้างก็เป็นสูตรที่ชวนให้จำไว้ไปลองทำบ้าง เช่น แกงเลียงลูกผักหวาน เป็นต้น ประเด็นกิจกรรม talk & taste ที่ผมไปร่วมฟังในวันนั้นคือการนำเสนอประสบการณ์ของ คุณหยก หรือ คุณทิพาวรรณ วรรณหินทร์ ในฐานะผู้ร่วมทำโครงการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นปากพลี จังหวัดนครนายก คุณหยกผู้มีความสนใจส่วนตัวเรื่องอาหารการกิน กับข้าวกับปลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้มาเล่าเรื่องที่นอกเหนือจากงานจัดพิพิธภัณฑ์ของเธอ คือสถานการณ์เรื่องอาหารท้องถิ่นที่นั่นให้ฟัง ทั้งยังสาธิตทำกับข้าวท
“ผ้าปาเต๊ะ” นับเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ โดยนิยมใช้ผ้าปาเต๊ะ เป็นผ้านุ่งสำหรับสตรี ผ้าปาเต๊ะลวดลายผ้าบาติกเกิดจากการเขียนเทียนร้อนๆ ด้วยเครื่องมือ ทำให้ผ้ามีลวดลายและสีสันจากการย้อม ปัจจุบันมีการนำผ้าปาเต๊ะสู่กระบวนการผลิตในงานอุตสาหกรรมแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของลวดลายผ้าปาเต๊ะ มีการใช้ผ้าปาเต๊ะอย่างหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” นักศึกษา ปวช.1 การออกแบบ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย นายณัฏภูมิ คงเหล่ นางสาวพิมญาดา สมศรี และ ครูที่ปรึกษา นางสาวพัชรีวรรณ พัฒน์ทองสุข และ อาจารย์สามารถ เนียมมุนี ต่างเล็งเห็นประโยชน์และคุณค่าของผ้าปาเต๊ะ จึงร่วมกันออกแบบ โคมไฟผ้าปาเต๊ะ พับพอง เพื่อเป็นโคมไฟของตกแต่งภายในที่พักอาศัย รวมทั้งเป็นของฝากที่ระลึกให้กับผู้สนใจและนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ใช้เทคนิคการสร้างสรรค์รูปทรงด้วยกรรมวิธีการพับ จีบ รีดด้วยความร้อน ออกแบบแพตเทิร์นรูปทรงที่ทันสมัย โชว์ลวดล
ใครสายทุเรียนกันบ้าง? เทคโนโลยีชาวบ้านพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสวนทุเรียนที่สามารถเดินเข้าไปเลือกได้ถึงสวน แถมผลไม้หลายหลากให้เลือกสรรแบบจัดเต็ม งานนี้ไม่ต้องไปถึงจันทบุรี มาแค่ปราจีนบุรีก็มีทุเรียนเนื้อแน่น หอม อร่อย ให้กินแล้ว “สวนทุเรียนยิ่งโอฬาร” ฉายาของสวนแห่งนี้ก็คือ สวนทุเรียนที่อุดมไปด้วยผลไม้หลายหลากชนิด หลายหลากแบบเลือกจิ้มกันถึงในสวน และเจ้าของสวนก็เข้าไปช่วยคัดให้ผู้บริโภคเองกับมือ! คุณเฉลา โพธิ์โต อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งดินสอ (อบต.) อำเภอนาดี เจ้าของสวนทุเรียนยิ่งโอฬาร บอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่ทำสวนนี้ขึ้นมา ว่า เกิดเนื่องจากโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำใช้สอยอย่างเพียงพอ อีกทั้งพื้นที่ของตำบลแก่งดินสอ ยังเหมาะในการทำเกษตรกรรม จึงคิดลงมือทำบวกกับการที่คุณเฉลามองเห็นลู่ทางในการทำอาชีพใหม่ และคิดว่าควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เหตุผลของการเลือกทุเรียนมาปลูก คุณเฉลาบอกว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นของขึ้นชื่อ
นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ขอแสดงความยินดีกับ 3 สุดยอดครู กศน. ได้แก่ ครูสุชดาพร ธิวงศ์สา ศศช. “แม่ฟ้าหลวง” บ้านพะโท กศน.อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครูอุปะพร พินิจกุล ศศช. “แม่ฟ้าหลวง” บ้านนุกะโถวา กศน.อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และ ครูมะรอซะดี แซมะแซ กศน.อำเภอบาเจะ จังหวัดนราธิวาส ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าเชิดชูเกียรติครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2566 ศศช. แม่ฟ้าหลวง ในอดีตเยาวชนชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บนภูเขาสูง ห่างไกลความเจริญ การคมนาคม การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ครอบครัวมีฐานะยากจนมักขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและขาดโอกาสในการเข้ารับการศึกษาและการบริการของทางภาครัฐในหลายๆ ด้านอย่างเท่าเทียม สำนักงาน กศน. มุ่งจัดการศึกษาในรูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช. แม่ฟ้าหลวง) ในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่สูงได้แก่ เชียงใหม่ ตาก น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา เพื่อให้เยาวชนชาวไทยภูเขาได้รับการศึกษาที่เท่าเทียม และเพิ่มโอกาสในกา
ช่วงเดือนมีนาคม-ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ฤดูร้อนมีผลกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ต่างๆ หนึ่งในจำนวนนี้คือ มะนาว ไม้ผลสวนครัวที่เป็นเครื่องปรุงรสเปรี้ยวที่สำคัญของอาหารไทย และยามนี้เอง (มีนาคม-พฤษภาคม) มะนาวมีราคาแพงมาก จากเดิมในฤดูกาลปกติลูก (ผล) ละราวๆ 3 บาท 3 บาทกว่า แต่พอถึงฤดูร้อน ราคามะนาวอย่างดีตกลูกละ 12 บาท บางครั้งเจอมะนาวที่ยังแก่ไม่จัด น้ำไม่ค่อยมีคนที่ซื้อไปทำกับข้าวอารมณ์เสียก็มี แต่อย่างไรก็ตาม มะนาวจะแพงก็ช่วงนี้เอง ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นราคาก็ลดลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน แต่ช่วงนี้เองสำรับกับข้าวกับปลาของคนไทยยังต้องปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาว เช่น น้ำพริกเครื่องจิ้ม ยำต่างๆ รวมทั้งต้มยำ ก็ยังจำเป็นหากจะให้ครบรสในเมนูต่างๆ เหล่านี้ แต่เมืองไทยโชคดี เมื่อมะนาวแพงก็มีผลไม้ที่ใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทนมะนาวได้อย่างกลมกลืน เช่น ส้มจี๊ด ทดแทนมะนาวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยนำไปปรุงรสในน้ำพริกเครื่องจิ้มต่างๆ ช่วงมะนาวแพง ส้มจี๊ดออกพอดี ออกมามากด้วยราคาจึงไม่แพง นอกจากนี้ เรายังมีมะขามเปรี้ยว ที่นำมะขามเปรี้ยวที่แก่จัดมาปั้นเป็นมะขามปึก จากนั้นมาละลายกับน้ำต้มสุก จะได้น
จังหวัดอุดรธานี มีปริมาณขยะวันละ 1,600 ตัน เฉพาะพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานีอย่างเดียวมีขยะวันละ 156 ตัน ซึ่งในสัดส่วนดังกล่าว เป็นขยะจากโฟมถึงวันละ 200 กิโลกรัม “โฟม” ผลิตจากพอลิเมอร์ชนิด “พอลีสไตรีน” หากกำจัดขยะชนิดนี้ไม่ดีพอ เช่น นำไปเผาทำลายจะทำให้เกิด “ก๊าซสไตรีน” ที่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจ ทำให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี จึงเกิดแนวคิดนำขยะโฟมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องผนัง เพื่อลดปริมาณการกำจัดขยะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลภาวะขยะเป็นพิษ กระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิล ทีมนักศึกษาแผนกวิชาช่างก่อสร้าง-โยธา วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ประกอบด้วย นายสันติสุข กิตติจตุรงค์ นายณัฐพล บริวรรณ นายภานุพงศ์ ศรีบุรินทร์ และ นายภาคภูมิ ประทุมวัน อาจารย์ที่ปรึกษา ได้ร่วมกันคิดค้นกระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิลสำหรับอาคารพักอาศัย พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติเชิงกลของกระเบื้องโฟมกับกระเบื้องทั่วไป ขั้นตอนแรก ทีมนักวิจัยได้สำรวจแหล่งขยะในพื้นที่ชุมชน รวบรวมขยะโฟมในพื้นที่ จัดเก็บทำความสะอาดโดยการล้างโฟม ขั้นตอนต่อมาคือ หลอมละลายโฟมโดยใช้วิธีการต้ม
สำนักงาน กศน.จังหวัดสตูล ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างอาชีพและรายได้จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยถ่ายทอดทักษะความรู้ ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน และวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในความสำเร็จที่ภาคภูมิใจของ กศน.อำเภอละงู คือ การส่งต่อภูมิปัญญาการทำลวดลายผ้าบาติก เอกลักษณ์ประจำถิ่น ร่วมสร้างเส้นทางอาชีพยั่งยืนให้กับปันหยาบาติก อำเภอละงู จนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มีชื่อเสียงและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดสตูล กศน. ร่วมแก้วิกฤต พื้นที่ชุมชนบ้านปากละงู หมู่บ้านริมทะเล เรียกกันติดปากว่า บ้านหนองปันหยา มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา ทั้งไทยพุทธ มุสลิม คนไทยเชื้อสายจีน คริสเตียน ชุมชนแห่งนี้มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เสื้อผ้าการแต่งกาย ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะ-บาติก ชุมชนแห่งนี้มีรายได้หลักจากอาชีพการทำประมง แต่มักขาดแคลนรายได้ในช่วงฤดูมรสุมเพราะไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ กศน.อำเภอละงูได้สำรวจข้อมูลชุมชนและเจอปัญหาดังกล่าว จึงได้สนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอาชีพเสริม ช่วงปี 2545 ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 คน มีความสนใจเรียนรู้อาชีพการท
ปี 2565 ประเทศไทยมีผู้สูงวัย 12 ล้านกว่าคนหรือ 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเข้าตามหลักเกณฑ์การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2582 จะมีประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้น 28% ของจำนวนประชากรทั้งหมด สังคมผู้สูงอายุส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ภาวะจิตใจของผู้สูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยว ภาครัฐต้องใช้งบประมาณดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุจำนวนมาก ดังนั้น การก้าวไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ จึงเป็นโจทย์ท้าทายของภาครัฐบาล ปี 2565 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามความร่วมมือพัฒนากำลังคน พัฒนาระบบบริการและกิจกรรมรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ ศธ. เปิดตัว “อาสาสมัครผู้สูงอายุ” นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนโครงการ “อาสาสมัครผู้สูงอายุกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.)” รองรับคนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ตาม
บ้านแม่ผมชอบกินกุ้งจ่อมกันมาตั้งแต่ผมจำความได้ ผมเลยคุ้นเคยกับกุ้งฝอยตัวนิ่มๆ สีน้ำตาลอมส้ม หอมกลิ่นหมัก รสเปรี้ยวเจือเค็มในข้าวคั่วชุ่มๆ หอมๆ มานาน เรียกว่าเป็นเครื่องจิ้มประจำบ้านที่สำคัญรองลงมาจากน้ำพริกต่างๆ ที่ตำกินกันเป็นประจำแทบทุกมื้อ โดยมีร้านเจ้าประจำที่เราซื้อจากตลาดนัดเช้าวันพุธ หน้าวัดจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นานกว่า 50 ปีแล้ว ร้านนี้เขาทำกุ้งจ่อมเอง เป็นคนบ้านปากไก่ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี แถมทำหอยแมลงภู่ดอง หัวผักกาดดองหวาน รสชาติถูกปากบ้านเรามาก หอยดองนั้นเปรี้ยวตามธรรมชาติ เนื้อหอยสีม่วงคล้ำ น้ำข้นเล็กน้อย หัวผักกาดก็ดองไม่หวานมาก ส่วนกุ้งจ่อมนั้นรสเปรี้ยวนำเค็ม กุ้งตัวเล็ก เนื้อยังไม่เละ ไม่ข้นเขละเกินไป ทั้งไม่ใส่สี และปราศจากรสหวานเอียน ตอนเด็กๆ นั้นผมก็นึกว่าคนเขาคงทำกุ้งจ่อมรสแบบนี้กันทุกแห่ง แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ เพราะรสมือ รสลิ้น และวิธีกินของคนแต่ละที่แต่ละแห่งนั้นไม่เหมือนกัน พอโตขึ้น ได้ไปในที่ต่างๆ เลยได้กินกุ้งจ่อมที่คนเขมรบ้านตาหยวก อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทำกินกันเอง สีออกคล้ำๆ กินแนมพริกโพนสดทั้งเม็ดและกระเทียมทั้งกลีบอย่างดุเดือด ได้
เกลือ เป็นวัตถุดิบคู่ครัวที่ต้องมีติดกันแทบทุกบ้าน ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารมาอย่างยาวนาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการหมัก การดอง เนื้อสัตว์และผัก นำไปต้ม ผัด แกง ทอดได้หลากหลาย เกลือไม่ได้มีแค่สีขาวเท่านั้น แต่โลกนี้ยังมีเกลืออีกหลากสีหลายชนิด ที่เหมาะกับการปรุงอาหาร และเกลือบางชนิดก็เหมาะกับการใช้ด้านความสวยความงาม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รวบรวมเกลือที่นิยมใช้ปรุงอาหารมาด้วยกัน 8 ชนิด ขึ้นชื่อว่าเกลือแต่มีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันแน่นอน แต่ละชนิดเหมาะสำหรับทำอะไรไปดูกันเลย เกลือบริโภค เป็นเกลือชนิดที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด เกลือชนิดนี้จะมีการเสริมไอโอดีนลงไปเพื่อป้องกันการเกิดโรคคอหอยพอก ทำให้มีความเค็มเป็นพิเศษ มีโซเดียมค่อนข้างสูง ลักษณะ : เม็ดร่วนแห้ง สีขาวสะอาด นิยมใช้ : ปรุงอาหารทั่วไป มีไอโอดีน เกลือโคเชอร์ ลักษณะ : คล้ายเกลือบริโภคแต่เกล็ดใหญ่กว่า เนื้อหยาบ สีขาวขุ่น นิยมใช้ : ปาดขอบแก้วเครื่องดื่มมาร์การิต้า เพิ่มรสชาติเค็มที่ปลายลิ้นได้เป็นอย่างดีและใช้หมักถนอมอาหาร ใช้เป็นน้ำเกลือบรรจุกระป๋อง เกลือหิมาลายัน จะมีโซเดียมที่น้อยกว่าเกลือ
