News
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกฟื้นผืนดินสิงห์บุรี จากเศษชีวมวลสู่ทองคำดำแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 เพื่อผลักดันจังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองนำร่อง Low Carbon (Sing Buri Sandbox) โดยได้รับเกียรติจากนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้สนใจในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 100 คน โครงการนี้ดำเนินการโดย ดร.ชัญชณา ธนชยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และคณะนักวิจัย MTEC ภายใต้โครงการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิการผลิตไบโอชาร์ เพื่อจัดทำมาตรฐานคุณภาพและการกักเก็บคาร์บอนอย่างถาวรในระดับอาเซียน โดยมุ่งแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 จากการเผาเศษวัสดุการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย และผักตบชวา ควบคู่ไปกับการแก้ไขวิกฤตดินเสื่อมโทรมที่มีอินทรียวัตถุต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรไทยกว่า 62% ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีและกิจกรรมฝึ
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขายสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิด เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ “Purchase Once, Lifetime Confidence” รองรับความท้าทายและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเร่งสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการ Up-Skill และ Re-Skill ทีมช่าง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับงานบริการอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกษตรกร ลดระยะเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล การันตีด้วยความสำเร็จ 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026 นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต สะท้อนจากเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.4 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากา
กรุงเทพฯ – SCULPTERRA แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับงานภูมิทัศน์ภายใต้หน่วยงาน 3DP (3D Printing) ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในงาน Grand Opening & Exclusive Showcase พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Olive de Casa ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นโอลีฟชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพาเทคโนโลยี Robotic 3D Concrete Printing เข้าสู่ตลาด Landscape Design, Landscape Furniture และ Premium Outdoor Living ผ่านผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เป็นมากกว่ากระถางต้นไม้แต่เป็น “Sculptural Objects” ซึ่งช่วยเติมเอกลักษณ์ให้พื้นที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อย่างร่วมสมัย SCULPTERRA ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน 3D Concrete Printing ที่ทีม SCG ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่โลกของงานออกแบบและการใช้ชีวิต โดยหลอมรวม Technology, Craftsmanship และ Design ผ่านกระบวนการ Digital Fabrication ซึ่งควบคุมแขนกลให้ขึ้นรูปคอนกรีตทีละชั้นอย่างแม่นยำตามแบบดิจิทัล จุดเด่นสำคัญคือการผลิตโดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ จึงก้าวข้ามข้อจำกัดของวิธีหล่อแบบเดิมและเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์สร้างรูปทรงอิสระ พื้นผิว และรายละเอียดที่ทำได้ยา
ทุกปีมีนักเรียนจำนวนมากที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มวางแผนอย่างไร เลือกสอบรอบไหน หรือเตรียม Portfolio แบบใดให้ตรงกับคณะในฝัน การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โครงการ Sahapat Admission มหกรรมติวฟรีระดับประเทศ ครั้งที่ 29 ที่จัดโดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC โดยผลิตภัณฑ์มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา จึงเดินหน้าจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้น้องๆ #DEK70 ผ่านการอัปเดตข้อมูลระบบ TCAS70 และเทคนิคการเตรียมตัวจากติวเตอร์ชั้นนำของประเทศ “พี่น็อต SmartMathPro-พี่เฟรนด์ OnDemand-พี่อะตอม เด็กโชว์พอร์ต” มาร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางพิชิตคณะในฝันอย่างเข้มข้น เรื่องสำคัญที่ #DEK70 ต้องรู้ ก่อนลงสนามสอบ TCAS70 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการอัปเดตข้อมูลล่าสุดของระบบ TCAS70 ที่ #DEK70 ควรรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนการสอบได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น โดย พี่น็อต SmartMathPro (ดร.ธีระยุทธ บุญมา) ได้รวบรวมสรุปประเด็นสำคัญซึ่ง DEK70 ควรรู้ ก่อนเริ่มวางแผนการสอบ ทั้งการยกเลิกการสอบด้
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “LION อาสา ปลูกป่าชายเลน ประจำปี 2569” ร่วมกับพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนบริษัทพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ หน่วยงานภาครัฐ และตัวแทนชุมชน ร่วมกันปลูกต้นโกงกางและพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ภายใต้แนวคิด “รวมพลังคนรักษ์โลก ปลูกป่าชายเลนให้โลกได้หายใจ” เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายการพั
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สังคมมักตั้งคำถามว่า “สาเหตุเกิดจากอะไร และใครคือผู้รับผิดชอบ” แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เรากำลังเตรียมเกษตรกรให้พร้อมรับมือกับระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคใหม่แล้วหรือยัง ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถอาศัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม การเคลื่อนย้ายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งระบบ ในหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่ประเมินจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยง ผลิตอาหารที่ปลอดภัย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สำหรับประเทศไทย ความจริงคือ ฟาร์มจำนวนไม่น้อยที่ใช้น้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง กำล
ทุกวันนี้ ประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ “สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species)” หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลาซักเกอร์ ตะพาบไต้หวัน ปลาดุกแอฟริกัน ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ และกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ การกำจัดให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติถือเป็นเรื่องยากมากเพราะสัตว์น้ำต่างถิ่นเหล่านี้ปรับตัวเก่ง แพร่พันธุ์เร็ว แย่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำพื้นถิ่น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น นับเป็นบทเรียนสำคัญ ที่สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศ ทรัพยากรสัตว์น้ำ การแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ในการวางแผนจัดการปัญหาอย่างเหมาะสมโดยใช้มาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่น ไม่ควรมองเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแต่เพียงอย่างเดียว ควรเชื่อมโยงถึงความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชน เพราะสัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาหมอคางดำและกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ สามารถเปลี่ยน
Future Food Hub จัดงาน Thailand’s Next Opportunity: The Longevity & Sustainable Food Economy เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้าน Longevity, Future Food และ Sustainability ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุนและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และบริการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมแนะนำทิศทางของ Food & Hospitality Thailand (FHT) ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการในภูมิภาค เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อานนท์ อรรถาภิชาติ ผู้ก่อตั้ง GeneusDNA, ดร.จาริกา มากคช Co-Founder บริษัท Genfosis และ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Founder บริษัท Tastebud Lab ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านแนวโน้มผู้บริโภค เทคโนโลยีสุขภาพ นวัตกรรมอาหาร และโอกาสทางธุรกิจในยุค Longevity Economy ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า Longevity, Future Food และ Sustainability ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของผู้บริโภคแต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐก
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดย จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกันจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026″ ระหว่างวันที่12-16 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00-21.00 น. ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการที่ผลิตและจําหน่ายสินค้าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) โดยการจัดงานจัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “เชื่อมรากฐาน สร้างคุณค่า ต่อยอดล้านนาตะวันออกสู่อุตสาหกรรมใหม่” สะท้อนการนำ “รากฐาน” อันทรงคุณค่าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มาต่อยอดสู่มิติใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ทุนของพื้นที่ทั้งวัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตชาติพันธุ์ งานหัตถกรรม สินค้าเกษตรแปรรูปและอัตลักษณ์ของชุมชน มาเชื่อมเข้ากับแนวคิดการตลาดสมัยใหม่ นำนวัตกรรมเทคโนโลยีและเครือข่ายทางธุรกิจ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม งาน “
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมเตรียมความพร้อมและแถลงข่าว “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงการนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยมาสนับสนุนการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนที่สนใจเข้าร่วม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม
จากเครื่องดนตรีพื้นถิ่นภาคอีสาน กลายเป็นแบรนด์ดังนมท้องถิ่นที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวแก่นนคร เมืองขอนแก่น ภายใต้ชื่อ “แคนมิลค์” ของสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด ที่ปัจจุบันชิงส่วนแบ่งการตลาดที่แบรนด์ใหญ่ต้องจับตา “แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านเก่าแก่ของภาคอีสาน เราก็เอามาใช้เป็นแบรนด์นมสหกรณ์ ทำให้จำได้ง่าย เพราะแคนเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว” นางบุษกร เถื่อนสมบัติ ผู้จัดการสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด เผยที่มาแบรนด์ “แคนมิลค์” เธอเผยจุดเด่นของแบรนด์นมแคนมิลค์ ว่าผลิตจากนมโคแท้จากฟาร์มเกษตรสมาชิก 100% ผ่านสโลแกน “อร่อยทุกที นมดีมีประโยชน์ ต้องแคนมิลค์” แม้จะสู้นมแบรนด์ใหญ่ไม่ได้ในเรื่องค่าการตลาด แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยเฉพาะประชาชนชาวขอนแก่นนิยมบริโภคนมแคนมิลค์ เพราะเขามั่นใจในวัตถุดิบว่าผลิตจากนมโคแท้ 100% “อย่างไปวางในห้างเซนโทซ่า ซึ่งเป็นห้างท้องถิ่นเก่าแก่ในเมืองขอนแก่น มันจะวางคู่กันกับแบรนด์ใหญ่ๆ เชื่อไหมว่าถ้าเป็นคนขอนแก่นก็จะหยิบนมเราก่อน เพราะเขาชื่อมั่นในแบรนด์แคนมิลค์” ผู้จัดการสหกรณ์โคนมฯ คนเดิมเผย นางบุษกร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสหกรณ์ผลิตแต่นมพาสเจอไรซ์ ไม่มียูเอชที โด
คุณค่าของวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่การยืนยันความเชื่อของฝ่ายใด หากอยู่ที่กระบวนการซึ่งเปิดเผย ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ผู้อื่นพิสูจน์ซ้ำ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ ซึ่งผลการศึกษาอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจของสังคม และความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ ในหลายกรณี ความเห็นของสังคมอาจเกิดขึ้นและมีข้อสรุปก่อนที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่หน้าที่ของวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การยืนยันความเชื่อหรือสร้างความพึงพอใจให้ฝ่ายใด หากแต่เป็นการสร้างองค์ความรู้จากวิธีการที่ตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์อย่างเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้ การประเมินงานวิจัยจึงควรเริ่มจากการพิจารณาวิธีการ ไม่ใช่ตัวผู้ให้ทุนหรือผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเรา ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบคือ กระบวนการทางวิชาการในการวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ มีการอธิบายขั้นตอนอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและวิธีวิเคราะห์เพียงพอให้ผู้อื่นตรวจสอบหรือทำซ้ำได้หรือไม่ และได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการตีพิมพ์หรือไม่ คำถามเหล่านี้มีความส
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่ เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน เตรียมร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอยคำ ภายในงาน “โครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ภายในงาน ดอยคำ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “สืบสานจากพื้นที่สูง ต่อยอดสู่พื้นที่ราบลุ่ม” ซึ่งสะท้อนการสานต่อแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตร ด้วยการต่อยอดองค์ความรู้จากการพัฒนาพื้นที่สูง สู่การขยายผลในพื้นที่ราบลุ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเกษตร สร้างรายได้
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ สู่การสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท จากโครงการ Drink to Share เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยยากไร้ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสมชาย สมบูรณ์เจริญ ชั้น 5 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมี เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ งานวิจัย และวิทยาศาสตร์อาหาร เข้ากับประสบการณ์ของดอยคำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีข้อมูลทางวิชาการรองรับ รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนา
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายด้าน โดยเฉพาะภาวะฝนทิ้งช่วงและเอลนีโญในปีนี้ ได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แบบเชิงรุก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ สทนช. ได้นำ ‘9 มาตรการรับมือฤดูฝน’ ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มาขับเคลื่อนเชิงรุก รับมือกับสภาวะเอลนีโญช่วงปลายปี 2569 จนถึงกลางปี 2570 โดยมุ่งเป้าแก้ปัญหาทั้งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงไปพร้อมๆ กัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำที่มีความไม่แน่นอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงจุดที่สุด
กรุงเทพมหานคร เตรียมปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ ที่ดินประเภทเกษตรกรรม กลุ่มปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว ใจกลางกรุงเทพฯ เตรียมจ่ายเพิ่ม หลังพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกาศใช้มาร่วม 7 ปี โดยจะเสนอสภา กทม. ขอปรับเพิ่มอัตราละ 0.02% จากปัจจุบันเสียภาษีในอัตรา 0.01-0.1% จะเป็นในอัตรา 0.03-0.12% หรือจากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 300 บาท ที่ดินเกษตรกรรมเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่า 50-125 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 125-150 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 150-550 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07%มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09%มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12%… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10335411 ที่ดินเกษตรกรรมเป็นนิติบุคคล มูลค่า 0-75 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 75-100 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 100-500 ล้านบาท จากเดิมเ
วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการมอบเกียรติบัตรและป้ายยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน“ ภายใต้โครงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือด้วยนวัตกรรมบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจาก วช. เพื่อส่งเสริมการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และสร้างกลไกการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เข้าร่วม ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งสนับ
“นมโรงเรียน” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ในตำนานของสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด อ.เมือง จ.พัทลุง ที่เด็กนักเรียนโรงเรียนจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีและเติบโตมาด้วยนมถุงพาสเจอไรซ์ผลิตจากนมโคแท้ 100% ภายใต้แบรนด์ ”นมพัทลุง” “นมพัทลุงส่งตรงความสดใหม่ถึงมือคุณทุกวัน” สโลแกนหลักของผลิตภัณฑ์และคำขวัญยอดฮิตที่สื่อถึงคุณภาพ “นมโคสดแท้ 100% อร่อยคุณภาพดีมีประโยชน์” รวมถึงแนวคิด “นมคุณภาพดีจากวัวอารมณ์ดีคนดื่มแฮปปี้” จากนมโรงเรียนต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลายในปัจจุบัน แต่ก็ยังใช้แบรนด์เดิมก็คือ “นมพัทลุง” ซึ่งเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่รู้จักกันดีในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เนื่องจากมีเพียงสหกรณ์โคนมแห่งเดียวในภาคใต้ที่ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมโค นายสถาพร ชูแสวง ผู้จัดการสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด กล่าวว่า นมพัทลุงเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนพัทลุงที่ดำเนินกิจการมากว่า 30 ปี โดยเริ่มจากเกษตรกรกลุ่มเล็กๆ ที่รวมตัวกันเลี้ยงโคนม โดยการสนับสนุนของสภาจังหวัดหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในปัจจุบัน ก่อนจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด ในปี 2535 หรือกว่า 30 ปีมาแล้ว ปัจจุบันสหกรณ์โคนมพัทลุง มี
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ขอเชิญประชาชนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรงเป็นต้นแบบแม่แห่งแผ่นดินที่ทรงอุทิศพระวรกายในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ส่งเสริมอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่องานแม่” วันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี ร่วมเรียนรู้คุณค่าศาสตร์แห่งแผ่นดิน อบรมวิชาของแผ่นดิน 8 หลักสูตร ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย อาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย สร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของปร
