News
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกภาคประสานเสียงย้ำขอให้มั่นใจ “ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาด เดินหน้าส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง แม้อุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิต-การขนส่งบางพื้นที่ พร้อมจำหน่ายตามเพดานราคาที่กำหนด นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า สมาคมได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด แม้ว่าผลผลิตไข่ไก่ในพื้นที่ฟาร์มบางส่วนเช่นในจ. ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะเสียหายบางส่วน แต่ภาพรวมยังสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ และจำหน่ายตามราคาเพดานที่กำหนด “พื้นที่เลี้ยงไก่ไข่เสียหายบางส่วนเท่านั้น แต่สมาคมพร้อมให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในจัดหาผลผลิต และกระจายไข่สู่เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไข่ไก่ได้อย่างพอเพียง และจำหน่ายในเพดานราคาที่กำหนด” ด้านนายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อผลผลิตไข่ไก่ในบางพื้นที่เสียหายบางส่วน แต่ภาพรวมยังสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ ในส่วนของภาคใต้พร้อมที่จะช่วยประสานให้ความช่วยเหลือในการเพิ่มการกระจายไข่ไก่มายังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ เพื่อเสริมควา
“กุ้ง” อุตสาหกรรมที่เคยเป็นแชมป์ส่งออกกำลังถูกลืมเลือนจากประเทศไทย ภายหลังจากประสบปัญหาโรคระบาดหลายโรคนับตั้งแต่กุ้งตายด่วน (EMS) เมื่อปลายปี 2554 ทำให้ผลผลิตเสียหายรุนแรง จากที่เคยผลิตได้ปีละ 6 แสนตัน เหลือเพียง 2.5 แสนตัน ไม่สามารถรักษาบัลลังก์แชมป์ส่งออกไว้ได้ ต่อเนื่องด้วยโรคระบาดอีกหลายโรค ทั้งโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) และโรคขี้ขาว ความพยายามในการกอบกู้วิกฤตกุ้ง โดยพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมกุ้งไทยดำเนินมาอย่างยาวนาน ทั้งการเรียกร้องขอให้รัฐบาลผลักดันการแก้ปัญหากุ้งเป็น โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ เสนอยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมในทุกด้าน 11 ประเด็น แต่จนแล้วจนรอด ก็ยัง “ถูกเมิน” วิกฤตซ้ำซ้อน 3 เดือน เจรจามาเลเซียไร้ข้อสรุป กระทั่งถึงปี 2568 ฐานผลิตกุ้งทางภาคใต้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่ถล่มหาดใหญ่เมืองเศรษฐกิจจนแทบจะเป็นเมืองร้าง “ฟาร์มกุ้งใต้” ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงคิดเป็น 11% ของไทย ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จำเป็นต้องของบประมาณหลักพันล้านมาเยียวยาอุตสาหกรรมกุ้ง เมื่อปลายปี 2568 ทั้งที่ยังไม่เคยได้รับการแก้ไขนับตั้งแต่การยื่นขอ “วาระแห่งชาติกุ้ง” และก็ยังไม่วาย “ถูกเมิน” อ
1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเกษตรกร ภายใต้นโยบาย DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมส่งเสริมสหกรณ์ พิธีสงฆ์ พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 54 ปีของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานขอให้ร่วมกันพัฒนาสหกรณ์ทั่วประเทศให้เข้มแข็ง ในส่วนของการทำงานต้องทำแบบเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีศักยภาพในการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและ
ครบรอบ 39 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดใหญ่! 🎉 พลิกอนาคตเกษตรไทย เพราะยุคนี้แค่ “ปลูกเก่ง” ไม่พออีกต่อไป แต่ต้อง “คิดเป็น ขายเป็น และปรับตัวเป็น” พบกับเวที Talks ที่จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Carbon Footprint, Net Zero ไปจนถึง Carbon Credit ผ่านมุมมองของทั้งนักวิจัยและคนที่ลงมือทำจริงในชุมชน “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” 🌱 💥 ภาคบ่าย (13.00-13.30 น.) บรรยายพิเศษ เกษตรไทยยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยดาต้า โตด้วยเทคโนโลยี โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ช่วงเวลา 13.30–14.30 น. พบกับเวที Talks หัวข้อ Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) และ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ดร.อัมพร โพธิ์ใย จะให้ช่วยปูพื้นฐานคาร์บอนเครดิต: สอนคิดคำนวณเบื้องต้น เช็กราคาตลาด และชั่งน้ำหนัก “คุ้ม-ไม่คุ้ม” ก่อนเริ่มทำ ขณะที่ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรื
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” เช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ให้องค์ความรู้ประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน แนะนำเจ้าของบ้านให้เพิ่มความระมัดระวังในการกลับเข้าไปตรวจสอบและฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า โครงสร้างอาคาร ระบบประปาและสุขาภิบาล รวมถึงวัสดุภายในบ้าน พร้อมย้ำว่า “น้ำลด ไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัยแล้ว” ควรตรวจสอบความเสียหายอย่างเป็นระบบก่อนทำความสะอาด หรือซ่อมแซม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามและความเสี่ยงต่อผู้อยู่อาศัย นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบกลับเข้าไปซ่อมบ้าน แต่คือการตรวจสอบความปลอดภัยก่อน เพราะน้ำท่วมขังสามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งในส่วนที่มองเห็นและมองไม่เห็น โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า โครงสร้างบ้าน และวัสดุที่สะสมความชื้น ดังนั้นเจ้าของบ้านควรประเมินความเ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาร้า” เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านจากภูมิปัญญาการถนอมอาหารของคนไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ผ่านการหมักด้วยปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม จนได้รสชาติ กลิ่น และสีของน้ำปลาร้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถนำไปประกอบอาหารไทยได้หลากหลายเมนู เช่น ส้มตำ แกง ปลาร้าสับ แจ่วบอง และน้ำพริกชนิดต่างๆ ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีสุขอนามัย คุณภาพ และสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าเพื่อนำไปประกอบอาหารมากขึ้น ทำให้ปลาร้าได้รับการพัฒนาจากรูปแบบดั้งเดิมสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย เช่น น้ำปลาร้าปรุงรสบรรจุขวด ปลาร้าสับ ปลาร้าบอง หรือปลาร้าแปรรูปแบบแห้ง เช่น ผงปลาร้า ปลาร้าก้อน น้ำพริกปลาร้าแห้ง เป็นต้น ซึ่งสะดวกในการเก็บรักษา การบริโภคและขนส่ง จึงเป็นที่นิยมในการบริโภคมากขึ้น ผลสำรวจของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ พบว่าคนไทยนิยมบริโภคปลาร้าดิบเฉลี่ย 19 กรัม/คน/วัน และน้ำปลาร้า 10 กรัม/คน/วัน ซึ่งสูงกว่าการบริโภคน้ำปลาที่อยู่ที่ 6 กรัม/คน/วัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริโภคปลาร้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่
กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ชวนคนไทยเลือกซื้อของดีจาก 76 จังหวัด พร้อมใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” กับร้านค้าที่เข้าร่วม ทุกยอดซื้อช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 30 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ ผู้ประกอบการ OTOP จำนวนหนึ่งต้องการช่องทางจำหน่ายสินค้าและสร้างรายได้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งต่อกำลังใจผ่านการเลือกซื้อสินค้าในงาน “OTOP Quadrant D ช้อปดี สัมผัสดี รู้สึกดี ขายดี๊ดี D Nice Market” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP Quadrant D จากผู้ประกอบการ 76 จังหวัด รวม 1,900 ผลิตภัณฑ์ จัดแสดงและจำหน่ายรวมกว่า 500 บูธ พร้อม OTOP ชวนชิม 64 บูธ ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง และผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราว อัตลักษณ์ และเสน่ห์เฉพาะถิ่น หลายรายการเป็น “ของดีที่หลายคนยังไม่รู้จัก” กา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและส่งกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย สนับสนุนอาหารกล่องพร้อมรับประทานและน้ำดื่ม จำนวน 300 ชุด มอบให้แก่ประชาชน ณ ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรุงเทพมหานคร พร้อมเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยการผลิตและมาตรการฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันทีหลังสถานการณ์คลี่คลาย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามข้อห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานราชการที่มีความพร้อมเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยเฉพาะการสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม
(วันที่ 30 กันยายน 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews “เจาะลึกนวัตกรรม Colored PV สู่การประยุกต์ใช้ในอาคารและการเกษตร” ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอเทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดสีสันสวยงาม เพิ่มพื้นที่ผลิตไฟฟ้าให้อาคารและเลือกช่วงแสงให้เหมาะกับการปลูกพืชใต้แผงพร้อมผลทดสอบและแนวทางต่อยอดการผลิตในประเทศสู่การใช้งานจริง ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. เริ่มวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2541 จากเทคโนโลยีฟิล์มบางซิลิคอน สู่การพัฒนาแผงและระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับการใช้งานหลากหลาย รวมถึง Colored PV หรือ เทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดสีสันสวยงาม โดยColored PV รุ่นแรกออกแบบให้มีสีสันสวยงามเหมาะกับอาคารหรือ BIPV (Building-Integrated Photovoltaics) จากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ปตท. ในช่วงปี 2555–2557 โดยใ
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบหมายให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กระจายผลผลิตลองกองออกนอกแหล่งผลิต ผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (Cooperative Distribution Center : CDC) เชื่อมโยงตลาดสู่เครือข่ายสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อช่วยระบายผลผลิตและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาตกต่ำ การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ และสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด รับซื้อลองกองแบบคัดช่อคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอลับแล รวมปริมาณ 5.4 ตัน ก่อนขนส่งไปยังสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด เพื่อกระจายสู่เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและสนับสนุนการยกระดับราคาผลผลิตให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำหน้าที่รวบรวม คัดคุณภาพ และเชื่อมโยงการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคทั้งภายในจังหวัดและภูมิภาคอื่น เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการระบายสินค้าเกษตร ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และส่งเสริ
ปิดฉากอย่างคึกคักสำหรับ Vitafoods Asia 2026 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้าน Nutraceutical ระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ ฮอลล์ 1-3 และ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและโภชนาการในเอเชีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและการผลิตด้าน Nutraceutical ของภูมิภาค ปีนี้งานขยายตัวอย่างชัดเจน โดยมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 800 บริษัท จากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค ขยายพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 6 ฮอลล์ และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,273 ราย จากกว่า 80 ประเทศ และมียอดเม็ดเงินสะพัดจากการเจรจาธุรกิจกว่า 4,600 ล้านบาท ตลาดสุขภาพไทยโอกาสยังโตต่อ การเติบโตของงานสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยคาดว่าจะเติบโตจาก 42,300 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 60,800 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ทั้งด้านภูมิคุ้มกัน การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดพิธีรับ – ส่งมอบงานในตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นทางการ โดยเป็นการส่งมอบหน้าที่ระหว่าง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กับ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ 33 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารระดับสูง อธิบดี ข้าราชการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งภายในพิธีได้มีการลงนามในเอกสารรับ – ส่งมอบงาน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาการปฏิบัติงานตามนโยบายและแผนงาน ด้านการเงิน ทรัพย์สิน และการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารและขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ ให้ก้าวหน้าต่อไป นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีและอวยพรแก่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ ให้ปฏิบัติงานด้วยความสุข ความสำเร็จ และขอให้ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรตลอดจนข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณผู้บริหาร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ “การขยายผลต้นแบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเพื่อลดมลภาวะฝุ่น PM2.5 จากฐานทรัพยากรของชุมชนสู่แนวปฏิบัติที่ดี” ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของการขยายผลต้นแบบการใช้ทรัพยากรชุมชนเพื่อรับมือปัญหามลภาวะฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้ทำงานพัฒนาและติดตามความสำเร็จแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เรื่อง ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ด้านการเกษตร ได้แก่ ศ.พิเศษ ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต นายประลอง ดำรงค์ไทย รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ และ นางสุนันทา สมพงษ์ พร้อมด้วย นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 และเจ้าหน้าที่ วช. รวมถึง ดร.นิตยา แก้วแพรก นักวิจัยอาวุโส วว. ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน โดยคณะอาจารย์และน
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมตั้งโรงครัวจัดทำอาหารและน้ำดื่มส่งถึงพื้นที่ประสบภัย ผนึกกำลังเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมสนับสนุนสิ่งของจำเป็น ขณะที่สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สนับสนุนข้าวสาร 6 ตัน ร่วมบรรเทาความเดือดร้อน นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชน รวมถึงสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรได้รับผลกระทบและประสบความเดือดร้อน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับข้อสั่งการจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้หน่วยงานในสังกัดที่มีความพร้อมเร่งเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชน จัดตั้งโรงครัวสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงเตรียมแนวทางเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมปร
โอกาสสำคัญของน้องๆ #DEK70 มาถึงแล้ว โดยโครงการ Sahapat Admission ครั้งที่ 29 มหกรรมติวฟรีระดับประเทศ จัดโดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ร่วมกับผลิตภัณฑ์ มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เปิดฉากกิจกรรม “ติวสดออนไลน์ 5 วันติด” วันแรก (28 กันยายน 2569) พร้อมชวนน้องๆ #DEK70 ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบสมัครเข้าร่วมติวฟรี เพื่อไม่พลาดโอกาสเติมความรู้และเทคนิคการทำข้อสอบจากติวเตอร์ชั้นนำ ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วัยรุ่น TEST ดี TEST นี้ต้องรอด อัปสกิลให้พร้อมก่อนลงสนามสอบ TCAS” เพื่อติดอาวุธทางปัญญาและเสริมความมั่นใจให้กับน้องๆ ก่อนลงสนามสอบจริง โดยโครงการ จัดเต็มตลอด 5 วัน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมวิชาสำคัญสำหรับการเตรียมสอบ TCAS70 พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการวิเคราะห์ข้อสอบและแนวทางการทำข้อสอบให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง สำหรับวันแรก (28 กันยายน 2569) เปิดติว 2 ช่วงเวลา เริ่มเวลา 09.00-12.00 น. กับ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล และ TGAT3 สมรรถนะการทำงาน โดย พี่ปั้น SmartMathPro และ อ.ขลุ่ย SmartMathPro ก่อนต่อด้วยช่วงบ่าย เวลา 13.00-16.00
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยกระดับการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน THIM (Thai Immigration Application) อย่างเป็นทางการ มุ่งพัฒนาสู่ Digital Gateway เพื่อให้บริการชาวต่างชาติ ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเดินทางเข้าประเทศ การเดินทางและพำนักในประเทศไทย ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลและสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมวางแผนต่อยอดบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้ 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การยกระดับความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูล การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยทำให้มีชาวต่างชาติสนใจเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก ขณะที่สนามบินและจุดผ่านแดนมีข้อจำกัดทางกายภาพในการรองรับผู้เดินทาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงเดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ควบคู่กับภารกิจด้านความมั่นคง “แอปพลิเคชัน THIM เกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้กา
ครบรอบ 39 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดใหญ่! ชวนเปิดมุมมองใหม่ “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” เมื่อ “คาร์บอน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทกับการค้า ธุรกิจ และภาคการเกษตรมากขึ้น คำถามสำคัญคือ เกษตรกรและชุมชนจะเปลี่ยนเรื่องคาร์บอนให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร? ช่วงเวลา 13.30–14.30 น. พบกับเวที Talks ที่จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Carbon Footprint, Net Zero ไปจนถึง Carbon Credit ผ่านมุมมองของทั้งนักวิจัยและคนที่ลงมือทำจริงในชุมชน ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) จะมาชวนมองว่า “ข้อมูล” ที่มีอยู่แล้วสามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไร พร้อมชวนทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และแนวทางลดคาร์บอนในภาคเกษตร สู่ Net Zero ขณะที่ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จะนำประสบการณ์จากพื้นที่จริงมาเล่าให้ฟังว่า จากการดูแลต้นไม้ในชุมชน สู่การพัฒนา “ธนาคารต้นไม้” เป็น “ธนาคารคาร์บอน” และการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ T-VER สามารถสร้างข้อมูลและต่อยอดสู่โอกาสด้านคาร์บอนเครดิต ดำเนิ
GISTDA เปิดข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 ของวันที่ 26 กันยายน 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 822,464 ไร่ ในพื้นที่ภาคกลางบางส่วน ได้แก่ จังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก กำแพงเพชร ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และสิงห์บุรี ทั้งนี้ GISTDA ได้ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม และการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังเพิ่มเติมได้ที่ disaster.gistda.or.th พร้อมติดตาม การเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของท่านตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ทั้งระบบ iOS และ Android IOS : https://apps.apple.com/…/%E0%B9%80%E0%B8…/id6443870348Android : https://play.google.com/store/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3+
ฟาร์มจอห์น ไซคอฟสกี (John Czajkowski Farm) ในเมืองแฮดลีย์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เพาะปลูกพืชผลใต้แผงโซลาร์เซลล์มานานหลายปี โดยใช้ระบบการผลิตแบบเกษตรเชิงซ้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics) ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 832 แผง เว้นระยะห่างแผงละ 26 ฟุต บนพื้นที่เกษตรกรรม 0.89 เฮกตาร์ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำการเพาะปลูกพืชผลควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง พืชผลที่ปลูกใต้แผงโซลาร์เซลล์ ได้แก่ ข้าวโพดหวาน บร็อกโคลี ผักกาดหอม และผักชี พร้อมทั้งมีแผนปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพิ่มเติมในอนาคต โจ ไซคอฟสกี (Joe Czajkowski) เกษตรกรผู้ดำเนินกิจการ ระบุว่า ผลผลิตข้าวโพดหวานใต้แผงโซลาร์เซลล์มีปริมาณราว 80 เปอร์เซ็นต์ ของแปลงเปิดโล่ง ขณะที่คุณภาพของผลผลิตยังคงอยู่ในระดับเทียบเคียงกัน “มันเวิร์กสำหรับเรามากจริงๆ คุณแทบไม่ต้องเหนื่อยเลยในการโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นว่านี่คือเรื่องที่ดี” ไซคอฟสกีกล่าว ระบบโซลาร์เซลล์ดังกล่าวยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับฟาร์ม และนำไปใช้ชาร์จรถตู้ไฟฟ้าสำหรับขนส่งผลผลิตไปยังมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ อีกทั้งโครงการนี้ยังสร้างรายได้จากภาษีทรัพย์สินให้กับทางเมืองอีกด้วย ฟาร์
อีกหนึ่งผลสำเร็จของการนำ “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ลงสู่ชุมชน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ประกาศผลและมอบรางวัล “Product Champion ปี 2569” ให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชั่น ในพื้นที่อีสาน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.สกลนคร จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 12 รางวัล หลังเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการฉายรังสีให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้ปลอดภัย มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างเป็นรูปธรรม วันที่ (24 กันยายน 2569) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Product Champion ปี 2569” แก่ผู้ประกอบการในโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชั่น ด้วยการฉายรังสี ประจำปี 2569 ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเกิดคุณค่าสูงสุด เมื่อสามารถนำไป
