ประมง
ปลาหลด ถือว่าเป็นปลาที่พบในหลายพื้นที่ อีสานพบมากในจังหวัดร้อยเอ็ด คือ ทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอสุวรรณภูมิ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ และอำเภอโพนทราย จนมีคนเล่าขานว่า “หน้าแล้งนำปลาหลดแห้งมาเป็นเชื้อไฟ” อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จึงนำมาเป็นคำขวัญประจำอำเภอ “สุวรรณภูมิ แดนกู่พระโกนา ทุ่งกุลาสดใส ปลาหลดหลากหลาย ผ้าไหมสดสวย รวยข้าวปลา พัฒนาเยี่ยมยอด ปลอดผู้ไม่รู้หนังสือ” วันนี้ ผม วัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับมอบหมายจาก คุณวัยวุฒิ อาศรัยผล นายอำเภอสุวรรณภูมิ ให้เดินทางไปที่บ้านตังหมอง ตำบลหินกอง ท้องทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเกษตรกร “ไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ” สิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วมหัศจรรย์ใจยิ่งคือ ปลาหลดแห้งจำนวนมาก ที่กลุ่มเกษตรกรจับมาจากท้องไร่ท้องนาในทุ่งกุลาร้องไห้ นำมาตากแห้ง ร้อยเรียงเป็นพวงวงกลม เป็นการถนอมอาหารแบบคนอีสาน เพื่อรับประทานใน “ฤดูแล้งนี้” คุณกฤษณะ แสนสำโรง นายกเทศมนตรีตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ โทร. (082) 840-2222 กล่าวว่า ท้องทุ่งกุลาร้องไห้ ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล ตนเองเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ ในช่วงรอยต่อฤ
ปลานิล (Oreochromis niloticus) เป็นปลาน้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง และได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมากทั้งในประเทศไทยและยังมีความต้องการของตลาดโลกสูง เนื่องจากมีรสชาติดี เนื้อมีสีขาว สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ จึงทำให้เป็นที่ต้องการของประชาชน แต่ปัญหาที่พบในการเลี้ยงปลานิลเชิงพาณิชย์ คือ ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกต่ำ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการจัดการการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสมและการใช้ปัจจัยในการเลี้ยงไม่เหมาะสม จึงได้นำแนวทางปฏิบัติการลดต้นทุนการผลิตปลานิลเพื่อให้เกษตรกรเลือกไปใช้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งก่อนที่จะไปถึงเทคนิคการเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลควรทราบถึงปัญหาหลักๆ ก่อนว่า ทำไมต้องลดต้นทุนการเลี้ยงปลานิล 1. เนื่องจากการเลี้ยงปลานิลของเกษตรกรค่อนข้างมีต้นทุนสูง ทำให้กำไรลดลง บางรายประสบปัญหาการขาดทุน หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ 2. เพื่อต้องการลดต้นทุนการผลิตลง เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ 3. มีการนำเข้าปลานิลจากต่างประเทศเพื่อแปรรูปส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่อง
ปัจจุบันการเลี้ยงปลากำลังได้รับความนิยมในหลายพื้นที่ เพราะเกิดจากมีผู้สนใจทั่วไปให้ความใส่ใจในเรื่องของการสร้างแหล่งโปรตีน ที่เป็นอาหารไว้บริโภคภายในครัวเรือน รวมไปถึงเกษตรกรด้วยเช่นกัน ได้นำปลาน้ำจืดมาปล่อยลงในบ่อน้ำการเกษตรของตนเอง เมื่อปลาโตจนได้ขนาดไซซ์ที่ต้องการ หากไม่นำมาประกอบอาหารก็สามารถขายให้เกิดรายได้อีกหนึ่งช่องทาง ฉะนั้น การเลือกซื้อสายพันธุ์ปลาน้ำจืดที่นำมาเลี้ยง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ฟาร์มปลาผู้ใหญ่พร เป็นอีกหนึ่งแหล่งขายพันธุ์ปลาที่ติดตลาดมากว่า 40 ปี ด้วยประสบการณ์และการตั้งใจในการทำเพื่อการค้าที่ดีนี้เอง ทำให้กิจการนี้ส่งต่อมายัง คุณพีช หรือ คุณสุฑิพงศ์ สินตรีขันธ์ ทายาทรุ่น 2 ในการดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน เห็นครอบครัวทำมาตั้งแต่เด็ก ต่อยอด พัฒนา สืบทอด ให้คงอยู่ คุณพีช เล่าให้ฟังว่า อาชีพเพาะพันธุ์ปลาเป็นสิ่งที่ครอบครัวทำมาอย่างยาวนาน ต่อมาเมื่อคุณพีชได้เรียนจบในระดับปริญญาตามที่ตั้งใจไว้แล้ว จึงได้มารับช่วงต่อการเพาะพันธุ์ปลาจากคุณพ่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เห็นมาตั้งแต่เด็กและช่วยคุณพ่ออยู่เสมอ เมื่อมาลงมือทำเป็นอาช
“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของเชียงราย มีพื้นที่หลายแห่งเลี้ยงปลานิล แต่แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอพาน เนื่องจากมีระบบชลประทานแม่ลาว ชาวบ้านตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง ใช้วิธีเลี้ยงปลานิลแบบต้นทุนต่ำแนวอินทรีย์ช่วยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย พร้อมแปรรูปสร้างมูลค่า ส่งขายตลาดสุขภาพ ขุดบ่อสร้างแหล่งน้ำทำเกษตรกรรม แล้วใช้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด คุณพิชญาภา ณรงค์ชัย ประธานกลุ่มเลี้ยงปลานิลถิ่นล้านนาสู่สากล ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่ชาวบ้านในชุมชนประสบปัญหาน้ำเพื่อใช้ทำเกษตรกรรมไม่เพียงพอจึงร่วมกันขุดบ่อของแต่ละบ้านเอง มีขนาดเล็ก-ใหญ่ ตั้งแต่ 3 งาน ไปจน 1 ไร่ หลังจากใช้ประโยชน์แล้วก็นำปลาไปเลี้ยงในบ่อเพื่อใช้บริโภคก่อน ต่อมาได้พัฒนาวิธีเลี้ยงจนมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด จึงรวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็นอาชีพเพื่อเป็นรายได้ จากเริ่มที่จำนวน 6 บ่อ จนถึงวันนี้มีจำนวน 130 บ่อ ปลาที่เลี้ยงเป็นชนิดกินพืช อย่างปลานิล ปลาตะเพียน โดยไปซื้อพันธุ์ปลามาจากอำเภอต่างๆ รวมถึงที่ศูนย์เพาะพันธุ์ปลาด้วย แล้วเริ่มเลี้ยงกันจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 4 ปี ใช้พืชผักเป็นอาหา
เมื่อเร็วๆ นี้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมลงพื้นที่ท่าเรือแหลมทราย หมู่ที่ 6 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เยี่ยมชมกระชังเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปลาช่อนทะเลและประมงพื้นบ้านแหลมทราย พบว่า ภูเก็ตนับเป็นแห่งแรกที่สามารถผลิตลูกพันธุ์ปลาช่อนทะเลได้ และสามารถจำหน่ายให้เกษตรกรนำไปเลี้ยง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต กลุ่มผู้เลี้ยงปลาช่อนแหลมทรายแห่งนี้มีสมาชิก 27 ราย จำนวนกระชัง 72 กระชัง พื้นที่ 648 ตารางเมตร สามารถผลิตได้ 4 ตันต่อปี ราคาที่เกษตรกรขายได้กิโลกรัมละ 200-250 บาท เนื้อปลาช่อนทะเลนิยมนำมาใช้ทำปลารีดเลือด หรือปลาดิบ หรือซาชิมิ เริ่มเป็นที่นิยม จนทำให้ปัจจุบันผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาดผู้บริโภค ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง จึงพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุนทั้งในเรื่ององค์ความรู้ งานวิจัย และแหล่งเงินทุน เพื่อให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน สำหรับแนวทางพัฒนาส่งเสริมของกรมประมง จะพัฒนาและถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตลูกพันธุ์สู่ภาคเอกชน ควบคู่การผลิตลูกพันธุ์โดยภาครัฐ นอกจากนี้
แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์น เจริญเติบโตบนผิวน้ำ เลี้ยงได้ในบ่อตื้น หากปล่อยลงบ่อในฤดูฝนจะใช้เวลาเติบโตเต็มบ่อ 5 ตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 10-15 วันเท่านั้น แหนแดง มีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ประมาณ 7 สายพันธุ์ แต่ที่เหมาะสำหรับประเทศไทยมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมในประเทศไทย กับสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟิลล่า (Azolla microphylla) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรนำเข้ามาเพื่อคัดพันธุ์ แล้วแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลย สายพันธุ์อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata) สายพันธุ์ท้องถิ่น มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้างของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย และออสเตรเลีย ลักษณะ ใบบนและล่างมีขนาดใกล้เคียงกัน ใบล่างค่อนข้างโปร่งใส มีคลอโรฟิลล์น้อยมาก ใบบนเป็นสีเขียวมีคลอโรฟิลล์ สายพันธุ์ไมโครฟิลล่า (Azolla microphylla) ปรับปรุงพันธุ์โดยกรมวิชาการเกษตร มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่บริเวณเขตร้อนของอเมริกา และหมู่เกาะเวสต์อินดีส ลักษณะ ใบบนด้านหลังมีโพรงใบ และมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง จุดเด่น มีขนาดใหญ่ เ
การเลี้ยงปลาในกระชัง เป็นอีกรูปแบบของการเลี้ยงปลา นอกเหนือจากการเลี้ยงในบ่อดิน บ่อซีเมนต์ ซึ่งการเลี้ยงปลาด้วยรูปแบบนี้ส่วนใหญ่เกษตรกรจะนิยมเลี้ยงในแหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำชี หรือทะเล เป็นต้น ทั้งนี้ มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลาที่เลี้ยงในกระชัง เช่น คุณภาพน้ำ อุณหภูมิ ความหนาแน่นของปลาที่เลี้ยงในกระชัง โรคสัตว์น้ำ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ดังนั้น ก่อนที่เกษตรกรจะเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ต้องคำนึงถึงอัตราการปล่อยปลา ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่หนาแน่นจนเกินไป เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม และการบริหารจัดการ เช่น กรณีปลาเป็นโรค หากปล่อยในอัตราที่หนาแน่น โอกาสที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคก็จะง่าย เสี่ยงต่อการสูญเสีย การเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ ไม่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมบริเวณกระชังได้ ซึ่งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมนี่แหละที่จะทำให้การเจริญเติบโตของปลาช้าลง การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเลี้ยงปลา ด้วยการติดตั้งเครื่องให้อากาศเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในกระชัง เพิ่มการไหลเวียนของน้ำในกระชัง จึงเป็
เกษตรกรปราดเปรื่อง ด้านปลาสลิด คุณปัญญา โตกทอง ชาวตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (smart farmer) ในเรื่องของการเลี้ยงปลาสลิดด้วยงานวิจัย เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตและผลตอบ แทนจากการผลิตสูง คุณปัญญา เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร เรียนจบแค่ ป.4 พ่อแม่เลี้ยงกุ้งในนาเป็นอาชีพ สมัยเด็กๆ ก็เคยช่วยพ่อแม่เลี้ยงกุ้ง หลังแต่งงาน ก็แยกตัวออกมาทำกิจการนากุ้งเป็นของตัวเอง แต่เจอปัญหาอุปสรรคบางประการทำให้ต้องหยุดการเลี้ยงกุ้งช่วงหนึ่ง ช่วงประมาณปี 2537 คุณปัญญาเห็นเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาสลิดในพื้นที่นาข้าวได้ผลกำไรงาม จึงตัดสินใจเลี้ยงปลาสลิดบนเนื้อที่ 30 กว่าไร่ เนื่องจากอ่อนประสบการณ์ทำให้ประสบปัญหาทุนหายกำไรหด ปีแรกมีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพียงแค่ 50,000 บาทเท่านั้น 01 เดิมทีคุณปัญญาและเกษตรกรในชุมชนแห่งนี้เลี้ยงปลาแบบปล่อยตามธรรมชาติ ไม่มีการจดบันทึก ไม่มีเทคนิคการเลี้ยงที่เป็นแบบแผน แต่ภายหลังพวกเขาได้รับการอบรมด้านงานวิจัยประมง จึงได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาปรับใช้ในอาชีพการเลี้ยงปลา คุณปัญญานำเทคนิคการจดบัน
บ่อปลาที่ขุดใหม่ มักประสบปัญหาน้ำขุ่น ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ปลาเจริญเติบโตช้า เพราะอาหารธรรมชาติมีไม่เพียงพอ น้ำที่ขุ่นมากจะทำอันตรายต่อปลาได้ เพราะตะกอนดินจะไปทำให้ช่องเหงือกปลาอุดตัน ปลามีอาการหายใจติดขัด นอกจากนี้ น้ำขุ่นมากส่งผลให้อุณหภูมิที่ผิวน้ำสูงกว่าระดับปกติอีกด้วย หากใครเจอปัญหาแบบนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานี แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาน้ำขุ่นในบ่อปลา ดังนี้ 1. การใช้สารส้ม เพื่อให้เกิดการตกตะกอนแต่วิธีการนี้จะเป็นการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น และมักจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำตามมา เช่น น้ำมีสภาพความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น 2. การใช้ปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟตในอัตราประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน โดยใส่ติดต่อกันอัตราประมาณ 3-4 ครั้ง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดแพลงก์ตอนพืชซึ่งจะทำให้สารแขวนลอยจับตัวและตกตะกอน 3. การใช้ปุ๋ยพืชสด ในอัตราประมาณ 1,200-1,500 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน โดยกองไว้บริเวณมุมบ่อหรือบริเวณที่น้ำท่วมถึง การสลายตัวของปุ๋ยพืชสดจะช่วยทำให้เกิดการตกตะกอนมากขึ้น หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานี โทร. 045-474-056
คุณจำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิลแห่งบ้านป่ากว๋าว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จบเพียง ป.4 แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ปลานิล คิดค้นเทคนิค และอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลเกียรติยศอีกมากมาย “เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2522 โดยเริ่มต้นจากการทำบ่อเลี้ยงปลานิลขนาดเล็ก ไปพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้ในท้องถิ่น อ่านจากในตำรา ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนเกิดเป็นองค์ความรู้ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตามปกติแล้วรูปร่างลักษณะภายนอกของปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้โดยการดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศลักษณะเรียวยื่นออกมา ส่วนตัวเมียจะมีลักษณะเป็นรูค่อนข้างใหญ่และกลม ขนาดของปลาที่ดูลักษณะเพศได้ชัดเจนนั้น ต้องมีขนาดยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ในกรณีที่ปลามีขนาดโตเต็มที่แล้วนั้น อาจจะสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ลำตัว เพราะปลาตัวผู้จะมีสีเข้มตรงบริเวณ
