ประมง
การเลี้ยงอึ่งปากขวด อึ่งโขก อึ่งเผ้า อึ่งเค่า (ภาคเหนือ) เจ้าสัตว์ลำตัวอ้วนป้อม มีเสียงร้องเฉพาะตัว เสียงดัง ผิวหนังสีเทาเข้ม มีจุดด่างเล็กๆ ข้างตัวสีเทาอ่อน ท้องจะออกสีขาวซีด ถ้าเป็นตัวเมียจะเห็นท้องมีลายจุดดำๆ เห็นไข่ชัด คล้ายไข่กบ คืออึ่งปากขวด อึ่งโขก อึ่งเผ้า อึ่งเค่า (ภาคเหนือ) คนภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมรับประทานมาก ปีหนึ่งมีให้รับประทานครั้งเดียว คือต้นฤดูฝน ส่วนใหญ่คนนิยมกินไข่ ไข่จะเยอะมากถ้าเทียบกับตัวอึ่ง ฉะนั้นตัวเมียจึงเป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งในปัจจุบันนี้เริ่มหายากขึ้น จึงพยายามที่จะนำมาเพาะเลี้ยงเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้ค่อนข้างดีทีเดียว ที่ ดงลำดวนฟาร์ม โดย คุณอดุลย์ พูลเพิ่ม เป็นหนึ่งในผู้ที่เพาะเลี้ยงอึ่งเผ้า ทำไมต้องเป็น อึ่งเผ้า คือตัวใหญ่ ไข่เยอะ และไม่มีเมือกตรงผิวและเป็นสัตว์ที่อยู่ตามป่าละเมาะ กินดินโป่งและแมลงเป็นอาหาร ถือว่าสะอาด ไม่เหมือนอึ่งที่มีลำตัวลายเรียกว่าอึ่งข้างลาย จะเป็นอึ่งใกล้บ้าน กินทุกอย่าง ลำตัวเป็นเมือก เรียกอีกอย่างว่าอึ่งยาง หรืออึ่งลาย แต่รสชาติเหมือนกับอึ่งเผ้า ทำไมเล
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลานิลกุ้งขาวบางเสาธง เข้าร่วมกลุ่มแปลงใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2560 มีเนื้อที่รวมกว่า 1,821.5 ไร่ มีเจ้าหน้าที่กรมประมงลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านวิชาการและติดตามความก้าวหน้าของฟาร์มเกษตรกรอย่างต่อเนื่องตลอดจนมีการจัดอบรมเกี่ยวกับความรู้ด้านวิชาการพร้อมกับแนะนำตลาดใหม่ๆ ให้เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลานิลกุ้งขาวบางเสาธง มีการจัดการประชุมกับเกษตรกรในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาของเกษตรกรในกลุ่ม ที่หันมาเลี้ยงปลานิลร่วมกับกุ้งขาวจนประสบความสำเร็จในอาชีพ จากเดิมเกษตรกรเลี้ยงปลารอบละ 10 เดือน ก็ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กรมประมงทั้งในเรื่องวิธีการเลี้ยง การคัดเลือกลูกพันธุ์ อาหาร ฯลฯ ส่งผลทำให้การเลี้ยงสัตว์น้ำเหลือเพียงรอบละ 4 เดือน จากที่เกษตรกรเคยมีรายได้ปีละ 1 ครั้ง ตอนนี้มีรายได้มากขึ้นเป็นปีละ 3 ครั้ง ปัจจุบันทางกลุ่มมีผลผลิตที่หลากหลายมากขึ้นด้วย เทคนิคการเลี้ยงปลานิลร่วมกับกุ้งขาวแวนนาไม ทางกลุ่มจะปล่อยลูกพันธุ์ปลานิลแปลงเพศลงบ่อเลี้ยงก่อนกุ้งขาวเป็นระยะเวลา 1 เดือนในอัตราการปล่อยที่ไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป เช่น กา
“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของเชียงราย มีพื้นที่หลายแห่งเลี้ยงปลานิล แต่แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอพาน เนื่องจากมีระบบชลประทานแม่ลาว ในปี 2561 เกษตรกรจำนวน 5,361 ราย เลี้ยงปลานิลได้ 21,563 ตัน สำหรับชาวบ้านตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง ใช้วิธีเลี้ยงปลานิลแบบต้นทุนต่ำแนวอินทรีย์ช่วยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย พร้อมแปรรูปสร้างมูลค่า ส่งขายตลาดสุขภาพ ขุดบ่อสร้างแหล่งน้ำทำเกษตรกรรม แล้วใช้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด คุณพิชญาภา ณรงค์ชัย ประธานกลุ่มเลี้ยงปลานิลถิ่นล้านนาสู่สากล ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่ชาวบ้านในชุมชนประสบปัญหาน้ำเพื่อใช้ทำเกษตรกรรมไม่เพียงพอจึงร่วมกันขุดบ่อของแต่ละบ้านเอง มีขนาดเล็ก-ใหญ่ ตั้งแต่ 3 งาน ไปจน 1 ไร่ หลังจากใช้ประโยชน์แล้วก็นำปลาไปเลี้ยงในบ่อเพื่อใช้บริโภคก่อน ต่อมาได้พัฒนาวิธีเลี้ยงจนมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด จึงรวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็นอาชีพเพื่อเป็นรายได้ จากเริ่มที่จำนวน 6 บ่อ จนถึงวันนี้มีจำนวน 130 บ่อ ปลาที่เลี้ยงเป็นชนิดกินพืช อย่างปลานิล ปลาตะเพียน โดยไปซื้อพันธุ์ปลามาจากอำเภอต่างๆ รวมถึงที่ศูนย์เพาะพันธุ์ปลาด้ว
ล็อกซูมาเว, (ซินหัว) – ฟาร์มเลี้ยงปลาลอยน้ำกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมประมงท้องถิ่นในเมืองล็อกซูมาเว ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งแห่งสำคัญในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะกว่า 17,000 แห่ง และมีแนวชายฝั่งราว 81,000 กิโลเมตร มีชื่อเสียงด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์และพืชในน้ำ อาทิ กุ้งล็อบสเตอร์ ปู และสาหร่ายทะเล ช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้พัฒนาโครงการหมู่บ้านเพาะเลี้ยงสัตว์และพืชในน้ำ เพื่อกระตุ้นการผลิตและส่งออกสินค้าประมง ตลอดจนส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังเกิดโรคระบาดใหญ่ ข้อดีของการเลี้ยงปลาในกระชังลอยน้ำ การเลี้ยงปลาในกระชังลอยน้ำ เป็นรูปแบบการเลี้ยงที่ให้ผลผลิตสูง ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงเศรษฐศาสตร์และการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำทั่วไป อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินสามารถหันมาเลี้ยงปลาได้ หากปล่อยปลาในอัตราที่เหมาะสมจะทำให้ปลามีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลงได้ นากจากนี้ ยังสะดวกในการดูแลจัดการ การเคลื่อนย้าย รวมทั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิต และมีกา
กุ้งเต้น หรือกุ้งฝอย เป็นอีกหนึ่งในวัตถุดิบหลักของคนอีสาน กินดิบ หรือปรุงสุกก็ได้ นิยมนำมารังสรรค์เมนูอาหารอีสานพื้นบ้านแซ่บๆ ไม่ว่าจะเป็น คั่วกุ้งฝอยใส่ปลาร้า ก้อยกุ้งดิบ หรือตำแจ่วกุ้งฝอย แกล้มด้วยผัดสดๆ อยากบอกว่าอร่อยสุดๆ กุ้งฝอยถือเป็นเมนูที่คนอีสานต้องกินกันทุกมื้อไม่แพ้ส้มตำเลย ปัจจุบันกุ้งฝอยหากินได้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคที่นอกจากคนอีสานแล้ว ผู้คนทั่วทุกภูมิภาคก็ต่างชื่นชอบในเมนูแซ่บๆ จากกุ้งฝอย อย่างเช่น เมนูยำกุ้งเต้น ที่ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนก็ต้องเห็นร้านขายเมนูยำกุ้งเต้น ในทุกๆ ตลาดนัด คุณชุติกาญจน์ ไกลโนนทอง อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 7 ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงกุ้งฝอย คุณชุติกาญจน์ กล่าวว่า ตนเองปลูกพืชผสมผสานอยู่แล้ว และในพื้นที่สวนก็มีคลองไส้ไก่ วันหนึ่งได้เข้าไปในสวนและดูสัตว์น้ำในคลอง พบว่ามีกุ้งอยู่จำนวนมาก กุ้งเหล่านี้หากินและเติบโตเองตามธรรมชาติ ทำให้คุณชุติกาญจน์จึงอยากทดลองเลี้ยงกุ้ง และส่วนตัวนั้นเป็นคนชื่นชอบในการกินกุ้งฝอยอยู่แล้ว และตลาดกุ้งฝอยในภาคอีสานมีความต้องการสูงมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่พอต่อความต้องการ
ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) เป็นปลาชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของประเทศไทย เนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี มีความนิยมในการบริโภคสูง อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้อยู่ในแหล่งน้ำที่มีระดับความเค็มแตกต่างกันได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่น้ำทะเลเค็มจัด ไปจนถึงน้ำจืดสนิทได้ ลักษณะโดยทั่วไปของปลากะพง มีรูปร่างลำตัวหนา ลำตัวแบนข้าง หัวมีขนาดประมาณ 1 ส่วน 4 ของลำตัว ดวงตามีขนาดใหญ่ และมีจะงอยปากแหลม ขากรรไกรล่างยื่นยาวกว่าขากรรไกรบนเล็กน้อย สามารถขยายอุ้งปากได้กว้างเกือบเท่าความลึกของลำตัว โดยธรรมชาติปลากะพงขาวเป็นปลาในกลุ่มกินเนื้อเป็นอาหาร (carnivorous) โดยอาหารหลักของปลากะพงขาวตามธรรมชาติจะได้แก่ ปลา กุ้ง และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำ และมีขนาดเล็กกว่าปากของปลากะพงขาว ในปัจจุบันปลากะพงขาว ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเนื่องจากสามารถเพาะพันธุ์ได้คราวละมากๆ และมีผู้เพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกพันธุ์ที่หลากหลาย โดยปลากะพงขาวเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง กินอาหารได้หลากหลาย ประกอบกับการที่ปลากะพงเป็นปลาที่มีรสชาติ
“ปลาสลิด” เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในลุ่มภาคกลาง มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระดี่หม้อแต่ขนาดโตกว่า ปัจจุบันปลาชนิดนนี้เป็นที่นิยมรับประทาน ในรูปของปลาสลิดแดดเดียว ซึ่งแหล่งผลิตและแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ คุณประวิง แดงโชติ ชาวตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นคนที่รักในอาชีพเกษตรกรรม พยายามพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งหลังจากออกมาสร้างครอบครัว คุณประวิงได้มายึดอาชีพ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คุณประวิง เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นคนชอบที่ชอบจับสัตว์น้ำ แต่ละวันจะออกไปจับสัตว์น้ำตามแม่น้ำและคลองต่างๆ ขึ้นมาจำหน่ายและนำมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งแต่ละครั้งการออกไปจับสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ค่อนข้างที่จะเหนื่อยและลำบาก ตนจึงมีแนวความคิดที่จะเลี้ยงเองโดยที่ไม่ต้องไปรบกวนสัตว์น้ำธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลงไป “ด้วยสภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่ผมมีอยู่เพียง 2 ไร่ จะเลี้ยงใหญ่ๆ แบบคนอื่นเขาก็ยาก อีกอย่างเงินลงทุนก็มีไม่มากพอ แรกๆ ผมเลยเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก แต่ก็เลี้ยงมาได้ระยะหนึ่
เรื่องปลาทูมีอะไรให้เขียนมากกว่าที่คิด เพราะชีวิตคนไทยผูกพันกับปลาทูและเราก็ชอบกินน้ำพริก-ปลาทูกันทุกครัวเรือนจนกลายเป็นอาหารประจำชาติอย่างหนึ่งไปแล้ว โดยทั่วไปชาวประมงจะแบ่งปลาทูออกเป็น ๒ ชนิด คือ ปลาสั้น และ ปลายาว ปลาสั้น มักจะหมายถึงปลาทูแม่กลอง มีลักษณะหน้าเป็นสามเหลี่ยม ตัวสั้น แบน เนื้อนิ่มเวลากดลงไปที่ตัวปลาแล้วเนื้อปลาจะกลับคืนสภาพเดิมไม่บุ๋มลงไปตามลอยแรงกด ปลาสั้นจะมีลำตัวสีเงิน หรือ อมเขียว ตาดำ ปลายาว จะมีชื่อเรียกกันหลายชื่อ เช่น ปลาลัง ปลายาว ปลาอินโด ซึ่งก็เป็นปลาชนิดเดียวกันทั้งหมด ลักษณะของปลายาว ตัวจะใหญ่และยาวกว่าปลาทูแม่กลอง ปากแหลม นี่เป็นข้อสังเกตง่ายๆ ที่จะเลือกซื้อปลาทู แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วสกุลปลาทูของไทยคือ Rastrelliger เป็นสกุลของปลาทะเลในวงศ์ Scombridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับปลาโอ, ปลาอินทรี และปลาทูน่า ซึ่งปลาในสกุล Rastrelliger มีด้วยกัน ๓ สายพันธุ์ได้แก่ ปลาทู (ชื่อสามัญ Short-Bodied Mackerel) ปลาลัง หรือ ปลาทูโม่ง (ชื่อสามัญ Indian Mackerel) ปลาทูแขก หรือ ปลาทูปากจิ้งจก (ชื่อสามัญ Island mackerel) ปลาทู ลักษณะภายนอก ลำตัวจะมีกว้างหรือแป้น แบน ป้อม สั้น ม
การเลี้ยงปลาในปัจจุบันเกษตรกรในหลายพื้นที่สนใจในเรื่องของการประหยัดต้นทุนมากขึ้น โดยการเลี้ยงอาจจะไม่ได้ใช้อาหารสำเร็จรูปโดยตรง แต่ใช้การสร้างอาหารที่ได้จากธรรมชาติเข้ามาช่วย นอกจากทำให้เกิดแหล่งอาหารชั้นดีแล้ว ยังช่วยประหยัดต้นทุนอาหารจากการเลี้ยงอาหารสำเร็จรูปได้ดีอีกด้วย อาหารสัตว์น้ำสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ อาหารที่ผลิต และอาหารที่ได้จากธรรมชาติ โดยอาหารที่ได้จากธรรมชาติเกิดขึ้นเองในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดิน ตัวอ่อนแมลง ไส้เดือนน้ำ ปัจจุบันมีอาหารธรรมชาติหลายชนิดที่สามารถผลิตได้ และนำมาอนุบาลหรือเลี้ยงสัตว์น้ำค่อนข้างมีประโยชน์ ทำให้สัตว์น้ำมีอัตราการรอดตายสูงเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การสร้างสูตรอาหารคือการหาส่วนผสมของอาหารที่ให้โภชนาการ เช่น โปรตีน หรือพลังงานตามที่ต้องการ และสามารถเลือกใช้วัสดุอาหารในท้องถิ่นที่มีราคาถูก หาได้ง่าย และที่สำคัญยังช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ดี อย่างเช่น การทำแซนด์วิชปลา ถือเป็นการผลิตอาหารจากธรรมชาติที่ทำง่าย ลงทุนไม่มาก ช่วยประหยัดต้นทุนอาหารปลา การทำแซนด์วิชปลา มีส่วนประกอบ ดังนี้ 1. ฟางข้าว 2. มูลวัวหรือปุ๋
เนื่องจากทุกวันนี้ปูนาเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้ทำการเพาะเลี้ยงปูนาโดยใช้ข้อมูลที่พอจะหาได้ในโซเชียล ลองผิดลองถูกจนในปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงปูนาส่งขาย ทำรายได้แต่ละเดือนไม่ใช่น้อย นางชญาพร ทัคคิโน เกษตรกรหญิงจากฟาร์มปูนาสองพี่น้อง หมู่ที่ 11 ต.รกฟ้า อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ใช้เวลาว่างศึกษาในอาชีพการเลี้ยงปูนาเนื่องจากเล็งเห็นว่าปูนาเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก และมีผู้เลี้ยงน้อยราย เมื่อศึกษาก็พบว่าปูนาสายพันธุ์กำแพงเป็นปูนาที่น่าสนใจเพาะเลี้ยง เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และมีขนาดลำตัวที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 13 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ขายหน้าฟาร์ม กิโลกรัมละ 90 บาท ทำรายได้วันละ 800-1,000 บาทเลยทีเดียว โดยปูนาสายพันธุ์กำแพงนั้นจะนิยมนำไปทำอาหารประเภทลาบปู น้ำพริกปู หรือปูนึ่ง หรือจะนำไปดองเพื่อใส่ส้มตำจะทำให้ได้รสชาติดีเนื่องจากขนาดลำตัวใหญ่กว่าปูนาทั่วไป ส่วนการเพาะเลี้ยงนั้น จะเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ มีการใส่ดินเพื่อป้องกันการหลุดของขาปู รวมทั้งควรมีที่หลบภัยเนื่องจากช่วงที่ปูลอกคราบปูมักจะกินกันเอง และต้องมีคอก
