ประมง
ชาวบ้านจังหวัดชัยนาทประสบปัญหาราคารับซื้อปลากรายตกต่ำกระทบกับรายได้ เดือดร้อนจนต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม พร้อมพัฒนาวิธีแปรรูปเนื้อปลาเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น คุณสิทธิชัย ลิ้มตระกูล หรือ คุณชัย รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท บอกว่า การป้องกันจากการถูกเอาเปรียบทางด้านราคา จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อรวบรวมปลากรายสดขายให้กับผู้รับซื้อโดยตรง ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอุดช่องว่างของการตั้งราคาจึงนำเอากระบวนการแปรรูปเนื้อปลากรายเข้ามาเป็นกิจกรรมของกลุ่มไปพร้อมกันด้วย เพื่อตัดระบบพ่อค้าคนกลางออกไป ฉะนั้น สิ่งที่ตามมาคือเทคโนโลยี การบริหารจัดการความรู้ ทักษะ และการตลาด ที่จำเป็นต้องแสวงหาเพิ่มเติม ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจจำหน่ายปลากราย ได้แก่ ร้านอาหารในจังหวัดชัยนาท กลุ่มผู้ประกอบการโต๊ะจีนในชัยนาท ขณะเดียวกัน ยังได้มีการขยายตลาดออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงบางส่วนของกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มบุกเบิกเรื่องปลากรายในจังหวัดชัยนาท คุณชัย เผยว่า เมื่อปี 2558 ปลากรายที่ชัยนาทมีราคาสู
เมื่อครั้งที่ลงใต้สุดแดนสยามไปที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในใจคือไกลสุดไกล แต่เมื่อไปแล้วใจบอกเลยว่า คุ้มที่ได้มาเยือนอำเภอเบตงแห่งนี้ เพราะมีหลายสิ่งที่น่าสนใจ น่าติดตาม น่าศึกษา และอีกหลายๆ ประการที่บรรยายออกมาได้ไม่หมด ว่าเหตุผลใดที่ควรมายังอำเภอนี้ พื้นที่อำเภอเบตง มีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี ด้วยภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง จึงทำให้เบตงมีอากาศดีและมีหมอกตลอดปี ข้อดีส่วนนี้นี่เอง ที่ทำให้พื้นที่อำเภอเบตง มีเรื่องของการทำเกษตรกรรมที่มีลักษณะพิเศษ คุณศักดิ์ศรี สง่าราศรี ชายหนุ่มวัยเหมาะแก่การทำงานหนัก เจ้าของสวนทุเรียนมูซังคิง และผลไม้อีกหลายชนิดในพื้นที่อำเภอเบตง นัดพบกับ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลานิลในสายน้ำไหล ที่คุณศักดิ์ศรีช่วยกันกับคุณพ่อ เพื่อทำเป็นรายได้เสริมกึ่งรายได้หลัก ที่ต้องบอกเช่นนี้ เพราะเริ่มแรก การเลี้ยงปลานิล เป็นแนวคิดที่ต้องการใช้เวลาที่เหลือสร้างรายได้เสริม แต่เมื่อดำเนินมาได้สักระยะ รายได้เสริมที่คาดการณ์ไว้ กลับกลายเป็นรายได้หลักที่ดีตัวหนึ่ง “ผมเริ่มเลี้ยงปลานิล เมื่อ 12-
คณะดำเนินงาน U2T for BCG อำเภอขนอม นำโดย อาจารย์อภิรัญธ์ จันทร์ทอง อาจารย์ประจำหลักสูตรวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ มฤหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย พื้นที่ขนอม พร้อมด้วย อาจารย์ผู้รับผิดชอบ คณะดำเนินงาน จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการทำปลาสีเสียดตากแห้ง จัดขึ้นภายใต้โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิคด้วยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG) โดยได้รับงบประมาณในการสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเป็นรายตำบลครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายพายุศักดิ์ ตุลาพันธ์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลขนอม เป็นประธานในการกล่าวเปิดโครงการ และประชาชนในพื้นที่ตำบลขนอมเข้าร่วมอบรม ณ บ้านเลขที่ 109/8 หมู่ที่ 1 ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการทำปลาสีเสียดตากแห้ง จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน พัฒนาบรรจุภัณฑ์และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้การทำปลาสีเสียดตากแห้ง โ
ในประเทศไทย ปลาสเตอร์เจียน ได้มีการทดลองเลี้ยงในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านนามน หมู่ที่ 7 (ดอยดำ) ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการหาแนวทางพัฒนาการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนบนพื้นที่สูง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้มีอาชีพ คุณสมพร กันธิยะวงศ์ (ใส่หมวกลายพราง) กำลังตรวจไข่ปลาด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อนำปลาไปทำคาเวียร์ คุณสมพร กันธิยะวงศ์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 (เชียงใหม่) เล่าถึงความเป็นมาของโครงการว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชเสาวนีย์ให้กรมประมงหาพันธุ์ปลาที่สามารถเลี้ยงได้บนดอย หรือในที่มีอากาศหนาวเย็นมาเพาะเลี้ยง เพื่อสร้างอาชีพ สร้างช่องทางทำมาหากินให้กับชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งปกติทั่วไป บนพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจะไม่ค่อยมีใครเลี้ยงปลา เนื่องจากน้ำเย็น ทางเราจึงได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อหาพันธุ์ปลาที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศอ
ข้อดีของการเลี้ยงปลาในนาทางอ้อมพบว่า ปลาจะช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง ช่วยให้อินทรียสารต่างๆ สลายตัวได้ง่าย สร้างระบบนิเวศช่วยให้ดินมีความสมบูรณ์ เป็นการเพิ่มปุ๋ยในดิน จึงส่งผลในทางตรงทำให้ข้าวมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย นับเป็นการช่วยทุ่นแรงและลดต้นทุนได้อย่างดี ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่ทำนาจะสามารถเลี้ยงปลาได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องความสมบูรณ์ของน้ำ และพื้นที่ที่เหมาะสมควรมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบชลประทาน และควรมีน้ำตลอดปี ไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน สำหรับในพื้นที่ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ไม่ได้มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ และการทำนาต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่เหตุใดชาวบ้านกลับประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงปลาในนาได้อย่างไม่ยาก? แล้วในบางคราวยังมีจำนวนปลามากพอสำหรับการแปรรูปสร้างรายได้เสริมอีกด้วย คุณบวร สาริเพ็ง อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 บ้านฟ้าห่วน ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นคนแรกในชุมชนที่ริเริ่มเลี้ยงปลาในนา เพราะเห็นว่าการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยเรื่องค่าครองชีพของครอบครัวได้พอ เลยหันมาหาการเลี้ยงปลาในนาข้าวเพื่อสร้างรายได้อ
ณ แม่น้ำปราณบุรี (บริเวณที่สาธารณประโยชน์ ๒๔ ไร่) ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรมประมงจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 2 ล้านตัว ภายใต้โครงการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาด้านการประมงในแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2565 เพื่อเร่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมให้เกษตรกรชาวประมง และชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยในโอกาสนี้ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานการเปิดงาน โดยมี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นผู้กล่าวรายงานและ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า “แม่น้ำปราณบุรี” เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเป็นแหล่งก่อเกิดทรัพยากรประมงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้กรมประมงและจังหวัดประจวบคีรี
คุณเกษร ป้องฉิม อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเจอกับปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งเธอมีอาชีพทำนาเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในช่วงที่ไม่ได้ทำนาเช่นนี้ เธอยังมุ่งมั่นหาอาชีพเสริม ด้วยการเลี้ยงกบและเลี้ยงปลาดุก และนำกบที่เลี้ยงมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการประกอบอาหารขาย เป็นการสร้างรายได้เป็นอย่างดี คุณเกษร เล่าว่า ครอบครัวของเธอทำนามากว่า 20 ปี แต่ระยะหลังๆ ราคาข้าวไม่แน่นอน ทำให้ต้องเริ่มมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น “ทำนามานานมาก บางทีรายได้มันไม่เพียงพอ เมื่อประมาณปี’54 ก็เลยลองหากบมาเลี้ยงดู ก็เลยเริ่มเลี้ยง ตอนนั้นไปซื้อที่อื่นมาก่อน 200 ตัว พอมันโต ก็จับมายำทำเป็นกับข้าวขาย ก็คิดว่ามันน่าจะไปได้ ก็เลยอยากเลี้ยงจริงจังเลยทีนี้” คุณเกษร เล่าถึงความเป็นมา จากการซื้อลูกกบตัวเล็กๆ มาเลี้ยงในคราวนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของการหารายได้เสริม คุณเกษร บอกว่า ตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเลี้ยงกบ จึงได้ไปหาคนที่ขายกบให้กับเธอในทันที “เราก็ไปเลย ไปหาคนที่เขาขายให้ คือไหนๆ จะทำแล้ว ต้องลองผิดลองถูกดู ก็นานเหมือนกันกว่าจะทำได้ เรียกง่ายๆ
การเลี้ยงปลาในบ่อดิน สมัยก่อนผู้บริโภคจะมีความกังวลในเรื่องของกลิ่นโคลนเป็นอย่างมาก ต่อมาเกษตรกรได้มีการพัฒนาการเลี้ยงและได้ศึกษาความรู้ต่างๆ อย่างจริงจัง ส่งผลให้การเลี้ยงปลาในบ่อดินเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และสามารถจำหน่ายเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานมีการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP) สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อยทีเดียว ต่อมาเมื่อตลาดมีความต้องการมากขึ้น เกษตรกรจึงมีการสร้างกลุ่มที่เข้มแข็ง สามารถผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องมีรายได้ไม่ขาดช่วง คุณทองอยู่ ไหวพริบ อยู่ที่ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่คร่ำหวอดในเรื่องของการเลี้ยงปลานิลและปลาทับทิม โดยการเลี้ยงที่นี่จะเน้นเลี้ยงในบ่อดิน แต่มีกระชังสำหรับใส่เลี้ยงอีกชั้นหนึ่ง โดยปลาทั้งหมดจะอยู่ภายในกระชัง ปลาสามารถโตดีตามมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ ต่อมาเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง ส่งปลาภายในกลุ่มเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง เป็นสินค้าที่สร้างได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้ตลอดทั้งปี คุณทองอยู่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยงปลากระชังในบ่อดินเหมือนเช่นทุกวันนี้ สมัยก่อนได้ทำนายึดเป
กุ้งขาวแวนนาไม เป็นกุ้งทะเลสายพันธุ์แปซิฟิก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Litopenaeus vannamei หรือ Penaeus vannamei เป็นกุ้งที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว กินอาหารได้ทุกประเภท จึงเจริญเติบโตและปรับตัวให้เข้ากับการเลี้ยงแบบพัฒนาหนาแน่นในสภาพของบ่อที่เสื่อมโทรมได้ดีกว่ากุ้งกุลาดำ องค์ความรู้สําหรับการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ไม่มีขอบเขตที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละฟาร์ม ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการเลี้ยงกุ้งขาวอย่างแพร่หลาย จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไม่น้อยทีเดียว คุณโกศล หนูกลิ่น อยู่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ที่ 6 ตำบลเขาถ่าน อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเกษตรกรผู้มีความชำนาญในการเลี้ยงกุ้งขาวมากว่า 20 ปี โดยศึกษาหาองค์ความรู้และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อยู่เสมอ ส่งผลให้การเลี้ยงกุ้งขาวของคุณโกศลมีคุณภาพ จนสามารถเป็นสินค้าส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับคุณโกศลได้เป็นอย่างดี จากพ่อค้ารับซื้อกุ้งขาว ผันมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง คุณโกศล เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเขาเองมีอาชีพทางการเกษตรอยู่แล้ว คือปลูกพืชผักและไม้ผลต่างๆ ต่อมาเห็นช่องทางการตลาดในเร
พูดถึงปลาที่เลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ แน่นอนทุกคนจะต้องนึกถึง ปลาดุก ปลาช่อน และปลาหมอ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้ลึกถึงวิถีการเลี้ยงปลา และการลดต้นทุนในการเลี้ยงปลา ถอดประสบการณ์จากเกษตรกรที่พลิกผันหันมาเลี้ยงปลาจนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง คุณอุดม ขนุนก้อน เกษตรกรเลี้ยงปลาคนเก่ง จังหวัดปทุมธานี เล่าว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2554 เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ส่งผลกระทบและส้รางความเสียหายต่อพื้นที่ทำมาหากิน ทำให้ต้องเร่งฟื้นฟูในการทำการเกษตร จากเดิมที่มีการทำนาเพียงอย่างเดียว หันมาปรับเปลี่ยนทำการเกษตรในเชิงทฤษฎีใหม่ ผสมผสาน คือมีการปลูกข้าว ปลูกผัก หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงปลาเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็มีการเลี้ยงปลาเชิงเศรษฐกิจมากกว่า เช่น ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาดุก ถือว่าเป็นปลาที่ซื้อขายตามท้องตลาดได้ง่าย อีกทั้งยังมีระยะเวลาในการเลี้ยงที่ไม่นาน จึงไม่แปลกที่เกษตรกรจะหันมาสร้างอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงปลา คุณอุดม บอกว่า ในการเตรียมพื้นที่เลี้ยงปลานั้นอาจจะมีพื้นที่ที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ของแต่ละคน สำหรับพื้นที่ในการเลี้ยงปลาส่วนใหญ่
