ประมง
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาระบบตรวจสอบสภาพบ่อเพาะเลี้ยงทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพด้วยเทคโนโลยี IoT ในพื้นที่ภาคตะวันออก (Aqua-IoT ภาคตะวันออก) นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ขยายผลใช้งานจริง พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ณ พื้นที่ภาคตะวันออก (จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสัตว์น้ำ นำร่องกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ในปี 2553 ประเทศไทย เกิดวิกฤตสภาวะตายด่วนของกุ้งทะเล (Shrimp Early Mortality Syndrome: EMS) ทำให้ไทยตกอันดับจากที่ 1 ของการส่งออกกุ้งและร่วงหล่นลงมาต่อเนื่องหลายปี ทำให้อัตราการเจริญเติบโต GDP ของภาคการประมงและอัตราการเจริญเติบโตมูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ประมงมีอัตราการหดตัว โดยเฉพาะในช่วงปี 2557 มีอัตราการหดต่ำสุด เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ปัญหาจากโรคตายด่วน (EMS) ในกุ้งทะเล จนกระทั่งปี 2558 แม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ผลผลิตยังไม่ถึงเป้าหมา
ปลาคาร์พ หรือ แฟนซีคาร์พ (Fancy carp) เดิมทีเป็นปลาไนชนิดธรรมดา เป็นปลาน้ำจืดในกลุ่มปลาตะเพียน (carp) ชาวญี่ปุ่น เรียกว่า โคย (Koi) นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรือมีความเชื่อว่าปลาคาร์พเป็นปลาแห่งโชคลาภ สามารถเสริมฮวงจุ้ยให้กับผู้เลี้ยง ทำธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า มีผลกำไร จึงทำให้เป็นปลาที่นิยมนำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงามกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงทำให้ปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เกิดสีสันที่สวยและเป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ เกิดเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ได้ไม่น้อยทีเดียว ส่งผลให้ปลาคาร์พในบ้านเราสามารถทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ คุณรินภัทร ลิมาคม อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้มองเห็นถึงช่องทางการทำตลาดของปลาคาร์พ เมื่อมีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านจึงได้จับการเพาะพันธุ์ปลาคาร์พเพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับควบคุมคุณภาพของปลาอยู่เสมอ จึงทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและซื้อขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณรินภัทร เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำงานออฟฟิศอยู่ก่อน ต่อมามีเหตุให้ต้องย้ายกลับมาอยู่บ้าน โดยครอบครัวได้เพาะพันธุ์ปลาเป็นอาชีพสร
ณ ปัจจุบัน การจับปลาเพื่อบริโภคเหมือนสมัยก่อนอาจเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณที่ลดน้อยลง จึงมีการเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคกันมากขึ้น รวมทั้งเลี้ยงเป็นเชิงการค้าที่เกิดเป็นงานสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว เหมือนเช่น คุณสุมาลี เวชกามา อยู่บ้านเลขที่ 266 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คุณสุมาลี เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพขายอาหารสัตว์ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2555 เมื่อทำกิจการด้านนี้ได้ลงตัว จึงรู้สึกมีความสนใจที่อยากจะเลี้ยงปลานิล เพราะปลาจัดได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถกินได้ทุกเพศทุกวัย ถือว่าเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ และที่สำคัญปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติก็เริ่มมีจำนวนที่ลดลง จึงเห็นถึงการประกอบอาชีพทางด้านนี้ “ช่วงแรกก่อนที่จะมาเลี้ยง ก็จะศึกษาเรื่องของตลาดก่อนว่า เราเลี้ยงแล้วเราจะขายยังไง และที่สำคัญการเลี้ยงของเราจะลดเรื่องต้นทุนอย่างไรได้บ้าง ก็เลยได้ลองศึกษาในเรื่องตรงนี้ดู เพราะเราขายเรื่องอาหารสัตว์อยู่แล้ว ความรู้เรื่องนี้เราก็จะชัดเจนมาก ส่วนวิธีการเลี้ยงก็จะมีคนมาสอน เราก็จะไปฝึกอบรมกับเขาเพื่อศึกษาความรู้” คุณสุมาลี เล่าถึงที่มาของการ
การเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยง เพราะเป็นวิธีที่ใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงน้อยสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ค่าใช้จ่ายในการการเลี้ยงก็ไม่มาก สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมที่มีผลตอบแทนคุ้มค่าได้เป็นอย่างดี คุณรำพึง เถือนถ้ำแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 5 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่มีความสนใจในอาชีพประมง และหันมายึดเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 20 ปี คุณรำพึง เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งในบ่อดินก่อน เลี้ยงไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องพบกับปัญหาของตลาดและราคาที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องลดปริมาณการผลิตลงในบางส่วน ทำให้บ่อกุ้งที่เคยใช้เลี้ยงว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณรำพึงจึงใช้ประโยชน์จากบ่อกุ้ง โดยการปรับปรุงใช้ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลานิลไปพร้อมกับเพาะเลี้ยงกุ้ง “เราเลี้ยงแบบกึ่งอาศัยธรรมชาติ ปล่อยในบ่อดิน ให้อาหารเม็ด เช้า – เย็น ให้ปลาได้กินพืช กินแร่ธาตุในดินไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ผลตอบแทนในช่วงแรกๆ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับกุ้งและการทำนา แต่พอช่วงหลังเริ่มสังเกตุได้ว่าปลาที่เลี้ยงนั้นเริ่มโตช้าและใช้เวลาเ
คุณศรีเพ็ญ พงศ์ทรัพย์เจริญ เลี้ยงปูนาอยู่ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ คุณศรีเพ็ญ เล่าว่า มีอาชีพหลักคือเป็นผู้ส่งออกอัญมณี แต่เมื่อไม่นานมานี้ เห็นการเลี้ยงปูนา จากยูทูบ จึงเกิดความสนใจ ถึงขนาดที่บอกว่า ดูยูทูบวันพฤหัสบดี พอวันเสาร์ ก็เดินทางไปต่างจังหวัดไปดูฟาร์มปูนา เลยไปซื้อพ่อแม่พันธุ์มา ทั้งๆ ที่ยังไม่มีบ่อเลี้ยง ได้พ่อแม่พันธุ์มาแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำบ่อให้มัน 1 บ่อ 100 คู่ และกลางสัปดาห์ ก็ทำให้อีกบ่อ อีก 100 คู่ อะไรทำให้คุณศรีเพ็ญ สนอกสนใจขนาดนั้น เธอเล่าว่า จริงๆ เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน มีความเป็นเกษตรกรอยู่ในสายเลือด แต่บังเอิญได้มาทำธุรกิจจิวเวลรี่ มาถึงวันนี้ ลูกๆ โตพอ ช่วยดูแลกิจการได้แล้ว ก็เลยอยากทำ “คือเราไม่ได้อยากแค่เลี้ยงปูนา แต่เราอยากต่อยอด ที่คนระดับกลางๆ สามารถทานปูนาได้อย่างมั่นใจ ปลอดเชื้อ ปลอดสารเคมี ปลอดพยาธิ” คุณศรีเพ็ญ ว่าอย่างนั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณศรีเพ็ญ เริ่มจากศูนย์จริงๆ ใช้วิธีการศึกษาจากยูทูบ รวมทั้ง ศึกษาด้วยตัวเอง ถึงขนาด ตื่นตีสาม ตีสี่ มาศึกษาชีวิตมันและอินจัด ขนาดสามสี่ทุ่มก็มาดูอีก มากินมานอนเฝ้ากันเลยทีเดียว การเลี้ยง เคยทดลอง เริ่มจา
ปลานวลจันทร์ทะเล (Milkfish) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chanos chanos (Forsskal,1775) บางพื้นที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป คือ ปลาดอกไม้ ปลาทูน้ำจืด หรือปลาชะลิน เป็นชนิดนี้มีรูปร่างยาวเพียว ลำตัวค่อนข้างกลมแบนข้างเล็กน้อย ตามีเยื่อไขมันคลุมตลอด เกล็ดมีขนาดเล็กถี่ เป็นเกล็ดประเภทขอบกลม (Cycloid Scale) ครีบหลังและครีบก้น มีเกล็ดติดตามก้านครีบ มีเส้นข้างลำตัว (Lateral line) เห็นชัดเจน ครีบหางเว้าลึกแบบส้อม (Forked type) ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาวกว่า 1.5 เมตร หนักประมาณ 10.6 กิโลกรัม ตามปกติอาศัยอยู่ในทะเล เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว อยู่บนผิวน้ำ (Pelagic fish) ในประเทศไทยมีการพบลูกปลานวลจันทร์ทะเลเป็นครั้งแรกที่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านคลองวาฬ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2493 พบในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน หลังจากนั้นได้มีการสำเรวจพบบางส่วนในเขตจังหวัดชุมพร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระยอง และจันทบุรี ลูกปลาที่พบมีรูปร่างเรียว ยาว ขนาดเล็ก ความยาว 1.5-2 เซนติเมตร ตัวใส ตากลมโตสีดำ กินตะไคร่น้ำ ไรน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร โดยปัจจุบันได้มี
ปลาช่อน เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่ตลาดมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงที่โรคไข้หวัดนกเข้ามาระบาดในสัตว์ปีก อย่างเช่น ไก่ เป็ด ส่งผลทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจบริโภคเนื้อปลาน้ำจืดแทนสัตว์อื่นๆ กันมากขึ้น ส่งผลทำให้ปัจจุบันราคาซื้อขายปลาในท้องตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะปลาช่อนปลาน้ำจืดที่อยู่คู่กับแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย ถึงแม้ว่าในธรรมชาติตามหนอง คลอง บึง จะมีปลาชนิดนี้มาก แต่การล่าหรือจับเพื่อการค้านั้นค่อนข้างลำบาก เพราะว่าเป็นปลาที่มุดโคลนเก่ง แต่อย่างไรก็ตามด้วยความต้องการของมนุษย์และสิ่งมีชีวิติที่กินเนื้อเป็นอาหารจะใช้กลยุทธต่างๆ ทำให้ได้มาซึ่งปลาช่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นปลาที่จับได้ยาก ไม่เว้นแม้กระทั้งในช่วงฤดูกาลที่ปลาวางไข่ ส่งผลทำให้ปริมาณและผลผลิตในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกษตรกรหันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาช่อนในเชิงพาณิชย์ มีการบริหารจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพแทนการไปจับจากธรรมชาติ ดังเช่นคุณชาญ บัววิเชียร เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาช่อน ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่การนำลูกปลาจากธรรมชาต
คุณดิชา นุวงษ์วรรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 68/1 หมู่ที่ 3 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีจากพนักงานโรงงานได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เกิดความคิดไม่อยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต จึงมองหาอาชีพที่คิดว่าเป็นนายตัวเอง มีรายได้ที่แน่นอน มีความสนใจที่จะเลี้ยงปลาในบ่อดิน เริ่มต้นก่อนที่จะเลี้ยงปลาหมอ คุณดิชา เล่าว่า ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับปลาหมอ ไม่ว่าจะหาหนังสือมาอ่าน ตลอดจนศึกษาหาความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับสิ่งที่คุณดิชาจะลงมือทำ เพราะเชื่อว่าการศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือปฏิบัติสำคัญมาก ต้องให้รู้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ตลอดจนวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เพราะเงินทุนที่ใช้ต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด มิเช่นนั้นจะกลายเป็นขาดทุน และเพิ่มหนี้สินได้ หากไม่คิดให้รอบคอบ (ซ้าย) คุณดิชา นุวงษ์วรรณ์ คุณดิชา เล่าว่า เมื่อศึกษาหาข้อมูลพอสมควร จึงลงมือปฏิบัติ โดยขั้นตอนแรกสำรวจพื้นที่ที่บ้าน ว่าต้องการขุดบ่อสำหรับเลี้ยงปลาหมอตรงบริเวณไหน เริ่มแรกเดิมทีคุณดิชาทดลองเลี้ยงเพียง 1 บ่อ แต่ตอนนี้ขุดเพิ่มอีก 2 บ่อ รวมตอนนี้มีทั้งหมด 3 บ่อ บ่อที่ขุดสำหรับเลี้ยงปลาหมอ อยู่ที่ขนาด
คุณสมใจ ไวทยกุล อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หญิงวัยเกษียณที่มากด้วยความสุข จากสิ่งที่เธอทำ คือ การเลี้ยงปลาซึ่งภายใน 1 บ่อ จะปล่อยปลามากกว่า 3 ชนิด ปลาสามารถเจริญเติบโตได้ดี การเลี้ยงของเธอทำให้อัตราการรอดของปลาค่อนข้างสูง เน้นให้อาหารที่หาได้จากชุมชนและที่สำคัญเมื่อปลาโตจำหน่ายได้ราคา คุณสมใจ เล่าให้ฟังว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้มาเลี้ยงปลาแบบที่เป็นอยู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ดำรงชีวิตเป็นแม่บ้าน แต่เนื่องจากพี่ชายของเธอมาขอยืมที่ดินเพื่อเลี้ยงปลา ต่อมาพี่ชายเสียชีวิตเธอจึงได้หันมาประกอบอาชีพนี้โดยตรง “ช่วงแรกประมาณปี 54 หลังจากที่ต้องมาเลี้ยงต่อจากพี่ชาย ช่วงนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก ปลาก็จะต้องหากินเอง เรียกง่ายๆ ว่า ยังไม่มีความพร้อมทำด้านนี้มากนัก พออายุปลาครบกำหนดจำหน่ายได้ก็ให้เขามาจับไปทั้งบ่อ คราวนี้เราก็เลยเริ่มที่จะมาทำด้านนี้เต็มตัว โดยเริ่มตั้งแต่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เริ่มปล่อยลูกปลาขนาดเล็กๆ ไปเลย” คุณสมใจ เล่าถึงความเป็นมา เมื่อคิดที่จะทำสัมมาอาชีพนี้อย่างจริงจัง การศึกษาหาความรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ คุณสมใจ บอกว่า จึงเข
คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมามากกว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอสองพี่น้อง และลุงชาญก็นำมาอนุบาลต่อ เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไปอีกด้วย ลุงชาญ ชายผู้มากด้วยรอยยิ้มและมีอารมณ์ขัน เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพเป็นช่างตัดผมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่งรายได้ที่หาได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงได้หยุดอาชีพนั้นกลับมาทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คือ สุพรรณบุรี “ช่วงนั้นเป็นช่างตัดผมอยู่แถวรามคำแหง เงินที่ได้รับไม่ค่อยพอ เลยตัดสินใจเป็นช่างตัดผม กลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดน่าจะดีกว่า ก็มาเป็นลูกจ้างทั่วไป ยิงนกตกปลาตามแต่จะทำอะไรของชนบทที่ทำได้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้รู้จักกับคนที่เลี้ยงปลาช่อน เราก็ได้ศึกษาการเลี้ยงและทดลองเลี้ยง ก็ประสบผลสำเร็จดีมาก ปลาได้น้ำหนักดีกว่าที่คิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มายึดอาชีพด้านนี้” คุณชาญ บอก ต่อมาประมาณปี 2533 ได้มีแนวคิดริเริ่มทดลองผลิตลูกเพาะปล
