ปศุสัตว์
อ้น เป็นสัตว์ฟันแทะจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายหนูขนาดใหญ่ มีรูปร่างโดยรวมคือ มีลำตัวกลม อ้วน ป้อม ขนสีน้ำตาล ตาและหูเล็กมาก ขาและหางสั้นไม่มีขน อาศัยอยู่ใต้ดินหรือโพรงไม้ ฟันแทะคู่หน้ามีขนาดใหญ่เห็นได้ชัด อ้นถูกแบ่งเป็น 4 ชนิด 1. อ้นใหญ่ 2. อ้นกลาง 3. อ้นเมืองจีน 4. อ้นเล็ก อ้นเป็นสัตว์ป่า มักจะขุดรูอาศัยอยู่ในป่า โดยเฉพาะป่าไผ่ เพราะกินไผ่และหน่อไม้เป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารอื่นๆ ได้แก่ ผลไม้ประเภทต่างๆ ที่หล่นตามพื้น ภายในรูมีทางยาวมากและแบ่งเป็นห้องได้หลายห้อง ใช้สำหรับเลี้ยงดูลูกอ่อนและเก็บอาหาร แต่จะขึ้นมาหากินบนพื้นดิน โดยปกติแล้วอ้นจะไม่กินน้ำโดยตรง แต่จะกินน้ำโดยผ่านจากการกัดแทะจากไม้ประเภทต่างๆ ที่กินเข้าไป อ้นจะผสมพันธุ์ในฤดูฝน ออกลูกครั้งละ 1-8 ตัว ซึ่งอ้นในภาษาเหนือมักถูกเรียกว่า “ตุ่น” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวกัน คุณวิโรจน์ เจนหัตถ์ อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ประกอบอาชีพเสริม เพาะเลี้ยงอ้นระบบฟาร์ม คุณวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบสัตว์อยู่แล้ว จึงมีน้องที่รู้จักกันแนะนำและพาไปดูอ้น ตอนนั้นก็เกิดความช
โดยทั่วไป การเลี้ยงแพะ มักมีการเจ็บป่วยของแพะที่จะต้องจำเป็นรักษาเบื้องต้น แพะที่มีสุขภาพไม่ดีจำเป็นต้องได้รับการบำรุงและถ่ายพยาธิ ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษานั้นทางกลุ่มผู้เลี้ยงแพะมักได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่าแพ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล ในรูปของกองทุนยาสัตว์ และมีการจัดตั้งอาสาปศุสัตว์ขึ้นเพื่อช่วยดูแลอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะบ้านท่าแพใต้สามัคคี ตำบลท่าแพ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ได้นำภูมิปัญญาชาวบ้านใช้พืชสมุนไพรมาช่วยในการรักษาแพะซึ่งได้ผลดี แพะมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น อย่างน่าพึงพอใจ สำหรับสมุนไพรที่นิยมใช้ในการรักษาโรคสัตว์ของทางกลุ่ม ประกอบด้วย ละมุดดิบ หรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า ลูกซาหวา และฝรั่ง ใช้แก้ท้องร่วง ด้วยการให้กินผลและใบสด ตะไคร้หอม ใช้ไล่ยุงและแมลง ด้วยการทุบให้กลิ่นออกมาหรือการเผา ฟ้าทลายโจร ใช้ถ่ายพยาธิ ด้วยการบดละลายน้ำให้แพะกินประมาณครึ่งแก้ว ใบยอและใบหมุย ใช้แก้ไข้ ด้วยการเผารมควันให้แพะที่นอนป่วย บอระเพ็ดแช่น้ำปัสสาวะ ใช้บำรุงกำลัง ด้วยการนำบอระเพ็ดมาทุบพอแหลก แช่รวมกับน้ำปัสสาวะ 1 คืน ให้แพะกินครั้งละ 1 แก้ว ตะไคร้ผสมเกล
กระทรวง อว. โดย บพข. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร พัฒนา “ระบบประเมินน้ำหนักออนไลน์อัจฉริยะ” ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีก ลดภาระงานเกษตร ลดความเครียดของสัตว์จากการถูกรบกวน เพิ่มความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ปีก เติมเต็ม Ecosystem ให้ระบบ Smart Farm อุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีกถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ไก่” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป ปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบันทั่วโลกยังนิยมบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่สูงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ภาคการผลิตรวมถึงเกษตรกร จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ในฟาร์ม ในรูปแบบของ “สมาร์ท ฟาร์ม” (Smart Farm) หรือโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหา เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดีระบบ Smart Farm ที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ ไอโอที (IoT) ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนหรือควบคุมการให้อาหารและน้ำ แต่
เป็ดคอลดั๊ก (call duck) เป็นเป็ดพันธุ์หนึ่งที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก เป็ดคอลดั๊กดูคล้ายกับเป็ดบางสายพันธุ์ แต่มีขนาดเล็กกว่า หน้าตาน่ารัก ปากสั้น ตัวกลม เป็นเป็ดสวยงามอีกชนิดหนึ่ง เป็ดคอลดั๊กมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เดิมทีชาวเนเธอร์แลนด์ใช้เป็ดคอลดั๊กเป็นตัวล่อเป็ดป่า เพราะว่าตัวเมียมีเสียงดัง (จึงน่าจะเป็นที่มาของชื่อ call duck) ถ้าเป็นบ้านเรา เป็ดคอลดั๊กก็คงอาจจะคล้ายๆ กับ (นกต่อ) แต่ส่วนตัวผู้จะไม่ค่อยร้องเสียงดัง เป็ดคอลดั๊กถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ช่วงปี 2014 มีกลุ่มผู้เลี้ยงนำเข้ามาเลี้ยงเพราะความน่ารักและมีนิสัยเชื่อง ติดคน ตัวเล็ก ปากสั้น ตัวกลม นิยมเลี้ยงไว้เป็นสัตว์สวยงาม ประดับสวน หรือหากฝึกดีๆ ก็สามารถฟังคำสั่งได้ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว เป็ดคอลดั้กสามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้เพราะมันกินอาหารที่ไหน มันก็จะกลับมากินอาหารที่เดิม และยังสามารถบินได้ ถ้าหากทำให้ตกใจ (แต่บินได้ไม่สูงมากนัก) เป็ดคอลดั๊กถือเป็นเป็ดสวยงามที่นิยมเลี้ยงในกลุ่มเฉพาะ ราคาที่ซื้อขายกัน มีตั้งแต่หลักพัน จนถึงหลักหมื่นบาท โดยจะแบ่งตามเกรด คัดเลือกเกรดจากลักษณะ ความน่ารัก ทำให้เ
การอยากเป็นเกษตรกร กับการเป็นเกษตรกรตั้งแต่เกิด มีให้คิดหลายความหมาย ปัจจุบันหลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 การเป็นเกษตรกรมีจำนวนมากขึ้น คนชั้นกลางหันมาทำสวน ทำไร่ เป็นเกษตรกร เรียนรู้กับชาวบ้านที่เป็นเกษตรแบบดั้งเดิม ปลีกวิเวกตามสวนมากขึ้น ประเทศไทยยังมีพื้นที่เหมาะจะทำเกษตรเป็นจำนวนมาก บางคนทำอย่างจริงจัง ทำแปลงใหญ่ บางคนไม่มีพื้นที่ ก็เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์แบบวิถีพอเพียง วันนี้ผมเลยขอแนะนำเรื่องเกษตรทางรอด ขอแนะนำการเลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ การเลี้ยงเป็ดหากเกษตรกรที่เคยเลี้ยงไก่แล้วก็ไม่ยากครับ ขอให้มีพื้นที่ให้เป็ดได้เดินบ้างจะเป็นการดีมากๆ หรือง่ายๆ การเลี้ยงเป็ดแบบธรรมชาติ การเลี้ยงเป็ดแบบธรรมชาติต้นทุนไม่เยอะ ต้องมีพื้นที่ให้เป็ดได้เล่นน้ำบ้าง ได้เดินไปหากินหอย ปู ปลาบ้าง หรือเกษตรกรบางคนเลี้ยงเปิดข้างบ่อน้ำเลยทีเดียว แล้วก็ทำเพิงให้เป็ดได้พัก ได้ออกไข่การคัดเลือกสายพันธุ์เป็ดสำหรับการเลี้ยง ก่อนจะทำการเลี้ยงเป็ดจะต้องมีการคัดเลือกสายพันธุ์เป็ด เพื่อให้การเลี้ยงเป็ดไข่นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น และเหมาะสมกับรูปแบบการเลี้ยง โดยจะต้องมีการคัดเลือก ควรทำการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์เป็ดที่เหมาะสมในการเลี
ในวงการปศุสัตว์บ้านเราก็เหมือนกับการทำการเกษตรชนิดอื่นๆ ครับ คือมีวงจรของราคาขึ้นลงเป็นช่วง ช่วงราคาขาขึ้นเกษตรกรก็หันมาเลี้ยงกันมากมาย แต่ไม่นานราคาตกก็เจ็บตัวไปตามๆ กันเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่ที่ผมไปพบมา มีสัตว์ 2 ชนิด ที่ราคาขายจากเกษตรกรไม่ผันผวนมากนัก นั่นคือ แพะเนื้อ และแกะเนื้อครับ ตามไปดูว่าสัตว์ 2 ชนิดนี้ มีอะไรดีครับ แกะเนื้อ ธุรกิจที่หลายคนมองข้าม แกะเนื้อ สัตว์ชนิดนี้สามารถทำรายได้ให้เจ้าของไม่น้อย แถมในตลาดยังมีคู่แข่งไม่มากนัก พันธุ์ซานตาอิเนส แกะเนื้อพันธุ์นี้นำสายพันธุ์เข้ามาจากประเทศบราซิล เป็นแกะที่มีขนาดใหญ่ ใบหูยาวปรก หน้าโค้งนูน มีหลายสี น้ำหนักแรกเกิด 2.5-3.5 กิโลกรัม เมื่อโตเต็มที่ ตัวผู้หนัก 80-90 กิโลกรัม แกะเนื้อพันธุ์ซานตาอิเนส เป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ให้ลูกดี แม่พันธุ์แกะ 1 ตัว จะให้ลูก 2-3 ตัว ต่อปี ลูกแกะอายุ 6 เดือนขึ้นไป และมีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัมสามารถจับขายได้แล้ว แกะ มีเท่าไรพ่อค้าซื้อหมด เพราะคนเลี้ยงแกะเนื้อมีน้อย ในขณะที่ตลาดผู้บริโภคยังมีความต้องการมาก นอกจากนั้น ยังมีบริษัทมาซื้อเลือดแกะเพื่อเอาไปใช้ในงานวิจัย แกะ 1 ตัว สามารถ
เพราะเป็นไก่ที่มีขนสีขาวตลอดทั้งตัว เสมือนแม่ชี จึงเรียกชื่อให้จำง่ายติดปากว่า “ไก่ชี” สีขาวสวยงาม แตกต่างจากไก่พื้นบ้านของไทยทั่วไป พินิจดูเหมือนไก่นำเข้าจากต่างประเทศ แท้ที่จริงเป็นไก่พันธุ์ไทยแท้ ที่พัฒนามาจากไก่พันธุ์พื้นเมืองจนสายพันธุ์นิ่ง และมีจุดเด่นหลายประการ ไก่ชี ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2545 โดยศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ท่าพระ จังหวัดขอนแก่น ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ นำไก่พื้นเมืองสายพันธุ์ไทยแท้มาคัดปรับปรุงพันธุ์จนได้สายพันธุ์แท้ เมื่อปี 2550 จนเกิดความนิ่ง ทั้งสี การเจริญเติบโต การไข่ และอัตราการแลกเนื้อ มีจุดเด่นคือ รสชาติ มีเนื้อนุ่มตามธรรมชาติของสายพันธุ์ มีคอเลสเตอรอลต่ำ มีโอเมก้า 3 สูง เลี้ยงง่าย ทนโรค เหมาะแก่การเลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรม ปี 2555 กรมปศุสัตว์ นำไก่ชีออกมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก และส่งเสริมให้เกษตรกรพื้นที่ภาคอีสานมีการเพาะเลี้ยง ได้แก่ อำเภอเขาสวนกลาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงไก่ เข้าไปขอสนับสนุนพันธุ์ไก่ชีอี
คุณพิมพ์ภิฐสา จันยะนัย หรือ คุณเบล เจ้าของฟาร์ม prairie land ในพื้นที่หมู่บ้านพฤกษา 12 เทศบาลนครรังสิต คลองสาม อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ที่มีความชื่นชอบแพรี่ด็อก จึงสานต่อความชอบของตนเอง หลังจากเรียนจบ ด้วยการมุ่งมั่นทำธุรกิจเกี่ยวกับแพรี่ด็อกแบบครบวงจร ขายผ่านช่องทางออนไลน์ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงแพรี่ด็อกนั้น เริ่มขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คุณเบลเริ่มเลี้ยงกระรอกสวนในประเทศไทยก่อน หลังจากนั้นมีคนรู้จักแนะนำให้เลี้ยงแพรี่ด็อก คุณเบลจึงเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ครั้งนั้นมา โดยเริ่มจากคนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย จึงค่อยๆ เรียนรู้ ศึกษา และต่อยอดเป็นธุรกิจอย่างจริงจังจนมาถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลากว่า 12 ปี ที่คุณเบลไม่หยุดเรียนรู้ และยังคงพัฒนาธุรกิจทำฟาร์มแพรี่ด็อกแบบครบวงจร จนเป็นที่รู้จักของวงการแพรี่ด็อก คุณเบล เล่าว่า การผสมพันธุ์แพรี่ด็อกในประเทศไทย เป็นเรื่องยาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวกำหนดและเป็นตัวแปรสำคัญในการผสมพันธุ์ ทั้งในเรื่องของสภาพอากาศและฮอร์โมนของตัวแพรี่ด็อกเอง “อากาศที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์คือ แบบร้อนแห้ง แต่อากาศในประเทศไทยเป็นแบบร้อนชื้น การผสมพันธุ์ด้วยวิธี
ความสุขทางใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเลี้ยงสัตว์ บางคนเลี้ยงต้นไม้ ในที่นี้จะพูดถึงผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก หรือประเภทสัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น แต่ก็มีกลุ่มคนอีกไม่น้อยที่นิยมเลี้ยงสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก พูดถึงการเลี้ยงหนู ปัจจุบันนี้ทำให้คนรวยมาเยอะแล้ว นอกจากเลี้ยงเพราะความชอบแล้ว ยังทำเป็นธุรกิจได้ตังอีกด้วย เช่น หนุ่มวัย 42 ปีผู้นี้คือ คุณศราวุธ สุขสม แห่ง The X cafe’ ฟาร์ม อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ชอบเลี้ยงสัตว์แปลก เช่น กระต่ายแฟนซี งูสิงแฟนซี จนมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ยังมีหนูสฟิงซ์ จากตระกูลหนูสายพันธุ์เล็กที่เรียกว่า หนูไมค์ ที่ทำชื่อเสียงโด่งดังไม่ใช่แค่เมืองไทย ยังดังไกลไปทั่วโลกและเป็นเจ้าแรกของโลกก็ว่าได้ในตอนนี้ The X café ชื่อฟาร์มของคุณศราวุธ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่กับการเลี้ยงสัตว์แปลกจากเชียงใหม่ ที่มีทั้ง งู กิ้งก่า กระต่าย แมงมุม กบ ปลา และหนู และอย่างอื่นอีก โดยเพาะสายพันธุ์จากพันธุ์ที่หายากขึ้นมาเอง แต่ที่พิเศษที่สุดเห็นจะเป็นหนูสฟิงซ์ ที่มีความแปลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากความบังเอิญเมื่อประมาณกว่า 2 ปีที่แล้ว เมื่อหนูไมค์ (Mice) หรือหนูพั
ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงสวยงาม สัตว์ชนิดแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่นึกถึงคงหนีไม่พ้นสุนัข เหตุผลส่วนใหญ่ที่สุนัขถูกยกให้เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล นอกจากความชื่นชอบส่วนบุคคลแล้ว สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้ชื่อว่า มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของ นอกจากนี้ สุนัขยังเป็นเพื่อนและครอบครัวที่ดีให้แก่ผู้เลี้ยงได้ดีเลยทีเดียว ในปัจจุบันทั้งสุนัขสายพันธุ์ไทยและสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศ มีการส่งออกไปให้ผู้เลี้ยงหลากหลายประเทศ และสุนัขในแต่ละสายพันธุ์ถูกพัฒนาสายพันธุ์อย่างมากมาย ทำให้ปัจจุบันมีสุนัขมากมายที่มีโครงสร้าง สีขน และสีดวงตา ที่ต่างออกไปจากเดิม คุณพลวิชช์ ชูรุจิพร หรือ คุณเป็ด อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นอีกหนึ่งท่านที่ให้ความสนใจและอยู่ในแวดวงสัตว์เลี้ยงสวยงามมา 20 กว่าปี คุณพลวิชช์ ได้กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ตนเองอยู่ในแวดวงสัตว์เลี้ยงสวยงามมา 20 กว่าปี เพราะด้วยส่วนตัวแล้ว คุณพลวิชช์ เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ เป็นคนที่รักและชื่นชอบสัตว์มาก นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คุณพลวิชช์ ทำฟาร์มเพาะสุนัข ปัจจุบัน คุณพลวิช
