ปศุสัตว์
คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าของไข่ด้วยการนำมาแปรรูปทำเป็นไข่เค็มดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง และที่สำคัญมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์ ส่งตรงถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี เป็ดไข่ที่เลือกเลี้ยงนั้น คุณลัดดาวัลย์ บอกว่า เลือกเป็ดไข่สายพันธุ์ปากน้ำ เพราะเป็ดมีลักษณะขนออกสีดำ ส่วนหัวเขียวสวย มีความเงา จึงทำให้เธอรู้สึกชอบและหลงใหลจึงได้เลือกเลี้ยงเป็ดสายพันธุ์นี้ทั้งหมดประมาณ 3,000 กว่าตัวในเวลานี้ เมื่อตกลงปลงใจที่จะเลี้ยงเป็ดไข่อย่างจริงจัง จึงได้เตรียมพื้นที่บางส่วนที่มีอยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเป็ด คือปรับให้เป็นพื้นที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยแบ่งภายในโรงเรือนให้มีคอกกั้นเป็น 3 เล้า เพื่อเลี้ยงเป็ดให้มีขนาดรุ่นที่แตกต่างกันไป ประมาณ 3 รุ่นอายุ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไข่ขาดช่วง เพราะถ้าเป็ดไข่เป็นรุ่นเดียวกันมากเกินไป เวลาที่ไม่ออกไข่เหมือนกันทั้งหมด ก็จะทำให้เจอปัญหาไข่ไม่พอขายได้ จ
วันนี้เป็นอีกวันที่ได้พบปะพูดคุยกับคนมีอาชีพอิสระ คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย อาชีพทนายความและเป็นอดีต ส.อบจ.สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เจ้าตัวบอกว่า แม้จะมีอาชีพทนายความ และชอบทางการเมือง แต่สิ่งที่ไม่เคยทิ้งไปคือการทำนา ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ ที่พ่อแม่ และบรรพบุรุษ ยึดทำเป็นอาชีพหลัก และก็ได้ซึมซับเอาไว้ในตนเองตลอดเวลา เมื่อมีจังหวะและโอกาส ก็จะออกไปที่ทุ่งนา ป่าไม้ที่ซื้อหามาด้วยแรงกายของตนเองส่วนหนึ่ง คุณขจรศักดิ์ ได้ทดลองปลูกพืชหลากหลายชนิดในที่ดิน เช่น มะนาว มะละกอ มะม่วง ตลอดจนทุเรียน จำนวนมากว่า 100 ต้น ปรากฏว่าทุเรียนรอดมาเพียงต้นเดียว จึงซื้อวัว เป็ด ไก่ มาเลี้ยง เป็นเกษตรผสมผสาน แต่ก็มักเดินทางไปศึกษาหาความรู้จากเกษตรกรรายอื่นๆ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการลงทุนทำเกษตร โดยครั้งนี้คุณขจรศักดิ์ ได้ชวนไปศึกษาเกษตรแปลงใหญ่ด้านโคเนื้อ ที่บ้านตาดโตน ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ใช้พาหนะเป็นรถปิกอัพ (กระบะ) มุ่งหน้าจากจังหวัดสกลนคร ตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี ผ่านหมู่บ้านดงมะไฟ ที่เป็นหมู่บ้านปั้นเตา ราว 40 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอพรรณานิคม และวิ่งมาอีก 15 กิโลเมตร เข้าอำเภอพังโ
นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม แปรรูปทำเป็นชาเพื่อสุขภาพแล้ว วันนี้ใบหม่อนมีแนวโน้มสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงสุกรได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม “ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ มีการนำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งช่วงหน้าแล้ง 2-3 ปี บ้านเราเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง” ด้าน นายวัชรพงษ์ แก้วหอม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี เผยถึงวิธีทดสอบ ใช้วิธีแบ่งสุกรขุน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สุกรคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน สุกรคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และสุกรคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึง
ถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย มีระยะทางราว 60 กิโลเมตร ไปจากพิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองสุโขทัย คือพื้นที่ของอำเภอกงไกรลาศ อำเภอนี้มีชื่อเสียงทางด้านปลาร้า นาข้าว กล้วยทอดกรอบ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปทำสารคดีมาแล้ว ครอบครัว “สังข์จันทร์” อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เดิมทีทำนาอย่างเดียว กระทั่งลูกชายไปเรียนเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย และไปจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กิจกรรมทางการเกษตรจึงหลากหลายมากขึ้น ลูกชายของครอบครัวคือ คุณสุธน สังข์จันทร์ หลังเรียนจบคุณสุธนไปทำงานกับบริษัทเอกชนที่ในเมือง เขาไปพบไก่ดำอินโดนีเซีย มีความสวยงามมาก ตามประสาคนที่เรียนจบมาทางด้านการเกษตร เขาอยากเลี้ยง แต่มีจำนวนน้อย อีกทั้งสนนราคาค่อนข้างแพง เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เขาจึงสั่งซื้อพันธุ์ไก่ดำอินโดนีเซียมาเลี้ยงที่บ้าน เป็นที่น่ายินดีว่า คุณพ่อคุณแม่ของคุณสุธนให้การสนับสนุน ตั้งแต่ช่วยทำคอก โดยไปตัดไม้ไผ่ริมนามาช่วยปลูกสร้าง เมื่อคุณสุธนติดงาน ก็เป็นธุระเรื่องการให้อาหาร การฟักไข่ ยามให้วัคซีนก็ลงแรงกันทั้งบ้าน ใช้เวลาไม่นานนัก งานเลี้ยงไก่ดำอินโดนีเซียและ
ไก่ดำ จัดเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ป่วย คนชรา คนท้องและหลังคลอด หรือผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ เชื่อกันว่าไก่ดำ ถ้าบริโภคสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ทำให้สมองแจ่มใส กระชุ่มกระชวย เสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย จากความเชื่อนี้จึงทำให้ไก่ดำเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งการบริโภคโดยตรงหรือการทำเป็นซุปไก่สกัดที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ด้วยความนิยมในการบริโภคทำให้ไก่ดำมีราคาที่สูงกว่าไก่พื้นเมืองหรือไก่เนื้อทั่วไป ไก่ดำ มีลักษณะต่างจากไก่บ้านธรรมดาคือ มีเนื้อดำ กระดูกดำ อวัยวะภายในสีดำ ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสารที่เรียกว่า “ไมอานิน” เป็นสารสีดำที่มีประโยชน์ เนื้อไก่ดำมีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือแอนโดร และอมิโนแอซิค อีกทั้งเนื้อไก่มีปริมาณไขมัน หรือคลอเลสเตอรอลต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารให้ร่างกายโดยสมบูรณ์ ไก่ดำลูกผสม ที่ลพบุรี คุณบุญยืน ผ่องจะบก (ก๊อบ) อาศัยอยู่ที่ 263/1 หมู่ 1 ตำบลหัวหวาย อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ดำ และเป็นเกษตรกรที่สามารถผสมพันธุ์ไก่ดำขึ้นเองได้ โดยให้ชื่อไก่ดำสายพันธุ์นี้ว่า “ไก่ดำหัวหวาย” คุณบุญยืน เรี
ผมสามารถเก็บไข่เป็ดขายได้ทุกวัน ขายแผงละ 120 บาท หักต้นทุนค่าอาหารวันละ 300 บาท จะมีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 กว่าบาท ลูกค้าเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งไข่จำนวนนี้ไม่พอขายด้วยซ้ำ” ชีวิตโปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ละวันต้องคลุกคลีอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อรับค่าจ้างในอัตราที่สูง แต่มีบางคนเลือกจะปฏิเสธงานในห้องแอร์เย็นๆ รับเงินเดือนเกือบแสน เพื่อไปตากแดด ตากลม ตากฝน ทำอาชีพที่รัก นั่นคือ การเป็นเกษตรกร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เก็บไข่ขายได้เงินวันละ 1, 000 บาท ใช้ชีวิตหรูๆ อยู่ต่างจังหวัดได้สบาย คุณจักรกรินทร์ ต้นตระกูลโฆษณา หรือคุณเอ็ม เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายไอที บริษัทขายรถแท๊กซี่แห่งหนึ่ง เงินเดือน 60,000 บาท นอกจากนั้นยังสวมบทบาทเจ้าของฟาร์มเป็ด และไก่ไข่ อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ คุณเอ็ม เผยว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวทำไร่อ้อย ทำนา เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ยังทำงานอยู่ในเมืองหลวง ช่วยเหลือครอบครัวด้วยการส่งเงินกลับไปจุนเจือ กระทั่งเมื่อปี 55 ชายหนุ่ม ซื้อไก
ปัจจุบันการเลี้ยงโคในหลายพื้นที่เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุนมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่ทางการเกษตรของตนเองบางส่วนมาปลูกหญ้าสำหรับให้สัตว์ได้กิน ซึ่งการมีแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ของตนเองนั้น จึงช่วยให้สัตว์ที่เลี้ยงอย่างเช่นโคได้มีอาหารกินตลอดทั้งปี และช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่ต้องจำหน่ายโคออกสู่ท้องตลาดแต่ละช่วงจึงสร้างผลกำไรมากขึ้น และไม่เกิดภาวะหนี้สิน และนอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มกันผลิตแปลงหญ้า หรือกลุ่มผู้เลี้ยงโคที่มีความเข้มแข็ง ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาร่วมกันแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดสามารถต่อรองในการซื้อขายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่ถูกเอาเปรียบจากการจำหน่ายโคในแต่ละครั้งอีกด้วย คุณสีนวน กรุชวงษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาวจังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งพื้นที่ของตนเองจากทำพืชไร่มาเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับปลูกทำแปลงหญ้าในพื้นที่ของตนเอง จึงทำให้โคภายในฟาร์มมีหญ้ากินตลอดทั้งปี ส่งผลให้การเลี้ยงโคสามารถประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไ
สวัสดีครับ มีคำถามว่าทำไมในห้วงช่วงระยะนี้ราคาวัวถึงได้นิ่งไม่ร้อนแรง พ่อค้าแม่ค้าไม่วิ่งมาหาแบบร้อนรนเหมือนเมื่อช่วงปีที่แล้ว ผมมานั่งคิดๆ ดูก็คงต้องตอบแบบนักวิชาการคนอื่นเขาว่า เรื่องราคาสินค้าที่มีขึ้นมีลงก็เป็นไปตามกฎอุปสงค์ อุปทาน (Demand and Supply) ในทางเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์ หมายถึง ความต้องการซื้อสินค้าและบริการ อุปทาน หมายถึง ความต้องการขายสินค้าและบริการ เมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นผู้ซื้อมีแนวโน้มที่จะต้องการซื้อสินค้านั้นน้อยลง กฎอุปทานระบุว่า ปริมาณสินค้าที่ต้องการขาย เมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ผู้ขายมีแนวโน้มที่จะต้องการขายสินค้ามากขึ้น ใช่แน่นอนครับพี่น้องเกษตรกรรากหญ้ารายย่อยทั้งหลาย นานทีปีหนจึงจะขายวัวได้ราคาดี มีวัวเท่าไรขายได้หมดแบบเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา แล้วอะไรเป็นเหตุให้ในช่วงนี้ราคาวัวจึงนิ่งๆ ทรงๆ สาเหตุหนึ่งอาจเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ดีตามที่หลายสำนักรายงาน แต่ผมมองว่าเหตุผลหนึ่งคือ ความกลัวของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศเรานี่แหละครับ ความกลัวว่าวัวจะหมดประเทศ กลัวเกษตรกรขายวัวตัวเมียออกไปจนหมดจึงอาจจะมีการชะลอความร้อนแรงของตลาดลงไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งหรืออาจจะห
แนวทางการเลี้ยงโคของชาวบ้านจะอาศัยความเคยชินเหมือนก่อนคงไม่ได้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เกษตรกรผู้เลี้ยงโคต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตลาดเพื่อความอยู่รอดของอาชีพ จากปัญหาเดิมๆ ที่เลี้ยงโคขาดคุณภาพ จนถึงตอนนี้ต้องนำเทคโนโลยี ควบรวมกับองค์ความรู้กำหนดเป็นมาตรฐานการเลี้ยงโคให้มีคุณภาพ พร้อมดึงตลาดนำการผลิตเพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ ตัวอย่างความสำเร็จของอาชีพเลี้ยงโคของ “กลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโคขุน อำเภอพาน” จังหวัดเชียงราย แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความร่วมมือยอมรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่ออาชีพ กำหนดมาตรฐานและสายพันธุ์โคที่เลี้ยงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จนเป็นที่ยอมรับ ทำให้มีตลาดขายที่ชัดเจน มีรายได้ที่มั่นคง พร้อมนำรูปแบบการผลิตอาหารลดต้นทุนแล้วเกิดประโยชน์มาใช้ช่วยให้ประหยัด ยิ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น คุณณัฎฐพงษ์ ชัยสวัสดิ์ หรือ คุณเอส ประธานกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโคขุน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 263 หมู่ที่ 4 ตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ (085) 621-8066 กล่าวว่า เริ่มเลี้ยงโคขุนมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ไม่ประสบความสำเร็จจากปัญหาหลายอย่าง โด
สวัสดีครับ ธุรกิจเกษตรมีมากมายหลากหลาย จะเป็นธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ใครที่เข้ามาในแวดวงการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลุงมีเลี้ยงหอย ตาจ่อยขายกุ้ง ป้าหุ่งปลูกผัก ก็ล้วนอยู่ในแวดวงธุรกิจเกษตรทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้น คนทำเกษตรแบบเราท่านจะมาคิดแบบเดิม เลี้ยงไป ปลูกไป ขายไปนั้นไม่ได้แล้ว ต้องคิดในเรื่องธุรกิจ ขายที่ไหน ขายใคร ขายเท่าไร โฆษณาแบบใดเข้าไปด้วย เพราะเราไม่ใช่เกษตรกรอย่างเดียวแต่เราทำธุรกิจเกษตรกันอยู่นะพี่น้อง ฉบับนี้ขอพาท่านไปชมธุรกิจเกษตรที่เป็นธุรกิจกลางน้ำ อะแฮ่ม ไม่ใช่ธุรกิจเลี้ยงปลาจับกุ้งกลางแม่น้ำนะครับ แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำและพ่อค้าแม่ขายในตลาดที่อยู่ตรงปลายน้ำ ธุรกิจนี้ทำกำไรให้ดีพอสมควรทั้งคนจ้างและคนถูกจ้าง เป็นอย่างไรตามไปชมกันครับ คนรักวัว พาท่านไปพบกับ คุณวชิรา ทองแท้ หรือที่คนหนองขาวรู้จักกันในชื่อ เสี่ยเอ๋ ที่บ้านเลขที่ 198/4 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังว่า “ผมชอบวัว รักการเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกับเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน แต่วัวที่ผมเลี้ยงคือ วัวลาน ที่มีเล
