ปศุสัตว์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ม.ค.2560) นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองคาย ร่วมดำเนินโครงการผู้ว่าพาไปยาม ครั้งที่ 2 เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงแพะ เลี้ยงโคพันธุ์ดี มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้ โดยครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยกับเกษตรกรในกลุ่มผู้เลี้ยงโคกระบือบ้านท่าคำบงต.วังหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ถึงแนวทางการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงโคพันธุ์วากิว รวมถึงมอบเครื่องอัดฟางและเครื่องสับหญ้าให้กับนางมลิวรรณ พลราช นายก อบต.วังหลวง ประธานกลุ่มเลี้ยงโคกระบือ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาการบริหารจัดการอาหารสัตว์ไม่เพียงพอ ทางจังหวัดจึงสนับสนุนเครื่องอัดฟางและเครื่องสับหญ้า ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บฟางได้วันละ 500-800 ก้อน ช่วยเพิ่มอาหารสัตว์และลดปัญหาการเผาตอซังข้าว นอกจากนี้ได้จัดสรรเงินตามโครงการประชารัฐ 2 แสนบาท ให้กับโครงการเลี้ยงแพะประชารัฐ บ้านใหม่วังไฮ ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย เพื่อนำไปซื้อแพะเนื้อเลี้ยงในกลุ่มสมาชิกของหมู่บ้าน ซึ่งมีนายนัฐพงษ์ เทศนา ผู้ใหญ่บ้
ไก่จัดเป็นโปรตีนราคาไม่แพงสำหรับการบริโภคของชาวไทยในปัจจุบัน สังคมเมืองที่เข้มข้นทำให้มีอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่กันเป็นล่ำเป็นสันของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายค่าย ถึงขนาดเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย การเลี้ยงในระบบอีแว้ปหรือปรับอุณหภูมิทำให้จำนวนไก่ที่ผลิตได้มีจำนวนมากและยังใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเดิม มีจำนวนเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก เราหลงใหลได้ปลื้มกันกับไก่ฟาร์มมาหลายสิบปีจนลืมไก่พื้นบ้านที่เลี้ยงไว้สำหรับกินไปเสียแล้ว ในปัจจุบันการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองมุ่งไปทางไก่ชนเสียมากกว่าจะมีจุดประสงค์ที่นำมาเป็นโปรตีนที่ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อในบ้าน จนผมหมดความคาดหวังเรื่องนี้ไปเสียแล้ว จนได้เจอ อาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสัตวบาล คณะเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพบว่ามีคนคิดอย่างนี้เหมือนกัน ไก่ที่เรากินกันในปัจจุบันจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปจากโรงงานซึ่งปรนเปรอสารพัดที่จะให้โตเร็วๆ เพื่อกำไรของเจ้าของโดยไม่คำนึงถึงผู้บริโภค ในระยะสั้นเราอาจไม่เห็นผลเหมือนสารบางอย่างที่ใช้ในสัตว์ เช่น สารเร่งเนื้อแดงที่ใช้ในหมู และต้องยอมรับว่ามีการใส่สารเคมีที่
นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทยและแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ.ส.ค. จึงได้จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2560 ภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี 55 ปีฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค สืบสานอาชีพพระราชทาน” ขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ ณ. บริเวณเชิงเขาตาแป้น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การสัมมนาวิชาการเครื่องจักรกลทางการเกษตร และปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จงานการผลิตสู่ฟาร์มโคนมยุคใหม่ การนำเสนอแนวความคิดแผนธุรกิจของนักเรียนนักศึกษาในด้านความยั่งยืนของอาชีพการเลี้ยงโคนม ตลอดจนการประกวดโคนมประเภทต่าง ๆ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิตนมไทย – เดนมาร์ค การนั่งรถพ่วงชมทิวทัศน์ความสวยงามของฟาร์มโคนมไทย – เดนมาร์ค รวมถึงชมการสาธิตการรีดนมโค การป้อนนมลูกโค การสาธิตทำปุ๋ยนมจากผู้เช
ความเป็นมา ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายๆ ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชากรไม่ได้บริโภคนมมาแต่ก่อน แต่เรามีอาหารอื่นๆ โดยธรรมชาติชดเชยให้ เราจึงไม่ได้คิดถึงนมกันเท่าไร จึงไม่มีวัวนมเลี้ยงกันในเขตเหล่านี้แต่อย่างใด สำหรับประเทศไทยไม่เคยรู้จักนม และวัวนมมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นปีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง วัวนมพันธุ์ขาวดำ ที่ทหารญี่ปุ่นเอามารีดนมกินกันในช่วงสงคราม จึงเหลือตกทอดมาสู่คนบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะแขก (ชาวอินเดีย-ปากีสถาน) เอาวัวพวกนี้มาเลี้ยงและผสมพันธุ์กับวัวบังกาลา ของตน จนมีวัวลูกผสมเลือดจางๆ ของวัว ขาว-ดำที่ญี่ปุ่นทิ้งไว้ ชาวอินเดียซึ่งเขากินนมกันอยู่แล้ว ถ้าเอาวัวพวกนี้มารีดนมขายด้วย มีมากแถวๆ ท่าดินแดง บุคคโล ดาวคะนอง ฝั่งธนบุรี ฝั่งพระนครก็มีมาก แถวสะพานควาย ถนนตก (สีลม) นอกจากนมวัวแล้ว เขายังรีดนมแพะมาขายด้วย นมที่แขกเอามาขาย ผู้ซื้อจะเอามาต้มให้เดือดเสียก่อน จึงจะใช้ดื่ม หรือเติมผิวหน้ากาแฟ ร้านกาแฟที่ใช้ครีมนมสด และกาแฟนมสด ชื่อดังที่สุดในสมัยเมื่อ 50 กว่าปีมา คือร้าน กาแฟนายปอ เวิ้ง นครเกษม ต่างจังหวัดก็มีมากหน่อย ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โฟร์โมสต์ร่วมสนับสนุนอาชีพ “เกษตรกรโคนม” โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ฟาร์มโคนมไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำนมโคแท้ 100% สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60ปี บริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ นมโคแท้ 100% ที่เคียงคู่ครอบครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ได้ร่วมพัฒนาอาชีพฟาร์มโคนมไทยและพัฒนาคุณภาพน้ำนมกับสหกรณ์โคนมที่ร่วมงานกับโฟร์โมสต์มาอย่างยาวนาน บางแห่งก็เกือบ 30 ปี เพราะการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบนั้นเป็นผลดีกับทั้งผู้บริโภค ที่จะได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและเกษตรกรจะได้ขายน้ำนมดิบในราคาสูงขึ้นกว่ามาตรฐานทั่วไป พร้อมกันนี้โฟร์โมสต์ยังเป็นบริษัทที่รับซื้อน้ำนมโคแท้จากเกษตรกรเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์มากที่สุด ถึงปีละไม่น้อยกว่า 137 ล้านลิตร บริษัทมีความแน่วแน่ในการพัฒนาน้ำนมดิบคุณภาพร่วมกับเกษตรกร ภายใต้โครงการ ‘DDP (Dairy development program) และยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรโคนมมืออาชีพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับการคัดสรรว่าเปี่ยมประสบการณ์และประสบความสำเร็จในการทำฟาร์มโคนม มาช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆสู่เกษตรกรโคนมชาวไทย เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำนมโคแท้
วันที่19 มกราคม 2560 สภาวะภัยแล้งและราคาข้าวตกต่ำที่ผ่านมา ทำให้นายดนัย แจ้งแสง อายุ48ปี ชาวนาหมู่ที่2 ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท ต้องขาดทุนกับการทำนาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้หันมาสร้างรายได้เสริมด้วยการเพาะเลี้ยงไก่ชนขาย โดยมีลูกค้าคือกลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาไก่ชน ที่จะมารับซื้อไก่ถึงที่บ้าน นายดนับเปิดเผยว่าจะเริ่มเพาะเลี้ยงตั้งแต่เป็นไข่ฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ ซึ่งไก่ชนที่เลี้ยงจะใช้ข้าวคัดพิเศษในการเลี้ยง ซึ่งเป็นข้าวที่นายดนัยปลูกเอง ซึ่งมีเคล็ดลับการปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงไก่ชนคือ จะต้องไม่ใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ข้าวปลอดสารพิษ ซึ่งจะทำให้ไก่มีความแข็งแรงกล้ามเนื้อและระบบภายในดีกว่าไก่ทั่วไปที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด หรือข้าวที่ปลูกโดยใช้สารเคมี สำหรับไก่ที่เพาะขายนายดนัยบอกว่าจะมี 3 รุ่นคือตั้งแต่รุ่นลูกเจี๊ยบ ที่จะขายในราคาคู่ละ1,500บาท ไก่รุ่นที่มีอายุ 6-7 เดือนราคาตัวละ 4,000-5,000บาท และไก่ชนเต็มวัยอายุ10-12เดือน ที่ผ่านการฝึกเชิงในการชนแล้วจะได้ราคาถึงตัวละกว่า10,000บาทตามการเจรจาตกลงกับผู้ซื้อ ซึ่งในแต่ละเดือนนายดนัยมีรายได้ถึงกว่า 20,000 บาท ซึ่งถือว่าดีกว่าการทำนา ทำให้ในปัจจุบันนายดนัยเริ่มลดการทำ
วันที่ 18 มกราคม 2560 หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแท
วันที่ 16 มกราคม 2560 ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายธนบดี ขวาโยธา ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม นายบุญสนอง หลวงโป๊ ปศุสัตว์อำเภอเรณูนคร นายเสถียร ฝาระมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จ.นครพนม และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ปัญหาโคกระบือเกิดโรคระบาด หลังมีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลนาขามแจ้งว่ามีโคกระบือป่วยตายอย่างไม่ทราบสาเหตุจำนวนมาก โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีโคกระบือของเกษตรกรป่วยตายแล้ว 12 ตัว ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้พบว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคกระบือ ซึ่งในพื้นที่ระบาดมีโคกระบือตายไปแล้ว 12 ตัว มีป่วยสะสมอีกประมาณ 65 ตัว และมีที่ต้องดูแลเฝ้าระวังอีก 170 ตัว โดยขณะนี้ทางจังหวัดนครพนมร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ได้ประกาศให้พื้นที่ตำบลนาขามเป็นเขตควบคุมโรคระบาดแล้ว ส่วนทั้งจังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามเคลื่อนย้ายโคกระบือก่อนได้รับอนุญาต เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ได้นำ 3 มาตรการหลักมาใช้คือ การระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้
หลายคนที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน มักรู้สึกห่วงกังวลว่า ไปทำงานต่างจังหวัด ใครจะหาอาหารให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณลงมือผลิตเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติด้วยตัวคุณเอง ตามคำแนะของ “ คุณทอม นิวบอร์น ” ที่ใช้งานได้เจ๋งจริง ลองนำไปทำใช้กันดู คุณทอมไม่สงวนลิขสิทธิ์ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Feeder )สำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำง่ายๆได้ด้วยตนเอง ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 50 บาท ขึ้นกับชนิดและปริมาณของสัตว์เลี้ยง ใช้ได้ทั้ง เป็ด ไก่ สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ประยุกต์ใช้ตามความ เหมาะสมครับ ขนาดของ feeder ปรับตามชนิดและปริมาณของสัตว์ครับ ลองทำกันดู ง่ายๆไม่ต้องคอยให้อาหารบ่อยๆ หากใครสนใจอยากทำอุปกรณ์ชนิดนี้ เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ ประกอบด้วย 1. ถังขนาด 20 ลิตรพร้อมฝา หรือขนาดที่เหมาะสมกับสัตว์ 2. ขวดพลาสติก หรือวัสดุอื่นก็ได้ 3. ปืนกาวและกาวแท่ง วิธีทำ 1. เจาะถังรูปสี่เหลี่ยมหรือกลมก็ได้ ขนาด 1×2 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 2. ผ่าขวด แนวตั้งให้ได้ค่อนขวด สูง4 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 3. เจาะรูขนาดเล็กที่ก้นขวดเพื่อไม่ให้น้ำขัง 4. ติดขวดเข้ากับถังด้วยปืนกาว รอให้กาวเย็นก็นำไป
ไก่ต๊อก เป็นสัตว์ปีกที่มีลักษณะโดยทั่วไปคือ มีจะงอยปากสั้นและหนา ปากมีสีน้ำตาลหรือแดงอมส้ม มีเหนียงสีเทาอมดำห้อยอยู่ที่จะงอยปากล่าง แผ่ไปทั้ง 2 ข้างของคาง ส่วนหัวถึงสันคอมีขนอยู่เล็กน้อย ลักษณะลำตัวป้อม มีขนหางหลายเส้นสั้นๆ ปลายหางชี้ลงข้างล่าง ไก่ต๊อกมีนิสัยชอบหากินในพื้นราบมากกว่าจะปีนป่ายบนต้นไม้ เป็นสัตว์ปีกที่มีนิสัยชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งและทุ่งหญ้า นิยมนำไก่ต๊อกมาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ซึ่งเนื้อและไข่ของไก่ต๊อกสามารถนำมาประกอบอาหารได้ คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เง
