พืชทำเงิน
ผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นอีกชนิด พบว่าปลูกทั่วประเทศไทย แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนักคือ ละมุด ทั้งที่ว่ากันว่า ละมุดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทาน เพราะเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม มีน้ำตาลสูง แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุแคลเซียม และธาตุฟอสฟอรัส ในตลาดผลไม้เมืองไทย แม้จะเดินเข้าออกในทุกวัน ทุกฤดูกาล ก็อาจไม่ได้เห็นผลไม้ชนิดนี้วางอยู่บนแผง จนเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ เรียกติดปากกันว่า ละมุดบางกล่ำ (ภาคใต้เรียกละมุด ว่า ลูกสวา) แต่ปัจจุบันมีผลไม้อีกมากมายหลายชนิด ขึ้นแท่นผลไม้ชื่อดังของจังหวัดไปแล้ว ทำให้ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อนุมัติงบประมาณส่งเสริมการปลูกละมุดในพื้นที่อำเภอบางกล่ำอย่างจริงจัง เพื่อให้ชื่อเสียงละมุดบางกล่ำ กลับมารุ่งเรืองเช่นอดีต สวนที่ได้ชื่อว่า เป็นสวนที่มีละมุดผลใหญ่ รสชาติดี กว่าละมุดในละแวกใกล้เคียงทั้งหมดคือ สวนของ คุณจู้ฮ่อง เจริญแสง และ คุณจำเนียน เจริญแสง สองสามีภรรยา คุณจู้ฮ่องฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการปลูกละมุดให้ฟังว่า เขาเติบโตมากับสวนละมุด ตั้งแต่จำความ
การปลูกหญ้าเลี้ยงวัวนั้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรผู้รักการเลี้ยงวัวในปัจจุบันนิยมปลูกในพื้นที่ที่ไม่ต้องใช้ที่ดินมากก็ปลูกได้ หญ้ากินนีสีม่วง Megathyrus maximus cv.Tanzania (Purple guinea) แท้จริงแล้วหญ้าโดยทั่วไปนั้นมีสีเขียว เหตุใดหญ้าชนิดนี้จึงมีชื่อว่า “กินนีสีม่วง” และหญ้าชนิดนี้มีวิธีปลูกและหาเมล็ดพันธุ์มาปลูกอย่างไร การปลูกหญ้ากินนีสีม่วงที่ลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ผลตอบรับนั้นน่าสนใจไม่น้อยเลย ด้วยลักษณะกอหญ้าตั้งตรง ใบใหญ่ดก และนุ่ม สีใบและลำต้นสีเขียวอมม่วง จึงเป็นที่มาของชื่อกินนีสีม่วง นั่นเอง คุณรม ลากุล อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 10 บ้านโพธิ์ตาก ตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงหญ้าชนิดนี้ว่า หญ้าที่ปลูกเลี้ยงวัวคือหญ้ากินนีสีม่วง ตอนนี้เลี้ยงวัว 4 ตัว เป็นวัวตัวเมียทั้งหมด เมล็ดหญ้าซื้อกิโลกรัมละ 300 บาท ที่ร้านค้าในตลาดดอนโมง ปลูกหญ้ามา 4-5 ปีแล้ว ในเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ใช้เมล็ดหญ้า 3 กิโลกรัม วันหนึ่งเกี่ยวหญ้า 2 ครั้ง ครั้งละ 1 รถเข็นน้ำ ที่ปลูกหญ้าเพราะชอบเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงวัวมาเกือบ 10 ปีแล้ว เลี้ยงเพราะไม่มีงานประจำ เลี้ยงวัว
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) นำโดย ดร. ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัย ทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ผศ.ดร. ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คุณนวลนภา เจริญรวย เจ้าของสวนทุเรียน“สวนสไตล์ช๊าลฮิ” อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ร่วมเปิดตัว “นวัตกรรมถุงห่อทุเรียน Magik Growth เพื่อชาวสวนยุคใหม่ ลดใช้สารเคมี” ภายใต้โครงการการขยายผลนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวสวนทุเรียน ดร. ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ในปี 2564 ทุเรียนเป็นพืชส่งออกอันดับ 2 รองจากยางพารา โดยการส่งออกทุเรียนสดและแช่แข็งตลอดเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 58,344 ล้านบาท แต่ชาวสวนทุเรียนยังประสบปัญห
ในช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกเบญจมาศเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบจุด สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของเบญจมาศ อาการเริ่มแรกพบแผลจุดเล็กค่อนข้างกลมสีน้ำตาลเข้มบนใบ ต่อมาแผลขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งขอบแผลมีสีเหลือง บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำเล็กๆ เกิดกระจายทั่วแผล อาการของโรคมักเกิดกับใบล่างก่อน หากระบาดรุนแรง แผลจะลามขยายติดกัน ทำให้ใบไหม้ ร่วงหล่น และลุกลามถึงใบยอดจนใบไหม้ทั้งต้น นอกจากนี้ ให้เกษตรกรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบโรคให้ตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บใบเป็นโรคที่ร่วงหล่นไปทำลายนอกแปลงปลูก หากโรคยังคงระบาดให้พ่นด้วยสารไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรพิโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอโรทาโลนิล 50% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 7 วัน หลังจากหมดฤดูปลูกแล้ว เกษตรกรควรทำความสะอาดและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก โดยเก็บเศษซากพืชไปทำลายนอกแปลงปลูก จากนั้นตัดแต่งใบแก่ออก เพื่อให้ต้นโปร่งอากาศถ่ายเทสะดวก สำหรับแปลงที่เกิดโรคระบาด งดการให้น้ำแบบพ่นฝอ
ว่าที่ร้อยตรีสันธาน แก้วสุวรรณ หรือ ครูเอ ข้าราชการหนุ่ม และเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวในพื้นที่บ้านน้อยลำภู ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ที่ใช้ช่วงเวลาว่างของการทำงานประจำ ผันตัวเป็นเกษตรกรในการสานต่อธุรกิจของครอบครัว หลังครอบครัวประสบปัญหาขาดทุนจากมันสำปะหลังและอ้อยที่ปลูกไว้ ก่อนจะมองเห็นโอกาสและช่องทางการปลูกมันแกวจากพื้นที่ใกล้เคียงและชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจการปลูกมันแกวส่งขาย ครูเอ เล่าว่า การปลูกมันแกว เกิดขึ้นเมื่อปี 2559 ในขณะนั้นทางครอบครัวปลูกมันสำปะหลังกับอ้อย แต่ต้องเจอกับปัญหาราคาขาดทุน จึงต้องหาทางออกที่จะประคับประคองให้ธุรกิจเดินหน้าและอยู่รอดได้ ก่อนจะเห็นโอกาสใหม่ๆ จากการปลูกมันแกวในพื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับที่อยู่อาศัย จากนั้นจึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันนั้นปลูกมันแกวแบบระยะสั้นอยู่แล้ว ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม จนในปี 2560 หลังครูเอเรียนจบ จึงลงมือทดลองปลูกมาเรื่อยๆ และมองหาตลาดในการส่งออกผลผลิต จนสามารถกลายเป็นธุรกิจภายในครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน “หลัง
ชื่อ ฟักค่าว หรือเขียนได้อีกแบบ ฟักข้าว ผลสีสด สวย น่ารับประทาน หลายคนที่อยู่ต่างจังหวัด อาจไม่คุ้นชื่อ ฟักค่าว แต่อาจคุ้นกับชื่อที่เรียกกันในท้องถิ่น เช่น จังหวัดปัตตานี เรียก ขี้กาเครือ จังหวัดตาก เรียก ผักข้าว จังหวัดแพร่ เรียก มะข้าว หรือแม้แต่ประเทศเวียดนาม ยังมีภาษาท้องถิ่นใช้เรียก ฟักค่าว ว่า แก๊ก (Gac) สามารถพบพืชชนิดนี้ได้ ตั้งแต่ประเทศจีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย บังคลาเทศ และฟิลิปปินส์ ฟักค่าว เป็นไม้ประเภทล้มลุก เป็นเถาเลื้อย มีมือเกาะ แบบเดียวกับตำลึง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ หรือรูปไข่ รูปร่างคล้ายใบโพธิ์ ความกว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ในประเทศไทยคนสมัยก่อนนำผลฟักค่าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร เนื่องจากรสชาติเนื้อฟักค่าวเหมือนมะละกอ วิธีการนำมารับประทานโดยการนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกินกับน้ำพริก หรือใส่แกง ส่วนยอดอ่อน ใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ โดยการนึ่งหรือลวกให้สุก เช่นเดียวกับผลอ่อนนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค หรือจิ้มน้ำพริกได้เช่นเดียวกัน ผลอ่อนของฟักค่าว มีทั้งวิตามินซ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกแก้วมังกรไว้หลายต้นหรือหลายหลัก แต่ไม่งามสมบูรณ์ ติดผลน้อย ผลดัง กล่าวมีสีซีด เนื้อในไม่หวาน แม้ให้น้ำแล้วก็ตาม ผมจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ต้นแก้วมังกรสมบูรณ์ ติดผลดกและรสชาติดีได้ครับ ขอแสดงความนับถือ วิชัย สมบูรณ์วราฤทธิ์ ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตอบ คุณวิชัย แก้วมังกร เป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดจัด และชอบน้ำ แต่ไม่แฉะ ลักษณะอาการที่เล่ามานั้น เกิดจากการที่น้ำหรือดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แก้ไขได้ด้วยการให้น้ำถี่ขึ้น ในกรณีที่ให้น้ำสม่ำเสมอแล้วก็ตาม แต่อาจเกิดจากดินที่ไม่อุ้มน้ำ คือขณะให้น้ำ น้ำไหลบ่าไม่ซึมลงดิน จึงต้องพรวนดินด้วยคราดชนิดซี่ห่าง ขุดฟื้นดินรอบโคนต้นเบาๆ ระวังอย่าให้ระบบรากฉีกขาด จากนั้นผสม ปุ๋ยคอกเก่ากับแกลบดิบ อัตรา 1:1 คลุก เคล้าให้เข้ากัน โรยรอบโคนต้น อัตรา 2 บุ้งกี่ต่อต้น พร้อมรดน้ำตามพอชุ่ม แต่อย่าแฉะ หากต้องการให้ต้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 200 กรัม หรือ 2 กํามือต่อต้น ทุกๆ 2 เดือน จะทําให้ต้นแก้วมังกรของคุณมีสีเขียวสดใสและสมบูรณ์ขึ้น การเพิ่มความหวาน และสีผิวของผลให้สวยงามยิ่งข
อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่หลายคนมองว่าลำบากทำไปก็เหนื่อยเปล่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองอาชีพเกษตรเป็นทางรอด ต่างคนต่างทัศนคติ แต่สำหรับคนที่มีทางเลือกน้อย วุฒิการศึกษาไปแข่งกับคนอื่นไม่ได้ จึงมองว่าหากไม่ย่อท้อ มีมันสมองและสองมือ อาชีพเกษตรอาจจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนให้เขาในอนาคตก็เป็นได้ คุณศุภชัย เณรมณี หรือ คุณกอล์ฟ อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 5 ตำบลมงคลธรรมนิมิตร อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรผู้สู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เล่าว่า อดีตตนเองทำงานเป็นจับกังได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท แต่ก็ต้องยอมเพราะมีทางเลือกไม่มาก เรียนจบแค่ ป.3 ไปสมัครงานบริษัทเขาก็ไม่รับเพราะไม่มีคุณสมบัติที่เขาต้องการจึงต้องยอมลำบากทำงานรับจ้างได้ค่าแรงหลักสิบหลักร้อย แต่ต้องเลี้ยงคนที่บ้านอีก 7 ชีวิต พ่อแม่ก็ต้องช่วยกันเก็บผักจับปลามาเป็นอาหาร มีนาข้าวก็ทำได้ปีละครั้ง สมัยนั้นข้าวมีราคาเกวียนละแค่ 3,500 บาท ใช้จ่ายได้สามสี่เดือนก็หมดต้องไปเชื่อร้านค้ากินเป็นอาทิตย์ชนอาทิตย์ ภรรยาก็เพิ่งคลอดลูกจะมาอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว มีลูกเพิ่มมาอีกชีวิตต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เลยหันมาสังเกตวิถีชีวิตที่ตัวเองอยู่ มีผักให้เก็บกิน แล้วถ
“หลายคนสงสัย และตั้งคำถามกับผมว่า ทำไม ถึงเลือกปลูกมันเทศ แล้วในอนาคตตลาดจะเป็นไปในรูปแบบไหน ตลาดจะตันไหม ตอบได้เลยว่า ตลาดมันเทศยังไปได้อีกไกล เพราะหากทุกคนได้ลองสืบค้นประวัติมันเทศดูแล้ว จะพบว่า ประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากมันเทศมายาวนาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้ มิหนำซ้ำความต้องการยังมี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นการจุดประกายความคิดที่ว่า เวลาผมจะเลือกปลูกอะไรก็ตาม เราต้องเลือกปลูกสิ่งที่ตลาดต้องการ เป็นอะไรที่มีอยู่มานานแล้ว มีการใช้อย่างต่อเนื่อง และ สามารถแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้ เพราะฉะนั้น อนาคตผมเชื่อเหลือเกินว่า มันเทศจะยังมีอนาคตที่สดใสไปอีกนาน ถ้าทุกคนรู้จักปลูก รู้จักขาย และควบคุมปัจจัยการผลิต ดีมานด์ ซัพพลายได้” คุณวิวัฒน์ ศรีกระสัง หรือ พี่ติ๊ก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เมืองย่าโม อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 10 ตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา อดีตคนทำงานสื่อสู่การเป็นเกษตรกรปลูกมันหวานมืออาชีพ สร้างอาณาจักรมันหวานครบวงจร ทั้งปลูก-แปรรูป รวมถึงทำการตลาดเอง จนสามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับครอบครัวได้กว่าเดือนละกว่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท พี
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพเป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มีแรงบันดาลใจอยาก ทำงานด้านการเกษตร คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้าอบรมและศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้
