พืชทำเงิน
“คุณเมือง หรือ คุณอภิจิตต์ ชาวเขา” เจ้าของสวนม่อนเมืองมุก และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชผักสมุนไพรบูรไฮไทภู อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกกลุ่ม จำนวน 13 คนใช้พื้นที่ว่างกลางร่องสวนยางพารามาปลูกต้นคอนแคน เพื่อจำหน่ายต้นพันธุ์ พร้อมเก็บยอดอ่อนและดอกจำหน่ายในลักษณะผักสดให้แก่ผู้สนใจ และนำใบต้นคอนแคนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใบชาเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้ส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่บ้านปากช่อง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มากกว่า 50 คน โดยปลูกสมุนไพรคอนแคนส่งขายให้กับกลุ่ม สร้างรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปีแล้ว ทุกวันนี้ ต้นคอนแคน จากสมุนไพรท้องถิ่น จังหวัดมุกดาหาร กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกตัวใหม่ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกลุ่มแล้ว ยังกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มแห่งนี้ได้รับรางวัลกลุ่มวิสากิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดในช่วงที่ผ่านมาด้วย รู้จัก “ต้นคอนแคน” คุณเมืองกล่าวว่า ต้นคอนแคน
อะบิว ผลไม้นำเข้าจากไต้หวัน เจ้าของสวน ตั้งเป้าปีหน้ากำเงิน 2-3 ล้าน เผยรสชาติ เหมือนกินผลไม้ 3 ชนิดในลูกเดียว แนะเกษตรกรหันมาปลูกพืชทางเลือกใหม่ สร้างรายได้งาม นางสายหยุด จันทร์สว่าง อายุ 62 ปี เจ้าของสวนป้าสายหยุด หมู่ที่ 1 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง อดีตข้าราชการเกษียณ ที่หันมาเอาดีด้วยการทำเกษตรบนความต่างตามศาสตร์พระราชา โดยปลูกต้น อะบิว พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ และเป็นผลไม้นำเข้าจากประเทศไต้หวัน เกือบ 200 ต้นเมื่อปี 2564 โดยปลูกแซมในสวนทุเรียนเนื้อที่ 15 ไร่ ใช้เวลาปลูกประมาณ 8 เดือนเริ่มให้ผลผลิต เก็บขายได้กิโลละ 100-150 บาท ซึ่งแต่ละต้นจะเก็บลูกอะบิวขายได้ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทำให้มีรายได้กว่า 500,000 บาทต่อปี ปีนี้ ป้าสายหยุด ปลูกต้นอะบิวเพิ่มขึ้นรวมแล้วเกือบ 1,500 ต้น หวังจะโกยเงิน 2-3 ล้านบาทภายใน 1-2 ปีหน้า เนื่องจากยังมีตลาดรองรับอีกมากแต่เกษตรกรยังปลูกน้อย ทำให้คนที่ปลูกขายก่อนได้ราคาดี อีกทั้งลูกอะบิวเมื่อสุกจะมีสีเหลืองทอง สวยงามแปลกตา ถือว่าเป็นสีแห่งโชคลาภของชาวไทยเชื้อสายจีน และยังเป็นผลไม้ที่มี 3 รสชาติในลูกเดียวกันคือ มีกลิ่นหอมคล้ายมะม่วงน้ำดอกไม้สุก ผสมกับเนื้
จันทบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งผลไม้ ที่สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย มาอย่างตลอดต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด เงาะ สะละ ระกำ ลองกอง ลำไย กระท้อน และอื่นๆ อีกมากมาย ทุกๆ ปี ผลไม้ก็จะเริ่มทยอยออกพร้อมกันในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤษภาคม ที่ผู้เขียนเกริ่นมาข้างต้นนี้มิได้จะรายงานเศรษฐกิจพืชผลไม้ของเมืองจันท์… แต่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่านั้น เพราะเพื่อนฝูงส่งต่อข้อความมาบอกว่า จังหวัดจันทบุรีได้ค้นพบ ทุเรียนสายพันธุ์ใหม่และผ่านการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชมา สดๆ ร้อนๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกรมวิชาการเกษตร ในปี พ.ศ. 2564 ก็เมื่อเร็วๆ นี้เอง ทุเรียนพันธุ์ใหม่ที่ว่านี้มีชื่อว่า “ทุเรียนหลงพญา” ที่บ้านเลขที่ 44/6 หมู่ที่ 1 ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี คือแหล่งกำเนิดของทุเรียนหลงพญา โดยมี คุณภัทรภร เลิศวงค์ หรือ เจ้สาย เป็นเจ้าของสายพันธุ์ เมื่อดูจากสภาพบรรยากาศโดยรอบๆ ของบ้านคุณภัทรภรนั้นมีลักษณะเป็นบ้านก่ออิฐฉาบปูนติดพื้นหลังเดียวอยู่กลางสวนป่า ไม่ต่างอะไรกับบ้านคนสวนทั่วไป คุณภัทรภรเป็นคนเรียบง่ายใช้ชีวิตธรรมดาๆ กับครอบครัวเล็กๆ 4 ชีวิต พ่อ แม่ ลูก มีอาชี
“ผักบุ้ง” จัดอยู่ในกลุ่มผักสดขายดีตลอดทั้งปี เพราะนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด แถมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย มักเติบโตอยู่เหนือน้ำ หรือในที่ที่มีความแฉะ เพราะเป็นพืชที่ชอบน้ำมากเป็นพิเศษ ถ้าหากขาดน้ำจะสร้างความเสียหายให้กับวงจรของผักบุ้งเลยก็ว่าได้ การทำนาผักบุ้ง ถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว “คุณสุภาวดี แตงสุข” เจ้าของแปลงนาผักบุ้งน้ำ ที่ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ที่ทำนาผักบุ้งสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คุณสุภาวดีเองทำนาผักบุ้งมาประมาณ 30 ปีแล้ว เพราะการทำนาผักบุ้ง ปลูกดูแลง่าย ไม่ต้องลงทุนเสียค่าเมล็ดพันธุ์ เพราะสามารถนำต้นเก่าของผักบุ้งมาทำพันธุ์เพื่อใช้ได้ต่อเลย ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ ผักบุ้งน้ำดูแลง่ายกว่าการปลูกผักบุ้งจีน ที่ต้องใช้คนงานเยอะ ผักบุ้งน้ำปลูกคล้ายแปลงทำนา คุณสุภาวดีจะใช้วิธีปลูกผักบุ้งน้ำ คล้ายกับการทำนาข้าว เริ่มจากขั้นตอนการเตรียมดินจะใช้แรงงานคนย่ำให้จม หากเป็นนาเก่าหรือนาที่มีผักค้างอยู่ในแปลงต้องย่ำให้หนักๆ เพื่อให้เกิดดินดำผุดขึ้นมา หลังจากนั้นจึงค่อยนำพันธุ์ผักบุ้งที่เป็นยอดๆ จะใช้ประมาณ
เหรียง เป็นหนึ่งในผักยอดนิยมในวิถีชีวิตประจำวันของชาวใต้ เช่นเดียวกับ สะตอและเนียง ทั้งนี้ ต้นเหรียงโดยธรรมชาติ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงประมาณ 30 เมตร ลักษณะคล้ายต้นสะตอ แต่พุ่มใบแน่นและเขียวทึบกว่า ดอกและผลเป็นผักเหมือนสะตอ ฝักยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร เมล็ดมี 15-20 ต่อฝัก ไม่นิยมกินสดเหมือนสะตอ แต่จะรอให้แห้งแก่คาฝัก เมล็ดในเมื่อแก่แล้วเป็นสีดำ ชอบขึ้นตามริมชายเขา ซึ่งมีอากาศชื้น มีอายุ 10 ปีขึ้นไปจึงจะให้ผลผลิต ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวบ้านทั่วไปนิยมปลูกต้นเหรียงร่วมกับพืชอื่นๆ ในสวนสมรม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี คุณรัชฏาภรณ์ ศรีสวาท เกษตรกรในชุมชนแห่งนี้มักรับซื้อเมล็ดเหรียงประมาณ 1,500 กิโลกรัม เพื่อนำมาเพาะหน่อเหรียง สำหรับขายส่งแม่ค้าตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 150 บาท วิธีการเพาะหน่อเหรียง เริ่มจากใช้กรรไกรตัดเล็บนำตัดที่เมล็ดเหรียง ที่ปลายทางด้านที่มีสีน้ำตาลและเป็นรอยบุ๋มลงไป หลังจากนั้นนำมาแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 20-24 ชั่วโมง แล้วนำมาล้างเมือกที่ติดอยู่กับเมล็ดให้หมดโดยใช้มือถูเมล็ดไปมาในน้ำประมาณ 2 ครั้ง เมื่อเมล็ดสะอาดดีแล
เส้นทางความสำเร็จของคนแต่ละคนนั้นย่อมมีความแตกต่างกัน บางคนประสบความสำเร็จได้ด้วยการลงมือเพียงไม่กี่ครั้ง แต่กลับบางคน การจะได้มาซึ่งความสำเร็จต้องอาศัยความเพียรพยายามและการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน เช่นเดียวกับ ‘ป้านา’ หรือ ‘ธนพร โพธิ์มั่น’ เจ้าของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฟาร์มเห็ดป้านา’ และผู้นำต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตประยุกต์สู่โคกหนองนาอารยะเกษตร ที่ต้องใช้การลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้งกว่าจะเป็นป้านาที่หลาย ๆ คนรู้จักในปัจจุบันนี้ โดยก่อนหน้าที่จะหันมาทำการเกษตร ป้านาทำอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน จากนั้นก็ได้เปลี่ยนสายงานไปเป็นเจ้าหน้าที่ในห้องแลปวิเคราะห์อาหารสัตว์ และหลังจากทำงานอยู่ในห้องแลปมาเป็นระยะเวลายาวนานจนสุขภาพเริ่มย่ำแย่ ก็ได้หันมาทำการเกษตรผสมผสานด้วยหลักการบริหารงานแบบคนจน สร้างความหลากหลายในพื้นที่ เพาะเห็ด ปลูกผัก และหันมาเริ่มจากการทำอะไรเล็ก ๆ แต่รอบคอบแม่นยำ มากกว่าที่จะเป็นการทำอะไรใหญ่ ๆ แต่ขาดการไตร่ตรองและความรู้ความเข้าใจ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูว่ากว่าจะมาเป็นฟาร์มเห็ดป้านาในทุกวันนี้ ป้านาได้ตกตะกอนและมีเรื่องราวอะ
หลายคนมีความฝันอยากเป็นนายตัวเอง ที่ไม่ต้องทำงานประจำไปจนถึงวัยเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร มีเวลาอิสระ หนึ่งในนั้นเขาประสบความสำเร็จจาก ‘ธุรกิจการเกษตร’ ที่ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยอดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม จุดเริ่มต้นมาจากอยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง คุณพันธ์มีความคิดแรกเริ่มว่า ตนเองมีที่ดินแต่เป็นต้นทุนพื้นฐาน แต่จะทำอย่างไงให้ก่อเกิดรายได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กลับไปพัฒนาที่ดินและผันตัวทำเกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งเป็นบ่อกักเก็บน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ 30 เปอร์เซ็นต์ และที่อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 1 พื้นที่ คุณพันธ์ เล่าว่า “แนวคิดนี้เกิดจากประสบการณ์ที่ผมเคยทำงานในบริษัทญี่ปุ่น และได้เห็นว่าเกษตรกรญี่ปุ่นมองตัวเองเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่คนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และวางแผน
“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรแฟร์เทรดศรีสะเกษ” นำพืชผลทางการเกษตรในกลุ่มที่มีทั้งสมุนไพรเครื่องเทศหลายอย่าง เช่น พริก หอมแดง กระเทียม รวมถึง ขิง ข่า ตะไคร้ มาสร้างมูลค่าผ่านกระบวนการปลูกแบบอินทรีย์ตามมาตรฐาน จนได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมาตรฐานของประเทศ สินค้าที่น่าสนใจและเป็นพืชหลักของกลุ่มนี้คือ การผลิตพริกใหญ่อินทรีย์ (พริกใหญ่พันธุ์พิจิตร 2) เพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปสำหรับการส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ โดย คุณสุคนธ์ กุษาเดช บ้านเลขที่ 45/4 หมู่ที่ 5 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 089-848-5277 เป็นเกษตรกรแกนนำของกลุ่มที่ปัจจุบันปลูกพืชสมุนไพรเครื่องเทศแบบผสมโดยปลูกพริกเป็นหลัก และปลูกพืชสมุนไพรอย่างหอมแดง กระเทียม ขิง ข่า ตะไคร้ เป็นพืชเสริมแบบหมุนเวียน โดยใช้แนวทางปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงมีรายได้ตลอดทั้งปี พริกที่คุณสุคนธ์และกลุ่มใช้ปลูกเป็นพริกใหญ่ที่นำมาแปรรูปเป็นซอสพริก มีผลสุกสีแดงเข้ม เนื้อหนา ขนาดใหญ่ ยาว มีความเผ็ดน้อย ทั้งนี้ พริกใหญ่พันธุ์พิจิตร 2 ได้จากการปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีผสมข้ามพันธุ์ ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมือง มีลำต้นสูงสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ผ
เกษตรกรชาวตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง คิดต่างหันมาปลูกต้นแก่นตะวันขายทั้งดอกและหัว สร้างรายได้กว่า 1,500 บาทต่อวัน โดยช่วงออกดอกสามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เพราะมีดอกสีเหลืองสวยไม่แพ้ดอกบัวตอง ส่วนสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมัน และอื่นๆ ทำขายดีในกลุ่มคนรักสุขภาพ นางสาวสุมาลี เมืองมีศรี วัย 42 ปี ดีกรีปริญญาโท อดีตพนักงาน อบต. แห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ชักชวนสามีคือ นายจรัณ เพ็งเทพ วัย 52 ปี อดีตเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลย่านตาขาว จังหวัดตรัง หันมาปลูกต้นแก่นตะวันเป็นอาชีพหลัก บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ทดแทนการปลูกยางพารามาตั้งแต่ปี 2558 หลังจากเห็นว่าต้นแก่นตะวัน เป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีดอกสีเหลืองสวยคล้ายกับดอกบัวตอง เมื่อปลูกจำนวนหลายร้อยต้นสามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ ดอกสีเหลืองของต้นแก่นตะวันสามารถแปรรูปเป็นชาชงดื่มเพื่อสุขภาพ บรรเทาอาการความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ เบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ปวดไมเกรน วัยทอง และอื่นๆ ได้หลายโรค ซึ่งมีกลิ่นหอมคล้ายกับดอกเก๊กฮวย ส่วนหัวหรือเหง้า มีสรรพคุณคล้ายกับดอก สามารถรับประทานสดได้ รสชาติหวานมันติดฝาดเล็กน้อย เ
ไผ่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้า โดยไผ่ได้ชื่อว่าเป็นหญ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ไผ่เป็นพืชสารพัดประโยชน์สำหรับเกษตรกร เนื่องจากทุกส่วนของไผ่เราสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนของหน่อใช้เป็นอาหาร บริโภคได้ทั้งหน่อสดและเอาไปดองเพื่อถนอมอาหาร ส่วนลำต้นสามารถใช้เป็นไม้ใช้สอยได้ต่างๆ นานา ทำค้างสำหรับพืชไม้เลื้อย ทำรั้วบ้าน ทำด้ามจอบด้ามพร้า สานตะกร้ากระบุง ทำเครื่องเรือน หรือสร้างบ้านได้แทบทั้งหลัง แม้แต่ใบก็เอามาทำปุ๋ยได้ ในสมัยก่อนเราพึ่งพาไม้ไผ่ในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ปัจจุบันแม้ไผ่ธรรมชาติจะลดน้อยลงไป แต่สำหรับเกษตรกรการปลูกไผ่ไว้ในสวนของตัวเองเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาได้มากทีเดียว เพราะในปัจจุบันไม้ไผ่ที่ตัดขายตามร้านค้ามีราคาแพงมาก ดังนั้น การปลูกใช้เองเป็นการดีที่สุดสำหรับเกษตรกรในยุคนี้ ยางพารา ถือเป็นพืชเศรษฐกิจในภาคใต้ จากสภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ราคายางเคลื่อนไหวแพงบ้างถูกบ้าง และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ยางมีราคาถูกมาก ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งโค่นยางทิ้งเมื่อถึงอายุ และมักจะมองหาพืชชนิดอื่นปลูกทดแทนยาง เช่น ปาล์มน้ำมัน สะละ ทุเรียน มังคุด กล้วย แล้วแต่ความถนัด บางสวนก็โค่นยางออกบ
