พืชทำเงิน
ในสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจช่วงนี้ ผู้ประกอบการ โรงงานที่ปรับลดพนักงาน หรือปิดตัวลงถาวร หลายคนคงคิดแล้วว่า “ไม่มั่นคง” กับการดำเนินชีวิตแน่นอน คงต้องหาอาชีพเสริมทำควบคู่กับอาชีพหลักเป็นแน่แท้ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ “สุขใดเล่า จะเท่าบ้านเรา”…คำนี้คงจะโผล่ขึ้นในหัวทันที ยิ่งคนที่ออกไปทำงานต่างจังหวัดด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะคิดถึงท้องถิ่น ที่เราเคยอยู่มามากขนาดไหน อย่าง คุณณัฐรียา จันทะเสน อาศัยอยู่หมู่ที่ 5 บ้านงามวงศ์วาน ตำบลท่าสวรรค์ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ที่เธอหันมาเพาะเห็ดหูหนูขายเป็นอาชีพเสริม ควบคู่กับการทำสวนยางพารา ไร่อ้อย ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้สามีเธอได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ก่อนจะกลับมาช่วยกันดูแลโรงเห็ดด้วยกัน และยังชวนคนในชุมชนมาร่วมกันด้วย โดยยึดคำว่า “หากเราทำได้ ชุมชนต้องเดินไปกับเราได้” คุณณัฐรียา เล่าว่า การเพาะเห็ดหูหนู เราทำกันเป็นครอบครัว ทุกคนช่วยกัน และดึงคนในชุมชนมาร่วมทำกับเราด้วย ลองผิดลองถูกมาเยอะ แต่ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จนปัจจุบันถือได้ว่ารู้หัวใจสำคัญของการเพาะเห็ดชนิดนี้มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อากาศ อุณหภูมิ โรคต่างๆ ที่เกิดกับเห็ด การเ
การเกษตรถือเป็นรากฐานสำคัญของหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและไทยที่ต่างมีความโดดเด่นเฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณนิทัศน์ ศรีอุราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘คุณโอซัง’ เกษตรกรตัวจริงที่เคยไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเกษตรกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น เผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการทำเกษตรในญี่ปุ่นและไทย ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน คุณโอซัง เล่าให้ฟังว่า จากการที่ได้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเกษตรกรในญี่ปุ่นถ้าพูดถึงในมุมของการทำเกษตรในญี่ปุ่นกับไทยนั้น “การผลิตไม่ได้ต่างกันมาก แต่ที่แตกต่างจริงๆ คือการวางแผนและการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างในไทยช่วงมีนาคม-เมษายน ทุเรียนจะออกผลผลิต ซึ่งเกษตรกรต้องวางแผนทั้งการปลูกและการขาย ถ้าเป็นคนไทย เราต้องจัดการเองทุกขั้นตอน แต่ที่ญี่ปุ่นจะมีสหกรณ์เกษตรที่ช่วยบริหารจัดการผลผลิตต่อไป และส่วนใหญ่คนไทยมักจะไม่ค่อยจดบันทึกรายละเอียดแบบที่คนญี่ปุ่นทำ” ในบ้านเรา ปัญหาของเกษตรกรมักไม่ได้อยู่ที่การปลูกพืช แต่เป็นเรื่องราคาสินค้าที่ตกต่ำห
ดินลูกรัง จัดเป็นดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำ มีส่วนของหน้าดินลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เท่านั้น ลึกจากนั้นลงไปจะเป็นชั้นของดินลูกรัง ชั้นกรวด และดินดาน ดินประเภทนี้จะมีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ เป็นที่สังเกตว่าในสภาพพื้นที่ดินลูกรังจะปลูกไม้ผลให้ประสบความสำเร็จได้ยาก แต่สำหรับพื้นที่ในเขตตำบลวังทับไทร กิ่งอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นดินลูกรัง เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ใช้พื้นที่นี้ปลูกมะม่วงเป็นหลัก มีเกษตรกรหลายรายของที่นี่ได้มีการปรับปรุงพื้นที่และใช้เทคโนโลยีจนประสบความสำเร็จในการปลูกมะม่วงได้คุณภาพดี และสามารถส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศได้ คุณจรัญ อยู่คำ อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 1 ตำบลวังทับไทร กิ่งอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง บนเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ บนดินลูกรัง คุณจรัญบอกว่า ในการเตรียมหลุมปลูกมะม่วงจึงมีความจำเป็นจะต้องขุดหลุมขนาดใหญ่กว่าปกติ คือขุดให้มีความกว้าง ยาว และลึก ประมาณ 80 เซนติเมตร โดยขุดดินทั้งหมดมากองไว้บริเวณปากหลุมและคลุกเคล้าด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ในอัตราหลุมละ 2-3 ปุ้งกี๋ และนำดินผสมเหล่านั้นใส่ลงไปในหลุมแล้วปลูกต้น
คุณประโยชน์จาก “ไผ่” มีมากมายนานัปการ “ไผ่” คือ คำตอบ สำหรับการจัดการทรัพยากรพื้นที่ให้กับชาวชุมชนผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกไผ่ของชุมชนผาปัง มีเกือบ 20,000 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ ที่ดินสิทธิทำกิน และพื้นที่ป่าชุมชน ไผ่ที่ปลูกเกือบทั้งหมดเป็นไผ่ซาง ได้แก่ ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวล ไผ่ซางบ้าน มีบ้างที่เป็นไผ่รวก เพราะเป็นไผ่ชนิดเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นไผ่ชนิดใด คุณรังสฤษฏ์ คุณชัยมัง ที่ปรึกษาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง ก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า ไผ่ทุกชนิด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งยังเป็นพืชพลังงานสูง และในเชิงเศรษฐกิจเป็นพืชที่ลงทุนในปีแรกเท่านั้น ปลายปี 2558 มีข่าวว่า วิสาหกิจชุมชนผาปังแห่งนี้ ได้ทดลองโดยการนำถ่านไม้ไผ่มาผลิตเป็นแก๊สรถยนต์จนประสบความสำเร็จ และเป็นรถยนต์ที่ใช้แก๊สจากถ่านไม้ไผ่คันแรกในเอเชีย เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา ที่ผ่านมา ไผ่เป็นพืชที่สร้างมูลค่าและพาให้ชุมชนผาปังอยู่รอดด้วยการเป็นชุมชนพึ่งตนเอง มีแผนพัฒนาวิสาหกิจเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน ซึ่งการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนผาปังนำไผ่ท
ครั้นจะไม่พูดถึงเสียเลย ก็คงจะเป็นของที่มันคาอก คาใจไปนานเชียวหละ พืชผักที่เป็นยาสมุนไพรไทย มีเยอะแยะมากมาย จนเวลานี้แยกไม่ออกบอกไม่ถูกตามไม่ทัน ว่าอันไหนของไทยบ้านเรา อันไหนเอาเข้ามาจากถิ่นอื่น ผักหลายชนิดเคยพบเห็น เคยกินมาตั้งแต่เด็กๆ จนปลายคนแล้ว ยังค้างคาใจอยู่ว่า เป็นผักของไทยเราหรือของต่างชาติ เราต้องยอมรับกันว่า “ไม่แน่ใจ” เพราะไม่แน่ใจว่า คนบ้านเราเขารู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อใด 50 ปี 100 ปี 200 ปี หรือนานมามากกว่านั้น ไม่รู้หละครับ พืชผักชนิดไหนเคยรู้จักกันมานาน ก็ถือว่าเป็นผักที่มีต้นกำเนิดในบ้านเรา ยกเว้นจะมีใครแอบไปจดลิขสิทธิ์หรือขึ้นทะเบียนเป็นพืชของบ้านเขาเองแล้ว ก็แล้วไป ที่ผ่านมามีเยอะเลย “สะระแหน่” (Pepper Mint) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีหลายชื่อเรียกหลายสายพันธุ์ แต่ก็รวมกันอยู่ในวงศ์ (Family) หรือตระกูลเดียวกัน คือ LAMIACEAE ในสกุล (Genus) Melissa คนไทยในแต่ละภาค เรียกต่างกันบ้าง แต่ชื่อว่า “สะระแหน่” คล้ายเป็นชื่อกลางที่รู้จักกันทั่วไป เช่น ทางเหนือเรียก หอมด่วน, หอมเดือน อีสานเรียก ขะแหยะ, ขะแยะ ใต้เรียก สะแหน่, บักเงาะ อีกหลายที่เรียก แมงลักน้ำ, สะระแหน่ต้น, ต้นน้ำมันหม่อ
“จำปาดะ” คือหนึ่งในไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ที่สะท้อนทั้งวิถีชีวิต รสชาติ และอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างชัดเจน ผลสุกของจำปาดะถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานและผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลาย จนกลายเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในจังหวัดสตูล ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกสำคัญที่สุด มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 1,685 ไร่ และให้ผลผลิตแล้ว 1,175 ไร่ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับการยกระดับเป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ยิ่งตอกย้ำถึงคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น แหล่งผลิตสำคัญของจำปาดะสตูลกระจุกตัวอยู่ในอำเภอควนโดน ซึ่งเกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ขวัญสตูล อันเป็นพันธุ์ทางการค้าที่ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภค ด้วยลักษณะเด่นของเนื้อที่มีสีเหลืองอมส้ม ยวงใหญ่ เนื้อหนา ไม่เละ กลิ่นไม่ฉุนจัด และให้รสชาติหวานพอดีไม่เลี่ยน การปลูกจำปาดะแม้จะต้องอาศัยเวลา แต่ก็สามารถบริหารจัดการให้เหมาะสมได้ หากปลูกด้วยเมล็ดจะใช้เวลาประมาณ 5-6 ปีจึงให้ผลผลิต แต่หากใช้วิธีขยายพันธุ์แบบเสียบยอด
อาจารย์พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก ข้าราชการวัยเกษียณ มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมถนนหนองน้ำส้ม ตำบลท่าฉาง อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเองทำงานรับราชการสายการศึกษามาก่อน เกษียณจากข้าราชการเมื่อปี 2559 ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ ของสำนักงานอุดมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1 โดยเริ่มวางแผนปลูกปาล์มน้ำมันตั้งแต่ปี 2548 ก่อนออกจากงานข้าราชการ เพราะคิดว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ปลูกดูแลไม่ยุ่งยาก โรคแมลงน้อย สามารถทิ้งไว้ได้ครั้งละหลายวัน ได้ผลผลิตไว 3 ปี ตัดขายได้ ซึ่งเหมาะกับสายงานเราในตอนนั้นเพราะตนเองยังต้องรับราชการต่ออีก 12 ปี “ตอนนั้นความรู้การปลูกปาล์มน้ำมันเท่ากับศูนย์ แต่ก็พยายามเรียนรู้อยู่ตลอด ปลูกไปด้วยลองผิดลองถูกไปด้วยรวมระยะเวลากว่า 5 ปี ช่วง 5 ปีแรกปาล์มของผมยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพราะไม่มีความรู้เรื่องปุ๋ย เรื่องดิน และการรักษา แต่อย่างน้อย 5 ปีที่ทำมาก็ทำให้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่ยังไม่รู้ จุดนี้ทำให้เราศึกษาเพิ่มขึ้น ร่องรอยของความไม่รู้คือ ปาล์มในช่วง 5 ปีแรก คอจะลีบ เพราะดูแลไม่เป็น ขาดความรู้เรื่องปุ๋ย เมื่อรู้ถึงปัญหาจึงแก้ไขอยู่ตลอด ช่
เลม่อน (Lemon) จัดอยู่ในพืชตระกูลส้ม ที่เป็นไม้พุ่มดอกสีขาวและให้ผลผลิตสีเหลืองสดใสได้ตลอดทั้งปี ปัจจุบันในประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้ามาปลูกอย่างแพร่หลาย และหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ครองใจตลาดมากที่สุดต้องยกให้ “สายพันธุ์ยูเรก้า” ด้วยจุดเด่นด้านกลิ่นที่หอม ผิวสีเหลืองนวลสวย และให้ผลผลิตต่อต้นสูง จนเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดในขณะนี้ จุดประกายให้เกษตรกรหันมาปลูกเลม่อนเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงไร่ขนาดใหญ่ วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “บ้านไร่ลินดา” ผู้บุกเบิกการปลูกเลม่อนมานานกว่า 4 ปี บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ซึ่งการขยายพื้นที่ปลูกในระดับสเกลใหญ่นี้ อะไรคือโอกาสและศักยภาพที่เจ้าของสวนมองเห็นในพืชชนิดนี้ ตามไปหาคำตอบพร้อมกัน คุณเล็ก-วิจดา นพคุณ เจ้าของสวนเลม่อน “บ้านไร่ลินดา” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหลวง (เชิงดอยอินทนนท์) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สู่เกษตรกรมืออาชีพด้านการปลูกเลม่อน ต่อยอดความชอบให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปี คุณเล็กถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังว่า โดยพื้นฐานประกอบธุรกิจด้านอสังหาร
“สวนมะปรางบ้านพาฝันเป็นสวนที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่สวนทั้งหมด 2 ไร่ เราตั้งใจจะนำผลผลิตจากสวนของเราออกมาจำหน่ายให้ทุกท่านได้ลองเปิดใจชิม สวนเราเป็นสวนแบบออร์แกนิกแท้ 100% ใส่ใจทุกรายละเอียดค่ะ” และนี่คือจุดเริ่มต้นของการลงมือทำสวนมะปรางของ คุณฟ้า หรือ คุณโชติกา พุฒฤทธิ์ สาวน้อยวัย 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะครุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ และเกษตรกรวัยใสแห่งสวนมะปราง ณ บ้านสวนพาฝัน ตำบลเมืองบางขลัง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่หันกลับมาต่อยอดอาชีพการทำสวนมะปรางของคุณยาย ในเนื้อที่เพียง 2 ไร่ พร้อมลุยตลาดออนไลน์ จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างสบายๆ จุดเริ่มต้นของการปลูก คุณฟ้า เล่าว่า เดิมทีเพียงแค่ปลูกไว้รับประทานภายในครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลผลิตที่ได้ภายในสวนนั้นมีปริมาณที่เยอะขึ้น จึงทำการกระจายผลผลิตของมะปรางที่ปลูกไว้ ด้วยการขายให้คนในชุมชน ก่อนจะมองเห็นโอกาสการสร้างรายได้ในช่องทางดังกล่าว อีกทั้งเธอยังมีประสบการณ์จากการขายของออนไลน์ จึงอยากจะเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าทางออนไลน์ ด้วยการเรียนรู้ ศึกษาและลงมือทำมาจนถึงปัจจุบัน “หลังจากที่บ
หากใครกำลังมองหาโอกาสและทางเลือกสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต “Exotic Plant ไม้แปลกและไม้หายาก” อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสินค้ากลุ่มนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก ไทยได้เปรียบด้านสภาพภูมิอากาศและสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืชกลุ่มนี้ มากกว่าฝั่งยุโรปที่ต้องเลี้ยงดูไม้แปลก-ไม้หายาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชเขตร้อนในโรงเรือนกระจก EVAP ทำให้มีต้นทุนผลิตสูง Exotic Plant พืชทำเงิน มูลค่าสูง ปัจจุบันไทยเป็นฐานการส่งออก Exotic Plant ไปทั่วทุกมุมโลก มีมูลค่าการส่งออกในลักษณะล็อตใหญ่ไปยังตลาดหลักอย่างอเมริกา ยุโรป ซึ่งตลาดอเมริกันชอบ Exotic Plant คุณภาพดี ไม่เกี่ยงราคา ขณะที่ตลาดยุโรปชอบสินค้าราคาปานกลางแต่สั่งจำนวนมาก สำหรับตลาดใหม่ที่น่าจับตามองคือ ตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง รวมทั้งจีน ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ตลาด Exotic Plant ในจีน กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สินค้าขายดี ได้แก่ ไม้ด่าง ประเภท มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน เน้นแข่งขันกันด้วยการสร้างลวดลายหรือแพตเทิร์นใหม่ๆ คุณโฮม – สรรพสิริ เชาวน์วาณิชย์ นักสะสม Exotic Plants ไม้แปลกหายากจากทั่วทุกมุมโลก มากว่า 30 ปี เป็นที่รู้จักใ
