พืชทำเงิน
ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ นับเป็นหนึ่งในทำเลทองของการเพาะปลูกสินค้าเกษตรของจังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่ดินดี น้ำดี อากาศดี เพาะปลูกพืชใดก็เจริญเติบโตงอกงาม ให้ผลผลิตคุณภาพดีตามไปด้วย ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมทั้ง “กล้วยไข่” คือพืชเศรษฐกิจหลักของท้องถิ่นแห่งนี้ นับเป็นความโชคดีของทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่ คุณสุเมธ หงษ์สาชุม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 086-769-3465 และ คุณศิริพร พณิชย์สานนท์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟ-บุกบ้านขนุนคลี่ ให้เกียรติสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชมกิจการส่งออกกล้วยไข่ ของ วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ตำบลลิ่นถิ่น ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 30/4 หมู่ที่ 1 ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คุณสุเมธ หงษ์สาชุม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ตำบลลิ่นถิ่น เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกรายใหญ่อันดับต้นๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่ยังเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผล
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกๆ ท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอ สำหรับท่านที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยในรอบนี้ หลายๆ พื้นที่ก็คงกลับเข้าบ้านได้แล้ว งานเคลียร์พื้นที่หลังน้ำลดเป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสเหลือเกิน ผมเองก็เคยเจอน้ำเข้าบ้านระดับเหนือตาตุ่ม ดีที่ว่ารีบดำเนินการในช่วงที่น้ำยังไม่แห้งหาย มีเพื่อนบ้านที่รอจนน้ำแห้งค่อยมาล้างบ้าน นั่นคิดผิดถนัด เพราะจะมีร่องรอยคราบต่างๆ เกาะอยู่เต็มไปหมด และล้างออกยากเหลือเกิน ลมหนาวไหวยะเยือกกระทบผิว เป็นสัญญาณของฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะเริ่มขึ้น ไม่กล้าทำนายว่าปีนี้จะหนาวเหน็บถึงเพียงไหน โดยเฉพาะที่อยู่ห่างไกลตามดงดอย ก็ทำได้คือส่งกำลังใจถึงกัน เราจะผ่านวันเวลาและฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนไปได้ด้วยกัน โลกในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก การบริโภคที่เกินกว่าวัตถุดิบที่มี สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมไม่รู้จบและยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เอ่ยชื่อ วโรชา จันทโชติ เชื่อว่ามีไม่น้อยที่นึกถึงเรื่องราวของมะนาว เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พี่วโรชา จันทโชติ มีชื่อเสียงในเรื่องมะนาวเป็นอย่างยิ่ง เปิดตัวขึ้นมาด้วยมะนาวแป้นวิเศษ เพราะเป็นคนอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง และตามมาด้วยมะนาวแป้นวโร
เมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์ด ประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนและกลุ่มเกษตรกรร่วมกิจกรรม “ฟอร์ด เรนเจอร์ แกร่ง…ทุกงานเกษตร” กับเดินทางพิสูจน์สมรรถนะรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกร ที่มาพร้อมขุมพลังอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ตอบสนองต่อการขับขี่อย่างยอดเยี่ยมในเส้นทางสมบุกสมบัน ทั้งทางเรียบและออฟโรด รองรับการบรรทุกหนัก ลากจูง พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรค สมกับคำนิยามรถกระบะ “เกิดมาแกร่ง” เพื่อเยี่ยมชมสวนเกษตรและพูดคุยกับเกษตรกร ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครนายก-ปราจีนบุรี-นครราชสีมา คณะสื่อมวลชนออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครนายก โดยมีจุดหมายแรกคือ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง อำเภอบ้านนา ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระดับอำเภอ ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรงมีความโดดเด่นจากการเป็นชุมชนที่ริเริ่มปรับเปลี่ยนจากการเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยได้เรียนรู้และบริหารจัดการทรัพยากรและปัจจัยทางการเกษตร คือ ดิน น้ำ และพืช โดยมุ่งเน้นให้คนในชุมชนพึ่งตนเองได้ มีความรู้ และแบ่งปันสู่ชุมชนเพื่อความผาสุกอย่างยั่งยืน บ
“กาแฟ” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ก้อนโตให้แก่ชาวเชียงรายมานานกว่า 40 ปี ชาวบ้านเริ่มปลูกกาแฟตั้งแต่ ปี 2516 ภายใต้โครงการปลูกพืชทดแทน และพัฒนาเศรษฐกิจชาวไทยภูเขา ไทย/สหประชาชาติ ที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ทดแทนการปลูกฝิ่น ผสมผสานกับไร่ชาอัสสัม ที่ให้ผลผลิตที่ดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทำให้ปริมาณการผลิตฝิ่นลดลงไปมาก ต่อมามีการทดลองปลูกชา กาแฟ ไม้ผลเมืองหนาวอีกหลายชนิด ณ พื้นที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง สถานีทดลองเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นมีการแจกจ่ายพันธุ์พืชคุณภาพดีสู่เกษตรกรและชาวไทยภูเขา ทำให้ผลผลิตชาและกาแฟคุณภาพดี กลายเป็นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดเชียงรายจนถึงทุกวันนี้ กาแฟ สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่สูง เพราะมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงรายมีแหล่งกาแฟ จำนวน 35 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 10 ตำบล 7 อำเภอ โดยมีพื้นที่ปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้ามาเป็น อันดับ 1 ของประเทศไทย พื้นที่ปลูกรวมทั้งสิ้น 42,566 ไร่ ให้ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 215 กิโลกรัม เมื่อปี 2557 ให้ผลผลิตสูง 9,328 ตัน มีเกษตรกรปลูกและผู้แปรรูปกาแฟรวม 4,277 ราย โดยมีพ
พืชเกษตรหลัก ที่มีผลชี้วัดทางเศรษฐกิจและการเมือง เราคงมองไปที่ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา แต่หารู้ไม่ว่า พืชที่สำคัญอีกชนิด ที่มีผลชี้วัดไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “อ้อย” “อ้อย” พืชอุตสาหกรรมที่ปลูกแล้วตัดส่งเข้าโรงงานหีบอ้อย ผ่านกระบวนการแปรรูปจนออกมาเป็นน้ำตาลต้องใช้พื้นที่ในการปลูกอ้อยไม่น้อยกว่าพืชหลัก 3 อย่างที่กล่าวมาข้างต้นจะกี่ยุคกี่สมัยจากผลสะท้อน เกษตรกรชาวไร่อ้อยก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ ไม่ต่างอะไรกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง และยางพารา จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง โรงเรียนเกษตรกรชาวไร่อ้อย NKS แห่งแรก ที่ตำบลเนินมะกอก อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อนี้เป็นมาอย่างไร คุณสมนึก ประธานทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นครสวรรค์สติล จำกัด ผู้ผลิตเครื่องมือการเกษตร และเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนเกษตรกรชาวไร่อ้อย NKS ได้ให้ความกระจ่างถึงที่มาของโรงเรียนแห่งนี้ ดังที่เกริ่นไว้ข้างต้น คุณสมนึกเป็นผู้ผลิตเครื่องมือจักรกลการเกษตรมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2537 โดยเฉพาะการผลิตเครื่องมือ เครื่องจักรในการทำไร่อ้อย จึงทำให้ได้รู้จักกับ คุณกิวโด้ อานิก้าร์ (Mr.Guido Anicar) เกษตรกรชาวไร่อ้อยดีเด่นอันดับหนึ่งจาก
มะละกอเป็นพืชที่ปลูกไม่ยาก แต่หากจะปลูกให้ได้ผลดี ต้องทำความเข้าใจ เกษตรกรที่ปลูกมะละกอเมื่อต้นเจริญเติบโตดีแล้ว ต้องทราบวิธีการคัดเพศ ทั้งนี้เพื่อให้ได้มะละกอมีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ในการดูแลมะละกอหลังปลูก คือการเลือกมะละกอให้ได้ผลกลมยาว ที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตขอนแก่น มีงานวิจัยมะละกอมานาน ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ มะละกอผลกลมยาว ทำได้อย่างไร คุณวิไล ปราสาทศรี อดีตผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตขอนแก่น ได้อธิบายให้ฟังว่า มะละกอมีดอกอยู่ 3 เพศ ด้วยกัน คือเพศผู้ เพศเมีย และกะเทย (สมบูรณ์เพศ) ดอกเพศผู้ รู้จักกันดีในนามมะละกอสาย มีพบว่าให้ผลบ้าง ผลกลม เนื้อบาง แต่ไม่ค่อยพบบ่อยนัก ดอกเพศเมีย ดอกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คล้ายดอกมะลิ ผลมะละกอที่ได้จากดอกชนิดนี้ ผลป้อมใหญ่ ในผลกลวง เนื้อไม่หนานัก การบรรจุและการขนส่งค่อนข้างมีอุปสรรค ทางการค้าแล้วไม่เป็นที่ชื่นชอบแต่อย่างใด ดอกกะเทย (สมบูรณ์เพศ) ลักษณะของดอก เรียวยาวคล้ายดอกจำปี ผลที่ได้จากดอกลักษณะนี้ กลมยาว เนื้อหนา เป็นที่ต้องการของต
“มะเดื่อฝรั่ง” หรือ “ฟิกส์” (FIGS) ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปี อาจจะเป็นผลไม้ที่แทบจะไม่ค่อยมีคนรู้จักเลยในบ้านเรา แต่เมื่อได้รับความสนใจมากขึ้นว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ มีการเผยแพร่ออกสื่อต่างๆ มีกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับมะเดื่อฝรั่งในโลกโซเชียล ทำให้มะเดื่อฝรั่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คนทั่วไปรู้จัก ทานมะเดื่อฝรั่งเป็น มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องสายพันธุ์ที่มีการนำเข้ามาปลูกในบ้านเรานับร้อยสายพันธุ์จากทั่วโลก เทคนิควิธีการปลูก การบำรุงดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การแปรรูป รวมถึงวิธีการขยายพันธุ์ที่มีการประยุกต์และพัฒนาในหลายๆ รูปแบบ เนื่องจากมะเดื่อฝรั่งเป็นอีกพืชที่สามารถขยายพันธุ์ได้หลากหลายวิธีมาก ทาง “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398 ที่เป็นสวนหนึ่งที่เริ่มปลูกมะเดื่อฝรั่งในเชิงการค้าในยุคแรกๆ เพื่อจำหน่ายผลสด มานานเกือบ 15 ปี ซึ่งได้การตอบรับในการซื้อผลผลิตดีมาก โดยจำหน่ายได้ กิโลกรัมละ 150-300 บาท เลยทีเดียว ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างดีสำหรับเกษตรกร เนื่องจากสามารถผลิตในเชิงปลอดสารพิษหรือแบบอินทรีย์ได้ตามแนวทางของแต่ละสวน เนื่องจากเป็นไ
กรมวิชาการเกษตร ส่ง “เพชรบุรี 2” สับปะรดพันธุ์ใหม่ลักษณะเด่นโดนใจโรงงานแปรรูป ผลทรงกระบอก แกนผลเล็ก ตาตื้น ช่วยลดการสูญเสียเนื้อเมื่อเข้าเครื่องปอก คุ้มแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง แถมค่าความหวานเฉลี่ยชนะเลิศพันธุ์ดั้งเดิมปัตตาเวีย นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สับปะรดเป็นผลไม้ที่สร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งการวิจัยและพัฒนาที่ผ่านมาส่วนมากเป็นไปในด้านการเขตกรรมและการอารักขาพืช ส่วนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์หรือสายพันธุ์ยังไม่สามารถสร้างพันธุ์หรือสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้ ทำให้พันธุ์ที่ปลูกยังคงเป็นพันธุ์เดิม ปริมาณผลผลิตต่อไร่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.11 ตัน/ไร่ ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งการใช้พันธุ์เดิมปลูกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการกลายลักษณะไม่พึงประสงค์มากขึ้น เช่น การเกิดหนามตลอดทั้งใบ ผลไม่เป็นทรงกระบอก สีเนื้อไม่สม่ำเสมอ ผลขนาดเล็กลง และอ่อนแอต่อโรคเหี่ยวสับปะรด การคัดเลือกสายต้นเป็นแนวทางการปรับปรุงพันธุ์วิธีการหนึ่งที่ใช้ระยะเวลาสั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการ
ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ทำให้เกษตรกรไทยเผชิญกับปัญหาผลผลิตน้อยลง เนื่องจากขาดน้ำใช้ในการเกษตรแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่เกษตรกรผู้ปลูกผักต้องรับมือคือ ปัญหาแมลงระบาด กัดกินผลิตผลโดยเฉพาะกะหล่ำปลี ผักกาดขาว และมะเขือเทศ ที่บางแห่งเสียหายเกือบครึ่ง ไม่สามารถขายได้ นำมาซึ่งการสูญเสียรายได้ เทสโก้ โลตัส ในฐานะผู้รับซื้อผักและผลไม้ตรงจากเกษตรกรไทย มากถึงปีละ 150,000 ตัน จึงได้ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเดินสายให้ความรู้กับเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ในการเพาะไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงสายพันธุ์ไทย (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Steinernema sp. Thai strain) ไว้ใช้เอง โดยมีต้นทุนค่าวัสดุเพาะเลี้ยงเพียงแค่ 100 บาท ต่อไร่ ต่อครั้ง เทียบกับการใช้ยาฆ่าแมลง ที่มีต้นทุน ระหว่าง 700-1,000 บาท ต่อไร่ ต่อครั้ง โดยนอกจากจะช่วยเกษตรกรประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการป้องกันและกำจัดแมลงอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกรจากการใช้สารเคมี และความปลอดภัยของผู้บริโภคอีกด้วย นางสาวพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธานกรรมการฝ่ายกำกับดูแลคุณภาพสินค้า เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ด้วยม
ชาวสวนยางอำเภอหาดสำราญ เลิกให้ความหวังกับราคายางพารา หันมาปลูกพืชผักไฮโดรโปรนิกส์ ราคาแน่นอน ตลาดชัดเจน ส่งห้างดัง อีกทั้งช่วงหลังทุกหน่วยงานรณรงค์บริโภคผักปลอดสารพิษ ส่งผลให้ราคาพุ่งอย่างต่อเนื่อง เตรียมโค่นยางที่เหลือ สร้างเป็นแปลงผักปลอดสารพิษเพิ่มเติม นางภัชรวดี เจริญฤทธิ์ อายุ 42 ปี เกษตรกร ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง เล่าว่า ตนเองนั้นให้สนใจการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ยึดอาชีพนี้มากว่า 10 ปีแล้ว โดยใช้เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ หันมาทำโรงเรือนปลูกผักขึ้นฉ่าย จนประสบความสำเร็จผลผลิตไม่พอส่งต่อความต้องการของตลาด และเตรียมขยายพื้นที่อีก 2 ไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตและปลูกผักชนิดอื่น ๆ เช่น ผักชี ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทั้งในต่างจังหวัด กระบี่ ตรัง เขาน้ำเต้า จ.สตูล “ตนเองมีความสนใจการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ จึงหันมาศึกษาข้อมูลจากกูเกิล และเพื่อนๆ ก่อนที่จะลงมือทำเริ่มจากการนำเมล็ดผักขึ้นฉ่ายมาลงแปลงเพาะปลูก ทดลองผิดทดลองถูกอยู่หลายครั้ง จนประสบความสำเร็จจากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งการให้ปุ๋ย 6-7 วัน/ครั้ง ใช้ระยะเวลาเพียง 55-60 วัน ก็เก็บได้ ซึ่งจะเก็บไปส่งให้พ่อค้าแม่ค้าโดยตรง” นางภัชรวดี
