พืชทำเงิน
ติดทำเนียบผักขายดี ร้านก๋วยเตี๋ยวทุกร้านจำเป็นต้องใช้ทุกวัน สำหรับ “ถั่วงอก” พืชราคาไม่สูงมากแต่อุดมด้วยไปคุณค่าทางโภชนาการ แถมปลูกง่าย โตไวทำเงินดี ไม่ต้องเป็นเกษตรกรก็สามารถปลูกได้ เฮียเอี่ยม หรือคุณวันทัสน์ รติขจรพันธุ์ ยึดอาชีพเพาะถั่วงอกขายมาตลอดทั้งชีวิตปัจจุบันเพาะถั่วงอกปลอดสารบนเนื้อที่ 400 ตารางวา ย่านคลอง 13 หนองจอก กรุงเทพมหานคร เก็บผลผลิตส่งขายตลาดทุกวันราว 2 – 3 ตัน มีรายได้วันละ 20, 000 บาท โดยเฉลี่ยยังไม่หักต้นทุน จะมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท เฮียเอี่ยม เท้าความกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพเพาะถั่วงอกขาย เดิมรุ่นพ่อแม่เพาะถั่วงอกอยู่ที่ย่านดินแดงนาน 20 ปี จนกระทั่งกรมทรัพยากรน้ำสั่งห้ามใช้น้ำบาดาลเลยย้ายมาอยู่ย่านคลอง 13 หนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี “ตอนเพาะถั่วงอกอยู่ที่ดินแดงใช้น้ำบาดาล ประกอบกับท่อน้ำบาดาลแตก กรมทรัพยากรน้ำ สั่งห้ามใช้น้ำบาดาล เลยย้ายมาอยู่คลอง 13 ย่านหนองจอก เนื่องจากมีน้ำให้ใช้ตลอดทั้งปี เป็นน้ำคลองชลประทานที่ไหลมาจากเขื่อนจังหวัดชัยนาท ก่อนนำมาใช้รดถั่วงอกต้องสูบขึ้นมาพักในบ่อพักน้ำสูง 3 เมตร นาน 1 ว
ทีมงานได้ลงพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ของสมาชิกกลุ่ม อย่าง คุณป้าพิมพ์ และ คุณลุงไพริน คำพวงวิจิตร เป็นเจ้าของสวน อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 1 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ (063) 750-9275 ปลูกกล้วยไข่มานานกว่า 30 ปี ใช้เนื้อที่ปลูก 12 ไร่ จำนวน 2,000 กว่าต้น เป็นพันธุ์กล้วยไข่ดั้งเดิมของกำแพงเพชร คุณป้าพิมพ์ บอกว่า การปลูกกล้วยไข่ที่กำแพงเพชรนับเป็นเรื่องยาก ต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาดในแปลงปลูก อย่าให้รก ปุ๋ยที่ใช้ในตอนเริ่มปลูกใช้สูตรเสมอ 15-15-15 พอตกเครือจะใช้ปุ๋ยน้ำตาลสูตร 21-0-0 ใส่เพื่อเร่งผล ส่วนปัญหาที่เกิดเป็นประจำคือ โรคใบไหม้ แล้วยังต้องเผชิญกับภัยจากพายุลมแรงที่พัดจนต้นกล้วยหักโค่นเสียหาย ซึ่งลมพายุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงที่กำลังมีผลผลิต แล้วสังเกตทุกปีมักเกิดขึ้นหลังจากเข้าหน้าฝน ทั้งนี้ ถ้าตกเครือก็ยังช่วยให้ปลอดภัย แต่ถ้าเกิดในช่วงต้นขนาดเล็กตายอย่างเดียว ฉะนั้น เพียงแก้ไขในเรื่องโรคใบไหม้ได้ ก็จะทำให้กล้วยมีคุณภาพดีกว่าเดิม แล้วมีผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย ผลที่เกิดขึ้นจากปัญหา คุณลุงไพริน ชี้ว่า จากที่สมัยก่อนเคยเก็บหน่อไว้ถึงตอที่ 2-3 ได้ แต่ภาย
คุณมณี สุรัตนะ อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองปลิง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี จากผู้ที่ปลูกมะขามด้วยเพราะมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ที่ควรมีไว้ภายในบ้านตามคติโบราณ แต่ใครจะคาดคิดว่ามะขามที่ปลูกไว้ด้วยสาเหตุนั้น กลายเป็นพรรณไม้ที่ทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณมณี เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาได้เข้าทำงานในบริษัทเอกชน เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งเขาเริ่มรู้สึกว่างานด้านนี้ ทำให้เขายังไม่มีความสุขกับการทำงานมากนัก “ผมทำงานในบริษัทได้ประมาณ 9 ปี เราก็มามองว่ามันเหมือนมีแต่วัฏจักรชีวิตเดิมๆ วงจรหมุนเวียนซ้ำไปมา และช่วงที่ทำงานมันเริ่มเข้ายุคฟองสบู่แตก ปี 2540 ช่วงนั้นมีญาติที่ทำพันธุ์ขนุน เขาก็เลยนำมาให้ลองปลูก ผมก็เลยเริ่มคิดลาออกจากงาน แล้วก็มาทำงานเกี่ยวกับด้านเกษตรอย่างเดียว คือ การขยายพันธุ์” คุณมณี เล่าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อปลูกและขยายพันธุ์ขนุนประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ประมาณ ปี 2553 คุณมณี เล่าว่า ได้เริ่มมาขยายพันธุ์มะขาม ซึ่งต้นมะขามนี้เกิดจากการเพาะเมล็ดโดยบังเอิญ “ช่วงนั้น ผมซื้อที่ดินใหม่ ก็อยากจะได้ไม้ที่เป็นมงคลไว้บริเวณบ้าน ซึ่งขนุนเราก็มีอยู่แล้
ปัจจุบัน ผู้ที่เริ่มต้นเป็นเกษตรกรรายใหม่ ได้มีการปรับตัวของการทำเกษตรให้สอดคล้องกับการตลาดมากขึ้น โดยเน้นทำสวนแบบผสมผสานที่ไม่เน้นพืชเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะการทำพืชเชิงเดี่ยวมีผลในเรื่องของราคา เมื่อพืชที่ปลูกอยู่นั้นมีกลไกของราคาลดลง ก็จะยิ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดน้อยลงตามไปด้วย จนเกิดเป็นภาระหนี้สินทำให้การทำเกษตรไม่ยั่งยืน อันเนื่องมาจากผลกำไรน้อยหรือได้เงินไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิตนั้นเอง คุณไกรจักร เผ่าพันธ์ ทำสวนผสมผสานอยู่ที่ ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เขาได้ศึกษาและปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน มีการจัดโซนการผลิตภายในสวนให้ลงตัว ทำให้สามารถมีผลผลิตออกขายสู่ตลาดได้หลากหลาย เมื่อพืชผลบางชนิดราคาตกต่ำ ก็ยังมีผลผลิตชนิดอื่นช่วยประคับประครอง ทำให้มีเงินจากการขายผลผลิตพอมีกำไรเป็นเงินเก็บได้ คุณไกรจักร เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเขามีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก จึงทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้เรื่องของการทำเกษตรมาโดยเสมอ เมื่อมีโอกาสได้มาลงมือทำสวนเป็นของเขาเอง ทำให้เกิดแนวความคิดที่อยากทำเป็นสวนผสมผสาน โดยไม่ยึดการทำพืชเชิงเดี่ยวเหมือนครอบครัว มีพืชห
หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวพื้นบ้านไทใหญ่ เป็นมรดกแห่งแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษชาวไทใหญ่ปลูกติดต่อกันมานานกว่าร้อยปี กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ชาวบ้านนิยมเก็บหมากซู่ลูดไปสับให้เป็นเส้นยาว และนำไปตำส้มตำแทนเนื้อมะละกอ ปรากฎว่า มีรสชาติอร่อยกว่า ส้มตำจากเนื้อมะละกอเสียอีก ต้นหมากซู่ลูด สามารถเจริญเติบโตได้ข้ามปี อยู่ในกลุ่มไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง ลักษณะลำต้น ใบ และยอด คล้ายกับแตงกวา ผสมกับฟักเขียว มีระบบราก ที่มีการสะสมขนาดใหญ่ ใบมีสีเขียวเป็นหยักใบหยาบ ดอกสมบูรณ์เพศ มีชั้นของเกสรตัวผู้ เกสรตัวเมียครบถ้วน และมีกลีบดอกสีม่วงเข้ม ผลเป็นรูปกลมยาวขนาดปานกลาง เปลือกสีเขียว ผลดิบ เนื้อในจะมีสีขาว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ ตรงกลางมีเมล็ด ผลสุก จะมีเนื้อสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ในดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย และลงทุนน้อยโดยไม่พึ่งปุ๋ยหรือสารเคมี โดยทั่วไป ชาวไทใหญ่นิยมนำผลดิบของหมากซู่ลูด ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อฟัก ไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดใส่ไข่ ต้มจืด แกงเลียง หรือนำไปลวกจิ้มกับน้ำพริก เมื่อนำผลดิบของหมากซู่ลูดไปผ่า ภายในผล
ช่วงนี้มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงโชคอนันต์นอกฤดูให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นมะม่วง มักพบตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาวเพศเมียวางไข่ฝังไว้ใต้เปลือกลำต้นในเวลากลางคืน เมื่อไข่ฟักตัวเป็นหนอนจะกัดกินชอนไชตามเปลือกไม้ด้านใน ทำให้เกิดยางไหล บางครั้งหนอนอาจควั่นเปลือกไม้จนรอบลำต้น อาจส่งผลให้ท่อน้ำและท่ออาหารถูกตัดทำลายเป็นเหตุให้ต้นมะม่วงทรุดโทรม ใบแห้ง และยืนต้นตายได้ เกษตรกรสามารถสังเกตรอยทำลายได้จากขุยไม้ที่หนอนถ่ายออกมาบริเวณเปลือกลำต้น เกษตรกรควรใช้วิธีในการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นมะม่วงแบบผสมผสาน คือ การใช้วิธีกล และการใช้สารเคมีช่วยในการป้องกันกำจัด สำหรับการใช้วิธีกล ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจตรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยให้สังเกตรอยแผลเล็กและชื้นที่เกิดจากตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาวทำขึ้นเพื่อการวางไข่ หากพบให้ทำลายไข่ของด้วงหนวดยาวทิ้งทันที กรณีพบขุยและรอยทำลายที่เปลือกไม้บริเวณลำต้น ให้ใช้มีดแกะเปลือกไม้ที่พบรอยทำลายออก และจับตัวหนอนมาทำลายทิ้งทันที จากนั้น เกษตรกรควรกำจัดแหล่งเพาะขยายพันธุ์ของด้วงหนวดยาว โดยให้ตัดต้นมะม่วงที่ถูกเข
ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะชาวสวนมังคุดเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนชอนใบ ในระยะที่ต้นมังคุดเตรียมความพร้อมในการออกดอกและระยะแตกใบอ่อน ใบมังคุดที่ถูกเข้าทำลายจะมีลักษณะแคระแกร็น ใบบิดเบี้ยว ใบหงิก เนื่องจากเซลล์และเนื้อเยื่อของใบบางส่วนถูกทำลายตั้งแต่ในระยะที่ยังเป็นใบอ่อน ทำให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ กรณีที่มีการระบาดรุนแรง อาจพบหนอนชอนใบมากกว่า 1 ตัวต่อใบ ทำให้ต้นมังคุดมีใบที่ไม่สมบูรณ์ในระยะต้นกล้า ส่งผลให้ต้นมังคุดชะงักการเจริญเติบโต สำหรับต้นมังคุดที่โตแล้วเมื่อมีการถูกทำลายรุนแรง จะทำให้ต้นมังคุดมีการแตกใบอ่อนบ่อยครั้งเพื่อชดเชยใบที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งใบอ่อนจะเป็นตัวดึงดูดแมลงศัตรูชนิดอื่นๆ เข้ามาทำลายต้นมังคุดเพิ่มมากขึ้น สำหรับแนวทางในการป้องกันและกำจัด เกษตรกรควรหมั่นสำรวจและสังเกตการเข้าทำลายของหนอนชอนใบอย่างสม่ำเสมอ โดยให้สังเกตดูที่ใต้ใบมังคุดจะพบรอยทางยาวเป็นเส้นสีขาว เนื่องจากการทำลายของหนอนชอนใบ หากพบหนอนกัดกินใบอ่อนเข้าทำลายประมาณ 30% ของยอด ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่อพบการระบาดในระยะแตกใบอ่อน ให้พ
“เงาะโรงเรียนนาสาร” หนึ่งในผลไม้โปรดของหลายๆ คน เงาะโรงเรียนนาสาร มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและครองใจผู้บริโภคมานานกว่า 50 ปี เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ขนาดผลใหญ่ สีแดงเข้ม ปลายขนสีเขียว เนื้อล่อน กรอบ หวาน หอม แถมมีรสชาติอร่อยที่สุด จุดเริ่มต้นของความอร่อย เงาะโรงเรียนนาสาร มีต้นกำเนิดมาจาก เงาะพันธุ์เจ๊ะมง ซึ่งเป็นเงาะพันธุ์พื้นเมืองของปีนัง ที่ นายเคหว่อง ชาวปีนังได้นำ “เงาะพันธุ์เจ๊ะมง” ติดตัวเข้ามารับประทานที่เหมืองแร่ดีบุก อำเภอบ้านนาสาร หลังรับประทานได้ทิ้งเมล็ดไว้ ด้วยเหตุของดินที่ดีและมีความชุ่มชื้นอุณหภูมิพอเหมาะ ทำให้เมล็ดเงาะที่ถูกทิ้งไว้งอกขึ้นมา จำนวน 3 ต้น ประมาณ พ.ศ. 2500-2501 หลังเลิกกิจการเหมืองแร่ ทางราชการได้ซื้อบ้านพักพร้อมที่ดินของนายเคหว่อง เพื่อนำมาสร้างโรงเรียน “นาสาร” หลังจากต้นเงาะทั้ง 3 ต้น เจริญเติบโตงอกงาม ติดดอกออกผล ปรากฏว่า มีเงาะอยู่ต้นหนึ่งที่มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อล่อน อร่อย แตกต่างจากพันธุ์เดิม (เงาะพันธุ์เจ๊ะมง ผลใหญ่ สีแดง ลักษณะทรงรี เปลือกหนา รสไม่หวาน) ครูแย้ม พวงทิพย์ ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนนาสาร จึงนำพันธุ์เงาะดังกล่าวไปให้กับชาวบ้
คุณนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2561 นั้น แปลงใหญ่ข้าวตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำนวัตกรรมมาใช้ ต่อยอดการวิจัย เพิ่มมูลค่าผลผลิตและใช้ตลาดนำการผลิต จึงได้รับรางวัลที่ 3 ระดับประเทศ ความเป็นมาของ แปลงใหญ่ข้าวบ้านตุ่น เริ่มต้นจากการนำเอาปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน มีการตรวจเลือดหาสารพิษและสารเคมีตกต้าง เมื่อปี 2532 ตำบลบ้านตุ่น มีจำนวนครัวเรือน ประมาณ 1,600 ครัวเรือน มีประชากร 4,462 คน ตรวจพบสารพิษตกค้างในเส้นเลือด 90% ของประชากรทั้งหมด สมาชิกในชุมชนจึงได้ร่วมโครงการ ลด ละ เลิก สารเคมี จากปี 2532-2540 และต่อจากนั้น ปี 2541-2550 ได้รวมกลุ่มเป็นกลุ่มทำข้าวอินทรีย์ ปี 2539 ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ต่อมาในปี 2550 ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านดอกบัว มีสมาชิกกลุ่ม 15 ราย จนถึงปี 2556 มีสมาชิก 169 ราย และได้จัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านบัว จำกัด ปี 2559 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพะ
อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนใต้สุดเมืองสยาม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง อุณหภูมิเย็นและมีหมอกเกือบตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นทำเลที่ดีของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในหลายรูปแบบ ทั้งพืชไร่และพืชสวน แม้กระทั่งการเลี้ยงสัตว์บางชนิด ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเบตง เช่น ไก่เบตง เป็นต้น คงไม่ต้องถามว่า มีพืชกี่ชนิดที่ปลูกและให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่อำเภอเบตง เพราะย้อนหลังไปหลายสิบปี “ส้ม” ก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นชื่อลือชาว่ามีแหล่งผลิตมากที่สุดอันดับต้นๆ และรสชาติดีไม่น้อยไปกว่า สวนส้มหลายแห่งในภาคเหนือของไทย เพราะความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ “ส้มโชกุน” ที่อำเภอเบตง มีความโดดเด่น คุณธรรมนูญ ชาญวิรวงศ์ ผู้ดูแลสวนส้มโชกุนสืบทอดต่อจากบิดา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มทำสวนส้มเป็นรายแรกๆ ของอำเภอ ให้การต้อนรับผู้เขียนเป็นอย่างดี และด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา ทางลาดชัน และดินที่สะสมความชื้นไว้มาก ทำให้การเดินทางเข้าไปยังสวนส้มค่อนข้างลำบาก แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนัก สวนส้มแปลงที่ 2 ก็อยู่ถัดจากสายตาไปเพียงนิดเดียว “พ่อผมเป็นคนเบตง แรกเริ่มทำสวนยางพารา แล้วก็เปลี่ยนเป็นทำสวนส้มเขียวหวาน แต่ทำได้เพียง 5-6
