พืชทำเงิน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาบนโลกโซเชียลของ จ.ชัยนาท เมื่อ นางวัชรี แถมเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โพสต์ภาพต้นขนุนที่ติดผลซึ่งน่าจะดกที่สุดของ จ.ชัยนาท ในขณะนี้ เพราะนับได้รวมถึง 65 ลูก ในต้นเดียว จึงต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ขนุนสุดดกต้นนี้ทันที โดยต้นขนุนแม่ลูกดกต้นนี้ปลูกอยู่ในบริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เลขที่ 164 หมู่ที่ 2 ต.หนองบัว มีความสูงประมาณ 5 เมตร รัศมีกิ่งก้านเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 5 เมตร ที่ลำต้น และกิ่งมีลูกขนุนขนาดต่างๆ จำนวนมาก กำลังห้อยเป็นพวงอย่างสวยงาม นางวัชรี กล่าวว่า ขนุนต้นนี้ คุณตาเป็นคนปลูกเมื่อประมาณ 11 ปีก่อน และเริ่มติดผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปกติแล้วจะได้ลูกขนุน ประมาณ 20 ลูก ต่อปี แต่ในปีนี้ ขนุนต้นนี้สร้างความแปลกใจให้อย่างมาก เพราะติดผลดกมากเป็นประวัติการณ์ นับได้ถึง 65 ลูก แต่ก็น่าเสียดาย เพราะเมื่อ 2-3 วัน ที่ผ่านมา มีผลที่ถูกแมลงเจาะเน่าเสียไป 2 ลูก ทำให้ปัจจุบันเหลืออยู่ 63 ลูก ซึ่งยังถือว่าดกที่สุดใน จ.ชัยนาท อยู่ และตั้งแต่มีการเผยแพร่ภาพความดกของขนุนต้นดังกล่าวออกไป ก็ม
อยู่สิงคโปร์เดือนก่อน ไปหาซื้อผักจะทำหม้อไฟกินกันที่บ้าน ซื้อผักสารพันเรียบร้อยแล้ว พากันไปดูผักไทยๆ ที่ตลาดไทยแถวย่าน Golden Mile อยากได้โหระพามาใส่ในน้ำซุป กับเอามารับประทานกับเปาะเปี๊ยะ ปกติซื้อผักหรืออะไรต่อมิอะไรจะรีบซื้อ เพราะเวลาที่สิงคโปร์เป็นเงินเป็นทอง แต่คราวนี้ได้มีเวลาพินิจพิจารณา ผักที่เคยเห็นขายกันมากมายที่เมืองไทย กับตอนที่มาปรากฏภายในร้านที่สิงคโปร์ ผักที่ขายในตลาดไทยทั่วโลก ก็จะมีเยี่ยงนี้ คือมีแทบทุกอย่างที่เมืองไทย แต่ฉันสังเกตว่าผักที่ขายในสิงคโปร์จะสดกว่า และไม่ต้องใช้ความเย็นประคบประหงมมากนัก วางไว้เฉยๆ ก็ยังสด อาจเพราะขนส่งมาไม่ไกล แต่ที่ประหลาดใจคือ แม้จะอยู่ไกลกว่ามาก แต่ราคาผักที่สิงคโปร์ไม่ได้ถูกไปกว่าผักที่ขนไปไกลถึงอเมริกา หรือยุโรป เอาอย่างง่ายสุด ตะไคร้ ที่นี่ขายมัดละ 1.5 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 40 บาท มีราว 3-4 ต้น ที่อเมริกาก็ขายราคาประมาณนี้ ชะรอยมันจะเป็นไปตามค่าครองชีพของแต่ละที่ เพราะสิงคโปร์ถูกจัดเป็นเมืองค่าครองชีพสูง (ซึ่งฉันจะเถียง หากมีโอกาสต่อไป) ดูในภาพ จะเห็นว่าแตงกวาจากเมืองไทย ขายถุงละ 40 บาท โดยประมาณ นับลูกก็ตกลูกละ 10 บาท เครื่องปรุงต้
ชาวอำเภอเนินมะปราง หันมาปลูกพืชผักสวนครัวขายแทนการทำนา โดยเฉพาะข่า ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตา เพราะเป็นพืชเครื่องเทศที่มีความนิยมสูงในการนำมาเป็นส่วนประกอบในหลากหลายเมนูอาหาร อีกทั้งเป็นพืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อย ต้านทานโรคทางวัชพืชได้ดี ปลูกและดูแลง่าย สรรพคุณมากมายและตลาดมีความต้องการสูง นางมัธวรรณ แสนลาด หรือป้าน้อย อยู่บ้านเลขที่ 98/1 ม.1 ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีอาชีพทำนา จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จึงได้คิดหาอาชีพใหม่ด้วยการเริ่มต้นปลูกข่าในพื้นที่ 1 ไร่ ผลปรากฏว่ารายได้จากการปลูกข่าอ่อนขาย สามารถทำรายได้ดีกว่าการทำนาและมีการดูแลรักษาน้อยกว่า จึงยึดเป็นอาชีพหลักสำหรับครอบครัว ปัจจุบัน ป้าน้อย ได้ขยายพื้นที่ปลูกข่าในพื้นที่ 6 ไร่ สภาพดินที่เหมาะต่อการปลูกข่ามากที่สุดควรเป็นดินร่วนปนทรายและจะต้องไม่มีน้ำท่วมขัง การเตรียมดินมีการไถดะ, ไถแปร และพรวนชักร่องเหมือนกับการปลูกอ้อย ระยะปลูกที่นิยมคือ 80×80 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 2,500 หลุม ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกจะใช้เหง้าอ่อนหรือเหง้าแก่ก็ได้ โดยข่าที่ปลูกไปแล้วจะเริ่มขุดขายเมื่อมีอายุตั้งแต่ 8 เดือน และจะทยอยขุดขายไปเรื่อย
แปลงเกษตรของเด็กนักเรียนในโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีไอเดียทำบวบงูให้ตรงสวย ขายได้ราคา ซึ่งปกติผลของบวบงูจะมีลักษณะยาว เรียว บิดโค้งไปมาตามความยาวของผล พบผลตรงน้อยมาก มีลายสีเขียวอ่อนหรือขาวพาดยาวเป็นแนวตั้ง แต่บางพันธุ์ก็จะเป็นสีเขียวอ่อนพาดลายขาว หรือเป็นสีขาวไม่เห็นลายก็มี ความยาวของผลบวบงูสามารถยาวได้ถึง 200 เซนติเมตร เลยทีเดียว สำหรับแปลงเกษตรของเด็กนักเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 มีวิธีทำบวบงูให้ตรงสวยงาม ด้วยการเก็บก้อนหินภายในบริเวณโรงเรียน นำมาผูกห้อยไว้กับปลายผลของบวบงู ตั้งแต่ผลของบวบงูมีความยาว ประมาณ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งทำให้บวบงูมีรูปทรงของผลตรงสวยงาม เมื่อนำไปขายจะได้ราคาดีกว่าผลบวบงูที่บิดโค้งงอไปมา และวิธีนี้หากใครจะนำไปใช้ก็ไม่ขัดข้อง
สถานการณ์เกษตรไทยในรอบปี เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบข้อมูลการผลิตและการส่งออกของสินค้าเกษตรบ้านเราในภาพรวม ทั้งพืชเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และประมง ว่ามีความเป็นไปอย่างไร ที่ผ่านมาเห็นแต่รายงานสินค้าเกษตรบางชนิดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีปัญหาทั้งนั้น ผมคิดว่าข้อมูลภาพรวม นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผมแล้ว ยังเผื่อแผ่ไปถึงผู้บริหารบ้านเมืองและของตัวเกษตรกรเอง ดังนั้น ผมจึงขอรบกวนคุณหมอเกษตร กรุณาหาข้อมูลดังกล่าวให้ทราบด้วย ผมขอขอบคุณมาเป็นการล่วงหน้า ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุวัฒน์ ชัยศิริธรรม นนทบุรี ตอบ คุณสุวัฒน์ ชัยศิริธรรม คำถามของคุณเป็นคำถามที่ดีมาก ข้อมูลต่อไปนี้ ผมรวบรวมมาจากรายงานประจำปี ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมถือโอกาสขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอข้ามไปที่ญี่ปุ่นก่อนครับ ผมชอบใจที่เขาสรุปว่า ญี่ปุ่นเองผลิตอาหารได้เองเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อีก 55 เปอร์เซ็นต์ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น เขาจึงมีแผนการผลิตและการนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบอย่างน่าชื่นชม กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อครับ ผมจะนำสินค้าเกษตรที่สำคัญที่เราผลิตได้ การ
ผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่สูงทางภาคเหนือมีหลากหลายชนิด ซึ่งพลับเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรบนพื้นที่สูงนิยมปลูก ดังเช่น บ้านแม่แฮ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับการส่งเสริมการปลูกจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ เริ่มมีการปลูกพลับมาตั้งแต่ ประมาณ พ.ศ. 2470 แต่การปลูกพลับเป็นการค้านั้น เริ่มจากมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำพลับพันธุ์ต่างๆ มาทดลองปลูกและศึกษาวิจัยเมื่อ พ.ศ. 2512 ที่สถานีวิจัยดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกเป็นอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ปลูกพลับส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในพื้นที่โครงการหลวง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง จ.เชียงราย พันธุ์พลับที่ปลูกในประเทศไทย มีทั้งชนิดพลับฝาด ผลจะม
แต่เดิม “อินทผลัม” มักรู้จักกันในรูปอบแห้งที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางเพื่อนำมาวางขายตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จึงมีราคาค่อนข้างแพง ความเป็นไม้ผลที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการซึ่งชาวมุสลิมทั่วโลกนิยมรับประทานในช่วงพิธีสำคัญทางศาสนา ขณะที่คนไทยเริ่มรู้จักและตื่นตัวเพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งพบว่าผลสดของอินทผลัมสามารถรับประทานได้โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการ ขณะเดียวกัน มีข้อมูลทางวิชาการระบุว่า พื้นที่บางแห่งในประเทศไทยมีความเหมาะสมทางกายภาพต่อการปลูกอินทผลัมผลสด แล้วยังปลูกได้มีคุณภาพกว่าหลายพื้นที่ในแถบอาเซียน ดังนั้น จึงเกิดการตื่นตัวของชาวบ้านหันมาปลูกอินทผลัมกันเพราะมีราคาขายสูง ปัจจุบัน สวนอินทผลัมหลายแห่งประสบความสำเร็จจากการขายผลสด จนทำให้เจ้าของสวนการันตีความอร่อยด้วยการเปิดให้ผู้สนใจเข้าถึงสวนแบบบุกถึงต้นชิมกันแบบสด พร้อมชูจุดเด่นเรื่องสายพันธุ์ การปลูก ดูแล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า มีความเป็นห่วงว่าในอนาคตไม้ผลอย่างอินทผลัมที่ปลูกกันเพิ่มขึ้น แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะมีทิศทางไปทางไหน ขณะที่กลุ่มผู้ปลูกบางแห่งซึ่งล้ำหน้าไปด้วยการนำอินทผลัมผลสดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณ
กระแสความนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากใครยังคิดไม่ออกว่า ควรปลูกพืชชนิดไหน ขอแนะนำให้ทดลองปลูก “หม่อนยูนนาน – มะนาวหอม” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะพืชทั้งสองชนิด ปลูกง่าย ให้ผลดก ขายได้ขายดี เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผลสด หรือกิ่งพันธุ์ สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ “หม่อนยูนนาน – มะนาวหอม” เป็นผลผลิตจาก สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ เจ้าของสวนแห่งนี้ คือ คุณน้อย หรือ คุณนิรันดิ์ชัย เกษบึงกาฬ ( โทร. 081-790-1924 และ seedplannet.biogspot.com ) ได้ ยืนยันว่า “ หม่อนยูนนาน – มะนาวหอม “ เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในวงกว้าง หลังจากได้เปิดขายในงานแสดงสินค้า และ สื่อออนไลน์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับหม่อนยูนนาน ขายส่งในราคากิ่งละ 80 บาท มีออเดอร์จากทั่วประเทศ เดือนละนับ 1,000 กิ่ง คุณน้อยเรียนจบสาขาพืชสวน จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชสวน หลังจากนั้นทำงานกับโบนันซ่า เขาใหญ่ และทำอาชีพรับจ้างจัดสวนหลายปี ก่อนจะหันมาทำอาชีพเกษตรอย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อสวนเกษตรแห่งนี้ว่า สวน เอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 10 หมู่ที
มะพร้าวน้ำหอม เป็นสินค้าเกษตรที่มีลู่ทางเติบโตสดใสเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันไทยมียอดส่งออกมะพร้าวสดและผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวปีละ 3-4 พันล้านบาท คู่ค้าสำคัญคือ สหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง และออสเตรเลีย ฯลฯ มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่น่าจับตามองเพราะทำรายได้ให้เกษตรกรค่อนมากข้าง มะพร้าว 1 ต้นสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรกว่า 10,000 บาทต่อปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งส่งเสริมพัฒนายกระดับการผลิตมะพร้าวสดเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับมะพร้าวน้ำหอม ( GAP มะพร้าวน้ำหอม ) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้ามะพร้าวไทยในตลาดโลกไปพร้อมๆกัน แนะนำเทคนิคการปลูกมะพร้าวน้ำหอม คุณชาญศักดิ์ ขจรบุญ เกษตรอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร (โทร.089-816-0442 และ 034-481-033) ได้แนะนำการเลือกพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมว่า ควรปลูกในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง การระบายน้ำในดินดี อยู่ในแหล่งที่มีน้ำฝนตกกระจายสม่ำเสมอ อุณหภูมิของอากาศอยู่ระหว่าง 20-29 องศาเซลเซียส ปริมาณแสงแดดเฉลี่ย 7.1 ชั่วโมงต่อวัน การเตรียมแปลงปลูก หากเป็นพื้
สภาพอากาศในระยะที่มีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีรับมือการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า สามารถพบได้ในระยะที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน โดยจะพบอาการที่ราก เริ่มแรกเห็นใบที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่รากฝอยจะพบรากฝอยมีลักษณะเปลือกล่อน และเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล กรณีที่โรครุนแรงอาการเน่าจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นทุเรียนโทรมและยืนต้นตาย ส่วนอาการที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น ระยะแรกจะพบต้นทุเรียนมีใบเหลืองเป็นบางกิ่ง สามารถสังเกตเห็นรอยคล้ายคราบน้ำ บนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่มีอากาศชื้นอาจเห็นเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากบริเวณแผล และจะค่อยๆ แห้งไปในช่วงที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีนํ้าตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ต้นทุเรียนใบร่วงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย อาการที่ใบ ใบช้ำ ดำ มีรอยตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบระบาดมากในช่วงฝนตกหนั
