พืชทำเงิน
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักชุมชนเพาะเลี้ยงเห็ด ตามรอยพ่ออยู่อย่างพอเพียง ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี รวมกลุ่มเพาะปลูกเห็ดหลินจือแดง เพื่อมาผสมลงผลิตเป็นน้ำเฉาก๊วยเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้แก่ชุมชน เกิดความเข้มแข็ง เตรียมต่อยอดโครงการน้ำเฉาก๊วยผสมถั่งเช่าผลิตอีกชนิดในอนาคต ด้วยสรรพคุณของเห็ดหลินจือแดง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง อีกทั้งยังมีราคาแพง กิโลกรัมละประมาณ 2,000 บาท เป็นที่นิยมบริโภคของคนที่รักสุขภาพ มีการนำมาแปรรูปเป็นสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ เช่น แบบแคปซูล และแบบชงต้มดื่มแทนน้ำชา เป็นต้น จึงทำให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักชุมชนเพาะเลี้ยงเห็ด ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่มี นายปัญญา ตันตระกูล อายุ 64 ปี ชาว ต.บางป่า เป็นประธานกลุ่ม พร้อมสมาชิกเพาะและแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม แรกเริ่มมีเพียงไม่ถึง 10 ราย แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจและหันเข้ามารวมกลุ่มจำนวนมาก จัดตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2548 มีการเก็บเงินสมาชิกคนละ 500 บาท นำมาเป็นเงินกองกลางในการทำงานกลุ่มร่วมกันที่บ้านของคุณลุงปัญญา ที่จะเป็นจุดศูนย์รวมของการแปรรูปเห็ดหลินจือในน้ำเฉาก๊วย สำหรับการเพาะเห็ดหล
ผมคาใจทุกครั้งกับการแอบตั้งชื่อสวนให้น้องโจ – ณฐภัทร แสงโรจน์ศิริกุล เพราะเป็นการนำเรื่องราวจากชีวิตจริงมาตั้งชื่อสวนแบบบอกให้คนอื่นรู้โดยไม่ต้องถามกันเลยเชียว ผู้คนทั่วไปจะรู้จักชื่อประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อมาเจอสวนน้องโจ ผมเลยเสนอชื่อไปว่า “สวนฝรั่งโสด” ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า คนจะเข้าใจผิดไหมว่าเจ้าของสวนเป็นชาวฝรั่ง ก็ตอบน้องไปว่า “นั่นแหละดี เราจะได้มีเรื่องให้เขาถามและเราคอยอธิบาย” จากอดีตเด็กหนุ่มผู้มีแรงใจและใฝ่ฝัน จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองในยามที่สำเร็จการศึกษาใหม่ๆ จึงรวบรวมทุนและกำลังใจ จดทะเบียนเปิดบริษัทประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับเครื่องจักรกลและโลหะที่กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของใครๆ ในแต่ละวันก็ดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่นพอสมควร รายรับ-รายจ่าย ยังพอเรียกว่า “พอมีกำไร” แต่ลึกๆ ของหัวใจที่มิได้ถวิลหาแต่น้องนางที่จะมาเป็นคู่ร่วมชีวิตเท่านั้น ในทุกโมงยามยังแบ่งใจให้กับเรื่องราวทางด้านการเกษตรอีกด้วย เริ่มศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้ สัตว์เศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการไปเดินตามงานเกษตรที่มีจัดอยู่ทั่วไป และประกอบกับทางบ้านพอมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
กรมวิชาการเกษตรโชว์ผลงานวิจัยทุเรียน 3 พันธุ์ใหม่ จันทบุรี 7 จันทบุรี 8 จันทบุรี 9 อายุเก็บเกี่ยวสั้น ปานกลาง ยาว ลดปัญหาทุเรียนล้นตลาด เพิ่มโอกาสพันธุ์ให้เกษตรกรเลือกปลูก เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคทั้งตลาดเดิมและใหม่ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตทุเรียนรายใหญ่ของโลก โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย พันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่ คือ หมอนทอง กระดุม ชะนี และก้านยาว ปัญหาทุเรียนในอดีตพบว่า บางปีมีผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งมากเกินความต้องการของตลาด เป็นสาเหตุให้ราคาทุเรียนตกต่ำลงมาก ส่งผลให้เกษตรกรบางรายเปลี่ยนสวนทุเรียนเป็นไม้ผลอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ดังนั้น ในการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนเพื่อให้ได้พันธุ์ที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและมีผลผลิตสูงออกสู่ตลาดก่อนพันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าหลักคือพันธุ์หมอนทอง จะช่วยกระจายการผลิตและแก้ไขปัญหาผลผลิตกระจุกตัว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านงานวิจัยทุเรียนซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพทุเรียนให้ตรงตามความต้องการของตลาด แต่ยังขาดการวิจัยนำร่องทดสอบการปลูกทุเรีย
เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หอม อร่อย มีสรรพคุณช่วยเสริมสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นไม้ผลที่มีการปลูกกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่เมืองชัยนาทมีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้าด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค เป็นหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรยังชีพได้มั่นคง คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า เมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีวิตามินซีและเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่เสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้บริโภคแข็งแรง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด ดังนี้ 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็ง ขรุขระ แต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผิวเปลือกเรียบ และมักไม่มีกลิ่นหอม หรือนิยมเรียกกันว่า แคนตาลูป 3. Retic
“กุยช่าย” เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกจำพวกผัก มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ลำต้นของกุยช่ายมีความสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร มีเหง้าเล็กและแตกกอ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย หน้าดินหนา มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8 โดยทั่วไปกุยช่ายมี 2 ประเภท คือ กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว กุยช่ายเขียว เกิดจากการปลูกและดูแลรักษาเพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดตามปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้ม ทั้งนี้ เมนูอาหารที่คุ้นกัน อย่างเช่น ผัดไทย ขนมกุยช่าย ผักดอง ฯลฯ ส่วน กุยช่ายขาว เกิดจากการปลูกเพื่อไม่ให้ต้นโดนแสงแดด (ใช้ภาชนะหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบไว้) ทำให้ใบกุยช่ายจะมีสีขาวซีด อวบ กรอบ และหวาน นิยมนำไปทำเป็นเมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ขณะเดียวกันถ้าปลูกตามธรรมชาติ ต้นกุยช่ายก็จะออกดอกแล้วมักเรียกติดปากกันว่า “ดอกไม้กวาด” ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นอาหาร อย่าง ผัดดอกกุยช่ายใส่หมู หรือเครื่องใน ได้ตามความชอบ การปลูกกุยช่ายทำได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ปุ๋ย/ยาใช้น้อย ลงทุนไม่มาก ผลตอบแทนดี ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตและมีรายได้ถึง 3 อย่าง (ใบเขียว, ใบขาว และดอก) และ
โบราณท่านกล่าวไว้ว่า ถึงข้าวยากหมากแพงก็ยังมีหัวเผือก หัวมัน หัวกลอย หัวบุก ที่สามารถจะกินแทนข้าวได้ เพราะพืชหัวเหล่านี้เป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตชั้นเลิศ ที่ช่วยทำให้อิ่มท้องได้เหมือนๆ กับกินข้าว ซึ่งในสมัยก่อนพืชหัวใต้ดินพบได้ตามป่าตามเขาได้ง่ายทั่วๆ ไป และที่สำคัญพืชหัวเหล่านั้นมีมากมาย ไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด? โดยเฉพาะพืชหัวที่ใครๆ บอกว่ามีสารพิษร้ายแรงมากๆ แต่ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหารและกินได้อย่างอร่อย ซึ่งพืชหัวนั้นก็คือ หัวกลอย นั่นเอง ชาวบ้านป่าในสมัยก่อน เมื่อข้าวไม่พอกินตลอดปีหรือเมื่อข้าวเปลือกที่กักตุนไว้หมด อาหารสำรองจากข้าวก็คือ กลอย ในช่วงฤดูฝนต่อกับฤดูหนาวจะมีกลอยชุกชุม หัวของกลอยจะฝังอยู่ในดินตื้นๆ มีอยู่เป็นกลุ่มๆ มีตั้งแต่สามหัวจนถึงสิบ ชาวบ้านขุดมากักตุนไว้ แล้วเอาหัวกลอยมาปอกเปลือกแล้วฝานให้เป็นชิ้นบางๆ นำมาผ่านกรรมวิธีเพื่อล้างพิษเมาออกให้หมด แล้วนำไปตากแดดให้แห้งสามารถเก็บไว้ได้นานๆ พอถึงเวลาจะกินก็เอามานึ่งให้สุก หรืออาจแปรรูปเป็นเมนูอาหารและของหวาน โดยจะเอาคลุกน้ำตาล ขูดมะพร้าวผสมก็กินอร่อยแล้ว หรือจะกินแทนข้าวก็ได้เช่นกัน กลอยคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง กลอย มีตำนานเล่
ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ “ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นา
ในปัจจุบันมีผู้ที่สนใจหันมาประกอบอาชีพเชิงเกษตรกันมากขึ้น ทั้งผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน หรือวัยใกล้เกษียณ ยังมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีภาระงานอื่น มีที่ดิน หรือหาซื้อที่ดิน และคิดที่จะทำสวน ทำไร่ เคียงคู่ไปกับงานประจำเพื่อเป็นรายได้สร้างทรัพย์สิน ยกฐานะให้กับครอบครัว ได้ออกกำลังกาย เพลิดเพลินมีความสุขกับการทำสวน อยู่กับต้นไม้ ได้อยู่กับครอบครัว หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า การมีที่ดินทำสวน ทำไร่ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว มีที่ดิน สวน ไร่ เป็นของตนเอง นอกจากนั้นแล้วการทำการเกษตร ปลูกต้นไม้ยังได้สร้างความสุขทางใจ เห็นต้นไม้เขียวๆ ขึ้นงามเป็นทิวแถว หลายปีต่อมาผลิดอก ออกผล สร้างความสุขใจที่มีผลผลิตจากสวนเป็นของตนเอง ผู้เขียนจึงอยากเสนอแนวคิด เรื่อง การสร้างรายได้จากสวนในพื้นที่ขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัว มีพื้นที่ไม่มากนัก หรือมีมากแต่ค่อยๆ เริ่มทำ ก้าวอย่างระมัดระวัง เพราะบางครั้งการทำการเกษตร ไม่ได้สวยหรูอย่างที่สื่อนำเสนอ ยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้งดงาม อาชีพด้านการเกษตรมีตัวแปรมากมาย โดยที่ยังไม่ต้องลาออกจากงานประจำ
กล้วยหอม เป็นชื่อของผลไม้เมืองร้อน ที่จัดอยู่ในกลุ่มไม้ล้มลุก มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตอนใต้ ด้วยรสชาติหวาน กลิ่นหอม อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังมีขั้นตอนการดูแลที่ง่าย สามารถปลูกได้ในแทบทุกภาคของประเทศ ทำให้เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกกัน คือ “กล้วยหอมทอง” และ “กล้วยหอมเขียว” นอกจากกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว กล้วยหอมยังอุดมไปด้วยเส้นใย วิตามิน รวมถึงแร่ธาตุหลายชนิด มีส่วนช่วยลดอาการท้องผูก รักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง ทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและโปรตีนที่ช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือฮอร์โมนความสุข ซึ่งเป็นส่วนช่วยรักษาอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย คุณศิริลักษณ์ วงศ์แพทย์ เจ้าของสวนกล้วยหอมทองศิวิไลซ์ และ คุณเสวก ดวงแย้ม เกษตรกรผู้ดูแลสวนศิวิไล ที่บ้านเลขที่ 497 หมู่ที่ 5 บ้านปางแจ้ง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกกล้วยหอมทองอย่างได้ผล โดยเน้นการปลูกและขายพันธุ์เพื่อส่งขาย ถือเป็นอาชีพที่สร้างทั้งความสุขและรายได้ สวนกล้วยหอมทองศิวิไล จากความชอบสู่อาชีพ คุณศิริลัก
หากพูดถึงขยะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหน หรือประเทศใด ก็ต้องมีขยะหรือสิ่งของที่หลงเหลือจากการใช้งาน ไม่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ สำหรับประเทศไทยเองก็เช่นกัน เมื่อไม่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ใดๆ ได้แล้ว “การกำจัดขยะ” จึงเป็นสิ่งที่ถูกนำมาจัดการขยะเหล่านั้น ซึ่งวิธีการก็มีหลากหลาย แต่วิธีที่ได้รับความนิยมและมักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงไม่พ้น การฝังกลบ และ การเผา อย่างแน่นอน ไม่ใช่เพียงเพราะสองวิธีดังกล่าวได้ถูกยึดถือและปฏิบัติมาอย่างแพร่หลายเป็นเวลาที่ยาวนานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปริมาณขยะลงได้จำนวนมากอีกด้วย แม้ว่าการเผาจะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม แต่การเผาขยะอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษหรือผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเองก็สำคัญเช่นกัน จึงไม่แปลกนักที่ในปัจจุบันจะมีเตาเผารูปแบบต่างๆ ที่ถูกประดิษฐ์และคิดค้นขึ้นมาสำหรับใช้ในการกำจัดขยะประเภทต่างๆ โดยเตาที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น “เตาเผาขยะไร้มลพิษ” หรือ “เตาเผาขยะไม่ก่อมลพิษ” ที่ถูกนำมาใช้ทั้งในการเผาขยะและป้องกันการเกิดผลกระทบต่อสังคม รวมถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย คุณเริงชัย พนมเริงศักดิ์ เจ้าของ บริษัท สยามว
