พืชทำเงิน
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อน “เสบียงเมืองโมเดล” โครงการแก้จน ในจังหวัดยะลา ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม “สร้างธุรกิจใหม่ Up Skill รายได้เพิ่มขึ้น” ตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และขยายไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ความสำเร็จของข้าวโพดหวาน จากฐานทุนธรรมชาติ สู่เสบียงเมืองโมเดล มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับครัวเรือน โดยมุ่งเน้นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอบันนังสตา ผ่านการส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจและการแปรรูปสินค้าเกษตร ข้าวโพดหวาน เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่บ้านบาโงยแจเกาะ และบ้านตาเนาะปูเต๊ะ เพาะปลูกเพื่อสร้างอาชีพ โดยถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การปรับปรุงดิน การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์เคมีสำหรับปลูกข้าวโพดหวาน เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพและเพิ่มปร
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่ริม พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพของ อาจารย์เสถียร ภิระเป็ง ที่หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาเผยแพร่ โดย อาจารย์เสถียร ภีระเป็ง ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบ อาจารย์เสถียร กล่าวว่า ตนเองเป็นข้าราชการบำนาญ อดีตรับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ เมื่อเกษียณอายุราชการ จึงหันมาทำการเกษตรปรับพื้นที่เดิมที่ปลูกดอกเบญจมาศ มาปลูกทุเรียนในระบบปลอดภัยพันธุ์หมอนทอง ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถว 6×6 เมตร จำนวน 23 ไร่ โดยซื้อต้นพันธุ์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่เป็นไหล่เขาจึงมีการปลูกแบบขั้นบันได ทำระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ ปลูกมาประมาณ 7 ปี ปัจจุบันเริ่มให้ผลผลิตแล้วรสชาติหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อหนาละมุน และผลผลิตจะออกท้ายฤดูกาลของที่อื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น และอยู่ในพื้นที่ระดับความสูงกว่า 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลโดยจำหน่ายทางระบบออนไลน์ ในกิโลกรัมละ 200 บาท สามารถสร้างรายได้หลังเกษียณอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้เขียนจึงค้นคว้าข้อมูลทา
น้องโฟกัส สาวน้อยวัย 16 ไม่อายทำกิน สู้แดดขับรถดำนาแบ่งเบาภาระพ่อ เก็บเงินเรียนสัตวแพทย์ เผย ไม่รู้สึกอายเพราะเป็นอาชีพสุจริต ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังทราบเสียงชื่นชมจากชาวบ้านถึงความกตัญญูของ น.ส.สุภัชชา อนุตโร หรือ น้องโฟกัส อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนช่องพรานวิทยา เยาวชนสู้ชีวิตที่ใช้เวลาว่างจากการเรียนไปรับจ้างดำนา ลุยโคลนเพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว เมื่อไปถึงพบน้องโฟกัสพร้อมครอบครัว และเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม ต่างกำลังช่วยกันม้วนต้นกล้าข้าว เตรียมขนย้ายขึ้นรถกระบะไปผืนนาของเกษตรกรที่ว่าจ้างดำนา หลังจากไปถึงไม่รอช้า น้องโฟกัสก็กระโดดขึ้นรถดำนาคู่ใจขับลุยโคลนปักต้นกล้าดำนาด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางแสงแดดจ้า โดยมีคุณพ่อที่คอยช่วยบรรจุต้นกล้าใส่เครื่องดำนา เพียงไม่นานก็แล้วเสร็จ ต้นกล้าถูกปักดำอยู่บนแปลงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม พร้อมเจริญเติบโตต่อไป น้องโฟกัสเปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อต้องทำงานหนักและเหนื่อยเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด จึงพยายามตั้งใจเรียนและช่วยเหลืองานบ้านเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก่อนหน้า
นายณฎล สว่างญาติ จากอดีตวิศวกรก้าวเข้าสู่เกษตรกรชาวนาต้นแบบ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) นายณฎลเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาปรับใช้บนที่ดินพระราชทาน ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณฎล (ชื่อเดิม : นายนพดล) และคุณพ่อ “นายประมาณ สว่างญาติ” เป็นแกนนำหลักในการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อยกระดับการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ในชื่อ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลช้างใหญ่ ปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ข้าวสายพันธุ์ กข 43 พันธุ์ กข 79 ข้าวหอมปทุมธานี และพันธุ์ข้าว RJ22 มุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้กันเองภายในกลุ่มแปลงใหญ่ และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนพันธุ์ข้าวไทย ดำเนินธุรกิจการตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายร่วมกับผู้ซื้อ เชื่อมโยงสู่ตลาดระดับต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรปลอดภัย สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง “ข้าวอาร์เจ22” ข้าวนุ่ม คุณภาพดี ท้าชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวนุ่มในอียู นายณฎล กล่าวว่า ข้าวหอมมะลิไทย โดดเด่นใน
“เขาหาว่า ผมบ้า มาปลูกองุ่นกลางท้องนา” คุณธนกฤต ธนศรีตะเวน หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ เจ้าของสวนองุ่นธนกฤต บอกเล่าความหลัง เมื่อเขาตัดสินใจพลิกฟื้นผืนนามาทำสวนองุ่นแห่งแรกในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เดิมทีครอบครัวของคุณธนกฤต มีอาชีพทำนา แต่การปลูกข้าวต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ปีไหนฝนฟ้าไม่เป็นใจ ก็ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางปีก็ขายข้าวไม่ได้ราคา ระยะหลังเจอปัญหาภัยแล้งทุกปี ก็สู้ไม่ไหว ตัดสินใจเลิกทำนา หันมาทำสวนองุ่นแทน เพราะองุ่นเป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนดี สามารถวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ในระยะแรก คุณธนกฤตเรียนรู้เรื่องการปลูกดูแลองุ่นจากตำรา และเยี่ยมชมสวนองุ่นในพื้นที่ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ในสวนองุ่นของตัวเอง จนได้ผลผลิตคุณภาพดี ที่นี่เน้นปลูกองุ่นไร้เมล็ด เมื่อสวนองุ่นเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาแวะชม-ชิม-ช้อป องุ่นผลสดและน้ำองุ่นในสวน กลายเป็นจุดขาย ทำให้สวนองุ่นแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน มีกลุ่มลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าถึงสวนอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรชื่อดังของอำเภออรัญประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ปลูกด
ท่ามกลางระบบเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอดหลายปีนี้ บวกกับสถานการณ์โรคโควิดทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่วทุกครัวเรือน ราคาสินค้าขึ้นกันแทบทุกชนิด ยกเว้นราคาข้าวเปลือกของชาวนา มีราคา 1 กิโลกรัมเท่ากับบะหมี่สำเร็จรูป 1 ซอง แต่ดีที่ภูมิประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตรมีดินฟ้าอากาศเป็นใจต่อการทำเกษตรและมีชาวบ้านเป็นเกษตรกรกันมากพอควรจึงสามารถหลุดพ้นความหิวท้อง เพราะอยู่กันในต่างจังหวัดมีพื้นที่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เป็นอาหารได้ ที่น่าเป็นห่วงกับลูกหลานเกษตรกรที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาเพื่อเป็นลูกจ้างในเมือง พอเศรษฐกิจพังก็ถูกปลดออกกันเป็นแถว จากประสบการณ์ทำงานในโรงงาน ห้างร้าน บริษัท ไม่สามารถนำมาทำเลี้ยงชีพได้ตอนกลับมาอยู่บ้านนอก ต้องปรับตัวเรียนรู้กันยกใหญ่ ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้างตามความสามารถของตนเอง เรื่องราวในวันนี้ไม่ได้เขียนเรื่องการทำเกษตรโดยตรง แต่ถือเป็นแนวคิดและประสบการณ์ที่ล้มลุกคลุกคลานได้มาจากประสบการณ์ของตัวเองของเกษตรกรท่านหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย แต่ฝ่าฟันมาจนยืนหยัดมาได้ เดิม คุณนพอนันต์ เลาหพูนรังสี หรือ ลุงอ้วน เรียนจบบัญชีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กลับมาเปิดร้านขายของชำอยู่ที่บ้า
“จากเป็นคนที่ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรมาก่อน เห็นพ่อกับแม่ทำ แต่ไม่นึกใส่ใจ แต่เมื่อเจอปัญหา อาชีพที่เรามองข้ามกลับมาช่วยเราปลดหนี้ พ่อเราจับจอบจับเสียมแต่สามารถช่วยเราปลดหนี้ที่เราไปทำล้มเหลวมาได้ จึงเริ่มเกิดความศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรมขึ้น จนมีความคิดที่ว่าอาชีพเกษตรกรรมนี่แหละจะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับตัวเองและคนในครอบครัวต่อไปได้”…คำสารภาพ ของ คุณกัลยา คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวขอนแก่น อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า อดีตตนเคยทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับยางรถยนต์มาก่อน ทำอยู่ในส่วนฝ่ายจัดการผู้บริหารระดับสูง และประกอบธุรกิจส่วนตัวรับเหมาก่อสร้างควบคู่กันไป ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรที่พ่อกับแม่ทำมาก่อนเลย คิดว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปจนแก่ แต่ก็เกิดจุดพลิกผันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำมีปัญหา ไปได้ไม่สวยอย่างที่คิด จำเป็นต้องยุบกิจการแล้วกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านแบบสวยๆ เพราะติดหนี้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ส่วนงานประจำที่ทำอยู่ก็ยังสามารถทำต่อได้ แต่ด้วยสภาพจิตใจที่ท้อและหมดแรง
เมื่อพูดถึง “สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น” หลายคนคงนึกถึงผลสีแดงสด ผิวสวยเป็นเงา กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสชาติหวานฉ่ำ จนกลายเป็นผลไม้พรีเมียมที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ต้องนำเข้าอีกต่อไป เพราะเกษตรกรไทยสามารถนำมาปลูกและพัฒนาคุณภาพผลผลิตได้ใกล้เคียงกับแหล่งกำเนิด ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ ระบบน้ำ และการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติ ความหอม และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นกลายเป็นพืชมูลค่าสูงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย โดยผลผลิตคุณภาพพรีเมียมสามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละหลักพันบาท เบื้องหลังผลสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดที่หลายคนชอบใจนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากความใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมวัสดุปลูก การจัดการน้ำและธาตุอาหาร ไปจนถึงการดูแลสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดในทุกวัน คุณบุญเกิด ยิ่งรักชัย ผู้ดูแล Boifarm ฟาร์มสตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น เล่าถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มแห่งนี้ว่า มาจากมิตรภาพระหว่างเจ้าของฟาร์มคือ คุณบอย-สยุมภู โตวัชรกุล กับเพื่อนช
จังหวัดชัยนาทเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” ที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากชัยนาทมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกข้าว ทั้งแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์และสภาพดินที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชผล ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถผลิตข้าวคุณภาพดีป้อนสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีชาวนาอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินจากการทำนา เพราะการทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จสร้างรายได้ที่ยั่งยืนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกระบวนการผลิตอย่างถูกต้อง ถูกวิธี และการสนับสนุนจากภาครัฐ ในด้านการส่งเสริมคุณภาพข้าว การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิต ตลอดจนการตลาดเพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย คุณกำไร เขียวฉาย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรทุ่งวัดสิงห์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของสหกรณ์ทุ่งวัดสิงห์ เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรที่เกิดปัญหาในการทำกินแบบเดียวกัน ซึ่งหลังจากก่อตั้งสหกรณ์ก็ได้มีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดบริการสินเชื่อให้แก่สมาชิก การจำหน่ายปุ๋ย เคมีการเกษตร และอุปกรณ์การเกษตรให้กับสมาชิกเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2558 กลับยังพบว่าคุณภ
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและปลูกได้ดีในประเทศไทย ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ และปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรในหลายพื้นที่ปลูกเป็นอาชีพที่ทำเงิน พร้อมทั้งปลูกแบบอินทรีย์ นอกจากเป็นการผลิตที่มีความปลอดภัยแก่เกษตรกรเองแล้ว การปลูกในระบบอินทรีย์ยังช่วยให้ผลผลิตจำหน่ายได้ในราคาที่สูงตามไปด้วย คุณสันติภาพ จุลิวัลลี หรือ คุณอิ๊ เป็นเกษตรกรที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งในระบบอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในช่วงแรกยังไม่ได้เน้นในเรื่องของการทำแบบอินทรีย์มากนัก ต่อมาเมื่อรับรู้ถึงความต้องการของตลาดจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการปลูกหน่อไม้ฝรั่งให้เป็นระบบอินทรีย์อย่างเต็มตัว นอกจากได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพส่งจำหน่ายให้กับตลาดแล้ว ยังส่งต่อองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกรท่านอื่นๆ จนเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งรวมกันผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีคุณภาพส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวเป็นเกษตรกร ต่อยอดธุรกิจเกษตร ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ คุณอิ๊ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ซึ่งในระหว่างนั้นเกิดความคิดอยู่เสมอว่าอยากทำการเกษตรก่อนที่จะมีอายุ 30 ปี ต่อมา
