พืชทำเงิน
กล้วยหอมทอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ใช้ระยะกว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 9 เดือนเศษ แต่ก็ตอบแทนเจ้าของได้อย่างคุ้มค่า เพราะหากมีการวางแผนการผลิตที่ดี มีการบริหารจัดการที่ดี จะทำรายได้สูงถึงไร่ละนับแสนบาทเลยทีเดียว แม้แต่ช่างเขียนแบบก็สามารถเรียนรู้และปลูกให้ประสบผลสำเร็จได้ อย่างเช่น คุณเกรียงไกร พิมภูธร อายุ 43 ปี อยู่ที่บ้านท่าขอนยาง หมู่ที่ 3 ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. 082-118-1605 จบการศึกษา ปวช. และ ปวส. ด้านช่างจากวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม จากนั้นไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม จากสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งช่างเขียนแบบ กองช่าง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม แรงบันดาลใจในการปลูกกล้วยหอมทอง เกิดจากการที่ได้ดูรายการทีวีเกี่ยวกับกล้วยหอมทอง ก็เลยสนใจคิดว่าเป็นไม้ผลที่คู่กับคนไทย สามารถบริโภคได้ทุกฤดูกาล จากนั้นได้ศึกษาการปลูก การดูแลรักษาอย่างจริงจัง จาก YouTube เป็นเวลา 1 ปี คือในปี 2559 ได้สอบถามราคาซื้อขายในตลาดที่จังหวัดมหาสารคาม ก็พบว่าราคาค่อนข้างดีและไม่มีตลาดค้าส่ง ดังนั้น ถ้าเรานำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามน่าจ
“ นิตยา สุวรรณสันติชัย (คุณนิด) ” และสามี “ อดิเรก สิริว่องวัฒนากิจ” เกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำแนวคิดการตลาดมาผสมผสานกับการปลูกมะเขือเทศเชอรี่แฟนซีหลากสีสัน คุณภาพดี รสชาติหวานอร่อย ตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ สร้างผลกำไรสูง เน้นส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ ปลูกมะเขือเทศ สร้างอาชีพ นิด กล่าวว่า เดิมครอบครัวปลูกสลัดเป็นอาชีพหลัก แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศแปรปรวน และปัญหาโรคแมลงรบกวน ทำให้ได้ผลผลิตน้อยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว จึงหันมาปลูกมะเขือเทศเชอรี่ที่นิยมแพร่หลายในไทย คือ มะเขือเทศเชอร์รี่ลูกผสมพันธุ์ทับทิม ที่มีจุดเด่นคือ ผลเล็กรูปร่างยาวรี สีแดงสด เนื้อแน่น ติดผลดก รสชาติหวาน ทนทานต่อสภาพอากาศร้อน ทนโรคไวรัสและโรคเหี่ยวได้ดี และมะเขือเทศพันธุ์มันเดย์ ปลูกได้ตลอดปี ติดผลดก ให้ผลผลิตสูง ทนร้อนได้ดี อายุการเก็บเกี่ยว 85-90 วัน หลังหยอดเมล็ด ผลสุกผิวสีเหลืองถึงส้ม เนื้อหนา หวาน กรอบ อร่อย รสชาติดี ราคาจำหน่ายเฉลี่ย 70-100 บาท/กก. แต่ระยะหลังมีมะเขือเชอรี่สายพันธุ์ใหม่ ที่มีรสชาติอร่อยมากขึ้น ทำให้มะเขือเทศที่ปลูกได้รับความน
อาชีพเพาะกล้าข้าว ธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ ลดการสูญเสียต้นทุน เพราะลดปริมาณการสูญเสียเมล็ดข้าวระหว่างเพาะปลูก และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เนื่องจากการเพาะกล้าก่อนลงแปลงจะช่วยลดความสูญเสียของต้นอ่อนจากโรคและแมลงต่างๆ และทุกวันนี้ ต้นทุนทำนาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรง อีกทั้งการทำนาหว่านก็ประสบปัญหาตามมา ทั้งวัชพืช ข้าวดีด ต้นข้าวไม่แข็งแรง รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย เป็นเหตุผลให้ชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์หลายรายฝ่าวิกฤตต้นทุนทำนาสูง เน้นปลูกข้าวที่ได้คุณภาพ โดยนำนวัตกรรมทำนายุคใหม่เข้ามาใช้ ทำให้เกิดอาชีพ “รับจ้างเพาะต้นกล้า” รวมถึงรับเหมาดำนาด้วยรถ กลายเป็นอาชีพใหม่ที่น่าจับตา สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในฤดูกาลทำนาไม่น้อยกว่า 260,000 บาท ได้เงินมากกว่าทำนาขายข้าวเปลือกหลายเท่าตัว การทำนาของเกษตรกรใน จ.กาฬสินธุ์ ทั้งในพื้นที่ใช้น้ำชลประทาน และนอกเขตชลประทานที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ในปัจจุบันพบว่าส่วนหนึ่งที่ทำนาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูฝนนิยมทำนาหว่าน เพราะสะดวก ประหยัดทุนกว่าทำนาดำ ส่วนกลุ่มที่ทำนาในช่วงกลางฤดูฝนจะพบว่า ทำนาดำเป็นส่วนน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิก
ในยุครุ่งเรือง ประเทศไทยเคยส่งออกสับปะรดกระป๋องเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ทุกวันนี้ ยอดการส่งออกสับปะรดกระป๋องมีแนวโน้มลดลง เพราะต้นทุนแรงงานรวมทั้งปุ๋ยสูงขึ้น ทำให้มีต้นทุนการผลิตสับปะรดสูง 6-7 บาทต่อกิโลกรัม ยังไม่รวมต้นทุนนำเข้าเหล็กแผ่นสำหรับผลิตกระป๋องที่มีราคาสูง ทำให้ไทยเสียเปรียบ “ฟิลิปปินส์” ซึ่งมีต้นทุนผลิตที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม และสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน มีต้นทุนผลิตแค่ 2 บาทต่อกิโลกรัม เดิมทีเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกสับปะรดส่งโรงงานอย่างเดียว เพราะทำง่าย ถึงเวลาก็ตัดแล้วรับเงิน ไม่ต้องหาตลาด ระยะหลังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขายไม่ได้ราคา หักต้นทุนแล้วแทบไม่เหลืออะไรเลย เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดจึงแก้ปัญหาด้วยการปลูกสับปะรดผลสด เช่น สับปะรดพันธุ์ MD2 เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการตลาด ปลูกสับปะรดสด 5 พันธุ์ใหม่ เจาะตลาดจีน คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม แกนนำเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตาสับปะรด กล่าวว่า ทางเครือข่ายตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกสับปะรดผลสด จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ 1. สับปะรดไต้หวัน สายพันธุ์ไถหนง 17 หรือพันธุ์จินจ้วน 2. สับปะรดไต้หวัน สายพันธุ์ไถหนง 23 หรือพันธุ์มะม่ว
เกษตรกรที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นิยมปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก โดยรูปแบบการปลูกมีทั้งปลูกเดี่ยวๆ และปลูกผสมผสานกับพืชอื่น ทั้งนี้ เพราะกล้วยน้ำว้าดูแลรักษาไม่ยาก ไม่จุกจิกกวนใจ ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกเป็นอย่างดี คุณนิพนธ์ บุตรเมือง เกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เคยรักษาการตำแหน่งเกษตรอำเภอแก่งกระจาน พูดถึงกล้วยน้ำว้าที่แก่งกระจานว่า “ปกติกล้วยน้ำว้าเป็นพืชหลักของที่นี่ เป็นพืชที่ไม่ต้องใช้สารเคมี โรคแมลงไม่ค่อยมี เป็นโรคใบไหม้บางช่วง บางช่วงเป็นโรคตายพรายแต่ก็เป็นบางแห่ง ถือว่าเป็นพืชที่ใช้การลงทุนต่ำ มีรายได้ต่อเนื่อง เป็นพืชที่ชาวบ้านนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง “จริงๆ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ การปลูกกล้วยยังช่วยให้ระบบนิเวศโดยรอบสมบูรณ์ เป็นการบำรุงดินในตัว ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้หมุนเวียน เรื่องการส่งเสริมการปลูก ทางราชการส่งเสริมอยู่แล้ว กล้วยสามารถปลูกควบคู่กับพืชอื่นที่ให้ร่มเงาได้ด้วย” คุณนิพนธ์กล่าว เปลี่ยนจากมะม่วง มาปลูกกล้วยน้ำว้าล้วนๆ 50 ไร่ คุณนาค เส็งสว่าง เป็นเกษตรกรที่ปลูกกล้วยน้ำว้า 50 ไร่ อยู่ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเ
ชันโรง หรือ ผึ้งจิ๋ว คือแมลงผสมเกสรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เนื่องจากชันโรงไวต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช การพบชันโรงในพื้นที่จึงเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยของธรรมชาติรอบตัวได้เป็นอย่างดี นอกจากบทบาทผู้ช่วยธรรมชาติ ชันโรงยังเป็น “สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ครบวงจร” ที่ช่วยยกระดับผลผลิตในแปลงเกษตร ทั้งไม้ผล พืชผัก และไม้ดอก ให้ติดผลดกและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์จากชันโรงยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายช่องทาง คุณป๋อง-พิพัฒพงษ์ ตาแก้ว เจ้าของ “จงใจฟาร์มชันโรง” ตั้งอยู่ที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากเกษตรกรสวนไม้ผลสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านชันโรงว่า เดิมทีที่บ้านทำสวนผลไม้ โดยมี “สละ” เป็นพืชสร้างรายได้หลัก แต่ช่วงหลายปีหลังประสบวิกฤตทั้งปัญหาราคาตกต่ำและโรคระบาด จึงต้องมองหาทางรอดและอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ใหม่ พี่ป๋องเริ่มเลี้ยงชันโรงมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ในช่วงแรกเน้นเลี้ยงไว้ช่วยผสมเกสรพืชผักและไม้ผลภายในสวนเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อพืชหลักเริ่มไม่ทำกำไร จึงหันมาศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการเ
“มันหวานญี่ปุ่น” นับเป็นอีกหนึ่งพืชสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อย หวาน มัน แล้วนั้น ในแง่ของคุณประโยชน์ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติการชะลอวัย ที่สำคัญช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มันหวานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูง เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มได้นานขึ้น เหมาะกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ คุณสราวุธ วงศ์กาวิน หรือ คุณโด้ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์แม่ทา มีจำนวนสมาชิกอยู่ประมาณ 120 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกันทั้งหมด 400 ไร่ ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยหลักๆ จะเน้นส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักตามฤดูกาล และมีพืชเด่นสร้างรายได้ของกลุ่มคือ “มันหวานญี่ปุ่นอินทรีย์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คัดมาจากญี่ปุ่น แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่แม่ทา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณ
หากพูดถึงพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้ยาวนาน “ไผ่” ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงาสวยงามหรือใช้ลำทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ “หน่อไม้” ยังเป็นของกินยอดนิยมที่ขายดีตลอดปี ยิ่งตลาดอาหารสุขภาพกำลังมาแรง หน่อไม้สดๆ ปลอดสารก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าการปลูกไผ่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ความจริงแล้วสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนข้างบ้าน ขอแค่มีการจัดการที่ดี เลือกพันธุ์ให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลักหมื่นต่อวันได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูแนวทางการปลูกไผ่แบบมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกพันธุ์ การดูแล ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิต ให้ปลูกครั้งเดียวแต่ขายหน่อได้ไม่มีหมด คุณบารมี วรานนท์วนิช เจ้าของ “สวนไผ่บารมี” ผู้เปลี่ยนสวนส้มเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เลี้ยงอีสานเขียว เริ่มต้นจากเพียง 30 ไร่ ก่อนขยายพื้นที่เพาะปลูกจนแตะ 212 ไร่ ปัจจุบัน สวนไผ่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท ด้วยผลผลิตที่สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี โดยสร้างตลาดจากหน้าบ้านของเขาเอง โดยปกติ หน่อไม้ มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน แต่
โรสแมรี่ (Rosemary) เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองของแถบเมดิเตอร์เรเนียน จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ใบ มีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอม และเขียวอยู่ตลอดปี ด้านบนของใบมีสีเขียว ด้านท้องใบเป็นสีขาว และมีขนปกคลุม ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู สีม่วง หรือสีฟ้า ใช้ปรุงอาหารทำให้มีกลิ่นหอม ปัจจุบัน เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการอาหารบ้านเรามากขึ้น ไม่เพียงแค่เฉพาะโรงแรมที่ใช้นำมาประดับตกแต่งมื้ออาหารสุดหรู แต่ยังแพร่หลายไปถึงระดับครัวเรือนที่ชื่นชอบทำอาหารสไตล์ฝรั่ง ก็สามารถเข้าถึงสมุนไพรโรสแมรี่นี้ได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากการนำมาประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามแล้ว “โรสแมรี่” ยังมีส่วนช่วยทำให้รสชาติอาหารอร่อย มีความกลมกล่อมมากขึ้น สามารถช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้ดี รวมไปถึงสรรพคุณด้านกลิ่น ช่วยรักษาไข้หวัด แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ ได้อีกด้วย คุณดวงเดือน พิทักษ์ไพร หรือ พี่เดือน เจ้าของสวน Grace Garden อยู่ที่ 180 หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ อดีตครูอาสา กลับมาช่วยพัฒนาธุรกิจร้านขายต้นไม้-สมุนไพรฝรั่งของที่บ้าน คว้าโอกาสช่วงที่ทุกคนต้องหยุดอยู่บ้าน
ผักหวานเป็นหนึ่งในผักพื้นบ้านยอดนิยมที่ตลาดต้องการตลอดทั้งปี ผักหวานปลูกดูแลง่าย ปลูก 4 ปีก็เก็บยอดขายได้แล้ว เกษตรกรหลายคนมีรายได้จากการทำสวนผักหวานป่าผสมผสานกับสวนผลไม้ สร้างรายได้ก้อนโต หักค่าใช้จ่ายแล้วยังมีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ การจัดการแปลง โดยธรรมชาติแล้ว ต้นผักหวานป่ามักพบเห็นได้ตามป่าเบญจพรรณที่มีไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด หากนำมาปลูกในพื้นที่เรือกสวนไร่นาจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศภายในสวนให้มีร่มเงาเหมือนป่าตามธรรมชาติ โดยปลูกผักหวานป่าแซมกับไม้ผลไม้ยืนต้น ประเภทต้นลำไย มะยงชิด ต้นหม่อน หากปลูกผักหวานป่าแบบพืชเชิงเดี่ยว ต้นผักหวานป่าจะแสดงอาการใบเหลืองและมีโอกาสตายได้ การปลูก คำแนะนำ ในการปลูกผักหวานป่า เวลาขุดดินใส่ต้นกล้าผักหวานป่าลงไป ระวังอย่าให้รากขาด เพราะต้นผักหวานป่าจะไม่เจริญเติบโต ไม่แตกยอด เวลาปลูกควรใส่ปุ๋ยคอกบำรุงดินลงไป ต้นผักหวานป่ามีอายุยืน 50-100 ปี แถมดอกผักหวานป่ายังขายได้ราคาดีอีกต่างหาก ขายส่งในราคากิโลกรัมละ 300 บาท ตลาดนิยมดอกผักหวานป่าเพราะถือว่าเป็นของแปลก เป็นยาดี ขายแยกดอก แยกใบ ตัดยอดบ่อย ยิ่งแตกยอดได้ดี หากต้องการให้ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็วและแตกยอดได
