Related Posts
ส.ป.ก. ผนึก GIZ ดำเนิน “โครงการนำร่องระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในเขต ส.ป.ก” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลดต้นทุนด้านพลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) เปิดเผยว่า ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าจาก ระบบสายส่งเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงและก่อให้เกิดข้อจำกัดต่อความมั่นคง ด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมักประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การแสวงหาแนวทางและรูปแบบการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่เหมาะสมกับการเกษตรจึงเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและทั้งผลักดันให้ภาคเกษตรกรรมของไทย มีความมั่นคงและยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการเกษตร สำนัก
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์, ตาก และอุตรดิตถ์) ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี จัดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Northern S1 Signature Expo 2026” ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงคู่ค้าข้ามภูมิภาค ยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เวทีสากล พร้อมชูไฮไลต์การจัดงานมิติใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Carbon Neutrality) ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานในพิธีเปิดและเจ้าของพื้นที่ กล่าวว่าจังหวัดชลบุรีมีความยินดีและภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งชลบุรีถือเป็นประตูบานสำคัญในการเชื่อมโยงสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีกำลังซื้อสูง และมีความหลากหลายของผู้บริโภค การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างภูมิภาค เป็นการนำความมหัศจรรย์จาก 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างมาสู่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก “ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชลบุรีจะได้ประโยชน์
กรุงเทพฯ 23 กรกฎาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development (ที่ 4 จากซ้าย)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน เครือข่ายเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ สานต่อกิจกรรมปลูกต้นไม้จำนวน 555 ต้น ในโครงการ KUBOTA Forest For Life “คูโบต้าร่วมใจปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียว” ภายใต้แนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” มุ่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าคืนสู่ชุมชน โดยมีกลุ่มชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ห้วยตาดข่า เครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ในการดูแลต้นไม้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการปลูกต้นไม้จำนวน 50,000 ต้นทั่วประเทศ ภายในปี 2571 ณ บ้านโคกศรีแก้ว อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายนามผู้บริหารเรียงจากซ้ายไปขวา
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เสนอมุมมองผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศุภชัย เจียรวนนท์ – Suphachai Chearavanont ถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่สามารถแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนอย่างแท้จริง หากเราอยากพาประเทศไปสู่ Clean Economy หรือ Green Economy และแก้ปัญหาไฟป่าหรือฝุ่นจิ๋วในช่วงฤดูแล้งอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญคือ “ต้องทำให้ป่ามีคุณค่าและมูลค่าที่ชุมชนจับต้องได้” ที่ผ่านมา ชุมชนรอบพื้นที่ป่ามักขาดแรงจูงใจในการดูแล เพราะประโยชน์ของป่าไม่เคยตกถึงมือพวกเขาอย่างจริงจัง เมื่อต้องดิ้นรนรอดชีวิต การทำเกษตรแบบเดิมหรือปล่อยให้เกิดไฟป่าจึงกลายเป็นวงจรวนซ้ำ คำถามคือ ทำไมเราไม่เปลี่ยนป่าให้เป็นสินทรัพย์ ทางออกหนึ่งที่ทำได้ทันทีด้วยเทคโนโลยีวันนี้ คือการทำ “Tokenization” ในเมื่อภาคเอกชนต้องการซื้อ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset) และคนมากมายลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีที่อาจไม่มีสินทรัพย์จริงรองรับ ทำไมเราไม่สร้าง Digital Token ที่ผูกมูลค่าไว้กับการปกป้องป่าไม้ ถ้าเราเชื่อมโยงคุณค่าของป่าเข้ากับสินทรัพย์ด
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบทยอยคลี่คลาย ขณะที่การส่งออกอาหารของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการอาหารพร้อมรับประทานและอาหารแปรรูปในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อรับมือกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นจากประเทศคู่ค้า นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA Global) ผู้พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการค้า แต่ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การลดลงของต้นทุนเม็ดพลาสติก การขยายตัวของการส่งออกไทย การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร การยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ของประเทศคู่ค้า และแนวโน้มการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารโลก ปัจจัยแรกคือ ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มผ่อนคลาย หลังราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลง ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกหลายประเภทอ่อนตัวลงตาม ขณะที่ปริมาณเม็ดพลาสติกใน
Smile Melon Model เปลี่ยนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เผชิญปัญหาราคาตกต่ำ มาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นคุณภาพสูงในโรงเรือน โดยบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อรอบการผลิต แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ ส.ป.ก นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า เดิมเกษตรกรในพื้นที่ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จัดสรรที่ดินทำกินของ ส.ป.ก. มีอาชีพทำนา ปลูกผักบุ้งจีน แต่บางครั้งผลผลิตราคาตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี เกษตรกรจึงมีความต้องการที่จะทดลองปรับเปลี่ยนปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดโครงการเพื่อนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานการปลูกเมล่อนที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ และจัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จากนั้นกลุ่มเกษตรกร จึงได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปศึกษาดูงาน มารวมกลุ่มกันเพื่อทดลองปลูกเมล่อน ภายใต้กลุ่ม Smile Melon ใช้ทักษะ ประสบการณ์ ต่อยอดและค่อยๆ พัฒนามา
