Skip to content
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2569
กลับหน้า ข่าวสด
เทคโนโลยีชาวบ้าน
  • หน้าหลัก
  • เกษตรรอบด้าน
    • Exclusive
    • ประมง
    • ปศุสัตว์
    • พืชทำเงิน
    • ไม้ดอกไม้ประดับ
    • อื่นๆ
  • สูตรลับจากฟาร์ม
    • เทคนิคเกษตร
    • แปรรูปสินค้าเกษตร
  • ฟาร์มล้ำ
    • เกษตรยั่งยืน
    • เกษตรอัจฉริยะ
  • News
  • Video Content
พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

สวนคุณลูกหมู ทำเกษตรด้วยนวัตกรรมเกษตร พัฒนาการผลิต ทุเรียน-มังคุด ส่งออกจีน

21 กรกฎาคม 2568 จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

คุณเปี๊ยก เปิดบ้าน เป็น ศพก. เขาคิชฌกูฏ ศูนย์เรียนรู้การผลิตทุเรียน มังคุด

ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย

เนคเทค (nectec) เข้ามาติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติที่สวนคุณลูกหมู

สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโนบายเกษตร 4.0 เพื่อเปลี่ยนภาคเกษตรแบบเดิม ไปสู่ด้วยวิถีทางแห่ง นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่า และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้คัดเลือก “สวนคุณลูกหมู” เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่ได้รับการติดตั้งสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดสภาพอากาศ ประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน และทิศทางของแสง โดยบันทึกข้อมูลและแสดงผลแบบ real-time ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถติดตามผลการทำงานของสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ผ่านทางเว็บไซต์ http://agritronics.nstda.or.th ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตรของประเทศในอนาคต

แปลงปลูกทุเรียนต้นคู่

ปลูกทุเรียนต้นคู่ ให้ผลตอบแทนสูง


แนวคิดการปลูกทุเรียนต้นคู่ ของ คุณธีรภัทร อุ่นใจ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี คุ้มค่ากับการปลูกทุเรียนเชิงการค้า คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก จึงหันมาขยายพื้นที่การเพาะปลูก โดยปลูกทุเรียนต้นคู่ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น ช่วยป้องกันการโค่นล้มของทุเรียนเกิดจากแรงลม หรือภัยธรรมชาติน้อยลง เนื่องจากการปลูกทุเรียนต้นคู่ เกิดการยึดประสานระหว่างกันของราก ทำให้ต้นทุเรียนมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาความสูญเสียของผลผลิตทุเรียน ประการต่อมา การปลูกทุเรียนต้นคู่ต่อหลุม เมื่อทุเรียนเจริญเติบโตขึ้นมา จะส่งผลให้ระบบรากสามารถหาอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย

คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก กับ น้องแอน ลูกสาวคนสวยที่เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลกิจการสวนผลไม้

หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ปัจจุบัน สวนคุณลูกหมู ลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ด้วยการทำธนาคารน้ำใต้ดินกระจายรอบสวน ทำให้ปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ดูแลสวนผลไม้ตลอดทั้งปี ซึ่งหลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินเริ่มจากจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ยางรถยนต์เก่า หินเบอร์ 2 และหินขนาดใหญ่ ท่อพลาสติก ขนาด 2 นิ้ว ยาว 2.5 เมตร จำนวน 1 ท่อน  และตาข่ายไนล่อน

ขั้นตอนการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ได้แก่

  1. ขุดหลุม ขนาด 2x2x2 เมตร
  2. ใส่ยางรถยนต์เพื่อป้องกันขอบบ่อพังทลาย
  3. ใส่วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ขวดน้ำ (ใส่น้ำ 1 ใน 3 ส่วน) ท่อนไม้ หรือหินขนาดใหญ่ให้เต็มช่องว่างด้านนอกยางรถยนต์
  4. นำท่อ PVC มาวางตรงกลางบ่อ เพื่อเป็นช่องระบายอากาศ หินขนาดใหญ่เติมใส่ช่องว่างด้านในให้เต็ม
  5. คลุมด้วยตาข่ายไนล่อน แล้วทับด้วยก้อนหิน และตามด้วยหินเบอร์ 2 อีกที เพื่อเป็นตัวกรองให้เศษดินหรือขยะไม่ให้เข้าไปอุดตันในบ่อ
    สวนคุณลูกหมู หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ข้อดีของธนาคารน้ำใต้ดินคือ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะช่วยให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ในดิน แก้ปัญหาน้ำเค็ม เพราะมวลน้ำเค็มจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด ฉะนั้น น้ำเค็มจะอยู่ด้านล่าง แก้ปัญหาน้ำสกปรก เพราะระบบน้ำแบบปิดจะช่วยกรองน้ำให้สะอาดขึ้น

“เนื่องจากทุเรียนไทยได้รับความนิยมสูงจากตลาดจีน ขายได้ราคาดี มีเท่าไรก็ไม่พอขาย สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ปลูกทุเรียนจำนวนมาก ปริมาณน้ำในแหล่งธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะมีไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการใช้งาน ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดจันทบุรี เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจึงควรลงทุนขุดสระเก็บน้ำหรือธนาคารน้ำใต้ดินของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต” คุณเปี๊ยก กล่าว

ทุเรียนนกหยิบ ของสวนคุณลูกหมู

“นกหยิบ” ขายดี ทนทานทุกสภาพอากาศ

คุณเปี๊ยก แนะนำให้เกษตรกรมือใหม่ ปลูก “นกหยิบ” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปลูกทุเรียน เนื่องจาก นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทนทานต่อปัญหาโรคพืชของทุเรียนได้เป็นอย่างดี ด้านการปลูกดูแล ก็ไม่แตกต่างจากการปลูกทุเรียนสายพันธุ์ทั่วไป นกหยิบใช้เวลาปลูกดูแล 5 ปี ก็ให้ผลผลิต โดยมีผลผลิตเฉลี่ยปีละ 50-60 ผล ต่อต้น ที่สำคัญขายได้ราคาดีกว่าทุเรียนหมอนทองเสียอีก

“ปัจจุบัน ตลาดจีนสนใจรับซื้อทุเรียนพันธุ์นกหยิบ เพราะมีรสชาติหวานมัน เนื้อเนียน ถูกใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับ ทุเรียนมูซังคิง ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย ที่ผ่านมา ทุเรียนหมอนทอง ขายได้กิโลกรัมละ 150-180 บาท แต่ทุเรียนพื้นบ้าน เช่น นกหยิบ และพวงมณี ขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านตลาดออนไลน์ ได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาทแล้ว ทุเรียนพันธุ์นกหยิบปลูกดูแลง่าย ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และปัญหาโรคพืชได้ดีกว่าหมอนทอง ซึ่งเป็นทุเรียนสายพันธุ์ลูกผสมเสียอีก นอกจากนี้ หลังเจอภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน ทุเรียนพันธุ์นกหยิบก็ไม่สลัดผลทิ้งเหมือนทุเรียนพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย ถือได้ว่า นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงอากาศได้ดีที่สุด” คุณเปี๊ยก กล่าว

แปลงปลูกทุเรียนของสวนคุณลูกหมู

 

แปลงปลูกมังคุด ของสวนคุณลูกหมู
มังคุดเกรดพรีเมี่ยม คุณภาพส่งออก

………………..

 

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564

MOST POPULAR

เทคนิคเกษตร
ต้นกล้วยหมัก 5 วัน สูตรลดต้นทุน แม่ไก่อารมณ์ดี

หลายปีที่ผ่านมา สำนักงานปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ไข่ของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ จากเดิมที่เคยเน้นการเลี้ยงบนกรงตับ มาเป็นการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดี ที่ใช้ระบบการปล่อยอิสระ เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยง กลายเป็นรูปแบบการเลี้ยงที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะลดต้นทุนโรงเรือน มีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ แม่ไก่มีความสุข สามารถให้ไข่ได้ มาตรฐานและปลอดสารตกค้าง เกษตรกรมีไข่ไว้บริโภคในครัวเรือน เหลือบริโภคสามารถจำหน่ายในชุมชน เลี้ยงอย่างไร สูตรการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดีนั้น แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงในอัตรา เพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 5 ตัว โดยเลี้ยงไก่ 5 ตัวต่อตารางเมตร รอบโรงเรือนมีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ 10-15 ตารางเมตรต่อตัว มีรั้วสามารถป้องกันศัตรูและสัตว์พาหะได้ แม่ไก่จะเริ่มให้ไข่ฟองแรก เมื่ออายุ 4 เดือน 6 วัน ดูแลสุขภาพสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในไก่ไข่ และการถ่ายพยาธิ รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการ สุขภาพของสัตว์ปีก เสริมวิตามิน เกลือแร่ การจัดการสิ่งแวดล้อม

20 กรกฎาคม 2569
News
“ศรแดง-ยารา” ผสานพลังยกระดับเกษตรกรรมไทย นำร่อง แตงโมพรีเมียม ที่ จ.กาฬสินธุ์

(กาฬสินธุ์) 18 กรกฎาคม 2569 – บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง และ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมธาตุอาหารพืช เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรระดับสากลส่งมอบสู่เกษตรกรไทย ภายใต้แนวคิด “ศรแดงคู่ยารา ผสานสองพลังคุณภาพ ยกระดับเกษตรกรรมไทย” โดยได้จัดงาน “ฟิลด์เดย์แตงโมพรีเมียม ยกระดับผลผลิตให้ยอดเยี่ยม” ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องแสดงผลลัพธ์ความสำเร็จของการผนึกกำลังในครั้งนี้ นายสิปปกร ถาวรวันชัย ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และ นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า “อีสท์ เวสท์ ซีด มีจุดยืนที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ได้สุดยอดสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ตลาด อย่างไรก็ตามเมล็ดพันธุ์ชั้นเยี่ยมเปรียบเสมือนเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ที่จะแสดงศักยภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อได้รับเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง นั่นคือ องค์ความรู้เรื่องธาตุอาหาร เราจึงมองหาพันธมิตรที

20 กรกฎาคม 2569
Featured เกษตรอัจฉริยะ
GISTDA ใช้ข้อมูลดาวเทียม ชี้ภัยแล้งจาก “เอลนีโญ” หนุนเกษตรกรวางแผนรับมือ 

อากาศที่ร้อนขึ้น ฝนที่ตกไม่ตรงฤดู และภัยแล้งที่ยาวนานกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องของการคาดเดาอีกต่อไป เพราะวันนี้โลกกำลังใช้ข้อมูลจากอวกาศมาช่วยมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าหลายประเทศนำข้อมูลดาวเทียมมาวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศเพื่อเตรียมรับมือ ขณะที่ประเทศไทยเองก็ใช้เทคโนโลยีเดียวกันในการเฝ้าระวังภัยแล้งและติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคการเกษตร ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นจริงในแปลงของเกษตรกร หนึ่งในหน่วยงานที่ทำงานอยู่เบื้องหลังข้อมูลเหล่านี้ คือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA โดย คุณวรนุช จันทร์สุริย์ นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ อธิบายว่า การติดตามปรากฏการณ์เอลนีโญของไทย ไม่ได้อาศัยเพียงการพยากรณ์อากาศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานระดับโลกเข้ากับข้อมูลดาวเทียม เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร เตรียมพร้อมรับมือได้ล่วงหน้า คุณวรนุช เล่าว่า GISTDA อ้างอิงข้อมูลจาก NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่หลายประเทศ รวม

21 กรกฎาคม 2569
News
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิต เพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!!

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ร่วมติดตามคณะนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมพิธีลงนาม“พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก” ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย กับสำนักงานศุลกากร แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคฉบับแรก ที่จะเป็นกลไกเสริมความเชื่อมั่นทางด้านการค้าสินค้าประมงระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรค และปูเส้นทางการส่งออกสัตว์น้ำชนิดใหม่ๆของไทยไปยังตลาดจีนในอนาคต นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การลงนามพิธีสารในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลจีนได้ปรับปรุงกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับสินค้านำเข้า โดยกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องผ่านการประเมินความเสี่ยง และจัดทำกรอบความตกลงด้านการกักกันและสุขลักษณะร่วมกันก่อนการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้กรมประมงได้เร่งเจรจากับ GACC อย่างต่อเนื่

21 กรกฎาคม 2569

Tags
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุเรียนพันธุ์นกหยิบ ธนาคารน้ำใต้ดิน ปลูกทุเรียนต้นคู่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ สวนคุณลูกหมู

Related Posts

Exclusive Featured
จากแผงตลาดสู่ไวรัล TikTok เจ๊นิดคลองเตย แชร์วิธีบริหารเงินและสร้างธุรกิจจากศูนย์

เมื่อก่อนใครจะซื้อของสด ต้องนึกถึง ตลาดคลองเตย ไม่ว่าจะมาจากพระประแดง สุขสวัสดิ์ หรือพื้นที่ใกล้เคียง ต่างก็แวะมาซื้อของที่นี่ แต่ทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม มีตลาดค้าส่งเปิดใหม่หลายแห่ง บางที่ขายถูกกว่า เดินทางสะดวกกว่า ทำให้การแข่งขันหนักขึ้นทุกปี หลายคนรู้จัก “เจ๊นิดคลองเตย” ผ่านคลิปสั้นบน TikTok ที่มักพูดเรื่องการค้าขาย การใช้เงิน และการสร้างตัวแบบเข้าใจง่าย ด้วยภาษาตรงไปตรงมา จนกลายเป็นคอนเทนต์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่เบื้องหลังความสำเร็จบนโลกออนไลน์นั้น คือประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมานานกว่าหลายสิบปี จากแม่ค้าธรรมดาในตลาดคลองเตย สู่เจ้าของธุรกิจที่ขยายกิจการได้ถึง 7 สาขา สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเจ๊นิดแตกต่าง ไม่ใช่เพียงยอดวิวหรือชื่อเสียงบนโซเชียล แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่เกิดจากการลงมือทำจริง ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ธุรกิจเติบโตและวันที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลว ก่อนจะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาต่อยอดเป็นคำแนะนำให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสสร้างรายได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสพูดคุยกับ ‘เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร’ หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ ‘เจ๊นิด คลองเตย’ แม่ค้าขายของปลีกส่ง ที่โด่งดังในโลกออนไลน์

21 กรกฎาคม 2569
Featured ประมง
“เลี้ยงปลาชะโอนในถังระบบปิด” สร้างรายได้ดี ในพื้นที่จำกัดรอบบ้าน ปลาโตไว-สะอาด ขายได้ 400 บาท/กิโลกรัม 

ในช่วงที่เกษตรกรหลายคนมองหาแนวทางสร้างรายได้ใหม่จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “ปลาชะโอน” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยคุณสมบัติที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และสามารถขายได้ราคาสูง คุณบอย-ราชพงศ์ เพ็งเพชร ผู้มองเห็นโอกาสได้เกิดความคิดที่จะนำปลาชะโอนมาเลี้ยง แต่ด้วยพื้นที่บริเวณบ้านมีพื้นที่จำกัด คุณบอยจึงนำมาเลี้ยงในถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร รอบบริเวณบ้านเพื่อทดลองเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยหวังว่าจะสามารถต่อยอดในอนาคต  ปลาชะโอน (Ompok biculatus) เป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด จัดอยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน นับเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ความโดดเด่นของปลาชนิดนี้ไม่เพียงอยู่ที่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังเลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 8-10 เดือนก็สามารถจับขายได้ นิยมนำปลาชะโอนมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงส้ม ต้มส้ม ทอดกระเทียม หรือฉู่ฉี่ ด้วยราคาขายที่ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-400 บาท (ที่มา : กรมประมง) จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณบอยมีความสนใจทดลองเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้  ประสบการ

21 กรกฎาคม 2569
Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน
“ตาฮิติ” มะนาวสู้แล้ง ผลใหญ่ ไร้เมล็ด สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน

หนุ่มพนักงานเอกชนเมืองกรุง หารายได้เสริมด้วยการปลูกมะนาวพันธุ์ตาฮิติ ผลใหญ่ ไร้เมล็ด สวนกระแสภัยแล้งสร้างรายได้เฉลี่ย 6-7 หมื่นบาท ต่อเดือน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนมะนาวบางกระทุ่ม เลขที่ 79/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เขียวชอุ่มไปด้วยต้นมะนาวพันธุ์ตาฮิติ กว่า 1,200 ต้น โดยมี นาย กฤษณะ คำเวียง  และภรรยา คือ นางจรัญญา กาญจนะ เจ้าของสวนกำลังกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดกิ่งตอนมะนาวส่งลูกค้า ตามออเดอร์ที่เข้ามาแบบรัวๆ ต่อเดือนขายกิ่งพันธุ์ได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 กิ่ง ส่วนผลมะนาวไม่ต่ำกว่า 300 กิโลกรัม ต่อเดือน เรียกได้ว่า จัดส่งกันแทบไม่ทัน สร้างรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 60,000-70,000 บาท นายกฤษณะ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงที่มาที่ไปก่อนจะลงตัวที่สวนมะนาวว่า ตัวเองเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตนอยากมีรายได้เสริม จึงลงตัวที่การทำสวนมะนาวเพราะชอบความหอมของกลิ่นมะนาวสมัยเด็กๆ ที่แม่ทำกับข้าว ประกอบกับเวลาหน้าแล้งที่ไร ราคามะนาวพุ่งสูงมาก จึงเริ่มคุยกับภรรยา ใช้ที่นาของครอบครัว 10 ไร่ เริ่มลงมะนาวพันธุ์แป้นต่างๆ ก็เรียกได้ว่

20 กรกฎาคม 2569
อื่นๆ
แสงทอง-อัครา ส่งมอบปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร ม.ขอนแก่น

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัครา และผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคาร คณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัสเพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเรียน รวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษั

20 กรกฎาคม 2569
Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน
โกโก้ฟาร์มลำตะคอง อาณาจักรโกโก้ 300 ไร่ พลิกโฉมภาคอีสาน สู่การเป็นศูนย์กลางต้นแบบ สำหรับเกษตรกรยุคใหม่

ผู้เขียน : ชนุดม สุรัตน์ ในยุคที่เกษตรกรไทยจำนวนไม่น้อยเผชิญปัญหาความผันผวนของราคาพืชเศรษฐกิจ อาจารย์ไพฑูรย์ กระโทกนอก อดีตครูผู้เคยยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียนเมื่อเกษียนเลยเลือกก้าวออกมาสู่เส้นทางใหม่ในฐานะเกษตรกรเต็มตัว ด้วยการสร้าง โกโก้ฟาร์มลำตะคอง ฟาร์มเกษตรผสมผสานขนาดใหญ่กว่า 300 ไร่ ติดกับเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ที่วันนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตโกโก้คุณภาพ และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้เห็นว่า พืชชนิดนี้คือหนึ่งในพืชอนาคต ของไทยอย่างแท้จริง อาจารย์ไพฑูรย์ กล่าวว่า “ผมจะเออร์ลี่แล้วจะอยู่เฉยๆ มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องรู้ว่ามันจะทำอะไร พอเรารู้ เรามีเวลาประมาณนี้ จะทำอะไรมันก็โอเค”  จุดเริ่มต้นจากยางพาราที่ราคาตกต่ำ เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ปลูกยางพาราเต็มพื้นที่ ผลผลิตออกดีแต่ราคากลับผันผวนหนักจนขาดทุน การทำเกษตรในรูปแบบเกษตรอุตสาหกรรม ที่ปลูกทีละมากๆ จึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ ความคิดในการหาพืชทางเลือกจึงเกิดขึ้น อาจารย์กล่าวว่า “ถ้ายางราคาตก เราต้องมีพืชสำรอง ต้องหาพืชที่ยั่งยืนได้จริง” เมื่อศึกษาพืชต่างๆ พบว่า โกโก้ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ด้วยเหตุผลหลักคือ แปรรูปได้ห

20 กรกฎาคม 2569
Featured เกษตรรอบด้าน
เวียดนามทุ่มงบวิจัยกาแฟด้วยเทคโนโลยี AI เร่งปรับปรุงสายพันธุ์ ผลิตต้นกล้า เฝ้าระวังโรคแมลง จนถึงการแปรรูปกาแฟ

ประเทศเวียดนาม :  คณะกรรมการประชาชนจังหวัดเกียลาย (Gia Lai) ได้อนุมัติโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลพื้นที่ปลูกกาแฟ การคาดการณ์และเฝ้าระวังศัตรูพืชและโรคพืช รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการไร่กาแฟแบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตกาแฟ โครงการสถาบันวิจัยและพัฒนาด้านกาแฟด้วยเทคโนโลยี AI มูลค่าการลงทุนรวม 326 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนพื้นที่ขนาด 1.57 ล้านตารางเมตร ตั้งอยู่ในตำบลดั๊กดัว (Đak Đoa) สถาบันแห่งนี้ถูกวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การทดสอบสายพันธุ์กาแฟ การผลิตต้นกล้า และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงองค์ความรู้ทางเทคนิคให้แก่ภาคธุรกิจและเกษตรกร ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะดำเนินการประเมินสายพันธุ์และสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ของกาแฟจำนวน 50–100 สายพันธุ์ต่อปี และผลิตต้นกล้ากาแฟจำนวน 1–5 ล้านต้นต่อปี นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการของสถาบันจะมีความสามารถในการวิเคราะห์ตัวอย่างได้ปีละ 20,000–40,000 ตัวอย่าง ซึ่งครอบคลุมทั้งดิน น้ำ ใบกาแฟ เมล็ดก

20 กรกฎาคม 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • หน้าหลัก
  • เกษตรรอบด้าน
    • Exclusive
    • ประมง
    • ปศุสัตว์
    • พืชทำเงิน
    • ไม้ดอกไม้ประดับ
    • อื่นๆ
  • สูตรลับจากฟาร์ม
    • เทคนิคเกษตร
    • แปรรูปสินค้าเกษตร
  • ฟาร์มล้ำ
    • เกษตรยั่งยืน
    • เกษตรอัจฉริยะ
  • News
  • Video Content