เกษตรรอบด้าน
จากร้านขายส่ง–ขายปลีกเล็กๆ 1 คูหาในปากคลองตลาดเมื่อกว่า 70 ปีก่อน “ไพศาลเจริญ” ค่อยๆ เติบโตผ่านการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากธุรกิจค้าผัก สู่โรงงานคัด ตัดแต่งผักสดที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ และส่งวัตถุดิบให้กับโรงงานผลิตอาหารขนาดใหญ่ วันนี้ธุรกิจเดินทางมาถึงรุ่นที่ 3 โดยมี คุณมายด์-มาธวี ติลกเรืองชัย เข้ามารับช่วงต่อ พร้อมกับความท้าทายสำคัญของคนรุ่นใหม่ นั่นคือ การรักษารากฐานและสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องมองหาวิธีพาธุรกิจให้เติบโตและก้าวต่อไปให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา น่าสนใจว่า จุดเริ่มต้นของคุณมายด์ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวตั้งแต่แรก เพราะเธอเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม และไม่ได้มีพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจผักหรือการบริหารโรงงานโดยตรง จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อป่วย ขณะที่น้องๆ ยังคงอยู่ในวัยเรียน คุณมายด์จึงกลายเป็นคนที่สามารถกลับมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวได้ในเวลานั้น แรกเริ่มเธอตั้งใจเพียงเข้ามาช่วยประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่เมื่อได้ลงมือทำจริง จากภารกิจชั่วคราวกลับค่อยๆ กลายเป็นเส้นทางที่ยาวนาน และพาเธอเข้าม
คุณดวงเพ็ญ แก่นทองหล่อ หนุ่มใหญ่เมืองบุรีรัมย์ อาศัยอยู่ในอำเภอหนองกี่ เติบโตมาในครอบครัวชาวนา ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก คุณดวงเพ็ญจึงต้องเป็นแรงเสริมช่วยพ่อแม่ทำนาและรับจ้างทั่วไปตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากทางบ้านไม่มีกำลังมากพอที่จะส่งเสียให้คุณดวงเพ็ญได้เรียนหนังสือ อาชีพของคุณดวงเพ็ญจึงไม่มีให้เลือกมากนัก ทำให้คุณดวงเพ็ญตัดสินใจยึดอาชีพการทำนามาตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาชีพการทำนามีรายได้ที่ไม่มากและไม่แน่นอน บ่อยครั้งที่ครอบครัวของคุณดวงเพ็ญขาดทุน เมื่อหมดฤดูการทำนา คุณดวงเพ็ญ แก่นทองหล่อ ก็ถูกเพื่อนชักชวนมารับจ้างถอนมันที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เนื่องจากช่วงนั้นคุณดวงเพ็ญไม่มีรายได้จากการทำนา เพราะอยู่ในช่วงที่ค่อนข้างแล้ง และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณดวงเพ็ญพบรักกับภรรยา คุณอัญชลี แก่นทองหล่อ อายุ 50 ปี ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็เป็นเกษตรกรเช่นกัน คุณดวงเพ็ญจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่กับภรรยาที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังคงยึดอาชีพทำนาเป็นหลัก เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ภรรยาได้ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก และลูกชายคนที่สอง อายุห่างกัน 4 ปี ปัจจุบัน ลูกสาวคนโตอายุ 16 ปี ลูกชายคนเล็กอา
คุณวนิดา ศรีราเพ็ญ หรือ พี่กานต์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช ที่อยู่ 39 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตพยาบาลสาวผันตัวเป็นเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานปลูกผัก เลี้ยงไก่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวไม่มีขัดสน พี่กานต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาล แต่เนื่องด้วยลักษณะงานที่ทำต้องมีการทำงานเป็นกะทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงได้ลาออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คน ด้วยการเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกพืชผสมผสานสร้างรายได้ แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมาที่ฟาร์มมักจะประสบปัญหาในการซื้อปุ๋ยขี้ไก่ที่จะมีการผสมโซดาไฟลงมาด้วย ทำให้พืชผักที่ปลูกไม่โต มีอาการใบเหลือง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ จนเกิดเป็นแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง และนอกจากนี้ ยังมีการคิดไปถึงอนาคตไว้ว่า นอกจากจะได้ปุ๋ยจากการเลี้ยงไก่แล้ว ในแต่ละวันยังสามารถเก็บไข่ขายได้ และยังสามารถเก็บขี้ไก่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นปุ๋ยหมักขี้ไก่ขายได้อีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นก
LATEST NEWS
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประกาศเปิด “Lamtakhong Camping Site” หรือ ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ชวนสายแคมป์ กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแก๊งถ่ายรูป มาเช็กอินรับลมหนาวแรก สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ วิวภูเขา และพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่นใกล้เขื่อนลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา การกลับมาครั้งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ไม่ว่าจะมาพักผ่อนส่วนตัว ค่ายกิจกรรม หรือกลุ่มทำกิจกรรมกลางแจ้ง พิเศษสุดกับหมุดหมายเด็ดที่สายกินห้ามพลาด เพราะโลเคชันนี้รองรับการเดินทางไปเที่ยวเทศกาลใหญ่ “กินปลา ณ เขื่อนลำตะคอง” ให้คุณได้ดื่มด่ำทั้งธรรมชาติตอนเช้า และชิมเมนูปลาสดๆ สุดฟินยามเย็นได้แบบสบายๆ อัตราค่าบริการเข้าพัก (ต่อคน) สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตื่นเช้ามาจิบกาแฟชมวิวภูเขา นอนมองดาวตอนกลางคืนกับคนที่คุณรัก เพราะธรรมชาติเรียกหา…พวกเราเลยกลับมา! ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกคนแล้ววันนี้ ข้อมูลการติดต่อและจองพื้นที่ #อว #วว #สถา
บนพื้นที่สูงของดอยม่อนล้าน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ภาพของการทำเกษตรไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกพืชให้ได้ผลผลิต แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่การจัดการพื้นที่ที่ต้องคิดถึงทั้งดิน น้ำ ป่า และรายได้ของคนในชุมชนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะกาแฟอาราบิก้าที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ และเป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากอดีตที่เคยพึ่งพาไร่หมุนเวียน มาสู่การเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ หนึ่งในเกษตรกรที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน คือ คุณสุพจน์ หมื่นแลก เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ บ้านอาบอน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แบรนด์ “กาแฟอาข่าอาบูหญ่า” ปัจจุบันทำสวนกาแฟบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ มีต้นกาแฟราว 2,000 ต้น และมีประสบการณ์ปลูกกาแฟมานานประมาณ 13 ปี พื้นที่สวนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,400 เมตร ลักษณะพื้นที่ลาดชันเล็กน้อย โดยปลูกกาแฟอาราบิก้ากลุ่มคาติมอร์ร่วมกับไม้ร่มเงา ทั้งแมคคาเดเมีย กล้วย และไม้ป่า “เมื่อก่อนเราปลูกกาแฟในพื้นที่โล่ง พอเจอแดดจัด ต้นกาแฟก็อยู่ไม่ไหว บางครั้งยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยวก็แห้งตาย พอสถานีฯ แนะนำให้ลองปลูกไม้ผลและไม้ป่าเป็นร่มเงา
โครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ เดินหน้าปลุกพลังความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ชวนประกวดคลิปวิดีโอสร้างสรรค์ในกิจกรรม “Thailand’s Got Honesty ปีที่ 3 (2026)” เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้โชว์ไอเดีย ถ่ายทอดเรื่องราวความซื่อสัตย์ ผ่านการแสดงในรูปแบบที่ไม่จำกัด สมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท โดยมีกติกา ดังนี้ ได้เวลาปล่อยไอเดียให้สุด แล้วมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้สังคมไปด้วยกัน “เพราะความซื่อสัตย์เริ่มที่ตัวเรา” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ซสพช #โครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ความซื่อสัตย์เป็นสมบัติของคนดี #ThailandsGotHonesty #ThailandsGotHonesty2026
จังหวัดนครสวรรค์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดยิ่งใหญ่งาน “มหกรรมอาหารและข้าวจังหวัดนครสวรรค์” Nakhonsawan Food & Rice Expo 2026 ชูยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมโยงภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นและข้าวพันธุ์ดีสู่นวัตกรรมการค้าโลก คาดการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจในงานและสร้างมูลค่าการค้าไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ (พ.ศ. 2566-2570) ที่มุ่งเป้ายกระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ให้เติบโตขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จังหวัดได้กำหนดให้ “อาหารและข้าว” เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นี้ จังหวัดมุ่งเน้นการขยายฐานตลาดจากเดิมที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปมูลค่าสูงและศูนย์กลางการกระจายสินค้า (Logistics Hub) ตามหมุดหมายการพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างมูลค่า “เรามีเป้าหมายผลักดันให้สินค้าเกษตรของนครสวรรค์เข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในเอเชียและยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างรายได้จากซอฟต์พาวเวอร์อาหาร
สูตรลับจากฟาร์ม
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเวลาไปซื้อปลาสลิด มักไม่ค่อยเห็นหัวปลา บางคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาปลาสลิดเป็นยังไง เหตุผลก็คือหัวของปลาสลิดไม่มีเนื้อ และแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่างจากปลาช่อนที่หัวมีทั้งแก้มและคาง แต่ถึงแม้หัวของปลาสลิดจะไม่มีเนื้อแต่ก็มีประโยชน์กว่าการนำไปทิ้งให้ศูนย์เปล่า ด้วยการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใส่สวน กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าใช้ทุกส่วนได้คุ้มค่ามากๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนมาทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาสลิด สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก คุณพ่อวีระ รุ่งแสง เจ้าของปลาสลิดเกษตรพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาสลิดแห่งบ้านแพ้ว สำหรับใครที่มีสวนครัวเล็กๆ หรือสวนไม้ผล ก็สามารถนำน้ำหมักนี้ไปรดพืชให้เจริญเติบโตได้เร็ว รับรองว่าสวนของคุณจะเขียวชอุ่ม งามสะพรั่งแน่นอน อุปกรณ์ หัวปลาสลิด หรือเศษปลาสลิด 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร จุลินทรีย์ EM 100 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ หั่นหัวปลาสลิดหรือเศษปลาสลิดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้หมักได้ง่าย ผสมกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ EM ลงในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน ใส่เศษปลาสลิดลงไปในน้ำที่ผสมแล้ว คนให้ส่
กว่า 10 ปีมานี้ ตลาดส้มโอทับทิมสยาม ผลไม้เด่นอีกชนิดของชาวปากพนัง นครศรีธรรมราช ดูจะคึกคักและมาแรงมาก ส่งผลให้ชาวสวนหันมาทุ่มเทดูแลเอาใจใส่การปลูกอย่างเต็มที่ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อย หวาน และกลิ่นหอมให้กับพันธุ์ส้มโอเนื้อแดงมากขึ้น คุณชนะวัฒน์ มากลับ มีพื้นที่ปลูกส้มโอทั้งหมด 9 ไร่ จำนวนประมาณ 220 ต้น ปลูกส้มโอทับทิมสยามอย่างมีคุณภาพ ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด บริหารจัดการสวนอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานของสำนักงานเกษตร เพื่อให้ได้ส้มโอทับทิมสยามที่มีรสอร่อย มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดส้มโอทับทิมสยามในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน คุณชนะวัฒน์ปลูกส้มโอทับทิมสยามด้วยการใช้กิ่งพันธุ์ตอนมาจากสวนของชาวบ้านในพื้นที่ กับอีกส่วนหนึ่งซื้อมาเสริม ปลูกในพื้นที่แปลงใหม่ เนื่องจากปากพนังเป็นพื้นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมขัง การปลูกส้มโอจึงต้องยกร่อง โดยขุดดินชั้นล่าง ความลึก 2-3 เมตร ขึ้นมาทำเป็นคันดินปลูก แล้วปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยคอก ปลูกพืชคลุมดินแล้วไถกลบ ลักษณะและขนาดร่องปลูกมีความกว้างประมาณ 10 เมตร และร่องคู 5 เมตร วิธีปลูก จะทำดินขึ้นมาปิดรอบต้นกิ่งตอน ปักไม้ค้ำยันต้น แ
รายงานข่าว โดย คุณกาญจนา จินตกานนท์/ตราด “สาหร่ายผ้าห่ม” เปรียบเสมือนวัชพืชในบ่อเลี้ยงกุ้ง กำลังถูกพัฒนาเป็นเส้นใยทอผ้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับรักษ์โลก ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ใหม่ให้กับชุมชนชายฝั่ง พร้อมผลักดันสู่ผ้าอัตลักษณ์ของจันทบุรี ผุดไอเดียเปลี่ยนวัชพืชเป็นเงิน นางกัญญารัตน์ สุนทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี กล่าวว่า “สาหร่ายชีวมวล” หรือ “สาหร่ายผ้าห่ม” เปรียบเสมือนวัชพืชในบ่อเลี้ยงกุ้ง จนกระทั่งปี 2568 ศูนย์ได้ดำเนินงานวิจัยการใช้ประโยชน์เป็นเส้นใยสำหรับการผลิตสิ่งทอหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เกิดมูลค่าสูงสุด อีกทั้งเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชุมชน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) แผนแม่บทศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2566-2570 ของสำนักงาน กปร. ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครั้งน
NEWS
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประกาศเปิด “Lamtakhong Camping Site” หรือ ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ชวนสายแคมป์ กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแก๊งถ่ายรูป มาเช็กอินรับลมหนาวแรก สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ วิวภูเขา และพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่นใกล้เขื่อนลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา การกลับมาครั้งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ไม่ว่าจะมาพักผ่อนส่วนตัว ค่ายกิจกรรม หรือกลุ่มทำกิจกรรมกลางแจ้ง พิเศษสุดกับหมุดหมายเด็ดที่สายกินห้ามพลาด เพราะโลเคชันนี้รองรับการเดินทางไปเที่ยวเทศกาลใหญ่ “กินปลา ณ เขื่อนลำตะคอง” ให้คุณได้ดื่มด่ำทั้งธรรมชาติตอนเช้า และชิมเมนูปลาสดๆ สุดฟินยามเย็นได้แบบสบายๆ อัตราค่าบริการเข้าพัก (ต่อคน) สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตื่นเช้ามาจิบกาแฟชมวิวภูเขา นอนมองดาวตอนกลางคืนกับคนที่คุณรัก เพราะธรรมชาติเรียกหา…พวกเราเลยกลับมา! ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกคนแล้ววันนี้ ข้อมูลการติดต่อและจองพื้นที่ #อว #วว #สถา
โครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ เดินหน้าปลุกพลังความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ชวนประกวดคลิปวิดีโอสร้างสรรค์ในกิจกรรม “Thailand’s Got Honesty ปีที่ 3 (2026)” เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้โชว์ไอเดีย ถ่ายทอดเรื่องราวความซื่อสัตย์ ผ่านการแสดงในรูปแบบที่ไม่จำกัด สมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท โดยมีกติกา ดังนี้ ได้เวลาปล่อยไอเดียให้สุด แล้วมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้สังคมไปด้วยกัน “เพราะความซื่อสัตย์เริ่มที่ตัวเรา” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ซสพช #โครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ #ความซื่อสัตย์เป็นสมบัติของคนดี #ThailandsGotHonesty #ThailandsGotHonesty2026
จังหวัดนครสวรรค์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดยิ่งใหญ่งาน “มหกรรมอาหารและข้าวจังหวัดนครสวรรค์” Nakhonsawan Food & Rice Expo 2026 ชูยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมโยงภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นและข้าวพันธุ์ดีสู่นวัตกรรมการค้าโลก คาดการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจในงานและสร้างมูลค่าการค้าไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ (พ.ศ. 2566-2570) ที่มุ่งเป้ายกระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ให้เติบโตขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จังหวัดได้กำหนดให้ “อาหารและข้าว” เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นี้ จังหวัดมุ่งเน้นการขยายฐานตลาดจากเดิมที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปมูลค่าสูงและศูนย์กลางการกระจายสินค้า (Logistics Hub) ตามหมุดหมายการพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างมูลค่า “เรามีเป้าหมายผลักดันให้สินค้าเกษตรของนครสวรรค์เข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในเอเชียและยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างรายได้จากซอฟต์พาวเวอร์อาหาร
ฟาร์มล้ำ
บนพื้นที่สูงของดอยม่อนล้าน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ภาพของการทำเกษตรไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกพืชให้ได้ผลผลิต แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่การจัดการพื้นที่ที่ต้องคิดถึงทั้งดิน น้ำ ป่า และรายได้ของคนในชุมชนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะกาแฟอาราบิก้าที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ และเป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากอดีตที่เคยพึ่งพาไร่หมุนเวียน มาสู่การเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ หนึ่งในเกษตรกรที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน คือ คุณสุพจน์ หมื่นแลก เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ บ้านอาบอน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แบรนด์ “กาแฟอาข่าอาบูหญ่า” ปัจจุบันทำสวนกาแฟบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ มีต้นกาแฟราว 2,000 ต้น และมีประสบการณ์ปลูกกาแฟมานานประมาณ 13 ปี พื้นที่สวนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,400 เมตร ลักษณะพื้นที่ลาดชันเล็กน้อย โดยปลูกกาแฟอาราบิก้ากลุ่มคาติมอร์ร่วมกับไม้ร่มเงา ทั้งแมคคาเดเมีย กล้วย และไม้ป่า “เมื่อก่อนเราปลูกกาแฟในพื้นที่โล่ง พอเจอแดดจัด ต้นกาแฟก็อยู่ไม่ไหว บางครั้งยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยวก็แห้งตาย พอสถานีฯ แนะนำให้ลองปลูกไม้ผลและไม้ป่าเป็นร่มเงา
ในห้องแล็บแห่งหนึ่งในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ มีอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มองเผินๆ อาจดูเหมือนแผ่นใสบรรจุน้ำคล้ายกับน้ำในบ่อทั่วไป แต่ภายในกลับซ่อนเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพราะของเหลวในแผ่นใสนี้สามารถผลิตพลังงานเพื่อจ่ายไฟให้นาฬิกาได้อย่างต่อเนื่อง ที่น่าทึ่งคือ ระบบดังกล่าวทำงานมาแล้ว นานถึง 6 ปี โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่แม้แต่ครั้งเดียว เพราะแหล่งพลังงานไม่ได้มาจากแบตเตอรี่ แต่เกิดจากการทำงานของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กภายในระบบที่อาศัยแสงและกระบวนการสังเคราะห์แสงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้ทำงานด้วยหลักการ Biophotovoltaics หรือการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของสิ่งมีชีวิต โดยระบบจะดักจับอิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นระหว่างการสังเคราะห์แสง ก่อนนำมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้งาน แม้พลังงานที่ผลิตได้จะไม่มากเท่ากับแหล่งพลังงานทั่วไป แต่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น เซนเซอร์หรืออุปกรณ์ขนาดเล็ก จึงมีโอกาสนำมาใช้เป็นทางเลือกแทน แบตเตอรี่ขนาดเล็กแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งช่วยลดการใช้แบตเตอรี่และขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาว เปลี่ยน “สาหร่าย” ให้กลายเป็นแหล่งพลังงาน Bioc
GIS หรือ Geographic Information System คือ เทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลที่มีพิกัดบนแผนที่ ระบบนี้สามารถทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลตัวเลขกับพื้นที่จริง เช่น การกระจายของประชากร เส้นทางถนน พื้นที่น้ำท่วม หรือเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ GIS กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจในหลายสาขา GIS กับการเกษตรสมัยใหม่ และอนาคตเกษตรไทย ในภาคเกษตรกรรม GIS ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นการดูสภาพดิน ปริมาณน้ำฝน หรือแสงแดดในแต่ละฤดูกาล ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ GIS ยังช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของผลผลิต และสามารถใช้ร่วมกับระบบดาวเทียมหรือเซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจสอบสภาพแปลงแบบเรียลไทม์ ความก้าวหน้าของ GIS ช่วยให้เกษตรไทยก้าวไปสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” อย่างแท้จริง เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต วางแผนการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเดิม หากมีการใช้ GIS ร่วมกับข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเทคโ
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำครบทุกเซกเมนต์ เปิดตัวแบรนด์ในตำนาน “มังกรหยก” กับแนวคิด“กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ที่อร่อยปลอดภัย คุ้มค่า และให้คุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อทุกวันและทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์รับเทศกาลสารทจีน อาทิ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาไส้ครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู พร้อมวางจำหน่ายทั่วไทยเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld “#มังกรหยก” อร่อยต้นตำรับ “รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดเสน่ห์ต้นตำรับวัฒนธรรม #อาหารจีน #รสชาติคุ้นเคย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าคุณภาพ ในราคาประหยัด และเข้าถึงง่าย อีกทั้งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อน “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดี” แบรนด์มังกรหยกตอบโจทย์นี้ได้ครบถ้
ปุ๋ย ซี.พี.หมอดิน (CPP) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยุวเกษตรสู่ความยั่งยืน” ปีที่ 8 มุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้เรื่อง “ดิน ธาตุอาหารพืช และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจพื้นฐานของการปลูกพืชอย่างถูกต้อง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นจาก 4 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนวัดสามเรือน (จนฺทสโรอนุสสรณ์), โรงเรียนวัดสำมะกัน (เปี่ยมวิทยาราษฎร์บำรุง), โรงเรียนวัดทอง (สามัคคยานุสรณ์) และโรงเรียนวัดละมุด (ร.ส.พ.ราษฎร์บำรุง) ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือทำ” (Action Learning) หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยทีมนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับช่วงวัย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทดลอง สังเกต และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ “นักสืบดินตัวจิ๋ว” เรียนรู้คุณสมบัติและความแตกต่างของด
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อโครงการ “CPRAM Junior Chef” ต่อเนื่องปีที่ 18 เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ผ่านเวิร์กช็อปที่ผสานความรู้ด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของอาหาร และสุนทรียภาพในการบริโภค เข้ากับความสนุกสนานที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เยาวชนรู้คุณค่าของอาหารทุกจาน กินอย่างพอดี ไม่เหลือทิ้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาวะที่ดีของเด็กไทยและโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน กิจกรรมในครั้งนี้มาในรูปแบบเวิร์กช็อปการทำอาหารที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สนุกกับการทำแซนวิชและข้าวปั้นญี่ปุ่น เรียนรู้หลักโภชนาการควบคู่กับการฝึกปฏิบัติด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหาร โดยมีผู้ปกครอง พนักงานซีพีแรม ร่วมเป็นกำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ สาขาที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีแรมเชื่อมั่นว่า ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านโภชนาการตั้งแต่วัยเยาว์ คือจุดเริ่มต้นข
เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคมศิษย์เก่า ผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัครา และผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคาร คณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัสเพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเรียน รวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษั
ริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าจัดการประกวดคลิปวิดีโอ TikTok ปีที่ 3 ชวนชาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาปล่อยของ!! ในหัวข้อ “ภารกิจพิชิต Food Waste ในชีวิตจริง” ร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนสังคม กระตุ้นคนไทยให้หันมาลดขยะอาหารในชีวิตประจำวัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 70,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลพิเศษอีกมากมาย เปิดรับรับสมัครผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ตุลาคม 2569 ผู้ที่สนใจร่วมท้าทายภารกิจรักษ์โลกในครั้งนี้ สามารถสร้างสรรค์คลิปแนวตั้ง (9:16) ความยาวไม่เกิน 1 นาที จะลุยเดี่ยวหรือรวมทีมก็ได้ (1 ผลงานต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งาน) จากนั้นโพสต์คลิปลงช่อง TikTok ของตนเอง ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #ภารกิจพิชิตfoodwasteในชีวิตจริง แล้วนำลิงก์ผลงานไปแนบในแบบฟอร์มรับสมัครที่ https://forms.gle/VXsnpLebJ83tP1Bk7 งานนี้เปิดกว้างการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ข้อจำกัด จะเล่าผ่าน Vlog ชีวิตประจำวัน หนังสั้นสุดดราม่า หรือคลิปสายฮาขำกลิ้ง ก็จัดเต็มได้ตามสไตล์ ขอแค่มีครบ 3 องค์ประกอบหลัก คือการลงมือทำจริง ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และข้อความชวนให้คนดูทำตาม สิ่งเหล่านี้คือ
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability-driven Growth) เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทวีความรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับโครงสร้าง ทั้งด้านผลผลิต ต้นทุน และเสถียรภาพของรายได้เกษตรกร ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้เร่งขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งการขยายช่องทางการตลาด การปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง การสร้างแบรนด์ “Thai Shrimp” เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับภาพลักษณ์สินค้า ตลอดจนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ TFM ที่มุ่งนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้มาช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับศักยภาพของเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่
📣📣📣 ปักหมุดรอเลย! “งานทุเรียนชุมพร 2569” ก้าวสู่ความท้าทายอนาคต อัดแน่นความรู้-ความบันเทิงจัดเต็ม 24-26 กรกฎาคมนี้ ✨✨✨ สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนทุเรียน และนักท่องเที่ยวทุกท่าน เที่ยว ชม ชิม ในงาน “ทุเรียนชุมพร ก้าวสู่ความท้าทายแห่งอนาคต” (Chumphon Durian Intelligence 2026) มหกรรมทุเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับนวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับความสนุกสนานตลอด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ไฮไลต์สิ่งน่าสนใจภายในงานที่คุณไม่ควรพลาด:✨ เจาะลึกวิชาการและนวัตกรรม : ตื่นตากับนิทรรศการนวัตกรรมทางการเกษตรยุคใหม่ ร่วมฟังกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต และร่วมลุ้นไปกับการประกวดผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพเยี่ยม 🍽️ ช้อป ชิม ชิลล์ ชิงรางวัล: เดินเลือกซื้อทุเรียนและสินค้าคุณภาพดีจากร้านค้ามากกว่า 50 ร้านค้า พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายวิถีชาวสวน และกิจกรรมพิเศษช่วง “นาทีทอง” ร่วมลุ้นเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท🕺🏼💃🏻มหกรรมคอนเสิร์ตจ
